เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 90 พี่หก

Re-new ตอนที่ 90 พี่หก

Re-new ตอนที่ 90 พี่หก


ตอนที่ 90 พี่หก

ด้วยความช่วยเหลือของหัวหน้าคนงานซุน ท่านลุงใหญ่กับลูกพี่ลูกน้องคนโตของเสี่ยวเฉาจึงได้งานทำทุกวัน บางคราพวกเขาก็จะพาท่านลุงรองของนางมาด้วย พวกเขาหาเงินได้คนละ 100 อีแปะในทุก ๆ วัน ท่านป้าใหญ่ก็หยุดขายผักดองด้วยเนื่องจากนางไม่สามารถทำเงินจากการขายพวกมันได้มากนัก...

เมื่อเห็นว่าพ่อของนางกำลังสนทนากับท่านตาหลิว เสี่ยวเฉาจึงลุกขึ้นและเดินเตร่ไปรอบ ๆ ในช่วงสองวันมานี้นางเอาแต่หาเงินอย่างเดียวจนไม่มีเวลาเดินเที่ยวชมท่าเรือ

ท่าเรือถังกู่เพิ่งเริ่มพัฒนาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์  ตอนที่ฮ่องเต้ยังเยาว์อยู่นั้น พระองค์ทรงโปรดการออกผจญภัยในทะเลมากยิ่งนัก และทรงควบคุมดูแลการสร้างเรือเดินสมุทรด้วยตนเองอีกด้วย หลังจากขึ้นครองราชย์แล้ว ก็ทรงพัฒนาการขนส่งทางทะเลอย่างจริงจังและทรงจัดตั้งกองทัพเรือที่แข็งแกร่งขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเหล่าโจรสลัดและปกป้องเรือขนส่งเหล่านี้ จึงส่งผลให้อุตสาหกรรมการเดินเรือเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างมากในช่วง 5 - 6 ปีมานี้

ในฐานะที่เป็นท่าเรือที่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด การพัฒนาของท่าเรือถังกู่จึงเป็นเรื่องปกติ  แต่มันก็ยังเป็นท่าเรือที่ค่อนข้างใหม่อยู่ดี ถึงจะใหญ่ แต่ก็ดูเรียบง่าย สิ่งก่อสร้างหลายอย่างก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่เหล่าพ่อค้าที่มองการณ์ไกลก็ดูเหมือนจะจับจองท่าเรือนี้ไว้แล้ว กล่าวกันว่าตระกูลโจวได้เลือกทำเลที่ใกล้กับท่าเรือเพื่อสร้างร้านสาขาของร้านอาหารเจินซิวไว้แล้วด้วย

ขณะที่เสี่ยวเฉาเดินเตร่ไปรอบ ๆ นางก็ได้เดินออกห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวของท่านตาหลิวและมาถึงสถานที่จ้างงานของพวกคนงานท่าเรือ ที่นี่คึกคักมีชีวิตชีวามากที่สุดในตอนก่อนรุ่งสาง เหล่าแรงงานระยะสั้นมากกว่า 100 คนจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อรอคอยให้หัวหน้าคนงานคัดเลือก แต่ในเวลานี้ผู้คนกำลังทำงานกันยุ่งอยู่ที่ท่าเรือ ดังนั้นจึงแทบไม่มีคนอยู่ที่นี่

“อ่า ! เจ้าน่ะ...ชื่อเสี่ยวเฉาใช่หรือไม่ ?” ผู้ชายหลายคนที่หน้าตาราวกับพวกโจรกระจอกเข้ามาขวางทางนางเอาไว้

หยูเสี่ยวเฉามองไปรอบ ๆ แล้วขมวดคิ้ว นางมองไปที่ชายคนหนึ่ง ที่มีใบหน้าแปะป้ายบอกยี่ห้อไว้ว่า ‘ข้าเป็นคนเลว’ และเอ่ยถามออกไปว่า “มีอันใดรึเจ้าคะ ?”

หัวหน้าโจรที่สวมเสื้อบุฝ้าย ได้ซ่อนมือของเขาเอาไว้ในแขนเสื้อแล้วมองเสี่ยวเฉาอย่างเย็นชาด้วยดวงตาที่เหมือนหนู เขายิ้มเจ้าเล่ห์และเอ่ยว่า “ได้ยินว่าอาหารจานเนื้อราคา 1 อีแปะของเจ้าขายดีมากเลยนี่”

“มิมีอะไรพิเศษหรอกเจ้าค่ะ มันอาจจะดูเหมือนข้าขายได้มากแต่เราขายราคาถูกก็เลยมิค่อยมีกำไร มิค่อยได้เงินมากเท่าใดหรอกเจ้าค่ะ” เสี่ยวเฉาไม่เชื่อว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อแสดงความยินดีกับนางเป็นแน่ นางจึงลอบระวังตนเอาไว้

ผู้ชายคนที่ผอม ๆ มีปากและคางยื่นเหมือนลิงกระโดดออกมาจากด้านหลังคนที่มีดวงตาเหมือนหนูแล้วตะโกนว่า “ใครสนเรื่องกำไรของแกวะ ! มาขายของในถิ่นของท่านพี่ฉลามเช่นนี้ เจ้าได้มาคารวะหัวหน้าแล้วรึ ? จ่ายค่าคุ้มครองรึยัง ?”

หยูเสี่ยวเฉาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว การค้าของนางในช่วงสองวันมานี้ดีมากเกินไปจนทำให้คนอื่นอิจฉา จึงมีคนมารีดไถเงินของนาง ! นางมองไปรอบ ๆ แล้วคร่ำครวญอยู่ในใจ  แถวนี้เวลานี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคน แล้วนางจะทำเยี่ยงไรดี ?

“ค่าคุ้มครอง ? ข้าเพิ่งมาใหม่ มิเคยได้ยินว่าต้องจ่ายค่าคุ้มครองเพื่อทำการค้าที่ท่าเรือเลยนะเจ้าคะ” หยูเสี่ยวเฉาถ่วงเวลา นางพยายามคิดหาทางหนีจากพวกอันธพาลกลุ่มนี้

ชายที่เรียกกันว่าพี่ฉลามยิ้มเหมือนพวกผู้ร้ายในละครหลังข่าวแล้วเอ่ยว่า “มิเคยได้ยินก็มิได้หมายความว่ามิมี ! เลิกกล่าวให้มากความแล้วส่งเงินมา !”

“ก็ได้ ก็ได้ ! ข้าจะจ่าย...ต้องจ่ายเท่าใดรึเจ้าคะ ?” เสี่ยวเฉาแสดงความอ่อนแอออกมาเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามประมาท

พี่ฉลามกับลิงผอมมองหน้ากันอย่างผู้ชนะ แล้วเรียกค่าคุ้มครองเสียแพงหูฉี่ “10 อีแปะต่อวัน หากจ่ายรายเดือนก็แค่ 200 อีแปะต่อเดือนเท่านั้น”

หึ ! 200 อีแปะรึ ? ร้านที่ขายดีที่สุดบนท่าเรือก็จ่ายค่าคุ้มครอง 200 อีแปะต่อเดือนไม่ไหวหรอก ! พวกอันธพาลท้องถิ่นพวกนี้จงใจเพ่งเล็งมาที่นางเท่านั้นสินะ

หยูเสี่ยวเฉาแกล้งทำเป็นกลัว นางมองไปที่สะพานท่าเรือกับพ่อแล้ววัดระยะทางที่สั้นที่สุดเพื่อไปที่นั่นอยู่ในใจ จากนั้นก็เอ่ยด้วยเสียงสะอื้นว่า “พี่ชาย ! น้องสาวคนนี้เพิ่งมาถึงเองนะเจ้าคะ ยังมิทันได้เริ่มขายเลย จะไปเอาเงิน 10 อีแปะจากไหนมาให้กัน ? เอาเยี่ยงนี้ดีหรือไม่...พอข้าขายอาหารวันนี้เสร็จแล้ว ข้าจะจ่ายเป็นรายเดือนทีเดียวเลย  พวกท่านคิดว่าเยี่ยงไรเจ้าคะ ?”

เจ้าลิงผอมขยับเข้าไปใกล้พี่ฉลามแล้วกระซิบข้างหูเขาว่า “วันนี้เจ้าเด็กนี่มากับผู้ชายตัวสูง ๆ ท่าทางแข็งแรง ถ้าปล่อยมันไปพวกเราก็คงจะจบเห่เป็นแน่”

คนพวกนี้เป็นพวกขี้เกียจไร้ประโยชน์แถว ๆ ท่าเรือ พวกเขามักจะรังแกคนที่อ่อนแอและหวาดกลัวคนที่แข็งแกร่งกว่า อีกทั้งบางคราก็จะลักเล็กขโมยน้อยอีกด้วย พวกเขาขู่กรรโชกเงินจากคนแก่, คนอ่อนแอ, ผู้หญิง แม้แต่เด็กที่ขายของที่ท่าเรือ พวกพ่อค้าเร่ส่วนใหญ่มาจากหมู่บ้านใกล้เคียง พวกเขาจึงไม่กล้าคัดค้านอันธพาลท้องถิ่นพวกนี้

มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยที่ท่าเรืออยู่บ้าง แต่โจรพวกนี้จะทำตัวดีเป็นอย่างมากเวลาที่เจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวนในพื้นที่ พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งแล้วจะออกมาตอนที่เจ้าหน้าที่ไปแล้ว ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่ถูกขู่กรรโชกก็จะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความสงบสุขให้กับตนเอง

อันธพาลกลุ่มนี้ได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่งว่าการค้าของพี่น้องหยูกำลังเฟื่องฟู พวกเขาจึงวางแผนรอจนกว่าสองพี่น้องจะขายอาหารเสร็จแล้วจะปล้นเงินทั้งหมดของพวกเขาด้วยการหลอกลวงและข่มขู่ แต่พวกเขามิคิดว่าวันนี้จะมีผู้ใหญ่มาด้วย นอกจากนั้นยังตัวสูงและแข็งแรง ดูมิใช่คนที่พวกเขาจะรังแกเอาได้ พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนแผนมาขวางทางเด็กหญิงตัวน้อยและพยายามข่มขู่เอาเงินจากนางให้ได้มากที่สุด

“ตอนนี้เจ้ามีเงินติดตัวอยู่เท่าใด ? ส่งมาให้หมด !” พี่ฉลามทำเสียงโหด

เสี่ยวเฉาส่ายหน้าแบบขลาดกลัวและขยับไปด้านข้าง นางทำเสียงราวกำลังจะร้องไห้ว่า  “เงินอยู่ที่ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้ามิมีเงินติดตัวสักอีแปะเดียว พี่ชายปล่อยข้าไปเถอะนะเจ้าคะ ข้ามิมีเงินจริง ๆ...!”

ทันใดนั้นนางก็นั่งลงกับพื้นและคว้าทรายขึ้นมาปาเข้าใส่หน้าของพวกอันธพาล จากนั้นก็รีบวิ่งไปทางท่าเรือด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

นางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายและคิดอยู่อย่างเดียวว่าวิ่ง วิ่ง และวิ่ง ! ถ้านางวิ่งเข้าไปหาฝูงชนได้ พวกอันธพาลพวกนี้ก็จะไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามต่อหน้าสาธารณชน

ทว่า ความเป็นจริงนั้นโหดร้าย ขาสั้น ๆ ของเสี่ยวเฉาจะพานางวิ่งให้ชนะผู้ใหญ่หลายคนได้เยี่ยงไร ? แค่ไม่กี่ก้าวพวกเขาก็ตามนางมาทันเสียแล้ว

เมื่อถูกล้อมอีกครา เสี่ยวเฉาจึงรู้สึกหงุดหงิดและเอ่ยสบถอยู่ในใจ ไอหยา ! ท่าทางจะไม่รอดแล้วเสียแล้วเสี่ยวเฉา

พี่ฉลามที่ถูกเจ้าลิงผอมประคองขึ้นมาก็ได้ขยี้ตาด้วยมือข้างหนึ่งและเริ่มสบถด่า เมื่อกี้เสี่ยวเฉาปาทรายเข้าที่หน้าของเขา ตอนนี้เขาจึงมองได้ไม่ชัดนัก

“เจ้าเด็กเวร ! เอ่ยกันดี ๆ มิรู้ความ อยากโดนดีใช่หรือไม่ สั่งสอนมัน !” พี่ฉลามรู้สึกเจ็บที่เบ้าตาและน้ำตาไหลอยู่ตลอด เขามองภาพเบื้องหน้าไม่เห็นจึงได้ตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราดด้วยความโมโห

“อ๊าก  !”

“โอ๊ย ! !”

“แม่จ๋า ช่วยด้วย !”

ตอนแรกพี่ฉลามก็รู้สึกภูมิใจและมั่นใจเป็นอย่างมาก ‘เจ้าเด็กนั่นบังอาจปาทรายใส่หน้าข้า ! มันจะต้องโดนสั่งสอน ! ’

อ่า ? มีบางอย่างผิดปกติ ! เหตุใดเสียงร้องถึงฟังดูคุ้น ๆ เหมือนเสียงคนของเขาเลยมิใช่รึ เกิดอันใดขึ้นกัน ?

“หก...พี่หก...” เสียงเอ่ยตะกุกตะกักของเจ้าลิงดังขึ้นข้าง ๆ เขา มือที่ประคองเขาอยู่ก็สั่นระริก...

หลังจากที่พี่ฉลามออกคำสั่ง เสี่ยวเฉาก็กุมหัวแล้วลงนั่งย่อลงทันที นางพร้อมที่จะโดนเตะหรือต่อย แต่สิ่งที่นางได้คาดเอาไว้ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อได้ยินเสียงร้องติดต่อกันเป็นชุดนางจึงเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย และเห็นว่าพวกอันธพาลทั้งหมดลงไปนอนกองอยู่กับพื้นพร้อมกับร้องครางออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

เสี่ยวเฉากระพริบตาปริบ ๆ และมองไปยังร่างสูงที่อยู่ตรงหน้านาง ไหล่กว้าง, ร่างเพรียวบาง เสื้อผ้าเก่า ๆ ที่สวมใส่ไม่อาจปกปิดเสน่ห์ของเขาได้ ไอหยา ! นี่มันฉากในตำนานนี่ ‘พระเอกมาช่วยนางเอก’ ใช่รึไม่ ? แค่ก แค่ก...อ่า ! ตอนนี้เป็น ‘พระเอกมาช่วยเด็กน้อย’ ก็ได้...

“หก...พี่หก...” นางเห็นเจ้าลิงผอมตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าทรง เขากลัวมากเสียจนฉี่ราดกางเกง  ทำให้นางยิ่งอยากรู้ตัวตนของคนที่มาช่วยนางเอาไว้มากขึ้นไปอีก

เสี่ยวเฉาลุกขึ้นยืนมองคนที่มาช่วยนางไล่เตะพวกนั้นทีละคนและส่งเจ้าลิงผอมกับพี่ฉลามลอยออกไป ในใจนางยิ่งบูชาเขามากขึ้นไปอีก

ความเจ็บปวดที่ท้องทำให้ทั้งน้ำมูกและน้ำตาของพี่ฉลามไหลลงมา ในที่สุดน้ำตาของเขาก็ล้างทรายออกจากตาเขาได้ เขากระพริบตาที่แดงและบวมนั้นและได้เห็นคนที่มาต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เขาอดทนต่อความเจ็บและรีบลุกขึ้นพร้อมกับส่งเสียงเรียกเบา ๆ ว่า “พี่หก...”

ชายคนที่ถูกเรียกว่า ‘พี่หก’ ทำหน้าเฉยชา เขามองไปที่พี่ฉลามด้วยสายตาเย็นเยียบที่เกือบจะทำให้เลือดแข็งตัวได้ พี่ฉลามรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวและทรุดลงกับพื้นราวกับสุนัขที่ตายแล้ว

มีใครในท่าเรือไม่รู้จักพี่หกบ้าง ? เขาเคยเป็นขอทานที่แย่งอาหารจากสุนัขตอนที่ยังเด็ก  เขาฆ่าหมาป่าได้ด้วยมือเปล่าตอนอายุ 10 ขวบ

ตอนอายุ 16 เด็กหนุ่มที่ชื่อ ลิ่วซือ (ลิ่วแปลว่าหก) กับพี่น้องขอทานหลายคนได้เอาชนะเจ้าถิ่นที่ท่าเรือและเปิดเส้นทางสู่อาชีพของเขาเอง ด้วยความสามารถของเขา เขาจึงผูกขาดท่าเรือเอาไว้ได้ แต่เขาก็ไม่ได้โลภ แค่ยึดลูกค้าสำคัญเอาไว้บ้างและปล่อยที่เหลือไว้ให้หัวหน้าคนงานคนอื่น ๆ ต่อมาหัวหน้าคนงานซุนก็ค่อย ๆ รวบรวมเครือข่ายของตนเองและกำจัดกลุ่มเล็ก ๆ ไปจำนวนมาก เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์ก็เป็นอย่างทุกวันนี้...

ที่ท่าเรือนั้น คำกล่าวของชายที่เป็นที่เคารพนับถือในฐานะ ‘พี่หก’ ก็มีอำนาจยิ่งกว่าพวกเจ้าหน้าที่เสียอีก แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องไว้หน้าเขา พวกอันธพาลที่ท่าเรือเคยโดนเขาทุบตีมาก่อน ดังนั้นพวกนั้นจึงกลัวเขามากจนพากันวิ่งหนีทันทีที่เจอเขา

พี่ฉลามกับลิงผอมก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาเป็นเพียงแค่นักเลงกระจอก ๆ ที่ไม่มีคุณสมบัติจะแข่งกับพี่หกได้เลย พวกเขาเคยได้ยินชื่อเสียงของเขา แต่ไม่ได้คิดว่าจะมาเจอกับเขาเข้าในวันนี้ เจ้าลิงผอมตัวสั่นเมื่อนึกถึงความโหดร้ายของพี่หก และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกอุ่น ๆ ที่บริเวณเป้ากางเกงของเขา...

“ไสหัวไป ! อย่าให้ข้าเห็นพวกเจ้าที่ท่าเรืออีก มิเยี่ยงนั้น...” พี่หกหรี่ตาซึ่งดูดุร้ายราวกับหมาป่ากำลังมองหาเหยื่อ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่กลับส่งผลได้รุนแรงยิ่งนัก !

พี่ฉลามลุกขึ้นจากพื้นทันทีและตอบกลับว่า “ได้ขอรับ ได้ ! พวกเราจะไปประเดี๋ยวนี้ ไปประเดี๋ยวนี้เลย ! พวกเราสัญญาว่าจะมิมาที่ท่าเรือนี้อีก...”

เขากลัวจนแข้งขาอ่อนและกลิ้งไปกับพื้นหลายครา จากนั้นก็ใช้ทั้งมือทั้งเท้าคลานตะเกียกตะกายหนีไป คนอื่น ๆ ก็นึกโกรธพ่อแม่ที่ไม่ให้ขาพวกเขาเพิ่มอีกสองขาและได้วิ่งหนีไปอย่างหมดท่าราวกับถูกไล่ล่าโดยหมาป่าที่หิวโหย

“เอ่อ...ขอบคุณนะเจ้าคะ” หยูเสี่ยวเฉาเคยได้ยินชื่อ ‘ลิ่วซือ’ จากหัวหน้าคนงานซุน นางรู้เพียงแค่ว่าเขาเป็นคู่แข่งของหัวหน้าซุน จึงไม่รู้อะไรอย่างอื่นอีก แต่จากท่าทางของอันธพาลพวกนั้น ลิ่วซือผู้นี้ต้องไม่ใช่คนที่จัดการได้อย่างง่ายดายเป็นแน่

พี่หกหันกลับมาช้า ๆ และพยักหน้าให้นาง ในที่สุดเสี่ยวเฉาก็เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน เขามีใบหน้าที่สุขุม คิ้วและดวงตาทำให้เขาดูเหมือนพวกลูกครึ่ง จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง  ผิวสีแทนเนื่องจากสัมผัสกับลมทะเลและแสงแดดเป็นเวลานาน ถ้าไม่ใช่เพราะแผลเป็นที่พาดจากคิ้วซ้ายไปจนถึงมุมปากขวา  เขาจะต้องเป็นคนที่หล่อไร้ที่ติอย่างแน่นอน

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 90 พี่หก

คัดลอกลิงก์แล้ว