เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 266.สอดมือเข้าแทรกแซง

บทที่ 266.สอดมือเข้าแทรกแซง

บทที่ 266.สอดมือเข้าแทรกแซง


เนื่องเพราะฤทธิ์ของโอสถได้หมดลงแล้ว!ตี้หลิงมีโอสถเม็ดนั้นเพียงเม็ดเดียวตอนนี้เขาไม่มีหนทางที่จะใช้พลังแห่งความโกลาหลได้อีกต่อไปแล้วร่างกายอันอ่อนแอของเขาร่วงหล่นลงสู่เกาะหลงยวนและเงาร่างมารที่ตี้หลิงอัญเชิญออกมารวมถึงปราณมารที่กำลังกัดกินวิญญาณเทพของหยวนฉีทั้งหมดทั้งมวลต่างก็เลือนหายไปจนสิ้นในชั่วพริบตาเดียว

ใบหน้าของหยวนฉีเขียวคล้ำแววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความหวาดระแวงหากไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของโอสถหมดลงกลุ่มคนของพวกเขาในครานี้ก็คงจะต้องจบสิ้นเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่แล้ว!

ตี้หลิงใบหน้าขาวซีดเผือดทรุดนั่งลงกับพื้นร่างกายสั่นเทาไปทั้งร่างตอนนี้เขาไม่มีพละกำลังหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยแม้กระทั่งจะยืนขึ้นก็ยังมิอาจทำได้ทว่าเขากลับยิ้มหัวเราะพลางกล่าวว่า "ฮ่าฮ่า……"

เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่ง ทำเอาผู้คนโดยรอบทั้งหมดต่างพากันขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้

"สภาพกลายเป็นถึงเพียงนี้แล้วเหตุใดจึงยังหัวเราะออกมาได้อีกกัน?"

"แต่ทว่าบุรุษผู้นี้ก็แข็งแกร่งมากจริงๆลงมือต่อสู้กับคนมากมายขนาดนี้เพียงลำพังทว่ายังสามารถทำร้ายอีกฝ่ายจนบาดเจ็บกลับไปได้หลายคนนับว่าทรงพลังอย่างยิ่งแล้ว"

"นั่นน่ะสิช่างน่าเสียดายที่ต้องมาตกตายลงที่นี่"

เมื่อหยวนฉีได้ยินเสียงหัวเราะของตี้หลิงภายในใจก็ยิ่งบังเกิดความหงุดหงิดฉุนเฉียวและเกรี้ยวกราดยิ่งขึ้นสภาพเช่นนี้แล้วยังจะอุตส่าห์หัวเราะออกมาได้อีก

ตี้หลิงหัวเราะอยู่นานโขจึงค่อยหยุดลงจากนั้นก็กล่าวว่า "ฮ่าฮ่า พวกขยะทั้งหลายหกคนรุมหนึ่งทว่ากลับเกือบจะถูกสังหารหากไม่ใช่เพราะข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสมีหรือที่พวกขยะอย่างพวกเจ้าจะได้เปรียบและชิงผลประโยชน์ไปได้ช่างน่าขันจนข้าขบขันแทบตายแล้ว!"

เมื่อหยวนฉีได้ยินถ้อยคำนี้แววตาก็พลันพาดผ่านความดุร้ายอำมหิตสายหนึ่ง

"รนหาที่ตาย!"

จากนั้นหยวนฉีก็พุ่งทะยานตรงไปยังตี้หลิงทว่าในตอนที่เขาต้องการจะกำจัดตี้หลิงให้สิ้นซากนั้นเหนือน่านฟ้าก็พลันมีสายฟ้าสีแดงเข้มสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาตรงเบื้องหน้าของหยวนฉีโดยตรง

หยวนฉีรีบหยุดยั้งรั้งร่างกายของตนเองเอาไว้ในทันท่วงทีรูม่านตาหดเกร็งลงในเวลานั้นเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลสายหนึ่งที่กดทับลงมาบนร่างกายของเขา

หยวนฉีเงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงเฉินเซวียนผู้สวมใส่ชุดคลุมสีดำกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชาไร้ก้นบึ้งความรู้สึกคุกคามอันรุนแรงนั้นทำให้หยวนฉีสัมผัสได้ถึงความอันตรายอย่างถึงที่สุด

"เจ้าเป็นใครกัน!" หยวนฉีเอ่ยถามบุรุษชุดคลุมสีดำผู้แปลกหน้าคนนี้ขึ้นมา

ส่วนผู้คนรอบข้างที่กำลังยืนชมการต่อสู้อยู่ต่างก็พากันตกใจเล็กน้อย

"ผู้อาวุโสถึงกับจะสอดมือเข้าแทรกแซงเชียวหรือ?"

หยวนฉีตื่นตระหนกอย่างยิ่งเพราะเขาไม่สามารถสัมผัสรับรู้ถึงระดับพลังบ่มเพาะของเฉินเซวียนได้เลยและก็ไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของเฉินเซวียนนั้นอยู่ในระดับใดกันแน่ทว่าอาศัยเพียงแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเฉินเซวียนเขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าบุรุษผู้นี้คือตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว!

เฉินเซวียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยชา

"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้าคือใครเจ้าเพียงแค่ต้องทำความเข้าใจเรื่องเดียวก็พอแล้ว ตี้หลิง ข้าจะเป็นคนคุ้มครองเอง!"

สายตาที่ตี้หลิงมองไปยังเฉินเซวียนสั่นไหวระริกด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนยากแท้หยั่งถึงเขามั่นใจอย่างเด็ดขาดว่าตนเองไม่รู้จักกับบุรุษตรงหน้าและก็ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือพบกับบุรุษผู้นี้มาก่อนเลยแล้วเหตุใดบุรุษผู้นี้จึงต้องการจะปกป้องคุ้มครองเขาคำถามมากมายพากันผุดขึ้นมาในห้วงสมองของเขาเป็นระลอก

ใบหน้าของหยวนฉีมืดมนลงพลางกล่าวว่า "ท่านพวกเราคือตระกูลเร้นกายผู้สั่นคลอนห้วงมิติแห่งความโกลาหล คุณหนูของพวกเราเคยกล่าวเอาไว้ว่าจะต้องจับเป็น……"

ยังไม่ทันที่หยวนฉีจะกล่าวจนจบเฉินเซวียนก็เอ่ยขัดคำพูดของเขาขึ้นมาเสียก่อนเฉินเซวียนแค่นเสียงเย็นชาว่า "หึหึ…คำพูดของคุณหนูพวกเจ้ามันเกี่ยวอันใดกับข้าด้วยตระกูลเจ้ามันนับเป็นตัวอันใดกันเจ้าคิดว่าการยกเอาตระกูลที่อยู่เบื้องหลังของเจ้ามาขู่แล้วจะทำให้ข้าหวาดกลัวได้งั้นหรือ? หืม?"

บนร่างกายของเฉินเซวียนแผ่ซ่านความเย็นอันยะเยือกออกมาทำให้อุณหภูมิโดยรอบพลันลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

หยวนฉีถูกพลังที่ไร้รูปสายหนึ่งซัดจนร่างลอยกระเด็นถอยหลังออกไปในทันที

ตูม!

ร่างของหยวนฉีกระแทกเข้ากับพื้นดินของเกาะหลงยวนอย่างจังจนทำให้พื้นดินทรุดตัวกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่หลายร้อยเมตรหยวนฉีกระอักโลหิตออกมาจากปาก เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉินเซวียนด้วยความไม่ยากจะเชื่อสายตาตนเอง

รูม่านตาของหยวนฉีหดเกร็งแววตาเผยความรู้สึกลึกซึ้งที่มิอาจเชื่อได้ออกมา "เจ้า...แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่?!"

หยวนฉีในฐานะผู้แข็งแกร่งแห่งห้วงมิติแห่งความโกลาหล ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับตัวตนอันแข็งแกร่งทรงพลังเช่นเฉินเซวียนทว่าเขากลับไม่มีกำลังในการต่อต้านขัดขืนเลยแม้แต่น้อยสิ่งนี้ทำให้เขามีความหวาดกลัวอันลึกล้ำขึ้นมาภายในใจ

เฉินเซวียนสะบัดแขนเสื้ออย่างหมดความอดทนพลางกล่าวว่า "ข้าพบว่าพวกเจ้าที่เป็นกลุ่มคนโง่เขลาเบาปัญญาเหล่านี้ช่างฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเสียจริงพวกเจ้าทั้งหมดจงรีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเสียหากยังกล้าพูดจาไร้สาระอีกแม้เพียงประโยคเดียวข้าจะสังหารพวกเจ้าให้สิ้นทั้งหมด!"

คนที่เหลือเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบพากันพยุงร่างของหยวนฉีแล้วพากันวิ่งหนีเตลิดไปอย่างลนลานและอับอาย

บรรดผู้คนที่เฝ้าดูเรื่องสนุกอยู่ต่างก็เผยแววตาเลื่อมใสเทิดทูนบูชาออกมา

"ผู้อาวุโสช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!"

"นั่นน่ะสิถึงขั้นสามารถเข่นฆ่าผู้แข็งแกร่งขอบเขตกึ่งโกลาหลได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว!"

มหาจักรพรรดิมารสวรรค์เปิดปากกล่าวว่า

"เอาละพวกเราเองก็ควรจะกลับกันได้แล้ว"

หลังจากมหาจักรพรรดิมารสวรรค์กล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปผู้คนทั้งหมดจึงได้พากันเดินตามจากไปเช่นกัน

เฉินเซวียนทอดสายตามองไปยังตี้หลิงอย่างราบเรียบพลางกล่าวว่า

"ข้ามีสองทางเลือกให้แก่เจ้า ยอมสวามิภักดิ์หรือไม่ก็...ตาย!"

จบบทที่ บทที่ 266.สอดมือเข้าแทรกแซง

คัดลอกลิงก์แล้ว