- หน้าแรก
- ระบบปล้นอายุขัย: อัปเกรดสเตตัสไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 90 - อัสนีบาตพิฆาต! ซูจวิ้นสังหารอสูรระดับสี่งูบินเพลิงแดง!
บทที่ 90 - อัสนีบาตพิฆาต! ซูจวิ้นสังหารอสูรระดับสี่งูบินเพลิงแดง!
บทที่ 90 - อัสนีบาตพิฆาต! ซูจวิ้นสังหารอสูรระดับสี่งูบินเพลิงแดง!
บทที่ 90 - อัสนีบาตพิฆาต! ซูจวิ้นสังหารอสูรระดับสี่งูบินเพลิงแดง!
ซูจวิ้นมองดูเงาร่างมหึมาของงูบินบนท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจ
และเมื่อได้ยินว่ามันสามารถพูดภาษามนุษย์ได้เขาก็เริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด
นี่คืออสูรระดับสี่ของแท้!
"ลำตัวใหญ่โต มีลวดลายสีแดงเพลิงพันธนาการทั่วร่าง ปีกทั้งสองคู่ก็มีสีแดงเพลิง... นี่มันอสูรระดับสี่ งูบินเพลิงแดง!"
ซูจวิ้นนึกข้อมูลของอสูรกลายพันธุ์ขึ้นมาในหัวทันทีเมื่อเห็นลักษณะเฉพาะของมัน
งูบินเพลิงแดงชอบอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนระอุ
มันสามารถพ่นเปลวเพลิงอุณหภูมิสูงปรี๊ดออกจากปากได้
ส่วนพรสวรรค์แต่กำเนิดของมันน่ะหรือ?
หนังสือที่ซูจวิ้นเคยอ่านไม่ได้ระบุเอาไว้
"ความแข็งแกร่งของงูบินเพลิงแดงน่าจะเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับแม่ทัพขั้นต้น แต่มันหนังเหนียวทนทาน แถมยังบินได้ พลังของมันจึงเหนือกว่าแม่ทัพขั้นต้นของมนุษย์อยู่เล็กน้อย ส่วนท่านประธานกวนที่มีพลังระดับแม่ทัพขั้นต้นก็ยังมีครูใหญ่กู่เยว่ พี่อิ่ง และผู้อำนวยการจ้าวซงคอยช่วยเหลือ... สองฝั่งนี้ถือว่าสูสีกันทีเดียว!"
ซูจวิ้นลูบคางพลางวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว
"งูบินเพลิงแดงงั้นหรือ? สองวันนี้ฉันกำลังเปรี้ยวปากอยากกินเนื้องูอยู่พอดี นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีงูร่อนมาส่งถึงที่!"
กวนผิงจ้องมองงูบินเพลิงแดงโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
อสูรระดับสี่อาจจะดุร้ายก็จริง
แต่ตอนที่เขาอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มเขาก็เคยสังหารมันมาแล้ว!
"แกคือประธานสมาคมการต่อสู้เมืองไคโจวที่ชื่อกวนผิงสินะ? ปากดีใช้ได้เลยนี่ งั้นข้าจะกลืนแกตกท้องไปซะเดี๋ยวนี้แหละ!"
ประกายความเย็นชาพาดผ่านดวงตาของงูบินเพลิงแดง มันขยับปีกทั้งสองคู่เบาๆ
กระแสลมกระโชกแรงพัดรถบัสจนเอนเอียงไปมา
ผู้เข้าสอบเมืองไคโจวที่พลังฝึกตนยังอ่อนด้อยต่างพากันก้าวถอยหลัง
มีเพียงซูจวิ้นที่ยืนตระหง่านอยู่ที่เดิมอย่างมั่นคงไม่ไหวติง
แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของงูบินเพลิงแดงผ่านกระแสลมพายุนี้
เพียงแค่ขยับปีกก็ทรงพลังถึงเพียงนี้
หากงูบินเพลิงแดงระเบิดพลังทั้งหมดออกมาล่ะ?
เกรงว่าพื้นที่บริเวณนี้คงพังพินาศกลายเป็นซากปรักหักพังในพริบตาแน่
"เข้ามาเลย! วันนี้พวกเราชาวไคโจวจะได้จัดปาร์ตี้เนื้องูกัน!"
เผชิญหน้ากับงูบินเพลิงแดงที่พุ่งเข้ามาในพริบตากวนผิงไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
แหวนมิติของเขาส่องแสงวาบ
ขวานยักษ์สีดำก็ปรากฏขึ้นในมือ
กวนผิงเงื้อขวานยักษ์ขึ้นสุดแขนก่อนจะสับลงกลางหัวของงูบินเพลิงแดง
แต่งูบินเพลิงแดงก็พลิ้วตัวหลบขวานยักษ์ไปได้อย่างคล่องแคล่ว
ขวานของกวนผิงสับกระแทกพื้นดินจนเกิดแรงสั่นสะเทือนพร้อมกับรอยแยกที่ลึกถึงสิบเมตร!
คลื่นกระแทกอันรุนแรงจากคมขวานนี้
ทำให้ผู้เข้าสอบเมืองไคโจวที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตรยังสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนใต้ฝ่าเท้าอย่างชัดเจน
"นี่คือพลังของยอดฝีมือระดับแม่ทัพงั้นหรือ? ร้ายกาจจริงๆ!"
ซูจวิ้นสัมผัสแรงสั่นสะเทือนใต้เท้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความปรารถนา
ฉันเองก็ต้องรีบก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมือระดับแม่ทัพให้เร็วที่สุด!
เมื่อถึงเวลานั้น
การสังหารอสูรระดับสี่ย่อมมอบอายุขัยมหาศาลให้ฉันอย่างแน่นอน!
เมื่อการโจมตีพลาดเป้ากวนผิงก็เตรียมที่จะบุกต่อ
แต่การโจมตีของงูบินเพลิงแดงกลับพุ่งมาถึงก่อน
"ลมหายใจอัคคี!"
งูบินเพลิงแดงอ้าปากกว้างใส่กวนผิง
เปลวเพลิงอันร้อนระอุพ่นพรวดออกมาทันที
กู่เยว่ กู่อิ่ง และคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็รีบกระโดดหลบ
ซูจวิ้นสัมผัสได้ถึงความร้อนลวกที่แผดเผาผิวหนังจนสีหน้าเปลี่ยนไป
เขารีบคว้าตัวเสิ่นปิงเย่ถอยร่นอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับตะโกนสั่งให้ผู้เข้าสอบเมืองไคโจวถอยห่างออกไปอีก
แม้ว่าฉันจะอยู่ห่างจากการโจมตีลมหายใจอัคคีของมันถึงร้อยเมตร
แต่ฉันก็ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุขนาดนี้
อุณหภูมิใจกลางการปะทะนั่นน่าจะสูงถึงหลายพันองศาเลยทีเดียว!
ซูจวิ้นจ้องมองกวนผิงที่ใช้ขวานยักษ์ต้านทานลมหายใจอัคคีของงูบินด้วยใจที่เต้นระทึก
เปลวเพลิงที่เล็ดลอดออกทางด้านข้างของขวานยักษ์หลอมละลายพื้นดินทันทีที่สัมผัส
ส่วนหน้าผากของกวนผิงก็มีเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมา
"ทุกคนเข้าไปช่วยกัน!"
เมื่อจ้าวซงเห็นว่ากวนผิงและงูบินเพลิงแดงกำลังยันนิ่งสู้กันอยู่เขาก็ตะโกนก้องก่อนจะพุ่งตัวออกไปเป็นคนแรก
"เพลงค้อนดาวตก!"
จ้าวซงดึงค้อนหนักสีฟ้าออกมาจากแหวนมิติ
เขาบิดเอวส่งแรง
ปราณโลหิตในร่างพลุ่งพล่าน
เขาควงค้อนหนักสีฟ้าอย่างรวดเร็วจนมันพุ่งเข้าใส่งูบินเพลิงแดงราวกับดาวตก!
"เพลงดาบทลายภูผา!"
กู่เยว่พุ่งตามไปติดๆ ดาบหยกขาวในมือตวัดฟันเข้าใส่ดวงตาของงูบินเพลิงแดงด้วยมุมที่พลิกแพลง
"หมัดมายาไร้ขอบเขต!"
"เพลงเตะเมฆาคลั่ง..."
บรรดาผู้บริหารระดับสูงของเมืองไคโจวพากันงัดวิชาต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมาโจมตีงูบินเพลิงแดง
ซูจวิ้นเห็นดังนั้นก็แอบลอบเข้าไปใกล้ๆ
สมองของเขาประมวลผลค้นหาจุดอ่อนของงูบินเพลิงแดงอย่างรวดเร็ว...
งูบินเพลิงแดงเห็นวิชาต่อสู้มากมายพุ่งทะยานลงมาก็ม่านตาหดแคบลง
"หมารหมู่รึ?"
"พวกเราคนเยอะกว่า จะให้สู้ตัวต่อตัวกับอสูรระดับสี่อย่างแกมันก็ไม่ใช่เรื่องสิ!"
กู่อิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
เวลาสู้กับอสูรไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความยุติธรรมหรอก
เพราะตอนที่พวกมันรวมตัวกันเป็นคลื่นฝูงอสูรทำลายล้างฐานทัพเจียงชาง พวกมันก็ไม่ได้สนใจคำว่ายุติธรรมเหมือนกันนั่นแหละ!
"โง่เง่า!"
แววตาของงูบินเพลิงแดงเปล่งประกายเย็นชาอย่างดูแคลน
มันอ้าปากกว้างอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับมีเปลวเพลิงสีดำก่อตัวขึ้นในปาก
"พรสวรรค์แต่กำเนิด? มันเตรียมใช้พรสวรรค์เพลิงดำถล่มโลกาแล้ว รีบหนีเร็ว!"
กู่เยว่เป็นคนแรกที่จำเปลวเพลิงสีดำในปากของงูบินเพลิงแดงได้ เธอรีบตะโกนเตือนทุกคน
"เพลิงดำถล่มโลกา!"
สิ้นเสียงคำรามอันดุร้ายของงูบินเพลิงแดง
เปลวเพลิงสีดำในปากก็ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝนดาวตก
กู่เยว่ จ้าวซง และคนอื่นๆ หน้าถอดสีด้วยความกลัวรีบกระโดดหลบ
ทุกที่ที่เปลวเพลิงสีดำตกลงมากระทบจะเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องและพื้นดินก็หลอมละลายในพริบตา
ผู้เข้าสอบเมืองไคโจวต่างเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวา
"หึหึ พวกแกที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของเมืองไคโจวอาจจะหลบพรสวรรค์ของข้าพ้น แต่พวกเด็กลูกเจี๊ยบพวกนั้นจะหลบพ้นหรือเปล่าล่ะ?"
งูบินเพลิงแดงจ้องมองไปยังกลุ่มผู้เข้าสอบที่อ่อนแอพร้อมกับเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
จ้าวซง กู่เยว่ และผู้บริหารคนอื่นๆ รู้สึกใจคอไม่ดี
พวกเขาหลบการโจมตีนี้พ้น
แต่พวกผู้เข้าสอบไม่มีทางหลบพ้นแน่นอน
งูบินเพลิงแดงอ้าปากกว้างพ่นเปลวเพลิงสีดำห่าใหญ่เข้าใส่กลุ่มผู้เข้าสอบ
จำนวนเปลวเพลิงสีดำที่หนาแน่นทำให้เหล่าผู้เข้าสอบรู้สึกสิ้นหวัง!
ทว่าในช่วงเวลาที่ผู้บริหารระดับสูงของเมืองไคโจวกำลังสิ้นหวังนั้นเอง
ร่างร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมายืนขวางหน้า
"ขวานเทวะไร้ขอบเขต!"
กวนผิงพุ่งทะยานฝ่าห่าฝนเพลิงสีดำอย่างรวดเร็ว
เขาควงขวานยักษ์อย่างบ้าคลั่ง
เพื่อปัดป้องเปลวเพลิงสีดำเหล่านั้นให้กระเด็นไปทางอื่น
เหล่าผู้เข้าสอบและผู้บริหารระดับสูงเห็นเปลวเพลิงสีดำลอยห่างออกไปก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"กวนผิง แกอยากตายนักใช่มั้ย? รับการโจมตีเพลิงดำไปเยอะขนาดนั้น ต่อให้แกไม่ตายก็ต้องคางเหลืองแน่!"
งูบินเพลิงแดงจ้องมองกวนผิงที่ยืนหยัดรับเพลิงสีดำอยู่ด้านหน้าพร้อมกับเอ่ยเยาะเย้ย
ซูจวิ้นที่ลอบเข้ามาทางด้านหลังของงูบินเพลิงแดงชะโงกหน้ามอง
เขาพบว่าแม้กวนผิงจะปัดป้องเพลิงสีดำส่วนใหญ่ไปได้ แต่มันก็ยังมีบางส่วนที่ร่วงโดนตัวเขาอยู่ดี
ทุกที่ที่ผิวหนังสัมผัสกับเพลิงสีดำ มันจะไหม้เกรียมเป็นสีดำสนิทในชั่วพริบตา
จากใบหน้าที่บิดเบี้ยวของกวนผิง
ซูจวิ้นก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังทนรับความเจ็บปวดแสนสาหัสขนาดไหน
"บาดเจ็บแล้วไง! ขอแค่ปกป้องผู้เข้าสอบเมืองไคโจวไว้ได้ ต่อให้ตายก็คุ้ม!"
กวนผิงจ้องหน้างูบินเพลิงแดงพร้อมกับประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ผู้เข้าสอบและผู้บริหารระดับสูงเมืองไคโจวต่างรู้สึกเคารพศรัทธาในตัวกวนผิงอย่างหมดหัวใจ!
ซูจวิ้นก็มองกวนผิงด้วยแววตายกย่องเช่นกัน
"โง่เง่า! ช่างโง่เขลาเสียจริง!"
งูบินเพลิงแดงหัวเราะเยาะเสียงดังลั่น
ก่อนที่ใบหน้าของมันจะเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมและจ้องมองกวนผิง
"กวนผิง ในเมื่อแกรนหาที่ตายนัก ข้าก็จะสนองให้! เสาเพลิงดำ!"
งูบินเพลิงแดงงัดพรสวรรค์แต่กำเนิดที่สองออกมาใช้
มันพ่นเสาเพลิงที่เกิดจากการควบแน่นของเพลิงสีดำเข้าใส่ผู้เข้าสอบเมืองไคโจว
เสาเพลิงดำต้นนี้แผ่รังสีอำมหิตจนน่าขนลุก
แต่กวนผิงกลับพุ่งตัวถือขวานยักษ์เข้าปะทะอย่างไม่คิดชีวิต
"ขวานเทวะไร้ขอบเขต!"
กวนผิงฝืนใช้พลังปะทะกับเสาเพลิงดำจนสะท้อนมันกลับไปได้
แต่ภาพที่ทุกคนเห็น
คือรอยไหม้เกรียมบนร่างของเขาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
"ไอ้บ้า! กวนผิง แกมันไอ้บ้าชัดๆ!"
งูบินเพลิงแดงเห็นกวนผิงสู้แบบไม่กลัวตายก็เริ่มหวาดกลัว!
มันรีบกระพือปีกหมายจะบินหนี
แต่กวนผิงก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวมันเสียแล้ว
เขารวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่น้อยนิด
ฟาดขวานเข้าที่ใต้คอของงูบินเพลิงแดงเต็มแรง
คมขวานสับลึกจนเห็นกระดูก
เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา
แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้กวนผิงใช้พลังไปมากกับการปกป้องผู้เข้าสอบเมืองไคโจว
ขวานนี้จึงไม่สามารถปลิดชีพงูบินเพลิงแดงได้
"กวนผิง แกไปตายซะเถอะ!"
งูบินเพลิงแดงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดก่อนจะแสดงสีหน้าคลุ้มคลั่ง
มันอ้าปากกว้าง
หมายจะกัดร่างของกวนผิงให้ขาดสะบั้น
หลังจากใช้พรสวรรค์แต่กำเนิดติดต่อกัน
แถมยังโดนขวานอันหนักหน่วงของกวนผิงสับเข้าอย่างจัง
พลังรบของงูบินเพลิงแดงก็ลดฮวบลงอย่างมาก
มันไม่สามารถใช้พรสวรรค์แต่กำเนิดหรือพ่นลมหายใจอัคคีได้อีกแล้ว
มันจึงต้องใช้วิธีการต่อสู้แบบดั้งเดิมที่สุดของอสูรเพื่อสังหารกวนผิง
จ้าวซง กู่เยว่ และคนอื่นๆ อยากจะเข้าไปช่วย แต่ก็อยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง
เหล่าผู้เข้าสอบต่างแสดงสีหน้าโศกเศร้า
"อึก... ยังขาดไปอีกนิด..."
กวนผิงมองขวานยักษ์ที่คาบติดอยู่ใต้คอของงูบินเพลิงแดงด้วยความเสียดาย
เขาอยากจะลากงูบินเพลิงแดงลงนรกไปด้วยกันก่อนตาย
แต่ความหวังนั้นก็พังทลายลง
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ร่างร่างหนึ่งก็พุ่งผ่านตัวกวนผิงไป นั่นคือซูจวิ้น!
เขาคิดจะทำอะไร?
กวนผิง จ้าวซง และคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึง
ทันใดนั้น
ความคิดที่บ้าบิ่นก็ผุดขึ้นมาในหัวของพวกเขา
ไอ้เด็กนี่คงไม่ได้คิดจะ...
"ฝ่ามือวายุอัสนี!"
ฝ่ามือขวาของซูจวิ้นมีกระแสลมหมุนวนและสายฟ้าแลบแปลบปลาบ
เขาตวัดฝ่ามือฟาดลงบนขวานยักษ์ที่ฝังแน่นอยู่ใต้คอของงูบินเพลิงแดงอย่างแรง!
"ม่ายยย!"
งูบินเพลิงแดงแผดเสียงคำรามด้วยความหวาดกลัว
จากนั้น
หัวของมัน
ก็ถูกขวานยักษ์ที่แฝงไปด้วยพลังอัสนีบาตสับจนขาดกระเด็น!
[จบแล้ว]