- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนไหกู่: สู่เส้นทางเทพเจ้าวันสิ้นโลก
- บทที่ 670 - นี่มันความคิดของคนปกติเหรอเนี่ย?
บทที่ 670 - นี่มันความคิดของคนปกติเหรอเนี่ย?
บทที่ 670 - นี่มันความคิดของคนปกติเหรอเนี่ย?
บทที่ 670 - นี่มันความคิดของคนปกติเหรอเนี่ย?
ความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขามันมากเกินไปแล้ว
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ทักษะนี้จะมีประโยชน์กับเขาอย่างมหาศาลเลยทีเดียว
สามารถนำมาหลอมรวมและคัดกรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้กู่ที่แข็งแกร่งที่สุดในท้ายที่สุด
แต่ก็นะ
เขาดันเก่งขนาดนี้ซะแล้ว
ทักษะนี้ก็เลยกลายเป็นเพียงทักษะสนับสนุนไปโดยปริยาย จะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อนำกู่มาหลอมรวมให้ได้กู่เฉพาะทางในเวลาที่เหมาะสม เพื่อรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น
ถ้าคนอื่นมารู้ความคิดของกู้เหวินเข้าล่ะก็ คงได้กระอักเลือดด้วยความโมโหแน่ๆ
ที่รู้สึกเซ็งเพราะตัวเองเก่งเกินไปเนี่ยนะ
นี่มันความคิดของคนปกติเหรอเนี่ย?
หน้าด้านหน้าทนเกินไปแล้ว!
หลังจากเก็บกู่วิวัฒนาการแล้ว กู้เหวินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ใช้ได้เลย
การวิวัฒนาการกู่ทั้งสี่ตัวในครั้งนี้ ทำให้ความแข็งแกร่งและความสามารถในทุกๆ ด้านของเขายกระดับขึ้นอย่างมาก
และนี่...
ก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อภารกิจในประเทศแดนภารตะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ ความแข็งแกร่งของเขาจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
ก็แหงล่ะ...
ถึงตอนนั้น
กู่อายุขัยก็สามารถวิวัฒนาการได้อีกรอบแล้วนี่นา!
ยิ่งรวมกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่ได้มา กู่ตัวอื่นๆ ที่เขาครอบครองก็อาจจะมีโอกาสได้อัปเกรดเช่นกัน
นี่แหละคือความฟินของการฆ่าคนชิงสมบัติ!
กู้เหวินรับรู้ถึงพลังในร่างกาย ครั้นพอนึกคิดก็ฉีกมิติและมาปรากฏตัวอยู่ในห้องทำงานของหลิวฮ่าวทันที
ในขณะนี้
หลิวฮ่าวกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน รัวนิ้วพิมพ์คีย์บอร์ดดังเปาะแปะ เพื่อแต่งเรื่องราวพิลึกพิลั่นให้กู้เหวินต่อไป
แต่จะว่าไป ถึงแม้เรื่องที่หลิวฮ่าวแต่งจะดูแปลกประหลาด หลุดโลก โอเวอร์วังไปไกล และไม่ได้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงเลยแม้แต่น้อย
แต่ด้วยลีลาการเล่าเรื่องที่สมจริงสมจังของหลิวฮ่าว ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงไปซะหมด
สมจริงซะจนน่าขนลุก
พอเห็นกู้เหวินโผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง หลิวฮ่าวก็แทบจะหัวใจวายตาย
เขารีบปิดโปรแกรมเขียนนิยายอย่างไว แล้วแกล้งทำตัวนิ่งขรึมมองกู้เหวินพลางเอ่ยถาม
"อ้าว เสี่ยวกู้ นายมาได้ยังไงเนี่ย? ปุบปับเชียว!"
"เมื่อกี้นายเพิ่งจะทะลวงระดับไม่ใช่เหรอ? เสร็จแล้วเหรอ? เป็นไงบ้างล่ะ?"
หลิวฮ่าวตื่นเต้นจนเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือไปหมด
ไม่ว่ายังไงก็ตาม
เขาจะให้กู้เหวินรู้เรื่องวีรกรรมที่เขาก่อไว้ช่วงนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ไม่อย่างนั้นล่ะก็...
เขาได้ซวยหนักแน่ๆ!
กู้เหวินมองหลิวฮ่าว ในใจก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
ไม่รู้ทำไม
เขาถึงรู้สึกว่าหลิวฮ่าวทำตัวแปลกๆ ตลอดเวลา
แต่ว่านะ...
เขาก็มองไม่ออกอยู่ดีว่าแปลกตรงไหน มันยังไงกันแน่นะ...
ไม่นานนัก
กู้เหวินก็ส่ายหัว เลิกคิดฟุ้งซ่าน
ช่างมันเถอะ
ก็แค่หลิวฮ่าว ให้แกเป็นมาสคอตประจำเมืองอิ๋นเหอไปก็แล้วกัน อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ
แม้แต่กู้เหวินเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่า เขามักจะเผลอลืมสืบเรื่องราวที่หลิวฮ่าวทำอยู่เป็นประจำ ถึงแม้เขาจะสงสัยมาหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม...
แต่จู่ๆ ก็มักจะลืมไปดื้อๆ หรือไม่ก็ขี้เกียจจะไปยุ่งซะงั้น
กู้เหวินเดินไปหยุดตรงหน้าหลิวฮ่าว ครั้นพอนึกคิด ก็นำวัตถุดิบและโถกู่ออกมากองพะเนินเทินทึกพลางเอ่ยขึ้น "ของพวกนี้ ฉันกวาดมาจากประเทศกิมจิกับประเทศแดนภารตะน่ะ"
"นายเอาไปแบ่งปันให้ทุกคนด้วยล่ะ ผู้ใช้กู่ในเมืองอิ๋นเหอยังต้องเพิ่มความแข็งแกร่งอีกเยอะ"
ปัจจุบัน เมืองอิ๋นเหอมีความสำคัญกับกู้เหวินมากพอสมควร
ดังนั้น หากมีวิธีใดที่สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับคนในเมืองอิ๋นเหอได้ กู้เหวินย่อมยินดีที่จะทำ
ก็แหงล่ะ
เรื่องพวกนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาอยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้เห็นแก่ตัวขนาดนั้น
พอเห็นวัตถุดิบพวกนี้ นัยน์ตาของหลิวฮ่าวก็เบิกกว้างเป็นประกาย เขาลอบกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยขึ้น "พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ทำไมวัตถุดิบกับโถกู่มันถึงได้เยอะแยะขนาดนี้เนี่ย!"
"แถมยังมีของระดับสีส้มอีกเพียบเลย!"
"นี่นายไปฆ่ายอดฝีมือมามากขนาดไหนเนี่ย!"
หัวใจของหลิวฮ่าวเต้นระรัวขึ้นมาทันที
ใครจะไปคิดล่ะว่า จู่ๆ กู้เหวินโผล่มาก็มีเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่มาฝากเขาแบบนี้
เกิดมาเขาไม่เคยเห็นวัตถุดิบกับโถกู่ระดับสูงเยอะแยะตาแป๊ะไก่ขนาดนี้มาก่อนเลยนะ!
อย่าว่าแต่เขาเลย!
ต่อให้เอาผู้ใช้กู่ระดับเก้ามาเห็น ก็คงตะลึงไม่ต่างกันหรอก!
กู้เหวินไหวไหล่พลางตอบ
"อืม... น่าจะมีผู้ใช้กู่ระดับเก้าสักเก้าคนมั้ง? หรือสิบคนหว่า?"
"จำไม่ได้แล้วสิ"
"แต่ของสะสมของพวกนี้นี่มันเยอะเอาเรื่องเหมือนกันนะ"
ผู้ใช้กู่ระดับเก้าตั้ง 9 คน!
แถมยังอาจจะ 10 คนด้วยซ้ำ!
พอได้ยินแบบนั้น มุมปากของหลิวฮ่าวก็กระตุกยิกๆ อีกรอบ
บ้าเอ๊ย!
นี่มันคำพูดของคนจริงๆ เหรอวะเนี่ย?
โรคจิต!
โรคจิตเกินไปแล้ว!
หลิวฮ่าวทนไม่ไหวจนต้องโพล่งออกมา
"เสี่ยวกู้ เมื่อไหร่นายจะลองไปสู้กับเทพเจ้าดูบ้างล่ะ ฉันว่าพวกเทพเจ้าน่าจะดรอปวัตถุดิบเจ๋งๆ เหมือนกันนะ เผลอๆ อาจจะระดับสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ!"
ขณะที่พูด
นัยน์ตาของหลิวฮ่าวก็เป็นประกายวิบวับ
เขาเริ่มตั้งหน้าตั้งตารอวันนั้นแล้วล่ะ
ตอนนี้กู้เหวินยังสามารถยกระดับเมืองอิ๋นเหอได้มากขนาดนี้ แล้วถ้ากู้เหวินแกร่งขึ้นไปอีกขั้นล่ะ?
ถ้ากู้เหวินกลายเป็นเทพเจ้าขึ้นมาจริงๆ ล่ะ?
ฮี่ๆๆ!
ถึงเวลานั้น เมืองอิ๋นเหอของเขาก็จะได้พลอยฟ้าพลอยฝน ได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้าเลยไม่ใช่หรือไง?
กู้เหวินเส้นเลือดปูดขึ้นขมับ
"นายก็กล้าคิดเนอะ"
หลิวฮ่าวพึมพำกับตัวเอง
"ฉันกล้าคิดกว่าที่นายคิดอีกนะจะบอกให้"
ก็แหงล่ะ
ในปลายปากกาของเขาน่ะ กู้เหวินกลายเป็นเทพนักฆ่าพระเจ้าไปตั้งนานแล้ว!
มีอะไรที่เขาไม่กล้าคิดบ้างล่ะ?
ไม่มีทางหรอก
กู้เหวินขมวดคิ้ว
"หืม?"
หลิวฮ่าวรีบกลบเกลื่อน
"เปล่าๆ ไม่มีอะไร ฉันแค่จะบอกว่าเสี่ยวกู้พยายามเข้าล่ะ!"
พูดจบ
หัวใจของหลิวฮ่าวก็กลับมาเต้นตึกตักอีกครั้ง
บ้าเอ๊ย!
เมื่อไหร่เขาจะเลิกนิสัยได้ใจจนลืมตัวสักทีนะ!
เกือบหลุดปากโป้งเรื่องตัวเองไปซะแล้ว!
ดีนะที่ช่วงนี้ไม่รู้ทำไม เซนส์ของเสี่ยวกู้ดูเหมือนจะตกลงไปเยอะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ความลับเรื่องที่เขาเป็นฮ่าวเทียนตี้คงแตกดังโพละไปแล้ว!
กู้เหวินมองหลิวฮ่าวด้วยสายตาแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
"เอาล่ะ งั้นฉันไปประเทศแดนภารตะก่อนนะ เมืองอิ๋นเหอก็ฝากนายดูแลชั่วคราวไปก่อนแล้วกัน"
"อ้อจริงสิ กัปตันหลี่กลับมาหรือยัง?"
หลิวฮ่าวฉีกยิ้มกว้างพลางพยักหน้ารับ "เขากลับมาแล้วล่ะ เขานี่รู้ความกว่านายเยอะเลยนะ พอกลับมาปุ๊บก็รีบมารายงานฉันเป็นอย่างแรก แล้วถึงค่อยกลับบ้าน เขาบอกว่าครั้งนี้เขาก็ได้พัฒนาขึ้นเยอะเหมือนกัน รอให้ย่อยสลายพลังเสร็จแล้วจะไปช่วยนายที่ประเทศแดนภารตะ"
ขณะที่พูด
สายตาของหลิวฮ่าวที่มองกู้เหวินก็แฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
ดูสิว่าหลี่เหลิ่งเขารู้จักความเคารพยำเกรงขนาดไหน!
หันมาดูนายสิ!
ทำไมถึงได้ต่างกันลิบลับแบบนี้เนี่ย!
เมื่อไหร่เสี่ยวกู้จะรู้จักความแบบเสี่ยวเหลิ่งบ้างนะ!
ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ ตำแหน่งผู้อำนวยการนี่ ต่อให้ตายเขาก็ยอมพลีชีพให้เลย
แต่กู้เหวินกลับเมินสายตาของหลิวฮ่าวไปโดยปริยาย พร้อมกับพยักหน้ารับ
"รู้แล้วล่ะ ไว้เจอกันคราวหน้านะ"
พูดจบ
กู้เหวินก็กระตุ้นกู่ข้ามห้วงมิติอีกครั้ง พริบตานั้นพลังงานมิติอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทุขึ้นกลางอากาศ แล้วร่างของกู้เหวินก็หายวับไปจากตรงนั้นในทันที
ตั้งแต่ได้กู่ข้ามห้วงมิติมา กู้เหวินก็แทบจะลืมวิธีเดินไปแล้ว
ยังไงซะพอเจอเรื่องยุ่งยากปุ๊บ ก็วาร์ปหนีปั๊บ!
ชิลสุดๆ
ในระหว่างนั้น
อัจฉริยะกู่เทคโนโลยีก็ส่งข้อความมากู้เหวินอีกแล้ว
[ฉันรู้เรื่องทางฝั่งประเทศแดนภารตะแล้วนะ ทำได้ดีมาก สมแล้วล่ะที่ฉันไม่ได้ดูถูกนายเลย]
มุมปากของกู้เหวินกระตุกเล็กน้อย
[นี่นายไม่ได้ดูถูกฉันเหรอ? นี่นายปล่อยปละละเลยฉันชัดๆ ถ้ายกเว้นความสงสารของเถ้าแก่เฉาแล้วล่ะก็ ป่านนี้คนในเมืองอิ๋นเหอคงตายห่ากันหมดแล้ว!]
ถ้าไม่นับรวมกู่มรณะล่ะก็
ขืนให้ลาก่าแห่งเทียนซ่างเทียนลงมือเมื่อไหร่ พวกเขาได้ตายห่ากันยกแก๊งจริงๆ แน่!
อัจฉริยะกู่เทคโนโลยีตอบกลับมานิ่งๆ
[เรื่องพวกนี้นายก่อขึ้นมาเอง การที่นายต้องมาตามเช็ดตามล้างเองมันก็สมเหตุสมผลดีแล้วนี่]
กู้เหวินถึงกับเถียงไม่ออก
บ้าเอ๊ย...
มันก็จริงของเขานะ...
เรื่องบ้าพวกนี้เขาก่อขึ้นมาเองจริงๆ พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอก
จังหวะนั้นเอง
อัจฉริยะกู่เทคโนโลยีก็ส่งข้อความมาอีก
[เอาเถอะ สรุปคือนายทำได้ดีมาก ส่วนขั้นตอนต่อไปจะทำยังไง ก็แล้วแต่อารมณ์นายเลยแล้วกัน ส่วนถ้าต้องการให้ช่วยอะไร ก็บอกฉันได้ตลอดเวลา]
[แต่ฉันก็ไม่รับปากนะว่าจะช่วยได้ไหม]
[โดยเฉพาะเรื่องขอกำลังสนับสนุนจากผู้ใช้กู่เนี่ย ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด]
กู้เหวินเห็นข้อความแล้วหน้าดำทะมึนทันที
[ถ้าช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง แล้วนายจะมาพล่ามทำไมเนี่ย?]
อัจฉริยะกู่เทคโนโลยีส่งข้อความกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะ
[ใครบอกว่าช่วยอะไรไม่ได้เลย ฉันสามารถออกแถลงการณ์แทนนายได้ แล้วก็กดดันทางการทูตกับประเทศแดนภารตะได้นิดหน่อย การประสานงานอะไรเทือกนี้ก็ยังพอมีประโยชน์อยู่นะ]
มุมปากของกู้เหวินกระตุกเบาๆ
[งั้นก็ขอบใจมากนะ]
พูดจบ กู้เหวินก็ส่ายหน้าอย่างระอา แล้วตัดการติดต่อไปดื้อๆ
ดูทรงแล้ว
คงหวังพึ่งกำลังสนับสนุนจากทางนั้นไม่ได้แล้วล่ะ
แต่ทว่า
พอมีผู้ใช้กู่ระดับสิบอย่างยามาตาโนะโอโรจิและฮิมิโกะที่เฉาเชาส่งมาช่วย เขาก็ไม่ต้องการกำลังสนับสนุนอะไรอีกแล้วล่ะ จะให้จิ่วโจวส่งผู้ใช้กู่ระดับสิบมาช่วยอีกแรงเหรอ?
ฝันไปเถอะ
ไม่มีทางเป็นไปได้!
และการที่จิ่วโจวสามารถช่วยกดดันทางการทูตให้เขาได้...
ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
เวลานี้เอง
เว็บไซต์ทางการของจิ่วโจวก็ประกาศแถลงการณ์ออกมาพร้อมๆ กัน
[เนื่องจากประเทศแดนภารตะได้ทำการยั่วยุ ลักพาตัว และรุกรานอาณาเขตของเราหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ผู้ใช้กู่ในอาณาเขตของเราเกิดความไม่พอใจ จึงได้นำกำลังคนสนิทออกไปปราบปรามประเทศแดนภารตะ!]
[นี่คือการตักเตือนประเทศแดนภารตะ หวังว่าพวกท่านจะรู้จักเจียมตัว]
[และอีกเรื่องหนึ่ง!]
[ขอเตือนพวกท่านว่า ห้ามทำร้ายบุคคลของฝ่ายเราเด็ดขาด อนุญาตให้ตั้งรับได้อย่างเดียวเท่านั้น รอให้บุคคลของฝ่ายเราได้ระบายความโกรธแค้นจนพอใจแล้ว พวกเขาจะกลับมาเอง]
[หากพวกท่านทำร้ายบุคคลของฝ่ายเราแม้แต่ปลายเล็บล่ะก็...]
[จิ่วโจวจะประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับพวกท่านทันที!]
เมื่อแถลงการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป
ทั่วโลกก็เดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง
พระเจ้าช่วย
ก่อนหน้านี้จิ่วโจวก็ปิดปากเงียบมาตลอด ไม่คิดเลยว่าจู่ๆ จะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ขนาดนี้
แถลงการณ์นี้มันไม่ได้เห็นหัวประเทศแดนภารตะเลยนี่หว่า!
อนุญาตให้โดนอัดฝ่ายเดียว
ห้ามตอบโต้เด็ดขาด
ตัวหนังสืออันเย็นชาแต่ละบรรทัด นี่มันใช่สิ่งที่มนุษย์มนาเขาคิดกันได้เหรอเนี่ย?
นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!
ประชาชนฝั่งประเทศแดนภารตะถึงกับเดือดปุดๆ ในทันที
"บ้าเอ๊ย ไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว นี่มันหยามพวกเราเหมือนเป็นหมูเป็นหมา เป็นเดรัจฉานชัดๆ!"
"จิ่วโจวมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวสูงส่งวางอำนาจแบบนี้ มีสิทธิ์อะไรวะ!"
"ตอบโต้แล้วจะทำไม? เราไม่เพียงแต่จะตอบโต้ แต่เราจะฆ่าไอ้พวกผู้บุกรุกสารเลวพวกนี้ให้หมด!"
"ฉันโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแล้ว นี่มันคือการกลั่นแกล้งกันซึ่งๆ หน้าของจิ่วโจวชัดๆ"
"เพียงเพราะพวกมันเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก พวกมันก็เลยรังแกพวกเราได้งั้นเหรอ? เอาสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!"
"ไม่สนแล้ว! ครั้งนี้จิ่วโจวต้องออกมารับผิดชอบ และต้องขอโทษพวกเราเดี๋ยวนี้!"
ไม่ได้มีเพียงประชาชนชาวประเทศแดนภารตะเท่านั้นที่โกรธแค้น
แต่เบื้องบนของประเทศแดนภารตะก็โกรธจัดไม่แพ้กัน
ในการประชุมที่นิวเดลี
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างหน้าดำคร่ำเครียด มองดูแถลงการณ์ของจิ่วโจวด้วยความโกรธจนตัวสั่น เผลอๆ อาจจะกระอักเลือดตายได้เลย!
บ้าเอ๊ย!
จิ่วโจวกล้าเขียนตัวหนังสือพวกนี้ออกมาได้ยังไง!
พวกเขาเป็นถึงประเทศที่มีอธิปไตยเลยนะ!
แต่ทว่า!
จิ่วโจวเห็นพวกเขาเป็นคนบ้างหรือเปล่าล่ะ?
ทว่า...
แม้ว่าภายในใจจะโกรธแค้นแทบคลั่ง แต่พวกเขาก็ยังคงปิดปากเงียบ ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรออกมาสักคำ...
เพราะว่า
แผนการตอบโต้ทุกรูปแบบ พวกเขาคิดหาทางออกไว้หมดแล้ว และข้อสรุปสุดท้ายที่ได้ก็คือ...
เป็นไปไม่ได้
สู้กับจิ่วโจวงั้นเหรอ?
สู้พ่องสิ
ขืนสู้ไปมีแต่จะยิ่งตายเร็วขึ้น สู้ปล่อยให้พวกกู้เหวินระบายอารมณ์อยู่ในเขตประเทศแดนภารตะไปก่อนดีกว่า... อย่างน้อยๆ... แบบนั้นก็ยังพอควบคุมผลลัพธ์ได้บ้าง...
ทุกคนต่างคิดแบบนี้เหมือนกันหมด
ก็แหงล่ะ
พวกเขามีสายเลือดสูงส่ง มีฐานะพิเศษ และทุกคนก็รวมตัวกันอยู่ที่นิวเดลีหมดแล้วนี่
กู้เหวินคงไม่มีทางบุกมาถึงที่นี่ได้หรอก
ส่วนที่อื่นๆ...
ก็ให้กู้เหวินไประบายอารมณ์เอาเองก็แล้วกัน
รอกู้เหวินระบายอารมณ์จนพอใจ หายโกรธแล้ว ทุกอย่างก็จบลงไม่ใช่เหรอ?
ไม่นานนัก
ก็มีคนเอ่ยขึ้น
"งั้น... ก็ปล่อยให้พวกเขาทำตามใจชอบไปเถอะ ยังไงพวกเขาก็สั่นคลอนรากฐานของพวกเราไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าพวกเราตอบโต้อีกครั้ง จนดึงคนของจิ่วโจวเข้ามาเพิ่มล่ะก็... ทุกอย่างจะควบคุมไม่ได้แล้วนะ"
ขณะที่คนคนนี้พูด เขาก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ
คนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน แววตาของพวกเขาแฝงไปด้วยความระแวดระวัง
นี่แหละคือสิ่งที่พวกเขาเป็นกังวลมากที่สุด
ตอนนี้จิ่วโจวส่งกู้เหวินมาแค่คนเดียว ก็ป่วนพวกเขาซะจนฟ้าถล่มดินทลาย ถึงขั้นเรียกได้ว่าสูญเสียอย่างหนักหน่วง!
นับตั้งแต่กู่จุติลงมา นี่เป็นความสูญเสียที่หนักหนาสาหัสที่สุดเลยก็ว่าได้!
ถ้าหากเกิดสงครามเต็มรูปแบบขึ้นมาจริงๆ แล้วจิ่วโจวส่งยอดฝีมือมาเพิ่มล่ะก็ พวกเขารับมือไม่ไหวแน่ๆ!
ถึงตอนนั้น
คนที่ตายอาจจะเป็นพวกเขาเองก็ได้
ไม่นานก็มีคนเอ่ยขึ้นอีก
"ฉัน... ฉันเห็นด้วย ยังไงซะเขตแดนข้างนอกนั่น คนพวกนั้น ตายก็ตายไปเถอะ... ห้ามเปิดศึกเต็มรูปแบบเด็ดขาด"
"ฉัน... ก็เห็นด้วย"
"ฉันก็เหมือนกัน"
"หึ นี่ไม่ได้แปลว่าเรากลัวจิ่วโจวหรอกนะ แต่เราไม่อยากให้สถานการณ์มันบานปลายไปมากกว่านี้ พวกเราต่างหากที่เป็นฝ่ายห่วงใยเรื่องนี้ที่สุด ไม่เหมือนจิ่วโจวที่ไม่มีวิสัยทัศน์เอาซะเลย!"
ไม่นานนัก
เสียงส่วนใหญ่ก็โหวตเห็นด้วย
และกลยุทธ์ที่พวกเขาเลือกก็คือ ไม่ต่อต้าน!
ไม่ว่ากู้เหวินจะบุกไปที่ไหน ถ้าอยากฆ่าก็ปล่อยให้ฆ่า ถ้าอยากยึดเมืองก็ปล่อยให้ยึดไปเลย!
ไม่เป็นไรแล้ว!
ขอแค่ไม่สั่นคลอนรากฐานของพวกเขาก็พอ!
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
พวกเขาก็หมดหนทางแล้วจริงๆ นั่นแหละ
ถอยออกมามองสักก้าวเถอะ ต่อให้ไม่คำนึงถึงภัยคุกคามจากจิ่วโจว การจะให้พวกเขารวบรวมกองทัพไปต่อกรกับกู้เหวินในตอนนี้ พวกเขาก็ทำไม่ได้แล้วล่ะ!
ครั้งก่อนพวกเขาต้องระดมกำลังกันทั้งประเทศแล้วนะ
ถึงได้รวบรวมผู้ใช้กู่ระดับเก้ามาได้ 7 คน
แล้วผลลัพธ์เป็นยังไงล่ะ?
ตายอนาถสุดๆ...
แถมยังไม่มีพลังจะไปต่อต้านอะไรได้เลย!
ยิ่งไปกว่านั้น
แม้แต่ผู้ใช้กู่ระดับสิบของตระกูลหม่าข่าที่ลงมาช่วย ก็ยังตายห่าไปแล้วเลย!
ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าพวกเขายังดึงดันจะสู้กับกู้เหวินต่อไปล่ะก็ พวกเขาคงเป็นพวกงี่เง่าเต็มทน!
หมดทางสู้แล้ว
หมดหนทางโดยสิ้นเชิง
ในเมื่อสู้ยังไงก็สู้ไม่ได้
การยอมจำนน กลับกลายเป็นทางออกที่รักษาหน้าได้ดีที่สุดซะงั้น!
ตอนนี้พวกเขาหวังเพียงแค่ว่า กู้เหวินจะทำตามที่ทางการจิ่วโจวประกาศเอาไว้ พอระบายอารมณ์เสร็จแล้วก็จากไป...
ไม่อย่างนั้นล่ะก็...
พวกเขาคงถูกบีบให้ต้องนำสิ่งที่ห้ามนำออกมาใช้มาใช้แน่ๆ
[จบแล้ว]