เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1040 - บัลลังก์แห่งความว่างเปล่า

บทที่ 1040 - บัลลังก์แห่งความว่างเปล่า

บทที่ 1040 - บัลลังก์แห่งความว่างเปล่า


บทที่ 1040 - บัลลังก์แห่งความว่างเปล่า

"โปรระดับสะท้านฟ้าเชียว" ฮวาเยวี่ยตาเป็นประกาย "ใหญ่แค่ไหนล่ะนั่น"

"คงระดับลูกพี่ใหญ่แห่งมิติความว่างเปล่ามั้ง"

"เจ๋งเป้งไปเลยเสี่ยวหยวนจื่อ แบบนี้ก็พุ่งทะยานม้วนเดียวจบสิ"

"นี่ยังไม่เท่าไหร่นะ เดี๋ยวฉันจะเล่นของใหญ่กว่านี้อีก" จางหยวนยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปบอกฮวาเยวี่ย "เธอพาก้อนขนเทาไปคอยคุ้มกันฉันรอบนอกที พยายามให้มันดูดกลืนออร่าตอนที่ฉันทะลวงระดับให้มากที่สุด ฉันไม่อยากให้มันเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตในความโกลาหลไท่ซวี"

"ได้สิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าลูกพี่ใหญ่มิติความว่างเปล่าอย่างแกจะยิ่งใหญ่ไปได้สักแค่ไหน"

ฮวาเยวี่ยพูดหยอกล้อพลางยิ้ม ก่อนจะอุ้มก้อนขนเทาถอยห่างออกไปเพื่อคอยคุ้มกันจางหยวน

เมื่อเห็นฮวาเยวี่ยพาก้อนขนเทาไปประจำที่แล้ว แววตาของจางหยวนก็ค่อยๆ จริงจังขึ้น เขาเริ่มต้นด้วยการใช้งานสกิลจำกัดการใช้ [คืนสู่ความว่างเปล่า] ก่อนเป็นอันดับแรก

แควก!!!

ในวินาทีที่จางหยวนใช้ [คืนสู่ความว่างเปล่า] มิติรอบตัวเขาก็พลันปริศนาออกราวกับรูดซิป พลังจากมิติแห่งความว่างเปล่าที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของรอยแยกมิติเริ่มแผ่ซ่านออกมาและกัดกร่อนความโกลาหลไท่ซวี

ครั้งนี้จางหยวนเตรียมตัวมาดีแล้ว ในวินาทีที่รอยแยกมิติถูกเปิดออก เขาก็กางค่ายกลกระบี่เพื่อแบ่งแยกตัวเองและรอยแยกนั้นออกจากความโกลาหลไท่ซวีทันที

ในขณะเดียวกัน ที่อีกฝั่งหนึ่งของรอยแยกก็มีแรงดึงดูดที่ไม่มากไม่น้อยโผล่ขึ้นมา ราวกับมันกำลังพยายามฉุดรั้งจางหยวนให้เข้าไปในมิติแห่งความว่างเปล่า

ฮวาเยวี่ยที่อยู่ริมค่ายกลกระบี่มองเห็นรอยแยกของมิติแห่งความว่างเปล่าเปิดออก ดวงตาของเธอก็ทอประกายขึ้นมาอีกครั้ง เธอหยิบตะเกียงสำริดออกมาและเอ่ยถามเปลวไฟริบหรี่บนไส้ตะเกียง "ม่อกู รอยแยกมิติแห่งความว่างเปล่าที่เสี่ยวหยวนจื่อเปิดออกเป็นยังไงบ้าง"

มีเสียงผู้หญิงแหบพร่าดังแว่วมาจากเปลวไฟอันริบหรี่ "สมบูรณ์แบบมาก ฝั่งนู้นไม่มีสายตาของยอดฝีมือคนไหนจับจ้องอยู่เลย เหมาะจะใช้เป็นจุดลงจอดในมิติแห่งความว่างเปล่าที่สุด"

"ที่เธอบอกว่าทิ้งสมบัติไว้ในมิติแห่งความว่างเปล่าเยอะแยะคงไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม ฉันเป็นคนใสซื่อนะจะบอกให้"

"ฉันเป็นถึงผู้คืนสู่ความว่างเปล่าแห่งเผ่าเสวียนตง ส่วนเธอก็เป็นผู้สืบทอดของเผ่าเสวียนตง ความหวังในการฟื้นฟูตัวฉันและเผ่าเสวียนตงล้วนฝากไว้ที่เธอ แล้วฉันจะหลอกเธอไปทำไม"

"ให้มันจริงอย่างปากว่าเถอะ ฝีมือเสี่ยวหยวนจื่อเธอก็เห็นแล้วใช่ไหม ถ้าฉันจับได้ว่าเธอหลอกฉันละก็ ฉันจะปล่อยเสี่ยวหยวนจื่อไปกัดเธอแน่"

ม่อกูถอนหายใจ "แม่หนู เธอนี่ก็ดีทุกอย่างนะ แต่ปากเนี่ยช่วยพูดจากับฉันให้มันเคารพกันหน่อยได้ไหม อย่างน้อยฉันก็มอบการสืบทอดให้เธอ ถือเป็นครึ่งอาจารย์ของเธอเชียวนะ"

"ก็ได้ งั้นเดี๋ยวฉันให้ก้อนขนเทาไปกัดเธอแทน"

"ถ้าอย่างนั้นสู้เอาตัวจางหยวนมายังจะดีซะกว่า..."

ในขณะที่ฮวาเยวี่ยกับยอดฝีมือลึกลับในตะเกียงสำริดกำลังพูดคุยกัน จางหยวนก็เดินมาถึงขอบรอยแยกมิติแห่งความว่างเปล่าแล้ว

เสี่ยวโยวเอ่ยเตือน [เจ้านายต้องระวังตัวให้ดีนะคะ ในมิติแห่งความว่างเปล่าไม่ได้มีแค่ผู้คืนสู่ความว่างเปล่า แต่ยังมีตัวตนที่สามารถทำให้ผู้คืนสู่ความว่างเปล่าร่วงหล่นได้อยู่ด้วย ให้ระบบสแกนตรวจสอบฝั่งนู้นก่อนดีไหมคะ]

"วางใจเถอะเสี่ยวโยว ถึงจะบอกไม่ถูกว่าทำไมก็เถอะ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของมิติแห่งความว่างเปล่า มันกำลังเชื้อเชิญฉันเข้าไป อีกฝั่งนึงไม่มีอันตรายหรอก"

[อย่างนั้นเหรอคะ... ก็ได้ค่ะ]

เมื่อได้ยินคำพูดของจางหยวน เสี่ยวโยวก็ไม่ห้ามปรามเขาอีก แต่เธอก็ยังแอบกังวลอยู่ดีจึงเปลี่ยนเรื่องพูดแทน [ในเมื่อเจ้านายจะข้ามไป งั้นให้ฉันรออยู่ที่ฝั่งความโกลาหลไท่ซวีก็แล้วกันนะคะ เผื่อเกิดอะไรผิดพลาด ฉันจะได้ใช้ระบบดึงตัวเจ้านายกลับมาได้]

"เอาแบบนั้นก็ได้"

จางหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าวิธีของเสี่ยวโยวก็ถือเป็นหลักประกันความปลอดภัยที่ดี เขาจึงปล่อยให้เสี่ยวโยวออกมาจากร่างและให้เธอรออยู่ด้านนอกรอยแยกมิติ

เมื่อจัดการให้เสี่ยวโยวเป็นแผนสำรองเรียบร้อยแล้ว จางหยวนก็ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ อีก เขาเดินทะลุผ่านรอยแยกมิติไปยังอีกฟากฝั่งหนึ่ง

ในวินาทีที่จางหยวนเหยียบย่างเข้าสู่มิติแห่งความว่างเปล่า ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดก็แล่นพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ

เขารู้สึกราวกับได้หวนกลับไปยังสภาวะตอนที่เพิ่งเปลี่ยนคลาสปลุกพลังเสร็จใหม่ๆ

แต่สิ่งที่ต่างออกไปในครั้งนี้ก็คือ เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามิติแห่งความว่างเปล่ากำลังส่งเสียงเรียกหาเขา คล้ายกับมันกำลังทักทายเขาอยู่

"หรือว่า... มิติแห่งความว่างเปล่าเองก็มีเจตจำนงของตัวเองเหมือนกับความโกลาหลหรือมิติเวลา"

ทันทีที่ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของจางหยวน คมกระบี่มากมายที่เขาเห็นตอนเปลี่ยนคลาสก็ปรากฏขึ้นรอบกาย จากนั้นพวกมันก็พุ่งเข้าประกอบกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบัลลังก์โปร่งใสขนาดมหึมา

[บัลลังก์แห่งความว่างเปล่า: กลืนกิน "การมีอยู่" ทั้งปวงเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง]

[ได้รับบัลลังก์แห่งความว่างเปล่า กลายเป็นราชันโกลาหลแห่งความว่างเปล่า]

ทันทีที่หน้าต่างข้อมูลนี้เด้งขึ้นมา บัลลังก์โปร่งใสตรงหน้าก็ถูกดึงเข้าไปตั้งตระหง่านอยู่ในโถงบัลลังก์ขนาดเล็กภายในตัวของจางหยวน

วินาทีต่อมา กลิ่นอายแห่งความว่างเปล่าก็แผ่ซ่านออกมาจากบัลลังก์แห่งความว่างเปล่า มันเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งโถงบัลลังก์อย่างรวดเร็ว

ยกเว้นบัลลังก์โชควาสนา บัลลังก์สร้างโลก บัลลังก์ไร้เทียมทาน และบัลลังก์พิเศษอื่นๆ อีกแปดแห่ง บัลลังก์มิติเวลา บัลลังก์ผู้ร่วงหล่น รวมถึงบัลลังก์ไร้ธาตุอีกนับแสนแห่งกลับถูกบัลลังก์แห่งความว่างเปล่ากลืนกินไปจนหมดสิ้นในพริบตา

จางหยวนพบด้วยความประหลาดใจว่า หลังจากที่บัลลังก์แห่งความว่างเปล่ากลืนกินบัลลังก์อื่นๆ เข้าไปแล้ว ระดับของบัลลังก์อนันต์ของเขากลับไม่ลดลง ซ้ำยังเพิ่มขึ้นตามบัลลังก์แห่งความว่างเปล่าจนระดับพุ่งทะยานขึ้นเป็นเท่าตัว!

จากนั้น บัลลังก์ครอบจักรวาลก็ทำงาน มันเลียนแบบตัวเองให้กลายเป็นบัลลังก์อนันต์อันใหม่ แล้วกระจายระดับของบัลลังก์อนันต์ไปยังบัลลังก์แห่งอื่นๆ

ตู้ม!!!

และด้วยเหตุนี้ บัลลังก์ทั้งสามของจางหยวนจึงเชื่อมโยงกัน เหมือนบั๊กเหยียบเท้าตัวเองเหินฟ้า มันส่งให้ระดับพลังของจางหยวนพุ่งทะยานทะลุฟ้า จนถึงขั้นทำให้มิติแห่งความว่างเปล่าเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาเล็กน้อย

"บัลลังก์พวกนี้... ไม่รู้จักคำว่ายับยั้งชั่งใจกันบ้างเลยหรือไง"

จางหยวนมองดูบัลลังก์ในร่างที่กำลังเสริมพลังให้กันและกันอย่างบ้าคลั่งแล้วก็อดบ่นออกมาไม่ได้

โชคดีนะที่นี่คือมิติแห่งความว่างเปล่า แถมเขายังมีพรสวรรค์ [ควบคุมสัมบูรณ์] ไม่อย่างนั้นขืนปล่อยให้มันทำงานแบบเมื่อกี้นี้ ระบบกับความโกลาหลไท่ซวีคงได้ล่มสลายพังครืนลงมาแหงๆ!

เมื่อบัลลังก์แห่งความว่างเปล่าเข้าประจำการในโถงบัลลังก์ของจางหยวนเสร็จสิ้น มิติแห่งความว่างเปล่าก็ส่งเขากลับมายังความโกลาหลไท่ซวี

รอยแยกมิติแห่งความว่างเปล่าเลือนหายไป ความโกลาหลไท่ซวีกลับคืนสู่ความสงบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จางหยวนก้มมองบัลลังก์พิเศษทั้งเก้าในร่างกาย สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่บัลลังก์เทียนเต้าซึ่งเคยถูกเขาต่อยจนแตกละเอียด

ในขณะที่จางหยวนกำลังคิดว่าบัลลังก์เทียนเต้าที่แตกหักนี้จะส่งผลกระทบต่อการทะลวงระดับของเขาหรือไม่ บัลลังก์สร้างโลกที่อยู่ข้างๆ ก็ปลดปล่อยพลังรังสรรค์ออกมาห่อหุ้มบัลลังก์เทียนเต้าเอาไว้ และทำการซ่อมแซมมันจนกลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

[ซ่อมแซมบัลลังก์เทียนเต้า ได้รับสิทธิ์ครอบครองบัลลังก์เทียนเต้า กลายเป็นราชันโกลาหลเทียนเต้า]

[บัลลังก์เทียนเต้า: ไม่มอบการเสริมพลังใดๆ เมื่อครอบครองบัลลังก์นี้จะได้รับพลังในการแก้ไขกฎเกณฑ์และควบคุมวิถีสวรรค์]

"แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว" จางหยวนเห็นบัลลังก์เทียนเต้าถูกซ่อมแซมจนเสร็จก็ระบายยิ้มออกมา เขาหันไปสั่งเสี่ยวโยว "เสี่ยวโยว แจกจ่ายของขวัญจากโชคชะตาได้เลย"

[เจ้านายเตรียมตัวพร้อมแล้วใช่ไหมคะ]

"อืม พร้อมแล้ว เริ่มเลยเถอะ"

[รับทราบค่ะเจ้านาย กรุณารอสักครู่นะคะ]

เสี่ยวโยวจัดการควบคุมระบบอย่างรวดเร็ว ไม่นานเสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของจางหยวน

[รับของขวัญจากโชคชะตา ได้รับการทะลวงหกองค์ประกอบ]

[อัปเกรดรางวัลแสดงผล เริ่มประมวลผลรางวัล!]

[วิธีอัปเกรด: ชะลอการรับรางวัลภารกิจ]

[ระดับการอัปเกรด: สูงสุด]

[รางวัลอัปเกรด: รางวัลใหญ่สมบูรณ์แบบขั้นสุดยอด]

[ทะลวงหกองค์ประกอบเปลี่ยนเป็นการทะลวงเก้าองค์ประกอบ]

[ทะลวงเก้าองค์ประกอบ: สามารถเลือกบัลลังก์แห่งสมญานามเก้าแห่งเป็นฐานเพื่อหลอมรวมบัลลังก์ทั้งหมด เลื่อนขั้นสู่จ้าวแห่งโกลาหล]

[จะใช้ของขวัญจากโชคชะตาเพื่อทะลวงระดับตอนนี้หรือไม่]

"ใช่"

[โปรดเลือก 9 บัลลังก์]

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1040 - บัลลังก์แห่งความว่างเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว