เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 77 อาหารตุ๋น

Re-new ตอนที่ 77 อาหารตุ๋น

Re-new ตอนที่ 77 อาหารตุ๋น


ตอนที่ 77 อาหารตุ๋น

นางใช้มีดตัดเปิดลำไส้แล้วใช้น้ำเย็นล้างของเสียด้านในทั้งหมดออกไป ตอนที่พวกเขาซ่อมลานหลังบ้าน นางได้บอกให้คนสร้างทางน้ำว่าให้ไหลไปรวมกับบ่อน้ำที่เชื่อมกับห้องน้ำนอกบ้านเอาไว้ เวลาพวกเขาซักผ้าหรือล้างผัก น้ำสกปรกจะได้ไหลออกไปทางนั้น

“เฉาเอ้อร์ ให้แม่ช่วยทำอะไรหรือไม่ ?” นางหลิวทนดูลูกสาวทำงานยุ่งกันอยู่ 2 คนไม่ได้จึงเดินเข้ามาถาม

หยูเสี่ยวเฉายิ้มให้และเอ่ยว่า “ท่านแม่มาพอดีเลย พวกเรายังมีเกลือหยาบเหลืออยู่หรือไม่เจ้าคะ ? ช่วยเอามันมาขัดด้านในไส้ไก่ให้หน่อยนะเจ้าคะ จะได้เอากลิ่นแปลก ๆ ออกไป”

“ใช้เกลือหยาบขัดรึ ? เจ้าแน่ใจนะว่าจะขายเครื่องในพวกนี้ได้ ? พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ แม่หวังว่ามันจะขายออกหรอกนะ มิเยี่ยงนั้นพวกเราจะเสียวัตถุดิบทั้งหมดไปเปล่า ๆ อีกทั้งยังกินมิได้อีกด้วย !” ถึงเกลือหยาบจะราคาถูกในพื้นที่ใกล้ทะเลโดย 1 อีแปะสามารถซื้อเกลือได้ครึ่งไห แต่นางหลิวเคยชินกับการประหยัดจึงอดเตือนลูกสาวของนางไม่ได้

เสี่ยวเฉาทำปากยื่นแล้วเอ่ยว่า “ท่านแม่ ! วางใจเถอะเจ้าค่ะ ! วิธีของข้าท่านเทพแห่งโชคลาภเป็นคนบอกมานะ มิมีทางล้มเหลวเป็นแน่”

พอเด็กหญิงใช้ชื่อเทพมาแย้ง นางหลิวก็ไม่พูดอะไรอีกและนั่งลงข้าง ๆ ลูกสาวพร้อมกับเอาเกลือขัดไส้ไก่ให้สะอาด นางทำงานละเอียดมากเนื่องจากกลัวว่ามันจะไม่สะอาด  สุดท้ายมันจะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้ลูกสาวเพิ่มขึ้น

เสี่ยวเฉาเริ่มตั้งสมาธิทำตับไก่กับพวกเครื่องใน สิ่งที่สำคัญที่สุดเวลาทำความสะอาดตับคือการตัดถุงน้ำดีด้านบนออก นี่เป็นงานที่ละเอียดอ่อนเพราะถ้าไม่ระวังให้ดีก็อาจจะตัดโดนถุงน้ำดีและทำให้น้ำดีรั่วออกมาได้ และจะทำให้ตับมีรสขมซึ่งส่งผลเสียต่อรสชาติของอาหาร โชคดีที่นางมีประสบการณ์เตรียมสิ่งนี้ในชาติก่อนมามากกว่า 10 ปี ต่อให้หลับตาทำก็ยังได้

ตรงข้ามกับพวกเครื่องในอย่างอื่นที่ยุ่งยากกว่าเล็กน้อย เนื่องจากนางต้องผ่า, ล้างของเสียออก แล้วตัดเยื่อชั้นในที่เป็นสีเหลืองออก แต่เยื่อเครื่องในไก่สีเหลืองนี้เป็นตัวยาสำคัญและถูกเรียกว่า ‘จีเหน่จิน’ ถ้าเด็กมีอาการอาหารไม่ย่อยเนื่องจากกินมากเกินไป ก็เอาจีเหน่จินตากแห้งแล้วบดเป็นผงให้เด็กกินได้ หลังจากกินแล้วอาการอาหารไม่ย่อยก็จะหายไป

เสี่ยวเฉาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการลอกเยื่ออันนี้ นางลอกเยื่อเครื่องในของไก่ 40 ตัวออกมา  ทุกชิ้นครบถ้วนไม่บุบสลายไม่มีรอยฉีกขาดเลยสักนิด

หลังจากทำความสะอาดไส้, ตับ และเครื่องในไก่ทั้งหมดแล้ว เสี่ยวเฉาก็บอกให้แม่ไปพัก  จากนั้นนางก็ดึงเสี่ยวเหลียนให้เข้าไปในครัวกับนาง แผนของนางคือเคี่ยวเนื้อสัตว์ทั้งหมดให้เสร็จในคืนนี้  จากนั้นพรุ่งนี้ก็เข้าเมืองไปดูว่ามันจะสามารถขายได้หรือไม่

“เจ้าอยากขายเครื่องในพวกนี้ในเมืองรึ ? พวกชาวเมืองหัวสูงช่างเลือกจะตายไป ถ้าพวกเขารู้ว่าเจ้าเอาเครื่องในไก่มาทำอาหาร พวกเขาคงตีเจ้าตายเป็นแน่ ข้าว่าเจ้าน่าจะไปลองเสี่ยงโชคที่ท่าเรือแทนนะ อย่างแรกเลยเราอยู่ใกล้ท่าเรือมากกว่าเพราะใช้เวลาเดินไปที่นั่นไม่ถึงหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ อย่างที่สองคนที่ทำงานที่นั่นอย่างคนขายปลากับคนขนของท่าเรือ พวกเขาต้องตื่นกันแต่เช้า ส่วนใหญ่จะนำอาหารเช้าจากที่บ้านมาเองหรือไม่ก็ซื้ออาหารบางอย่างที่ท่าเรือ คนพวกนี้ไม่ได้คาดหวังสูงเรื่องของอาหาร ตราบใดที่รสชาติอร่อยและราคาสมเหตุสมผล พวกเขาก็ไม่คิดมากหรอกที่จะเสียเงินสองสามอีแปะเพื่อที่จะซื้ออาหาร” เสี่ยวเหลียนบังเอิญได้ยินท่านป้าใหญ่กล่าวถึงการค้าเล็ก ๆ ของนางที่ท่าเรือ จึงได้เสนอแนวคิดนี้ให้กับเสี่ยวเฉา

เสี่ยวเฉาคิดนิดนึงแล้วพยักหน้า “ตกลง ! เอาตามที่เจ้าเอ่ยมาเลย ท่าเรือถังกู่คึกคักมากยิ่งนัก มีตลาดที่เหมาะสมสำหรับขายอาหาร ต่อให้พึ่งแต่พวกคนงานท่าเรือก็ยังขายได้  งั้นพรุ่งนี้พวกเราจะไปเสี่ยงโชคที่นั่นกัน !”

สองพี่น้องเข้าไปในครัวและจุดไฟเพื่อต้มน้ำ พอน้ำเดือดพวกเขาก็ลวกเครื่องในไก่เพื่อกำจัดกลิ่นคาว ต่อมาก็ต้องทำซอสปรุงรส อาหารตุ๋นจะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับซอส มีซอสปรุงรสสำหรับอาหารตุ๋นอยู่ 3 ชนิด ซอสแดง, ซอสขาว, และซอสเหลือง

ชาติก่อนเสี่ยวเฉาได้สูตรดั้งเดิมมาจากเจ้าของร้านของเดิม ซอสทุกชนิดเป็นสูตรเฉพาะของนาง นางคิดอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยถามเสี่ยวเหลียนว่า “เสี่ยวเหลียน ข้าขอยืมเงินเจ้าได้หรือไม่ ? ข้าต้องไปซื้อสมุนไพรที่หมอโหยว เดี๋ยวกลับมา...”

หมอโหยวกลับหมู่บ้านมาพร้อมเด็กชายอายุราว ๆ 10 ขวบหนึ่งคนในตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ  ชาวบ้านต่างลือกันว่าเด็กคนนี้เป็นเหลนของเขา เสี่ยวเฉาคืนกล่องยาพร้อมเงินทั้งหมดที่นางได้มาตอนช่วงฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาวให้กับเขาแล้ว พวกชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจมากเช่นกัน แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะรู้ถึงความสามารถทางการแพทย์ของนาง แต่พวกชาวบ้านก็ยังอยากได้หมอผู้ใหญ่มารักษาพวกเขามากกว่า

“สมุนไพรยารึ ? เอาพวกนั้นมาทำอาหารได้จริง ๆ รึ ?” เสี่ยวเหลียนถามด้วยอาการงุนงง

เสี่ยวเฉายิ้มกว้าง “ได้สิ พวกคนรวย ๆ ก็กินไก่ตุ๋นโสมกับไก่ตุ๋นโสมตังกุยกันบ่อย ๆ มิใช่รึ ? อาหารพวกนั้นก็มีส่วนผสมของยาใช่หรือไม่เล่า ?”

เสี่ยวเหลียนพึมพำ “พวกเราจะไปเทียบกับคนรวยพวกนั้นได้เยี่ยงไรกัน ?” แต่นางก็ยังกลับไปที่ห้องและหยิบถุงเงินที่เสี่ยวเฉาคืนให้นางเมื่อตอนบ่ายมาให้น้องสาวอยู่ดี

สมุนไพรที่เสี่ยวเฉาต้องการนั้นเป็นสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปและราคาถูก นางใช้เงินแค่ 10 อีแปะแลกกับสมุนไพรหลายชนิด พอนางไปถึงบ้านก็ได้เริ่มลงมือทำซอสสำหรับอาหารตุ๋น

ซอสปรุงรสของอาหารตุ๋นสามารถนำมาใช้ได้หลายครั้งตราบใดที่เก็บมันอย่างถูกต้อง ยิ่งมีการใช้ซอสมากและยิ่งหมักไว้นานเท่าใด รสชาติและคุณภาพของมันก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น  นี่เป็นเพราะอัตราส่วนของโปรตีนที่ละลายได้ในซอสเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป และเป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารตุ๋นที่ทำกับซอสเก่า ๆ ถึงมีรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อมมากกว่าเมื่อเทียบกับซอสที่ปรุงใหม่

เสี่ยวเฉาเริ่มตวงวัตถุดิบ สูตรของน้องต้องการ โป๊ยกั้ก 40 เฟิน, อบเชย 40 เฟิน, เปลือกส้มแห้ง 1 เหลี่ยง, หม่าล่า 40 เฟิน, ยี่หร่า 20 เฟินกับอีก 1 เฉียน, ใบกระวาน 40 เฟิน, รากชะเอม 20 เฟินกับอีก 1 เฉียน, พริกแห้ง 2 เหลี่ยง, ต้นหอม 3 เหลี่ยง, ขิงสด 3 เหลี่ยง, เหล้าเหลือง 1 ชั่ง, ซอสถั่วเหลือง 8 เหลี่ยง, เกลือ 4 เหลี่ยง... (อย่าลองทำตามที่บ้านล่ะ นี่เป็นเพียงแค่สูตรที่ลดขั้นตอนแล้วเท่านั้น ! )

เมื่อเสี่ยวเหลียนเห็นวัตถุดิบราคา 40 อีแปะถูกห่อในผ้าฝ้ายบาง ๆ ถูกโยนลงไปในกะละมัง นางก็รีบเอ่ยเตือนออกมาว่า “ลองคราแรกแต่ใช้เยอะถึงเพียงนี้เลยรึ จะมิเป็นอันใดแน่รึ ? หากมันออกมาแย่เล่า...”

“มิมีปัญหาหรอก เจ้าวางใจเถอะ !” เสี่ยวเฉายืนยันอย่างหนักแน่น ความมั่นใจของนางคงทำให้เสี่ยวเหลียนรู้สึกมั่นใจขึ้นมา นางจึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีกและคอยเร่งไฟหรือลดไฟตามที่เสี่ยวเฉาบอก

“กลิ่นหอมมากเลย ! ท่านแม่ได้กลิ่นหรือไม่ ? นี่ต้องเป็นกลิ่นอาหารที่พี่สามทำเป็นแน่ ข้าขอไปดูก่อนนะ !” ฉีโตวกำลังนอนให้อาหารย่อยอยู่บนเตียง เขาเหมือนสุนัขตำรวจที่พอได้กลิ่นของที่น่าสนใจก็จะทำจมูกฟุดฟิด ๆ ดมหากลิ่น เด็กน้อยปีนลงจากเตียงแล้วรีบสวมรองเท้าผ้าฝ้ายเก่า ๆ ของเขา จากนั้นก็วิ่งออกจากห้องไปทันที เขาวิ่งเร็วมากเสียจนเกือบจะสะดุดธรณีประตู

นางหลิวได้แต่หัวเราะแล้วส่ายหน้า “เด็กคนนี้...ท่านพี่จะไปดูด้วยหรือไม่ ?”

หยูไห่เองก็อยากรู้เช่นกัน เขาพยักหน้าแล้วใส่รองเท้าเดินไปที่ห้องครัวทันที

เครื่องในไก่ 40 ตัวถูกต้มรวมกันในหม้อขนาดใหญ่และเคี่ยวไฟอ่อน ๆ ฉีโตวรออยู่ข้างเตา ดวงตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้น เขาในยามนี้ราวกับลูกสุนัขตัวเล็ก ๆ ที่เจอกับกระดูกติดเนื้อที่หวานฉ่ำ ขาดก็แต่กระดิกหางกับลิ้นห้อยเท่านั้น

เสี่ยวเฉารู้สึกว่าได้เวลาแล้วก็จึงเปิดฝาหม้อออก นางตักไส้ไก่ขึ้นมาเป่าสองทีก่อนจะยื่นไปที่ปากเด็กน้อย ฉีโตวส่ายหน้าปฏิเสธ “มันเอาไว้ขายนี่ กินมิได้... !”

“แค่ชิ้นเล็ก ๆ เอง มิเป็นไรหรอกน่า” เสี่ยวเฉาจับยัดใส่ปากเด็กน้อย ไส้ไก่ตุ๋นมีรสชาติอร่อยและเนื้อสัมผัสกรุบมากยิ่งนัก เด็กน้อยหลับตาอย่างมีความสุขและเคี้ยวอาหารอย่างละเอียดเพราะอยากลิ้มรสชาติให้นานที่สุด

เสี่ยวเฉาแบ่งให้ทุกคนลองชิมด้วย หยูไห่กับเสี่ยวเหลียนกินอย่างเต็มใจ ตรงข้ามกับนางหลิวที่ลังเลมากขึ้น นางถามสามีอย่างสงสัยว่า “รสชาติเป็นเยี่ยงไรบ้าง ? เหม็นกลิ่นสาบหรือมีรสชาติที่แย่หรือไม่ ?”

เสี่ยวเฉาไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางจึงเอ่ยว่า “ท่านแม่คิดว่าฝีมือการทำอาหารของข้าแย่ถึงเพียงนั้นเชียวรึ ?”

หยูไห่ปลอบใจนางด้วยการพยักหน้ารัว ๆ “อร่อย อร่อยมาก ! มิบอกก็มิรู้เลยว่านี่คือไส้ไก่ มันมีรสชาติของไก่...ไม่ ! มันดียิ่งกว่าไก่ตุ๋นน้ำแดงเสียอีก ! ถ้าเจ้าเอาไปขายจะต้องมีลูกค้าเยอะมากเป็นแน่…”

เสี่ยวเหลียนพยักหน้าแรง ๆ อย่างเห็นด้วย เสี่ยวเฉาเองก็ลองชิมเช่นกัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “แย่หน่อยที่มิมีผงชูรสหรือน้ำซุปโครงกระดูก รสชาติยังมิดีอย่างที่ควรจะเป็น แต่สำหรับในยุคนี้ก็ยังถือว่ารสชาติอร่อยมากแล้ว” เมื่อนางหลิวเห็นทุกคนชมกันไม่หยุด นางก็รวบรวมความกล้าชิมเข้าไปบ้าง ทั้งกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นทำให้นางตะลึง “นี่...นี่คือรสชาติของไส้ไก่สกปรกพวกนั้นจริง ๆ รึ ? เหลือเชื่อเกินไปแล้ว !”

เสี่ยวเฉาใส่เลือดไก่ที่เหลือลงไปด้วย หลังจากต้มรวมกันแล้ว นางก็วางแผนจะขายมันกับเครื่องในไก่

“หนึ่งชั่งจะขายกี่อีแปะดี ?” เสี่ยวเฉาพึมพำกับตนเอง

หยูไห่ได้ให้คำแนะนำที่ดีกับนางเป็นอย่างมาก โดยปกติคนงานที่ท่าเรือจะได้ค่าจ้าง 30 - 40 อีแปะต่อวัน ตอนที่ธุรกิจไม่ดีพวกเขาก็ยังได้มากกว่า 20 อีแปะ อาหารตุ๋นที่เสี่ยวเฉาทำมีรสชาติของเนื้อถึงมันจะทำด้วยเครื่องในไก่ ถ้านางขายมันเป็นชั่งและคิดราคาถูก นางก็จะทำเงินได้ไม่มากนัก แต่ถ้าหากขายแพงจนเกินไปก็จะมิมีใครซื้อ

แต่ถ้านางแบ่งเป็นห่อเล็ก ๆ แล้วขายห่อละ 1 อีแปะ เหล่าคนงานที่ท่าเรือก็จะใช้เงินได้อย่างไม่คิดอะไรมาก ถึงเยี่ยงไรแล้วมันก็เป็นอาหารที่มีเนื้ออยู่ อีกทั้งยังอร่อยและราคาถูกอีกด้วย มันจะขายมิออกได้เยี่ยงไรกัน ?

เสี่ยวเฉารู้สึกเหมือนเจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ นางมองพ่อของนางด้วยสายตาชื่นชม  ต้องยอมรับว่าพ่อของนางมีหัวทางการค้ามากจริง ๆ

หยูไห่รู้สึกภูมิใจเมื่อเห็นสายตานับถือของลูกสาว เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินไปหากระดาษมันมา ทั้งครอบครัวช่วยกันห่อเครื่องในไก่ตุ๋น 60 ห่อ แต่ละห่อจะมีไส้, ตับ และพวกเครื่องใน ส่วนเลือดไก่จะเอามาห่อกระดาษนั้นมิใช่เรื่องง่าย พวกเขาจึงใส่มันในไหแทน ตอนขายอาหารก็สามารถใส่เลือดไก่เพิ่มเข้าไปได้ ห่อละ 1 อีแปะในสัดส่วนเยอะมากถึงเพียงนี้จึงดูคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

คืนนั้นเสี่ยวเฉาตื่นเต้นมากเสียจนนอนไม่หลับ นางพลิกไปพลิกมาอยู่นานจนราว ๆ ยามอิ๋นถึงได้เคลิ้มหลับไปและตื่นขึ้นมาตอนยามเหม่า เมื่อหยูไห่เห็นขอบตาดำคล้ำของลูกสาว เขาจึงหัวเราะและเอ่ยหยอกล้อนางว่า “ยังมิมีประสบการณ์ล่ะสิ ไหนว่ามั่นใจในฝีมือตนเองมากมิใช่รึ ยังจะกังวลอันใดอีกเล่า ?”

‘ข้าดูกังวลเยี่ยงนั้นรึ ? ข้าก็เพียงแค่ตื่นเต้นต่างหากเล่า’

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เสี่ยวเฉาก็ไม่ยอมให้พ่อมาด้วย แต่กลับพาฉีโตวที่ตื่นเต้นไม่ต่างกันมาแทน พวกเขาเดินไปตามเส้นทางไปท่าเรือพร้อมด้วยตะกร้าใส่สินค้าขนาดใหญ่

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาที่ท่าเรือ บรรยากาศคึกคักวุ่นวายและมีชีวิตชีวาดังเช่นทุกวัน เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนโฆษณาสินค้าของตนเองดังประสานกันไป เรือสินค้าลำหนึ่งเพิ่งมาถึง พวกคนงานพากันขนของลงมาจากเรือที่เพิ่งจอดเทียบท่า

นี่เป็นครั้งที่สองที่ได้มาที่ท่าเรือ เสี่ยวเฉาดูทิวทัศน์และบรรยากาศด้วยความสนอกสนใจ

“พี่สาม พวกเราจะไปขายที่ตรงไหนรึ ?” ฉีโตวมั่นใจในตัวพี่สาวของเขามากและกระตือรือร้นที่จะได้เริ่มขายของ

เสี่ยวเฉาครุ่นคิดเล็กน้อย คนงานท่าเรือกับชาวประมงส่วนใหญ่เอาอาหารมาจากบ้าน  แต่อากาศเย็น ๆ ในตอนเช้าทำให้คนส่วนใหญ่อยากได้ซุปร้อน ๆ สักถ้วยเพื่อเป็นการอุ่นร่างกาย นางจึงเดินตรงไปที่เพิงเตี้ย ๆ ที่เรียงรายกันอยู่พร้อมด้วยตะกร้าที่อยู่ในมือ

เพิงเหล่านี้ขายโจ๊ก, บะหมี่ร้อน ๆ ไม่ก็หมั่นโถวที่นึ่งสด ๆ จากเตา มีผู้คนมากมายที่ถือตะกร้ามาขายพวกอาหารเรียกน้ำย่อยหรือผักดอง ท่านป้าใหญ่ของเสี่ยวเฉาก็เป็นหนึ่งในคนพวกนี้เช่นกัน

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 77 อาหารตุ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว