เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 70 ปลูกผัก

Re-new ตอนที่ 70 ปลูกผัก

Re-new ตอนที่ 70 ปลูกผัก


ตอนที่  70  ปลูกผัก

หยูไห่ตาเป็นประกายขึ้นมาและเข้าใจในสิ่งที่เสี่ยวเฉาเอ่ยออกมาเป็นคนแรก “ลูกรู้วิธีปลูกผักตอนนี้จริง ๆ รึ ?”

หยูเสี่ยวเฉาตบหน้าอกรับประกันเสียใหญ่โต “ข้ารับรองเลยว่าจะมิมีปัญหาอย่างแน่นอน ! ท่านพ่อกับท่านแม่วางใจได้เลยเจ้าค่ะ !”

วันรุ่งขึ้นเสี่ยวเฉาก็ได้ใช้เงิน 20 อีแปะซื้อฟาง 2 เกวียนมาจากหมู่บ้านที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า นางสอนวิธีสานฟางมุงหลังคาให้หยูไห่กับนางหลิว แม้ว่าหินศักดิ์สิทธิ์จะสัญญาแล้วว่าเมล็ดผักที่แช่ในน้ำหินศักดิ์สิทธิ์จะสามารถเอาชนะความหนาวเย็นที่รุนแรงในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิได้แน่ก็ตาม หยูเสี่ยวเฉาก็ยังคงกังวลอยู่ หลังคาฟางถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการทำฟาร์มเรือนกระจกที่โลกเก่าของนางเพื่อทำให้ผักอบอุ่น เตรียมพร้อมเอาไว้ดีกว่าต้องเสียใจทีหลัง

เสี่ยวเฉาหว่านเมล็ดพีชที่แช่น้ำไว้เมื่อคืนลงในดินที่ไถเอาไว้แล้วโดยมีนางหลิวที่ยังคงสงสัยอยู่คอยช่วย พวกเขาปลูกผักที่มีระยะเวลาการเจริญเติบโตค่อนข้างสั้น เช่น ผักกวางตุ้ง, ผักโขม และผักกาดเขียวลงในที่ดินหนึ่งหมู่ครึ่งในลานหน้าบ้าน พวกเขาพยายามจะใช้ประโยชน์จากการที่คนอื่นยังไม่ได้ปลูกผักมาหารายได้ก้อนแรกของพวกเขา

หลังจากหว่านเมล็ดแล้ว นางหลิวก็พาเสี่ยวเฉาไปพรวนดินที่หลังบ้านต่อ นางเหมาที่ดูแลเป็ดอยู่ริมสระน้ำเห็นเข้าก็เตือนพวกเขาว่า “นี่พลิกดินเร็วไปหรือไม่ ? ปลูกพืชข้างสระน้ำเยี่ยงนี้มิเหมาะหรอก ระดับน้ำจะสูงช่วงฝนตกตอนปลายฤดูใบไม้ผลิ ประเดี๋ยวน้ำก็ท่วมจมทั้งหมดนั่นหรอก !”

นางเหมาเป็นคนปากจัด แต่นางก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี นางหลิวยิ้มให้นางและเอ่ยว่า “เรากำลังเตรียมปลูกผักกวางตุ้งกับผักกาดเขียว แล้วจะเก็บเกี่ยวก่อนที่ระดับน้ำจะสูงขึ้นน่ะ”

นางเหมาพยักหน้าแล้วตอบกลับว่า “เยี่ยงนั้นก็ล้อมรั้วไว้ดี ๆ ล่ะ ปกติครอบครัวข้าจะเลี้ยงเป็ดในสระน้ำ ถ้าพวกมันไปกินผักของเจ้าเข้า ข้ามิรับผิดชอบอย่างแน่นอน !”

คำพูดของนางเหมาไม่น่าฟังอย่างที่คาด นางเตือนพวกเขาด้วยเจตนาดี แต่เหตุใดต้องใช้คำพูดไม่น่าฟังเช่นนี้ด้วยเล่า ?

นางหลิวยิ้มอย่างใจดีและเอ่ยว่า “ขอบคุณที่เตือนนะ ไว้ข้าจะล้อมรั้ววันพรุ่งนี้...”

หลังจากทำงานกันตลอดบ่ายเสี่ยวเฉากับพ่อก็ทำหลังคาฟางได้มากกว่า 10 อัน หยูไห่เคยทอเสื่อมาก่อน หลังคาฟางทำง่ายกว่าเสื่อมากเพราะเขาไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันให้มากเกินไป เขาเรียนรู้ได้เร็วอีกทั้งยังสานได้มากกว่าเสี่ยวเฉาถึง 2 อัน

เสี่ยวเฉากับนางหลิวจัดการมุงหลังคาฟางไว้บนแปลงผักราวกับกำลังห่มผ้าให้พวกมัน  ฉีโตวเองก็มีส่วนช่วยมากเหมือนกัน เขาถามอย่างกังวลเล็กน้อย “พี่สาม ทำเช่นนี้แล้วพวกผักจะอุ่นได้จริง ๆ เยี่ยงนั้นรึ ?”

เสี่ยวเฉาลูบหัวเขาแล้วหัวเราะ “ตอนห่มผ้าในช่วงฤดูหนาวเจ้ารู้สึกอุ่นหรือไม่ ? เยี่ยงนั้นมันก็เหมือนกันนั่นแหละ พื้นดินจะดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน แล้วพอพวกเราเอาฟางมาคลุมมัน ความร้อนก็จะไม่กระจายหายไปในตอนกลางคืน ดังนั้นก็มิต้องกลัวว่าผักจะหนาวแล้ว เจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”

เด็กน้อยพยักหน้าอย่างเข้าใจและร้องออกมาว่า “เพราะงั้นเราถึงได้ห่มผ้าให้แปลงผักนี่เอง ! แต่ตรงที่ไม่มีฟางมุงเอาไว้จะไม่เป็นไรรึพี่สาม ?”

“มิเป็นไรหรอก เราเพิ่งหว่านเมล็ดเอง มันยังมิงอกเลย มันมิหนาวหรอก ข้าและท่านพ่อจะทำหลังคาฟางเพิ่มพรุ่งนี้ แล้วค่อยเอามาคลุมแปลงผักทั้งหมด พวกผักจะได้งอกและโตเร็ว ๆ”

เวลาที่เสี่ยวเฉามองฉีโตวก็จะนึกถึงน้องชายในชาติก่อนของนาง ตอนที่เขาอายุเท่าฉีโตว  เขาไม่ได้ฉลาดและว่านอนสอนง่ายเช่นนี้ ตอนนั้นพ่อกับแม่ของนางยังมีชีวิตอยู่ เขามักจะมีนิสัยเอาแต่ใจเนื่องจากเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว...

พวกเขาใช้เวลาสามวันปลูกผักทั้งลานด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้น โคลนสีดำจำนวนมากจะสะสมอยู่บนพื้นดินข้างสระน้ำ หลังจากเตรียมดินแล้วมันกลายเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์มากยิ่งนัก แต่ทว่าโชคไม่ดีที่มีปริมาณน้ำฝนมากในตอนปลายเดือนหกของทุกปี น้ำในสระจึงเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถปลูกพืชที่มีระยะเวลาเติบโตนาน ๆ ได้เลย

อีก 4 เดือนก่อนระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยวเฉาปลูกพืชที่ใช้ระยะเวลาเติบโตประมาณ 2 - 3 เดือนไว้ข้างสระน้ำซึ่งมีพื้นที่ประมาณหนึ่งหมู่ พืชจำพวกที่ปลูกก็คือฟัก, ถั่วฝักยาว, มะเขือยาว และถั่วแดง ในสวนหลังบ้านของนางนั้นปลูกกุ้ยช่าย, แตงกวา, กระเทียม และพริก นอกจากนี้ยังปลูกบวบกับฟักทองที่ริมรั้วอีกด้วย

ทั้งครอบครัวทำงานล่วงเวลาอยู่ 3 วันถึงจะทำหลังคามุงสวนผักทั้งหมดเสร็จ ฉีโตวช่วยสานหลังคาอันเล็ก ๆ หลายอันอีกด้วย ถึงความหนาจะยังไม่ดีนักแต่ก็พอใช้ได้

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้  อาหารที่บ้านมีแค่แผ่นแป้งธัญพืชหยาบกับซุปเต้าเจี้ยว ส่วนผักก็มีแค่ผักกาดขาวกับหัวไชเท้าและผักดองเท่านั้น พวกเขาต้องเคี้ยวแป้งหยาบให้ละเอียด เยี่ยงนั้นมันอาจจะขูดลำคอตอนกลืนได้ ซุปเต้าเจี้ยวก็มีกลิ่นแรง ถ้าไม่หิวก็คงกลืนไม่ลง ผักต้มที่ขาดน้ำมันกับเครื่องปรุงทำให้เสี่ยวเฉาอยากจะกุมขมับตอนทานอาหาร

สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเสี่ยวเฉาในตอนนี้ ขนาดกินอาหารแบบนี้แล้วพวกเขายังต้องแบ่งส่วนอาหารให้ดี ๆ ด้วยความกลัวว่าจะใช้มากเกินไป ถ้าอาหารในตอนนี้ไม่พอให้พวกเขากินไปจนถึงตอนที่สามารถเก็บเกี่ยวผักได้แล้วล่ะก็ พวกเขาทุกคนคงได้อดตายกันเป็นแน่

นอกจากการซักผ้าทุก ๆ 3 วันแล้ว นางหลิวยังได้งานเย็บผ้าจากร้านเย็บผ้ามาอีกด้วย  นางจึงต้องเย็บผ้าจนดึกดื่นทุกวัน หยูไห่ขอให้พรานจ้าวที่อาศัยอยู่ตรงเชิงเขาตะวันตกช่วยตัดไม้ไผ่มาให้เขา เขาได้สานตะกร้าและกระจาดไม้ไผ่ขึ้นมา จากนั้นก็เอาไปขายในร้านขายของชำในเมือง

หลังปลูกผักเสร็จเสี่ยวเฉาก็มีเวลาว่าง เสี่ยวเหลียนเอางานบ้านทั้งหมดไปทำและไม่ยอมให้นางเข้าไปยุ่ง ฉีโตวติดตามลูกชายคนเล็กของตระกูลเฉียนเพื่อนบ้านขึ้นไปบนภูเขาและสำรวจแม่น้ำ แต่เขาไม่ได้สนใจแต่เล่นอย่างเดียว บางครั้งเขาจะนำไข่กลับมาด้วย และทุกวันเขาจะเอาฟืนกลับมาด้วยสองกอง

เฉียนหวู่ ลูกชายคนเล็กของนางเหมาอายุ 8 ขวบ มีนิสัยแตกต่างจากพี่ชายเป็นอย่างมาก เฉียนเหวินเป็นคนชอบศึกษาเล่าเรียน แต่เฉียนหวู่เป็นคนกระตือรือร้นและมักจะไม่กลับบ้านจนกว่าจะถึงเวลาอาหารในทุกวัน เสียงตะโกนของนางเหมาแม่ของเขาที่ตะโกนเรียกให้เขากลับบ้านมากินข้าวจึงดังให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง

“เสี่ยวหวู่ซือ ไปเล่นอยู่ที่ใดอีกแล้ว ? กลับบ้านมากินข้าวได้แล้ว... !”

ลูกชายของนางเหมามีนิสัยที่ต่างกันมาก คนหนึ่งนิ่งเงียบ อีกคนกระตือรือร้นอยู่ไม่สุข  เฉียนเหวินลูกชายคนโตเป็นหนอนหนังสือที่แบกหนังสือไปทุกที่ที่เขาไป บางครั้งเขามัวแต่อ่านหนังสือจนเดินชนต้นไม้ เสี่ยวเฉาเคยเห็นเขาเดินอ่านหนังสือจนตกลงไปในร่องน้ำ  โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีน้ำอยู่ในนั้น เช่นนั้นเขาคงแข็งตายไปแล้ว

วันนี้เสี่ยวเฉาถือตะกร้ากับพลั่วออกมาหาดูว่ามีสมุนไพรป่าอยู่แถวนี้บ้างหรือไม่ ตามความรู้ของนางต้นจี้ช่ายน่าจะขึ้นในช่วงนี้ ชาติก่อนนางชอบขุดจี้ช่ายมาทำซุปหรือซาลาเปาเนื่องจากรสชาติของมันอร่อยเป็นอย่างมาก

ฉีโตวกระโดดอย่างร่าเริงอยู่ด้านหลังเสี่ยวเฉาตั้งแต่ทางเดินหน้าประตูและตลอดทางที่ไปภูเขาตะวันตก เขารู้สึกดีใจยิ่งนัก ‘พี่สามบอกว่าจะทำซาลาเปาจี้ช่ายให้เขากิน ทุกอย่างที่พี่สามทำทั้งดีและยังอร่อยอีกด้วย ถึงจะไม่ใช่ฤดูหาสมุนไพร แต่ได้ออกมาเดินบ้างก็เป็นผลดีต่อสุขภาพของพี่สามแล้ว’

ฉีโตวปฏิเสธคำชวนของเฉียนหวู่ที่ชวนไปหาไข่นกในภูเขา และอาสามาทำหน้าที่ผู้คุ้มกันให้กับพี่สาม ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้เข้าไปในภูเขาลึก ๆ ก็ไม่มีอันตรายอันใด เขาแค่กลัวว่าพี่สามที่ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านจะหาทางกลับบ้านไม่ถูกเพียงเท่านั้น

เฉียนเหวินที่อยู่บ้านในช่วงวันหยุดจากโรงเรียนก็ถือหนังสือเดินออกจากบ้านเช่นกัน ฉีโตวน้อยยิ้มแล้วทักทายเขา “ท่านพี่เสี่ยวเหวินจะไปอ่านหนังสือที่ภูเขาอีกแล้วรึขอรับ ?”

ตระกูลเฉียนเลี้ยงเป็ดทั้งหมดร้อยกว่าตัว พวกมันส่งเสียงหนวกหูอยู่ตลอดเวลา ทุกคราที่เฉียนเหวินกลับมาบ้านในวันหยุด เขาจะชอบขึ้นไปบนภูเขาพร้อมหนังสือ 1 เล่มและหาที่เงียบ ๆ อ่านหนังสือ พวกเขาไม่ได้คิดว่าจะเจอกับเฉียนเหวินตอนออกจากบ้านวันนี้

เฉียนเหวินอายุ 11 ปี  ผิวขาว ดูสง่างาม สุภาพเรียบร้อย เป็นเด็กที่หล่อเหลาและสะอาดสะอ้านมากทีเดียว แม้ว่าเสี่ยวเฉาจะได้เจอเขาเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่นางก็ยังรู้สึกว่าเขาน่ามองอยู่ดี

เฉียนเหวินได้ยินเสียงฉีโตวจึงเงยหน้าขึ้นและมองไปที่เสี่ยวเฉากับน้องชาย เขาทักทายด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่ ข้าอยากไปหาที่เงียบ ๆ อ่านหนังสือ พวกเจ้ากำลังจะไปทำอะไรกันเยี่ยงนั้นรึ ?”

ฉีโตวจึงตอบกลับไปว่า “พี่สามอยากไปหาสมุนไพร จะขุดมาทำซุปน่ะขอรับ”

เฉียนเหวินมองไปที่เสี่ยวเฉาซึ่งตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเสี่ยวเหลียน เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่าลูกสาวคนที่สองของท่านอาต้าไห่มีร่างกายอ่อนแอและป่วยอยู่บ่อยครั้ง ท่านหมอเคยบอกว่านางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เดิมทีเขาคิดว่านางคือเด็กตัวเล็ก ๆ จืดชืดขี้โรคที่ไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้ แต่เมื่อได้พบเจอกับนางในวันนี้แล้ว นางไม่ได้ดูเหมือนคนป่วยเลยสักนิด ถึงจะผอมแต่แก้มของนางก็เป็นสีชมพูระเรื่อและเดินได้อย่างกระฉับกระเฉงดี

“เจ้าน่าจะรอจนถึงเดือนห้าค่อยมาเก็บสมุนไพรนะ ตอนนี้น้ำแข็งในแม่น้ำยังมิละลายเลยด้วยซ้ำ มันมิใช่เวลาหาสมุนไพรหรอก” เฉียนเหวินเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

หยูเสี่ยวเฉายิ้มบาง ๆ และตอบกลับเขาไปว่า “มิเป็นไร ข้าเพียงแค่หาเรื่องออกมาเดินนอกบ้านน่ะ ท่านพี่ก็อ่านหนังสือไปเถิด พวกเรามิอยากถ่วงให้ท่านพี่อ่านหนังสือช้าหรอกนะเจ้าคะ”

เฉียนเหวินได้ยินจากแม่ของเขาว่าครอบครัวของอาต้าไห่แยกออกจากครอบครัวหลัก  ถ้าไม่ได้ญาติฝ่ายภรรยาและพวกชาวบ้านมาช่วยล่ะก็ บ้านของพวกเขาก็คงจะเต็มไปด้วยรอยแตกและยังพังอยู่เป็นแน่ ! ที่ออกมาหาผักป่ากันตอนนี้ก็คงเพราะที่บ้านไม่มีอาหารกินอย่างแน่นอน

เฉียนเหวินแตะอาหารแห้งที่แม่ให้เขามาเผื่อหิวระหว่างอ่านหนังสือ มันเป็นหมั่นโถวที่ทำจากแป้งสาลีผสมแป้งข้าวฟ่าง เขากำลังจะเอ่ยแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา

ถึงยังไงเขาก็เพิ่งเจอกับเด็กหญิงคนนี้เป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น ถ้าอยู่ ๆ จะเอาหมั่นโถวไปให้โดยมิมีเหตุผล นางคงรู้สึกว่าเขาให้อาหารนางเพราะสงสารและดูถูก ช่างเถอะ ไว้หาโอกาสช่วยนางตอนที่พวกเขาคุ้นเคยกันมากกว่านี้ก็ยังมิสายมิใช่รึ

อากาศในเดือน 2 ยังคงหนาวอยู่มาก เมื่อลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดมา หยูเสี่ยวเฉาจึงตัวสั่นเทาด้วยความหนาว เสื้อนอกของนางเก่ามากแล้ว ฝ้ายข้างในก็เอามาจากเสื้อเก่า ๆ ของพี่ใหญ่ แล้วนำมายัดในเสื้อนอกของน้อง ๆ ดังนั้นฝ้ายจึงแข็งมากจนแทบจะติดกันเป็นก้อน นอกจากจะรู้สึกแข็งและใส่ไม่สบายแล้ว มันยังไม่อุ่นเอาเสียมาก ๆ เหตุใดนางถึงมิคิดจะซื้อฝ้ายใหม่ ๆ มายัดเสื้อนอกของพวกเขาตอนที่มีเงินกันล่ะ ?

เสี่ยวเฉาเป่าลมหายใจอุ่น ๆ ใส่มือตนเองที่เย็นจนรู้สึกเจ็บแสบ นางค้นหาพืชที่คุ้นเคยตามริมร่องน้ำข้างถนน ฉีโตวมีพลังเต็มเปี่ยม เขาทั้งกระโดดและวิ่งไปตลอดทาง เด็กน้อยเห็นพี่สาวหดคอเข้ามาเหมือนว่านางกำลังหนาว เขาจึงเอามือเล็ก ๆ ที่อบอุ่นของเขาจับมือนางไว้แล้วยิ้มกว้าง “พี่สาม มือข้าอุ่นมากนะ !”

เสี่ยวเฉาตื้นตันใจจนต้องเอาตัวเขามากอดและหอมอย่างอ่อนโยนที่แก้มของฉีโตวน้อย เด็กน้อยหน้าแดงทันที คนโบราณมักแสดงความรักด้วยการบอกเป็นนัย ๆ เสียมากกว่า  แม้แต่พ่อกับแม่ก็ยังมิเคยหอมเขาเลย

ฉีโตวสะบัดมือพี่สาวออกด้วยความเขินแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเฉาวิ่งตามแต่ก็ไล่ไม่ทันจนกระทั่งนางหอบ แต่มันก็เป็นการดีที่ทำให้ร่างกายของนางอุ่นขึ้น

“ประเดี๋ยวก่อน ! ฉีโตว ข้าเจอจี้ช่ายแล้ว !” ที่ริมตลิ่งแห้ง ๆ มีพืชสีน้ำตาลอมเทาเล็ก ๆ ขึ้นอยู่บนพื้นดิน ใบหยัก ๆ เช่นนั้นเป็นจี้ช่ายที่นางรู้จักไม่ผิดเป็นแน่

ฉีโตวหันกลับมาและเดินมาดู เขาเอ่ยว่า “พี่สาม จี้ช่ายมิได้เป็นเช่นนี้ ใบมันเป็นสีเขียวยาว ๆ มีดอกไม้สีขาวอยู่ตรงกลางมิใช่รึ ?”

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 70 ปลูกผัก

คัดลอกลิงก์แล้ว