- หน้าแรก
- ราชาแห่งนรก
- 25-การรื้อถอน
25-การรื้อถอน
25-การรื้อถอน
งานเลี้ยงอาหารเย็นของตระกูลลู่สิ้นสุดลงแล้ว
ลู่หว่านเฟิงพาซูเหวินออกจากคฤหาสน์ไปด้วยกัน
หลังจากทั้งสองจากไปได้ไม่นาน หลิวเวินถงก็เดินเข้ามาหาลู่เซวียนอี๋ด้วยรอยยิ้ม
“เซวียนอี๋ เธอจะช่วยลู่หว่านเฟิงหาหลานสาวของคุณย่าเจียงจริงเหรอ?”
ก่อนหน้านี้ ระหว่างที่กำลังรับประทานอาหาร
ลู่หว่านเฟิงได้เล่าถึงอุปสรรคในการก่อสร้างโครงการที่หมู่บ้านตะวันออกให้ทุกคนในตระกูลลู่ฟัง
และตอนนี้… ถ้าไม่สามารถหาตัวหลานสาวของคุณย่าเจียงได้ โครงการสร้างโรงเรียนดนตรีนานาชาติก็จะดำเนินต่อไม่ได้
“ฉันน่ะเหรอ? แล้วทำไมฉันต้องช่วยลู่หว่านเฟิงด้วยล่ะ?”
ลู่เซวียนอี๋ยิ้มหยันอย่างดูแคลน
“ฉันไม่ได้มีความร่วมมืออะไรกับตระกูลจูสักหน่อย อีกอย่าง… ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าลู่หว่านเฟิงที่ชอบทำตัวเหมือนจะเก่งไปหมด จะโดนตระกูลจูลงโทษยังไง ถ้าทำให้โครงการล่าช้าอีกครั้ง”
“เธอหมายความว่า เธอไม่เชื่อว่าลู่หว่านเฟิงจะหาหลานสาวคุณย่าจียงเจอสินะ?”
หลิวเวินถงเริ่มจับจุดได้
“ฮึ! คนที่หายไปตั้งสิบปี จะหาเจอได้ง่าย ๆ เหรอ?”
ลู่เซวียนอี๋ส่ายหน้าอย่างเหยียดหยาม “หรือคิดว่าลู่หว่านเฟิงจะสร้างปาฏิหาริย์ได้ไม่หยุดงั้นเหรอ?”
“ก็จริงนะ”
หลิวเวินถงพยักหน้าเห็นด้วย “ตอนนี้ก็แค่รอดูว่า ลู่หว่านเฟิงจะกล้าลงมือรื้อบ้านคุณย่าเจียงจริง ๆ รึเปล่า ถ้าไม่รื้อ โครงการของตระกูลจูก็เดินต่อไม่ได้ แล้วคุณย่าตระกูลลู่ก็ไม่มีทางพอใจแน่ ๆ”
“ถ้าเธอกล้ารื้อก็ยิ่งดี!”
ลู่เซวียนอี๋พูดด้วยแววตาเคียดแค้น “ถ้ามีคนตายขึ้นมา พวกเธอก็ยกครัวไปติดคุกกันให้หมด!”
...
เช้าวันต่อมา
ซูเหวินเดินทางมาถึงสมาคมลู่เย่ว์
“ผู้จัดการเฉิน ผู้หญิงที่ให้ตามหา... ยังไม่มีวี่แววเลยเหรอ?”
เขาขมวดคิ้วถามขึ้น เมื่อเห็นเฉินไป่ฝูเดินเข้ามา
“เอ่อ...”
เฉินไป่ฝูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มแล้วตอบว่า
“ยังครับ ยังหาไม่เจอเลย ที่สำคัญมณฑลเจียงหนานมันกว้างใหญ่มาก แล้วผู้หญิงที่ชื่อเจียงซือเหยาผู้นี้ ก็หายตัวไปนานถึงสิบปี จะตามหายังไงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ”
“ถ้าฉันไปหาท่าน 'เฉินซือซื่อ' แห่งเจียงหนานล่ะ? เขาจะช่วยฉันตามหาซือเหยาให้เร็วขึ้นได้ไหม?”
จู่ ๆ ซูเหวินก็ถามขึ้นอย่างเฉียบพลัน
“หา!? คุณซูรู้จักท่านเฉินซือซื่อด้วยเหรอครับ!?”
เฉินไป่ฝูตกตะลึงสุดขีด
แม้เขาจะนามสกุลเฉินเหมือนกัน แต่สถานะกับเฉินซือซื่อนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
เฉินซือซื่อไม่เพียงแต่เป็นตำนานจอมยุทธ์แห่งเจียงหนานเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสามมหาอำนาจของเมืองเจียงหนานอีกด้วย
ในเจียงหนานที่มี 13 เมืองด้วยกัน—หากไม่นับเจ้าเมืองเซวียนอวี้หวัง ก็ไม่มีใครอยู่เหนือเขาแล้ว
แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา
เซวียนอวี้หวังไม่ปรากฏตัวอีกเลย จึงทำให้เฉินซือซื่อกลายเป็นผู้นำตัวจริงของเจียงหนานในสายตาคนทั่วไป
“แค่เคยได้ยินชื่อเฉินซือซื่อ แต่ยังไม่เคยเจอตัวจริงหรอก”
ซูเหวินตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
เฉินไป่ฝูพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่กล้าถามอะไรต่อ เขาเพียงพูดว่า
“แต่ต่อให้คุณซูไปหาเฉินซือซื่อ ท่านก็คงไม่สามารถตามหาตัวเจียงซือเหยาได้เร็วขึ้นหรอกครับ”
“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?”
ซูเหวินถามอย่างสงสัย
“เพราะต่อให้เฉินซือซื่อจะทรงอำนาจแค่ไหน เวลาจะสืบหาข่าวสารในเจียงหนาน ก็ยังต้องอาศัยเครือข่ายข้อมูลของสมาคมลู่เย่ว์พวกเราอยู่ดีครับ...”
เฉินไป่ฝูตอบพลางยิ้มแหย
“อย่างนี้นี่เอง...”
ซูเหวินพยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดอะไรต่อ
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สามวันถัดมา
แต่กระทั่งตอนนี้ สมาคมลู่เย่ว์ก็ยังไม่สามารถตามหาตัวเจียงซือเหยาได้
แม้แต่ลู่หว่านเฟิงและคนในตระกูลลู่เอง ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไร
“ซูเหวิน... เราจะทำยังไงดีล่ะ? ผ่านมาตั้งสามวันแล้วนะ...”
ที่วิลล่าเยว่จี๋ ลู่หว่านเฟิงในชุดเดรสยาวสีเขียวอ่อนแนบเนื้อ พิงอยู่ในอ้อมแขนของสามี ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“ถ้าหาเจียงซือเหยาไม่เจออีกละก็... ตระกูลลู่คงต้องบังคับรื้อบ้านคุณย่าเจียงแน่ ๆ แล้วถ้ามีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็...”
ยังไม่ทันพูดจบ
โทรศัพท์ของลู่หว่านเฟิงก็ดังขึ้น
“อะไรนะ!? ตระกูลลู่เริ่มรื้อบ้านที่หมู่บ้านตะวันออกแล้วเหรอ?”
“ได้ ฉันเข้าใจแล้ว!”
หลังวางสาย
ลู่หว่านเฟิงก็รีบหันมาบอกซูเหวินด้วยความร้อนรน
“ที่รัก เรื่องใหญ่แล้ว! พวกเขาเริ่มรื้อบ้านแล้ว! คุณย่าเจียงคิดจะฆ่าตัวตาย! เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้เลย!”
เมื่อทั้งสองมาถึงหมู่บ้านตะวันออก
ก็เห็นชาวตระกูลลู่กำลังนำทีมคนงานเข้ารื้อบ้านของคุณย่าเจียงจริง ๆ
“ลู่เซวียนอี๋! นี่มันเรื่องอะไรกัน!? ไม่ใช่ว่าทุกอย่างเกี่ยวกับโครงการโรงเรียน ต้องผ่านความเห็นของฉันก่อนเหรอ?”
ลู่หว่านเฟิงเดินเข้าไปด้วยความโกรธ แล้วตะคอกลู่เซวียนอี๋ในฝูงชน
“ใครให้สิทธิพวกเธอรื้อบ้าน!?”
“ฉันให้เอง!”
เสียงเคร่งขรึมดังมาจากด้านหลัง
คุณย่าตระกูลลู่เดินเข้ามา ใบหน้าท่านเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง
“หว่านเฟิง การร่วมมือกับตระกูลจูไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ พวกเราหาตัวเจียงซือเหยามาตั้งสามวันแล้ว ยังไม่มีวี่แววเลย โครงการโรงเรียนดนตรีนานาชาติจะล่าช้าอีกไม่ได้ หากยังไม่เริ่มลงมือ ตระกูลลู่เราจะลำบากแน่!”
“แต่ว่า...”
ลู่หว่านเฟิงไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่ถามเสียงเบาว่า
“แล้วคุณย่าจียงล่ะ? ท่านอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ตรงนั้นน่ะสิ!”
มีคนหนึ่งในตระกูลลู่ชี้ขึ้นไปบนหลังคาบ้านไม้ผุพัง
ที่นั่น... หญิงชราผมขาวคนหนึ่ง สวมเสื้อกันหนาวกลางฤดูร้อน กำลังนั่งอยู่บนหลังคา เตรียมจะจบชีวิตตัวเอง
“คุณย่าเจียง!!”
ลู่หว่านเฟิงหน้าซีดตกใจ รีบวิ่งเข้าไปตะโกน
“คุณย่าเจียง ลงมาก่อนเถอะ บนนั้นมันอันตรายนะ!”
“พวกหลอกลวง! พวกเธอมันหลอกลวงกันทั้งนั้น!”
คุณย่าเจียงตะโกนเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“พวกเธอสัญญาจะช่วยฉันตามหาหลานสาว แต่จนป่านนี้ฉันยังไม่ได้เห็นแม้แต่เงา พวกเธอกลับจะมารื้อบ้านฉันแทน!”
“ฉันแค่อยากรอหลานกลับมา แล้วทำไมพวกเธอต้องรังแกคนแก่แบบฉันด้วย!?”
ท้ายประโยค เธอร้องไห้ออกมาด้วยความหมดหวัง
“คุณย่าเจียง คุณลงมาก่อนเถอะ ผมจะช่วยหาตัวเจียงซือเหยาให้คุณเอง”
ซูเหวินเดินเข้าไปพูด
“ไม่! ฉันไม่ลง! ถ้าฉันลงไป พวกเธอก็จะรื้อบ้านฉันทันที!”
คุณย่าเจียงตะโกน น้ำตาไหลพราก
“ถ้ายังไม่ได้เจอหลาน ฉันจะไม่ลง! ถ้าจะรื้อบ้านฉัน ก็ให้ฉันตายตรงนี้เลย!”
“ก็ตายไปสิ! แกจะขู่ใครกัน? แค่ชีวิตคนแก่คนเดียว ตระกูลลู่ของเราก็ไม่เดือดร้อน!”
เสียงเย้ยหยันของคงม่านหยุนดังขึ้นจากในฝูงชน
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ของซูเหวินก็ดังขึ้น
เป็นสายจากเฉินไป่ฝู
“หา? เจอแล้วเหรอ? ดี ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
หลังวางสาย
ซูเหวินก็หันไปหาลู่หว่านเฟิงแล้วพูด
“ฉันหาตัวเจียงซือเหยาเจอแล้ว”
“จริงเหรอ!?”
ดวงตาลู่หว่านเฟิงเปล่งประกายขึ้นมาทันที
เธอรีบบอกคุณย่าเจียงว่า
“คุณย่าเจียง! สามีฉันหาเจอแล้วค่ะ! เจอหลานสาวของคุณแล้ว! ลงมาก่อนเถอะนะ!”
“ไม่! ถ้าเจียงซือเหยาไม่มาที่นี่ ฉันไม่ลง!”
คุณย่าเจียงดื้อดึงสุดชีวิต
“ฉันรู้ว่าพวกเธอหลอกฉัน! ฉันไม่หลงกลพวกเธออีกแล้ว!”
“เราไม่ได้หลอกคุณย่าจริง ๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะไปพาตัวซือเหยามาด้วยตัวเอง”
ซูเหวินพูดจบ เขาก็หันไปมองคนตระกูลลู่ทั้งหมดแล้วออกคำสั่ง
“ก่อนฉันจะกลับมา ห้ามใครแตะต้องหมู่บ้านตะวันออกเด็ดขาด! ถ้าใครฝ่าฝืน อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
“ไอ้ซู! แกกล้าพูดแบบนี้กับพวกเรารึไง!?”
ลู่ฉินซินที่นั่งอยู่ในรถเข็น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“แกกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ!”
“ซูเหวิน! แกแน่ใจนะว่าเจอเจียงซือเหยาแล้วจริง ๆ?”
คุณย่าตระกูลลู่มองเขาด้วยสายตาหนักแน่น
“เจอที่ไหนกันล่ะ?”
ไม่ทันที่ซูเหวินจะตอบ ลู่เซวียนอี๋ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“พวกเราหากันแทบตายยังหาไม่เจอ แล้วเขาไปเจอที่ไหน? วัน ๆ เอาแต่หลอกคนไปทั่วแบบนี้ ไม่อายบ้างรึไง? โชคดีจริง ๆ ที่ฉันไม่แต่งงานกับเขา!”
“ลู่เซวียนอี๋! หุบปาก!”
ลู่หว่านเฟิงหันไปดุลูกพี่ลูกน้อง ก่อนจะหันมากล่าวกับคุณย่า
“คุณย่า เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตคน ฉันเชื่อว่าซูเหวินไม่โกหกค่ะ”
“ได้... งั้นคราวนี้ฉันจะเชื่อซูเหวินสักครั้ง”
คุณย่าเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะจ้องซูเหวินแล้วพูดชัดถ้อยชัดคำ
“ซูเหวิน ฉันให้เวลาแกครึ่งวัน ถ้าเลยเวลานั้นแล้วยังไม่กลับมาพร้อมเจียงซือเหยา... ฉันจะสั่งรื้อหมู่บ้านตะวันออกทันที!”
...