เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 64 แยกบ้าน (2)

Re-new ตอนที่ 64 แยกบ้าน (2)

Re-new ตอนที่ 64 แยกบ้าน (2)


ตอนที่ 64 แยกบ้าน (2)

"ท่านพ่อ เรื่องแยกจากบ้านใหญ่เป็นความคิดของข้าเอง ไม่เกี่ยวกับท่านแม่กับพี่สะใภ้หรอก" หยูไห่เอ่ยอีกครั้งพร้อมกับมองไปที่เฒ่าหยู

เฒ่าหยูขมวดคิ้วมากขึ้นแล้วดุออกมาว่า "หมายความว่าเยี่ยงไรที่จะแยกออกจากบ้านใหญ่ ?   เลิกคิดมากเสีย ! ไว้ขาหายดีแล้วค่อยพูดเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังมิสาย ! "

หยูเสี่ยวเฉาพูดแทรกขึ้นทันที "ถ้าหากพวกเรายังมิแยกบ้าน บ้านสองทั้งบ้านก็คงจะถูกขายสิเจ้าคะ ! ท่านปู่เจ้าคะถ้าท่านพ่อมิออกมาช่วยเราไว้ เสี่ยวเหลียนกับข้าก็คงไม่อยู่ที่นี่แล้ว  เราต้องแยกบ้านตอนนี้ จะได้มิมีผู้ใดคิดจะขายพวกเราอีก ! "

"ขายหลานเยี่ยงนั้นรึ ? " ดวงตาพร่ามัวของเฒ่าหยูมีแววเย็นชาขึ้นมาทันทีจนทำให้รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา เขาจำได้ว่าภรรยาของเขาออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ พอเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้แล้วเขาก็จ้องไปที่นางจางและนางหลี่อย่างโกรธแค้นพร้อมกับแผดเสียงดังออกมาอย่างเกรี้ยวกราด "ปู่ยังมิตาย ผู้ใดมันบังอาจมาขายหลานของข้ากัน ! ตระกูลหยูมิมีวันทำเรื่องอัปยศอย่างการขายลูกหลานตนเองเด็ดขาด ! "

น้อยครั้งมากที่เฒ่าหยูจะโกรธจัดเช่นนี้ นางหลี่ก้มหน้าลงอย่างตกใจและหลบอยู่ด้านหลังแม่สามี นางจางเองก็กลัวแต่ก็ยังเถียงว่า "เป็นสาวใช้ของตระกูลโจวมิดีตรงไหนกัน ? มิต้องกังวลเรื่องอาหารหรือเสื้อผ้า เงินก็ได้เดือนละ 1 - 2 ตำลึง จะหาข้อตกลงที่ดีเช่นนี้ได้จากที่ใดอีก ? เราเสียเงินรักษาอาการบาดเจ็บของลูกรองไปเกินครึ่งของเงินที่มีแล้วนะ ตอนนั้นเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่ายาค่ารักษาเขาวันละตั้งหลายเฉียน รายได้ของครอบครัวช่วงนี้ก็ลดลง...ข้าก็แค่ทำเพื่ออนาคตของครอบครัวเราทั้งหมด ! "

"ตอนนี้ลูกรองก็ฟื้นแล้วมิใช่รึ ? อย่าเอาเรื่องแยกบ้านมากล่าวอีก ! " เฒ่าหยูรู้นิสัยที่แท้จริงของนางจางดี ตอนที่ภรรยาคนแรกของเขาตายไป เขาตัดสินใจผิดพลาดถึงขนาดนี้ได้เยี่ยงไรที่แต่งงานกับผู้หญิงเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้ ?

เมื่อก่อนเขาก็ทะเลาะกับนางจางเวลาที่นางทำเรื่องแย่ ๆ กับลูกรอง แต่นางก็มักจะเกรี้ยวกราดใหญ่โตและคร่ำครวญถึงความเดือดร้อนของครอบครัวและความลำบากของตนเอง  บางครั้งนางก็ตกลงที่จะเปลี่ยนแต่พริบตาต่อมาก็จะกลับไปเป็นเฉกเช่นเดิมอีก

ตอนที่หยูไห่อายุ 8 ขวบ เขาพยายามจับปลาในแม่น้ำจนเกือบจมน้ำตายเพราะหิวมาก  ตอนนั้นเฒ่าหยูตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะหย่ากับนาง แต่ไม่คิดว่านางจางจะกำลังท้องลูกของเขา หลังจากที่ทะเลาะกับนางเขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บนางไว้เป็นภรรยาของเขาต่อไป ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่นางคลอดลูกสาม นางจางก็ยิ่งใจร้ายและเข้มงวดมากขึ้น นางหมกมุ่นอยู่แต่กับลูกแท้ ๆ ของนางและไม่ดูแลลูกชายและลูกสาวของเขาที่เกิดกับภรรยาคนแรกอีกต่อไป

หลายปีผ่านไป ทุกครั้งที่เขาเถียงกับนาง นางก็มักจะอาละวาดเช่นนี้ เพื่อความสงบในครอบครัวเขาจึงได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่นางทำ...ทำให้ครอบครัวของลูกรองต้องลำบาก

เฒ่าหยูรู้สึกผิดอยู่ในใจมาตลอด หมอซุนบอกว่าขาขวาของเขาคงใช้การไม่ได้ในอนาคต  และถ้าอาการหนักมาก ๆ เขาอาจจะต้องตัดขา ครอบครัวของลูกรองมีแต่คนป่วยกับคนอ่อนแอ ถ้าพวกเขาไม่แยกครอบครัว ตราบใดที่เขายังอยู่ พวกเขาก็จะมีอาหารให้กิน...และถ้าเขาตายไป ลูก ๆ ของลูกรองก็จะโตขึ้นกว่านี้และจะทำงานได้...

ตรงข้ามกับความคิดของเขา หยูไห่ตัดสินใจแล้วและพูดออกมาจากใจจริงว่า "ท่านพ่อ ถ้าท่านพ่อรักข้าจริง ๆ ก็ให้พวกเราแยกบ้านไปเถอะ ข้าขอร้อง ! "

เมื่อเห็นแววตาจริงจังของลูกชาย เฒ่าหยูก็รู้สึกเจ็บแปลบในอก ตอนที่ภรรยาคนแรกของเขากำลังจะตาย นางได้ขอร้องซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าให้เขาดูแลลูกให้ดี แต่เขาไม่สามารถทำตามสัญญาได้ ลูกสาวคนโตของเขาแต่งงานกับคนที่อยู่ห่างไกลจากที่นี่ การเดินทางต้องใช้เวลาประมาณ 4 - 5 วัน ตั้งแต่ที่นางคลอดลูกของตนเอง นางก็แทบไม่กลับมาเยี่ยมบ้านพ่อแม่อีกเลย ส่วนลูกชายสุดที่รักของภรรยาคนแรกของเขาก็พิการเสียแล้ว หากเขาตายไป เขาจะไปสู้หน้าภรรยาคนแรกของเขาได้เยี่ยงไรกัน ?

เฒ่าหยูมัวแต่ครุ่นคิดจนลืมตัว เขาคิดว่าได้เห็นหญิงสาวผู้งดงามในสวนผักสีเขียวกำลังส่งยิ้มหวานให้เขาอีกครา...

ด้วยนิสัยเลว ๆ ของนางจางและเรื่องที่ว่าลูกรองจะอยู่ที่บ้านเหมือนเป็นกาฝากในอนาคต  เฒ่าหยูไม่อาจจินตนาการได้เลยว่านางจะยิ่งใจร้ายถึงเพียงไหน ช่างเถอะ ถ้าลูกรองอยากแยกจากบ้านใหญ่ก็ให้เขาไป วันหน้าเขาค่อยช่วยเหลือครอบครัวลูกรองเป็นการส่วนตัวก็ได้  และพวกเขาก็จะได้อยู่ห่างจากที่นี่...

หลังจากนั้นเฒ่าหยูก็บอกให้ต้าชานไปเชิญพี่ชายของเขากับหัวหน้าหมู่บ้านมาเพื่อพูดคุยรายละเอียดเรื่องการแยกครอบครัว

หยูลี่ชุน พี่ชายคนโตของเฒ่าหยู โกรธแทนหลานชายของเขา "น้องสาม ! ต้าไห่เป็นคนที่ขยันที่สุดในบ้านมิใช่รึ ! ตั้งสติแล้วคิดสักหน่อย ! ถ้ามิใช่เพราะต้าไห่ขยันทำงานหนัก ทั้งครอบครัวจะได้อยู่กันอย่างสุขสบายเช่นนี้รึ ? นี่เขาเพิ่งฟื้นขึ้นมาก็จะผลักไสกันออกไปแล้ว  เจ้ายังจะไปสู้หน้าท่านแม่ที่ตายไปแล้วได้อีกรึ ? "

"ท่านพี่ใหญ่ ลูกรองเป็นคนอยากแยกออกไปเอง เกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะ ? " นางจางรู้สึกไม่ชอบใจ คนที่ไม่เกี่ยวข้องพวกนี้กำลังวิพากษ์วิจารณ์ด่าว่าพวกเขาทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องของครอบครัวพวกเขา พวกดีแต่เอ่ยออกมาลองเจอกับตัวเองบ้างสิ ถ้าไม่แยกบ้าน พวกเจ้าจะรับไปดูแลเองงั้นหรือ ? '

หยูลี่เซีย ลุงรองของหยูไห่ที่อาศัยอยู่นอกหมู่บ้านและไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันมีนิสัยที่ค่อนข้างดุ เขาจ้องหน้าหญิงชราแล้วตะคอกออกมาว่า "ผู้ชายกำลังคุยกัน ผู้หญิงอย่างเจ้าสอดเข้ามายุ่งได้เยี่ยงไร ? "

นางจางบ่นพึมพำเบา ๆ อย่างไม่พอใจ "ครอบครัวเราคือคนที่จะแยกบ้านนะ จะไม่เกี่ยวกับข้าได้เยี่ยงไรกัน ? "

แม้ว่าหมู่บ้านตงชานจะเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ แต่หัวหน้าหมู่บ้านหลิวเจียชุนก็เป็นคนที่ชาวบ้านเคารพนับถือเขาเป็นอย่างมาก เขามองหน้านางจาง นางจางจึงได้เริ่มเงียบทันที จากนั้นเขาก็เริ่มพูดกับเฒ่าหยู "น้องลี่ชิววางแผนจะแยกบ้านเยี่ยงไร ? "

เฒ่าหยูพ่นควันยาสูบของเขาแล้วคิดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "ข้ามีแผนแล้ว เราจะแบ่งทรัพย์สินของครอบครัวเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน ต้าชานกับน้องชายคนอื่น ๆ ของเขาจะได้คนละส่วน ข้ากับเมียจะได้ 1 ส่วน... "

"มิได้ ! ไซตี้ยังมิได้แต่งงานก็ควรจะได้ส่วนแบ่งด้วย ! เยี่ยงนั้นใครจะให้สินเดิมลูก ? ตระกูลจ้านให้เงิน 8 ตำลึงเป็นของหมั้นลูกเชียวนะ ! แล้วในอนาคตลูกสามก็จะเข้าสอบรอบคัดเลือกระดับประเทศอีก ค่าใช้จ่ายจะต้องมากเป็นแน่ หรือเจ้าจะบอกว่าพี่ชายที่แยกบ้านออกไปจะส่งเสียเรื่องเงินให้เขาล่ะ ? " ทันทีที่ได้ยินข้อเสนอนั้นนางจางก็ไม่ชอบใจขึ้นมาทันที

เฒ่าหยูเคาะกล้องยาสูบใต้โต๊ะแล้วเอ่ยว่า "งั้นก็แบ่งเป็น 5 ส่วนเท่า ๆ กัน ไซตี้จะได้ส่วนแบ่งด้วย หลังแยกบ้าน พ่อกับแม่จะอยู่กับลูกคนใดคนหนึ่งและเมื่อเราตายส่วนแบ่งของเราก็จะเป็นของลูกคนนั้น หลังตกลงกันแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าการแยกบ้านจะเป็นการละทิ้งครอบครัว ครอบครัวของลูกรองยังอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่กับเราได้ เราจะได้อยู่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แยกจากกัน เงินส่วนใหญ่ที่ซื้อเรือลำใหม่ ต้าไห่เป็นคนหามา และขาของเขาก็ไม่ดีแล้ว เพราะงั้นเรือจะเป็นของเขา ในอนาคตเขาจะได้ปล่อยให้เช่าเรือเพื่อหารายได้..."

ก่อนที่เขาจะพูดจบนางหลี่ก็ดึงแขนสามีอย่างแรง แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไร นางก็พูดขึ้นว่า  "ท่านพ่อ ต้าชานกับไห่สือเป็นลูกคนโตกับหลานคนโตของตระกูล เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องดูแลท่านพ่อกับท่านแม่และท่านปู่กับท่านย่า ทั้งท่านพ่อทั้งท่านแม่ควรจะอยู่กับพวกเรา แต่ว่าสามีของข้ารู้แค่วิธีหาปลาเท่านั้น ถ้าเอาเรือให้น้องรอง แล้วพวกเราจะหากินกันได้เยี่ยงไร ? "

นางจางที่เก็บคำบ่นเอาไว้นานแล้วก็ได้จังหวะทันที "สะใภ้ใหญ่พูดถูกแล้ว เจ้าเป็นหัวหน้าครอบครัวนะ จะลำเอียงเกินไปหน่อยแล้ว ถ้าไม่มีเรือหาปลาแล้วพวกเราจะอยู่กันยังไง ?  เจ้ายังอยากให้ลูกสามเข้าสอบอยู่หรือไม่ ? ยังอยากให้ไซตี้ได้แต่งงานอยู่อีกหรือไม่ ? แล้วเรื่องการแต่งงานของไห่สือในอนาคตอีกเล่า ? ข้ามิเห็นด้วย มิเห็นด้วยถึงที่สุด ! "

" เรายังมีที่ดินอีก 3 แปลงมิใช่รึ ? ลูกใหญ่กับข้าเข้าเมืองไปหางานทำชั่วคราวอีกก็ได้...มิใช่ว่าไม่เคยอยู่แบบนั้นกันสักหน่อย" เฒ่าหยูเงียบไปนิดก่อนจะตอบออกมาขณะที่กำลังคิดถึงลูกสามที่ขยันเรียนและมีความสามารถ

นางจางส่งเสียงแหลมปรี๊ดจนทุกคนพากันแสบแก้วหู "ที่ดิน 3 แปลงนั่นปีหนึ่งให้ผลผลิตมากพอเลี้ยงพวกเราไปได้แค่ 6 เดือนเท่านั้น เมื่อก่อนตอนที่เรามีลูกน้อยกว่านี้ ข้ายังไม่กล้ากินมากเกินไปหรือซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยเพื่อที่จะได้ประหยัด ๆ เราสะสมทรัพย์สมบัติมาได้มากขนาดนี้ด้วยความยากลำบาก แต่เจ้าก็เอาให้ลูกรองไปหมด ! ใช่สิ ต้าชานเป็นลูกติดจากสามีเก่าของข้านี่ เจ้าถึงได้ไม่สนใจไม่ห่วงใย ! แต่ลูกสามกับไซตี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้ามิใช่รึ ? ตาเฒ่าเจ้ามิให้หนทางอยู่รอดกับพวกเราเลย ! ข้ามิยอม ! จะเอาเรือหาปลาให้ลูกรองมิได้  เว้นแต่เจ้าอยากจะบีบพวกเราที่เหลือให้ตาย ! "

หยูต้าชาน ลูกชายคนโตที่พูดช้าและซื่อสัตย์ก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยอย่างกลัว ๆ หลังถูกภรรยาหยิกอยู่หลายครั้ง "ท่านพ่อ นอกจากหาปลาข้าก็ทำอย่างอื่นมิเป็น ถ้าเข้าเมืองก็คงหางานทำมิได้...ข้าก็ไม่เห็นด้วยที่จะเอาเรือให้น้องรอง..."

"ใช่แล้ว ใช่ ๆ ! ท่านพ่อกับท่านแม่ก็อาศัยอยู่กับเรา น้องเล็กก็ยังไม่ได้แต่งงาน น้องสามก็ยังเรียนและยังต้องใช้จ่ายอยู่กับครอบครัวเขาอีก เอาเรือให้มิได้เด็ดขาด ! " นางหลี่รีบเห็นด้วยทันที

หยูป่อกับหยูไซตี้ก้มหน้านิ่งเงียบ ไม่มีใครบอกได้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่

หยูไห่ฟังทุกคนเถียงกันอย่างสงบและพูดขึ้นบ้างว่า "ท่านพ่อ ท่านหมอบอกว่าขาข้าจะไม่ดีขึ้น ยังไม่รู้เลยว่าจะยืนได้หรือไม่ ถึงมีเรือหาปลา ข้าก็ออกเรือไปจับปลามิได้แล้ว ข้ามิอยากได้เรือหรอก ส่วนที่ดิน 3 แปลงก็พอจะมีผลผลิตที่ดีอยู่ เอาที่ดินให้พวกเราก็ได้ เมียข้ากับลูก ๆ จะได้ปลูกพืชกิน ! "

หยูเสี่ยวเฉาไม่รู้วิธีจับปลา นางจึงไม่สนใจเรื่องเรือมากนัก ตอนนี้นางกำลังคิดถึงเรื่องอนาคต  ถ้าพวกเขายังอยู่ด้วยกัน มันก็จะไม่ได้แยกกันอย่างเด็ดขาด ถ้าอยู่ ๆ ครอบครัวของนางอยู่ดีกินดีขึ้นมา ตามนิสัยของนางจางกับนางหลี่แล้ว จะต้องก่อปัญหาให้พวกเขาอีกเป็นแน่ จะต้องทำเยี่ยงไรถึงจะอยู่ให้ห่างจากพวกหมาป่าที่หิวโหยพวกนี้ให้ไกลได้มากที่สุด ?

ขณะที่นางคิดอยู่นั้น ท่านพ่อของนางก็เอ่ยขึ้นอีกคราว่า "ลูกของพี่ใหญ่ก็กำลังโต น้องสามได้แต่เบียดเสียดกันอยู่ในห้องเล็ก ๆ ตอนที่กลับมาเยี่ยมบ้าน ถ้าครอบครัวของเรายังอยู่ด้วยกันทั้งหมด มันจะแออัดเกินไป ท่านพ่อยกบ้านเก่าของตระกูลให้ข้าได้หรือไม่ ? หลังจากทำความสะอาดสักหน่อยก็น่าจะพออยู่ได้แล้ว... ! "

บ้านเก่าของตระกูลหยูอยู่ที่เชิงเขาตะวันตก มันเป็นบ้านขนาด 3 ห้องที่ทำจากอิฐโคลน อีกทั้งยังมีลานบ้านขนาดพอเหมาะและด้านหลังก็มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ตอนที่แม่ของหยูไห่ยังมีชีวิตอยู่ ครอบครัวของพวกเขาเคยอาศัยอยู่ที่นั่น ต่อมาเมื่อความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น  ทั้งครอบครัวก็ย้ายเข้ามาในหมู่บ้านที่ใกล้กับทะเลมากขึ้น

ไม่มีใครอยู่ในบ้านเก่า ๆ หลังนั้นมา 10 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าทุกปีพวกเขาจะกลับไปซ่อมแซมเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง แต่ไม่มีใครรู้ว่าบ้านนั้นจะเสียหายไปมากเท่าใดแล้ว นางจางคิดนิดหนึ่งแล้วก็ตัดสินใจไม่โวยวาย แต่นางก็ยังหวังว่าจะสามารถเก็บที่ดิน 3 แปลงเอาไว้ได้ ถึงมันจะไม่ได้ให้ผลผลิตมากมายอะไร แต่การไม่มีมันก็หมายความว่าในอนาคตพวกเขาจะต้องเสียเงินซื้อพวกธัญพืชและแป้ง ก็ไม่น่าแปลกใจที่นางจางต้องการเก็บมันเอาไว้ แต่เมื่อเทียบกับเรือหาปลาแล้ว ที่ดิน 3 แปลงก็มิได้สำคัญสักเท่าใดนัก

ในท้ายที่สุด นอกจากบ้านเก่า ๆ โทรม ๆ กับที่ดิน 3 แปลง ครอบครัวของเสี่ยวเฉาจะได้หม้อทำอาหาร, จานชามนิดเล็กน้อย, และเครื่องมือเพาะปลูกบางอย่าง

เมื่อเฒ่าหยูยกเรื่องแบ่งเงินออกเป็น 5 ส่วนขึ้นมาพูด สีหน้าของนางจางก็มืดมนขึ้นมาทันที

แต่หัวหน้าหมู่บ้านกับผู้อาวุโสของตระกูลหยูคนอื่น ๆ ต่างไม่มีใครเชื่อนางที่นางบอกว่าไม่มีเงิน นางจึงจำใจต้องควักเอาเงินอีแปะออกมา 2 - 3 พวงและเงินเฉียนอีกนิดหน่อยจากในไห แล้วโยนมันลงบนเตียงพร้อมกับเอ่ยเสียงดังว่า  "ตอนที่ลูกรองบาดเจ็บ ข้าใช้เงินไปเกือบหมดแล้ว ดูเสีย นี่คือเงินที่เหลือ ! "

เสี่ยวเฉามองดูเงินแล้วประเมินจำนวนเงินอีแปะและเงินเฉียนแล้ว อย่างมากก็ประมาณ 10 ตำลึง และพวกเขายังต้องแบ่งออกเป็น 5 ส่วนอีก อย่างมากครอบครัวของนางก็จะได้เพียงแค่ 2 ตำลึง ไม่พอซ่อมบ้านใหม่ของพวกเขาด้วยซ้ำ !

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 64 แยกบ้าน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว