เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ: ข้าจะรับผิดชอบท่านเอง

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ: ข้าจะรับผิดชอบท่านเอง

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ: ข้าจะรับผิดชอบท่านเอง


ท่ามกลางสติที่ยังพร่ามัว จู่ๆ เฉิงเหยาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ ราวกับถูกของมีคมบิดคว้านอย่างรุนแรง มันเจ็บปวดเจียนตาย!

นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกแล้วลืมตาโพลง

ภายในห้องตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงตามแบบโบราณ มีตัวอักษรมงคลคู่สีแดงสดแปะติดอยู่ทั่วทุกหนแห่ง

นางถูกราชันย์ซอมบี้เหยียบตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?

ที่นี่คือที่ไหนกัน?

"ตื่นแล้วหรือ?" สตรีโฉมงามในชุดแต่งงานหรูหราเหยียดยิ้มหยัน "ท่านพี่ คิดจะแกล้งตายเพื่อหนีการแต่งงานครั้งนี้งั้นหรือ ฝันไปเถอะ"

สตรีผู้นั้นสะบัดมือเบาๆ แม่เฒ่าสองคนก็ก้าวออกมาข้างหน้า พวกนางดึงตัวเฉิงเหยาขึ้นมา บีบคางของนาง แล้วนำชามยาสีดำสนิทมาป้อนกรอกปากอย่างบังคับ

เฉิงเหยารู้สึกราวกับร่างกายถูกปิดผนึก นางไม่อาจขยับเขยื้อนหรือเปล่งเสียงใดๆ ได้ หญิงรับใช้ชราทั้งสองมีเรี่ยวแรงมหาศาล เมื่อของเหลวรสขมเฝื่อนและมีกลิ่นเหม็นคาวไหลลงคอ นางก็สำลักครั้งแล้วครั้งเล่า สภาพดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"ท่านพี่ อ๋องจ้านผู้นั้นกลายเป็นคนพิการ ส่วนท่านก็เป็นแค่ตัวไร้ค่า พวกท่านสองคนช่างเป็นคู่สร้างคู่สมกันเสียจริง การแต่งงานกับเขาย่อมเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว" หญิงสาวลูบปลอกเล็บสีสันสดใสของตน แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ส่วนข้า ก็คงต้องยอมทนลำบากแต่งงานกับองค์ชายรองแทนท่านก็แล้วกัน"

พูดจบ นางก็ยิ้มแล้วเดินนวยนาดจากไป

แม่เฒ่าทั้งสองจับเฉิงเหยาสวมชุดแต่งงาน แล้วกึ่งลากกึ่งหามนางออกไปยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาว

คุณหนูสองคนแห่งจวนแม่ทัพออกเรือนในวันเดียวกัน คนหนึ่งแต่งให้แก่อ๋องต่างแซ่ผู้ทรงอำนาจ ส่วนอีกคนแต่งให้องค์ชายรองผู้เปี่ยมพรสวรรค์ สองหญิงงามจากหนึ่งตระกูลช่างเป็นที่น่าอิจฉา ผู้คนต่างพากันพูดคุยถึงงานมงคลนี้อย่างออกรสออกชาติ

เฉิงเหยายังคงมึนงง นางถูกลากและดึงไปมาประหนึ่งหุ่นเชิด

เนื่องจากอ๋องจ้านเดินเหินไม่สะดวก พิธีการแต่งงานจึงถูกข้ามไป นางถูกประคองส่งเข้าห้องหอโดยสาวใช้ที่ติดตามมากับสินเดิม

เหล่าข้ารับใช้ถอยออกไป บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบสงัด

มาถึงตอนนี้นางจึงตระหนักได้ว่าตนเองทะลุมิติมาแล้ว ความคิดในหัวของนางสับสนวุ่นวายไปหมด

นางสามารถควบคุมร่างกายและเรี่ยวแรงกลับคืนมาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ทว่ากลับรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวจนทนแทบไม่ไหว เมื่อไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป นางจึงถอดมงกุฎหงส์และชุดแต่งงานออก

สายตาแหลมคมดุจใบมีดตวัดมองมาที่นาง

นางมองตามไป ช่างเป็นบุรุษที่น่าเกรงขามเสียนี่กระไร!

บุรุษผู้นั้นนั่งอยู่บนรถเข็น แผ่ซ่านกลิ่นอายสูงศักดิ์ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาเย็นชา เพียงแค่สบตากับเขาปราดเดียวก็ทำให้นางเสียวสันหลังวาบและรู้สึกอึดอัดใจ

"เจ้าไม่ใช่เฉิงหลาน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของเขาแฝงไปด้วยความเย็นชา

ท่ามกลางความเงียบงันราวกับไร้สิ่งมีชีวิต เฉิงเหยารวบรวมสติแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว "ข้าชื่อเฉิงเหยา เป็นน้องสาวคนรองของเฉิงหลานเจ้าค่ะ"

บุรุษผู้นั้นแค่นเสียงหัวเราะหยัน "สตรีที่ตามตื๊อองค์ชายรองไปทั่วเมืองหลวงน่ะหรือ?"

เฉิงเหยาส่ายศีรษะที่กำลังมึนงง ทว่าเปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ภายในร่างกายกลับลุกลาม แผดเผาไปถึงกระดูกจนปวดร้าว น้ำเสียงของนางจึงฟังดูขอไปที "เมื่อก่อนข้ายังเด็กและโง่เขลา ตอนนี้รู้ตัวว่าผิดแล้ว ต่อจากนี้ข้าจะทำดีต่อท่าน..."

ขณะที่พูด นางก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองแล้วโผเข้าหาบุรุษบนรถเข็น

"บังอาจ!" คิ้วและดวงตาของบุรุษผู้นั้นเย็นเยียบและแข็งกร้าวดุจใบมีด ทว่าเขากลับพบว่าร่างกายของตนไร้เรี่ยวแรง ไม่อาจรวมกำลังผลักนางออกไปได้

เขาเบือนหน้ามองไปด้านข้าง ดวงตาพลันแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน

กระถางธูปสามขาทองสัมฤทธิ์สลักลวดลายมังกรกำลังพ่นควันธูปเป็นสายม้วนตัวลอยขึ้นมา

ธูปนั่นมีปัญหา!

อาศัยจังหวะที่เขาเผลอ เฉิงเหยาก็ดึงตัวเขาขึ้นแล้วผลักลงบนเตียง

ทันทีที่สัมผัสตัวเขา นางยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มประหนึ่งกำลังจะถูกแผดเผาให้ตาย นางทาบทับลงบนร่างของเขาอย่างอ่อนปวกเปียก ดวงตากลมโตสุกใสราวมะซางบัดนี้มีน้ำตารื้น มองดูเขาด้วยความน่าสงสาร "ข้าถูกวางยา โปรดทะนุถนอมข้าด้วย"

ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิด จึงเอ่ยเสียงเย็น "ข้าจะสั่งให้คนไปตามหมอหลวง"

"ข้าทรมาน" นางครวญครางเสียงแผ่ว น้ำเสียงหวานละมุนและอ่อนโยน เมื่อสูญเสียสติสัมปชัญญะไปจนสิ้น นางก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของเขาออก "มอบตัวท่านให้ข้าเถอะ แล้วข้าจะรับผิดชอบท่านเอง"

ชายหนุ่มชะงักงัน จากนั้นเปลวเพลิงที่น่าตื่นตะลึงก็จุดประกายขึ้นในส่วนลึกของดวงตา "เจ้าพูดเองนะ"

"อืม ข้าพูดเอง" เฉิงเหยาตอบส่งๆ แต่นางกลับเป็นฝ่ายรุกราน เข้าครอบครองและช่วงชิงไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

แสงแดดสาดส่องกระทบขอบหน้าต่าง ต้นกุ้ยฮวาด้านนอกสั่นไหวเบาๆ ไปตามสายลม

ท่ามกลางกลิ่นหอมหวนที่โชยมา เฉิงเหยานึกถึงเรื่องบัดซบที่นางทำลงไปเมื่อคืน ขนตาหนางอนกระพริบสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่นางจะหลับตาปี๋

นางดิ้นรนเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกมาหลายปี ทว่ากลับต้องมาตาย และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็กลายเป็นบุตรสาวภรรยาเอกคนที่สองของจวนแม่ทัพที่พลัดพรากและเติบโตมานอกจวน

บิดาบุญธรรมของเจ้าของร่างเดิมเป็นพวกขี้เมา ชอบทุบตีคนเวลาเมามาย ส่วนมารดาบุญธรรมก็เอาแต่ร้องไห้ทั้งวันและไม่ดูแลนางให้ดี ส่งผลให้นางมีนิสัยขี้ขลาดและเก็บตัว

เมื่ออายุแปดขวบ บิดาบุญธรรมเมาจนล้มตายอยู่ข้างถนน ส่วนมารดาบุญธรรมก็ล้มป่วยหนัก นางจึงเพิ่งคิดได้และเดินทางไปที่จวนแม่ทัพเพื่อสารภาพว่าตนเองเป็นคนขโมยเด็กคนนี้ไปเพราะไม่สามารถมีบุตรได้มาหลายปี

นางถูกพาตัวกลับจวนโดยคิดว่าความยากลำบากได้สิ้นสุดลงแล้วและจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น

นางถูกลักพาตัวไปตั้งแต่ยังเป็นทารกแบเบาะ มารดาของนางใจสลาย ต่อมามารดาก็พบว่าบิดากำลังเลี้ยงดูอนุภรรยา ด้วยความเจ็บปวดซ้ำซ้อน มารดาของนางจึงตรอมใจตาย

เมื่อมารดาจากไป บิดาก็ไม่รักใคร่ไยดี จึงไม่มีใครในจวนชอบนางเลย หากไม่ได้ท่านตาและท่านยายคอยหนุนหลัง สถานการณ์ของนางคงเลวร้ายยิ่งกว่าสาวใช้เสียอีก

เมื่ออายุสิบสี่ปี นางตามท่านยายไปไหว้พระขอพรที่วัดฮู่กั๋วและได้พบกับองค์ชายรอง

องค์ชายรองผู้นั้นรูปงามและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ เจ้าของร่างเดิมตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ และกลายเป็นคนกล้าหาญขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

นางไม่เพียงแต่ส่งของขวัญและจดหมายรักให้เขา แต่ยังถึงขั้นแอบปีนกำแพงเพื่อไปพบเขาอีกด้วย

นางทิ้งความสงวนท่าทีและเหตุผลไปจนสิ้น ใช้ความกล้าและพลังงานทั้งหมดที่มีเพื่อรักเขา

เมื่อเห็นว่าเรื่องราวชักจะบานปลาย ท่านตาของนางจึงยอมเสี่ยงชื่อเสียงและใช้ผลงานทางทหารของตนเพื่อขอสมรสพระราชทาน

แต่ใครจะรู้ว่า เฉิงหลาน น้องสาวต่างมารดาของนาง ได้ไปพัวพันลึกซึ้งกับองค์ชายรองอยู่ก่อนแล้ว นางจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

เมื่อท่านตาและท่านยายจากโลกนี้ไป ก็ไม่มีใครปกป้องเจ้าของร่างเดิมอีก เฉิงหลานจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร นำมาซึ่งฉากในตอนต้น

เมื่อรู้ว่าตนจะต้องถูกส่งไปแต่งงานแทนกับอ๋องจ้าน จ้านฮ่าวถิง ผู้เป็นตำนาน ซึ่งมีข่าวลือว่าเขามีใบหน้าสีเขียว เขี้ยวปูดนูน ชอบดื่มเลือดและกินเนื้อดิบ เจ้าของร่างเดิมก็ตกใจกลัวจนสิ้นใจ

ส่วนนางที่เพิ่งทะลุมิติมาเมื่อคืน ก็ได้หลับนอนกับอ๋องจ้านไปเสียแล้ว

ขาของอ๋องจ้านใช้งานไม่ได้ นางจึงเป็นฝ่ายริเริ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จากนั้น ไม่รู้ว่าเพราะศักดิ์ศรีของเขาถูกเหยียบย่ำจนอยากจะเอาคืน หรือเพราะเขาเริ่มติดใจ เขากลับเป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์และทรมานนางกลับ

อ๊ากกก! น่าอับอายเกินไปแล้ว!

เฉิงเหยายกมือขึ้นปิดหน้าแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง

ร่างกายของนางปวดร้าวไปทุกสัดส่วน จนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางออกมา

โชคดีที่บริเวณนั้นรู้สึกเย็นสบาย คงจะมีการทายาให้แล้ว

นางสวมชุดอยู่บ้านที่สะอาดสะอ้าน แม้จะไม่รู้ว่าเป็นสาวใช้หรืออ๋องจ้านที่เปลี่ยนให้นางก็ตาม

"พระชายา ตื่นแล้วหรือเพคะ"

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว สาวใช้คนหนึ่งก็เลิกม่านเข้ามาเพื่อเตรียมเสื้อผ้าและปรนนิบัตินางในการแต่งตัวและผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย

เฉิงเหยามองไป พวกนางล้วนเป็นคนหน้าใหม่ ไม่มีสาวใช้ที่ติดตามมากับสินเดิมของนางเลยสักคน

"ชุนเถาและชิวเยว่ไปไหนเสียล่ะ?"

"ทูลพระชายา สองคนนั้นดูแลพระองค์ไม่ดี จึงถูกฮูหยินจ้านขายทิ้งไปแล้วเพคะ"

"ฮูหยิน" ในที่นี้หมายถึงแม่สามีของนาง ฮูหยินจ้าน

ทวดของตระกูลจ้านได้รับแต่งตั้งเป็นโหวแห่งความจงรักภักดีและความกล้าหาญ ทว่าลูกหลานรุ่นหลังกลับทำผลงานได้ไม่ดีนักจึงค่อยๆ ตกต่ำลง แต่ในรุ่นนี้กลับมีทายาทผู้มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมปรากฏตัวขึ้น นั่นคือ จ้านฮ่าวถิง

หลังจากออกรบตั้งแต่อายุสิบสอง เขาก็เป็นดั่งปลาได้น้ำ เขาปราบปรามชายแดน ยึดดินแดนที่สูญเสียกลับคืนมา ทำศึกบนสมรภูมินานถึงสิบปี และสร้างผลงานทางทหารอันโดดเด่น จนฮ่องเต้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นอ๋องต่างแซ่

เนื่องจากเขาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นอ๋อง ภรรยาของเขาจึงมีฐานะเป็นพระชายา แต่เนื่องจากบิดาของเขาไม่ใช่อ๋อง มารดาของเขาจึงถูกเรียกได้แค่เพียงฮูหยินเท่านั้น

"แล้วแม่เฒ่าเฉินกับคนอื่นๆ ล่ะ?"

"ทูลพระชายา พวกแม่เฒ่าก็ถูกฮูหยินจ้านจัดการแล้วเช่นกันเพคะ"

เฉิงเหยาเข้าใจแล้ว

ตระกูลจ้านสมคำร่ำลือจริงๆ วิธีการจัดการช่างเด็ดขาดดุจสายฟ้าแลบ

นางถูกบังคับกรอกยาและแต่งงานเข้ามาแทนผู้อื่น ข้ารับใช้ที่เป็นสินเดิมไม่อาจหลีกหนีความผิด ต้องถูกไต่สวนและจัดการ

นางอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาจะสืบสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังอย่างเฉิงหลานได้หรือไม่

เฉิงเหยาถามอีกครั้ง "ท่านอ๋องล่ะ?"

สาวใช้ตอบ "ทูลพระชายา ท่านอ๋องทรงรอพระองค์อยู่ที่โถงด้านหน้าเพื่อยกน้ำชาพร้อมกันเพคะ"

เฉิงเหยารู้สึกอับอายจึงบ่นอุบ "ทำไมเขาไม่เรียกข้าให้เร็วกว่านี้เล่า?"

ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงแล้ว นางไม่มีหน้าจะไป และก็ไม่อยากไปเลยด้วย

ฐานะตัวแทนของนางคงล่วงรู้ไปทั่วทั้งจวนแล้ว และนางก็ไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นกำลังพูดถึงนางว่าอย่างไรบ้าง

"ทูลพระชายา ท่านอ๋องตรัสว่าเนื่องจากพระองค์ไม่ค่อยสบาย จะเสด็จไปสายหน่อยก็ได้เพคะ"

จ้านฮ่าวถิงก็ช่างเอาใจใส่เหมือนกันนะ มีเขาอยู่ด้วย คงไม่มีใครกล้ารังแกนางหรอกใช่ไหม?

ช่างเถอะ เห็นแก่ที่เขาปกป้องนาง นางก็ไม่ควรทำให้เขาลำบากใจ

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เฉิงเหยาก็ลุกขึ้นอย่างสง่างาม

จบบทที่ ตอนที่ 1 ทะลุมิติ: ข้าจะรับผิดชอบท่านเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว