เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 58 ตัดขา

Re-new ตอนที่ 58 ตัดขา

Re-new ตอนที่ 58 ตัดขา


ตอนที่ 58  ตัดขา

ไม่ ! นั่นแทบไม่เรียกว่าขาแล้ว ! ผิวหนังที่ขาขวาฉีกลอกออกเกือบทั้งหมด เผยให้เห็นเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและกระดูกสีขาวข้างใน ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุดก็คือต้นขา  เนื้อถูกฉีกออกไปเป็นก้อน เลือดไหลออกมาจากหลอดเลือดแดงที่ต้นขาไม่หยุด ถ้าจ้าวปู้ฝานไม่ได้ฉีกเสื้อมามัดรอบต้นขาเขาเอาไว้ล่ะก็ หยูไห่คงเสียเลือดมากจนตายก่อนจะมาถึงบ้านแล้ว

“เสี่ยว...เสี่ยวเฉา !” นางหลิวร้องไห้ฟูมฟายจนแทบหายใจไม่ออก ถ้านางไม่ได้กินยามาตลอดฤดูหนาวก็คงเป็นลมไปเรียบร้อยแล้ว นางหลิวคว้าตัวลูกสาวคนเล็กเอาไว้แน่นราวกับเป็นความหวังสุดท้ายในการช่วยชีวิตสามีของนาง “ใช่แล้ว ! เสี่ยวเฉา เจ้าเรียนหมอกับหมอโหยวมามิใช่รึลูก ? รีบช่วยพ่อของเจ้าเร็ว ๆ เข้า !”

หยูเสี่ยวเฉาไม่เคยเห็นภาพที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อนเลย นางจึงตกตะลึงไปชั่วอึดใจและไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี

[ เจ้านาย ท่านต้องหยุดเลือดก่อน ! ถ้าเลือดออกหมดตัว ต่อให้เป็นเซียนก็ช่วยชีวิตเขาไว้มิได้ ! ] เมื่อหินศักดิ์สิทธิ์เห็นสีหน้าหวาดกลัวของเจ้านายของมัน มันก็รีบเตือนนางให้ทำการห้ามเลือดทันที

“ข้า ข้าจะทำเยี่ยงไรดี ?” หยูเสี่ยวเฉาจำการผ่าตัดในชาติก่อนของนางได้ว่าบาดแผลใหญ่ ๆ จะต้องเย็บเพื่อหยุดเลือด แต่ขาพ่อของนางยับเยินถึงเพียงนี้ นางจะทำเยี่ยงไรดี ?

[ เอาข้าไปอยู่ใกล้ ๆ แผลที่ต้นขาของเขา ข้าจะสามารถใช้พลังวิญญาณช่วยได้ง่ายขึ้น ! ]  หินศักดิ์สิทธิ์ได้แต่แนะนำเจ้านายของมันไปทีละขั้นตอน

หยูเสี่ยวเฉาเอายาสำหรับบาดแผลภายนอกออกมาทั้งหมด เธอใช้น้ำหินศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สมาธิขั้นสูงทำออกมาผสมเข้ากับยา จากนั้นก็ทาลงบนบาดแผลของพ่ออย่างระมัดระวัง  ขณะที่ทายานางก็พยายามเอาหินศักดิ์สิทธิ์ที่ข้อมือของนางเข้าไปใกล้แผลให้มากที่สุด

หินศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงสีทองจาง ๆ ออกมา แสงนั้นค่อย ๆ ห่อหุ้มขาของหยูไห่ทั้งขา  แม้ว่าตาเปล่าจะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไร แต่เส้นเลือดและเนื้อที่ฉีกขาดก็ได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังวิญญาณของหินศักดิ์สิทธิ์ พูดอีกอย่างก็คือแม้ว่าขาของเขาจะดูน่ากลัวอยู่เช่นเดิม แต่ก็จะหายเร็วขึ้นเป็นสองเท่าในอนาคต

แสงสีทองคลุมขาของหยูไห่อยู่ 2 เค่อ หินศักดิ์สิทธิ์ใช้พลังวิญญาณของมันจนหยดสุดท้ายและไม่ลืมที่จะต่อรองกับหยูเสี่ยวเฉา [ เข้าเมืองคราหน้าอย่าลืมพาข้าไปที่ร้านยาถงเหรินด้วย พลังวิญญาณที่ข้าสะสมมาหมดอีกแล้ว ข้าเหนื่อย ข้าต้องนอน ! ]

พูดยังไม่ทันจบแสงสีทองก็หายกลับไปที่หินศักดิ์สิทธิ์และไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรจากหินศักดิ์สิทธิ์อีก แม้ว่าหยูเสี่ยวเฉาจะเป็นห่วงหินศักดิ์สิทธิ์อยู่เหมือนกัน แต่นางก็กังวลเรื่องอาการบาดเจ็บของพ่อมากกว่า

หยูไห่ที่นอนอยู่บนเตียงยังคงหน้าซีด ลมหายใจแผ่วเบา ขาของเขามียาทาแผลทาเอาไว้  มันไม่ได้ดูน่ากลัวเท่าก่อนหน้านี้แล้ว

“ตายแล้ว ! บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้เลยรึ เยี่ยงนี้ถึงช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ขาขวาเขาก็ต้องพิการเป็นแน่ !...”

นางหลี่สนุกกับภาพความวุ่นวายโกลาหลนี้ นางส่ายหน้าจุ๊ปากพร้อมกับราดน้ำมันลงบนกองไฟ

เฒ่าหยูที่โกรธจนสุดจะทนจึงหาที่ระบายได้เสียที “เขานอนเจ็บอยู่ตรงนี้ แต่เจ้ายังจะพูดจาหมาไม่แดกอีกรึ ! ไปให้พ้นหน้าข้า !”

ถึงนางหลี่จะหน้าหนายังไง แต่นางก็ทนไม่ได้ที่ถูกพ่อสามีด่าต่อหน้าผู้คน จึงอดบ่นพึมพำเบา ๆ ไม่ได้ว่า “ข้าไม่ได้เป็นคนบอกให้เขาขึ้นไปบนภูเขาเสียหน่อย เหตุใดต้องตะคอกใส่ด้วย ? ถ้าอยากโทษใครสักคนก็โทษตัวเขาเองสิที่ไม่รู้จักระวัง...โอ๊ย !”

นางหลี่พูดยังไม่ทันจบก็โดนฉีโตวทุบเข้าให้ เด็กน้อยจ้องนางหลี่ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังและเสียใจ ท่านพ่อของเขาบาดเจ็บก็เพื่อครอบครัวมิใช่รึ ท่านป้าใหญ่ยังมาพูดจาเช่นนี้อีก ! อาการบาดเจ็บของท่านพ่อไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย !

ฉีโตวดูเหมือนสัตว์บาดเจ็บตัวน้อย เมื่อเจอสายตาของฉีโตว นางหลี่ที่มักจะมีเล่ห์เหลี่ยมและเจ้ากี้เจ้าการก็รู้สึกผิดขึ้นมาจนต้องล่าถอย นางออกจากห้องตะวันตกไปท่ามกลางสายตาไม่พอใจของพวกชาวบ้าน

หยูเสี่ยวเฉาไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวของนางเลย นางเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่ท่านพ่อของนาง เด็กหญิงหยิบขวดน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สมาธิขั้นสูงออกมาจากกล่องยา นางหลิวช่วยนางเปิดปากของหยูไห่แล้วป้อนน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ให้เขาอย่างระมัดระวัง

โชคดีที่น้ำหินศักดิ์สิทธิ์ไม่หกเลยสักหยด หยูไห่กลืนน้ำลงไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าเขากลืนไม่ได้เสี่ยวเฉาคงรู้สึกสิ้นหวังไปหมดทุกอย่าง นางรู้ถึงคุณสมบัติของน้ำหินศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว  จึงมีความเชื่อว่าท่านพ่อของนางจะต้องรอดเป็นแน่

อาหญิงชวนจู้มองขวดยาในมือเสี่ยวเฉาแล้วไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา สามีของนางป่วยหนักในช่วงฤดูหนาว ถ้าเสี่ยวเฉาไม่เอายาช่วยชีวิตนั้นออกมา เขาก็คงตายไปแล้ว ยานี้คือผลจากความอุตสาหะเพียรพยายามตลอดชีวิตของหมอโหยว มันน่าจะช่วยชีวิตของต้าไห่ได้มิใช่รึ ?

หยูเสี่ยวเฉาเอาน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ให้แม่ของนางดื่มด้วยสองสามอึก นางหลิวไม่ยอมไปไหนทั้ง ๆ ที่ตนเองก็อาการไม่ดี โรคเก่าของนางเพิ่งจะดีขี้น ดังนั้นเสี่ยวเฉาจึงปล่อยให้แม่ล้มป่วยอีกคราในช่วงวิกฤตเช่นนี้ไม่ได้

“พี่สาม ท่านพ่อจะรอดหรือไม่ ?  ข้ากลัว !” ฉีโตวที่อายุยังไม่ถึง 6 ขวบได้รู้แล้วว่าความตายน่ากลัวถึงเพียงใหน ! เด็กน้อยน้ำตาไหลพรากพร้อมกับซบหยูเสี่ยวเฉา สมาชิกที่สงบนิ่งเพียงคนเดียวในครอบครัว

นางจางหลบอยู่ในห้องไม่โต้ตอบพูดคุยกับใครเลยแม้แต่คนเดียว เฒ่าหยูเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าห้องตะวันตก เขาได้แต่ถอนหายใจโดยไม่รู้จะทำยังไงต่อดี หยูต้าชานอยู่ในห้องตะวันตกแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร หยูไซตี้ร้องไห้เหมือนฝนพรำลงบนดอกสาลี่ ดูท่าทางพึ่งพาอะไรไม่ได้ อาสามกับครอบครัวก็กลับเข้าเมืองไปตั้งแต่เริ่มฤดูใบไม้ผลิ ในครอบครัวใหญ่นี้ นอกจากหยูเสี่ยวเฉาที่ทายาให้พ่อของนางอย่างสงบนิ่งแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนไม่รู้ว่าควรจะทำสิ่งใดในเวลาเยี่ยงนี้

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าโดยเฉพาะในเวลาที่ร้อนใจเช่นนี้ ไม่ว่าคนในตระกูลหยูหรือพวกชาวบ้านที่เข้ามาเยี่ยมถามไถ่อาการ ทุกคนต่างรอคอยการมาของหมอจากในเมือง

ในที่สุดเกวียนก็วิ่งผ่านทางเข้าหมู่บ้านเข้ามา เมื่อคนขับเกวียนได้ยินว่าอาการบาดเจ็บของคนไข้เร่งด่วนมาก เขาก็ไม่ได้สนใจสวัสดิภาพของลาเขาอีกต่อไป และเร่งลามาตลอดทางราวกับมันเป็นม้า หลังจากบังคับเกวียนลามาครึ่งชั่วยาม เขาก็พาหมอมาถึงที่บ้านตระกูลหยูได้สำเร็จ

หมอที่มาคือหมอซุน หมอเทวดาจากร้านยาถงเหริน พอก้าวลงจากเกวียนเขาก็รีบหยิบกล่องยาและเดินเข้าประตูไปทันทีพร้อมกับถามว่า “คนบาดเจ็บอยู่ที่ใด ? พาข้าไปเร็วเข้า !”

ชาวบ้านพาหมอซุนไปที่ห้องตะวันตก เดิมทีไฟในห้องตะวันตกก็ไม่สว่างอยู่แล้ว ตอนนี้พอมีคนมามุงที่ทางเข้ากันเยอะแยะเต็มไปหมด ห้องก็ดูมืดกว่าปกติไปมาก

“ทุกคนนอกจากญาติต้องออกจากห้องไปให้หมด จะได้ไม่รบกวนผู้ป่วย !” หมอซุนไม่พอใจเป็นอย่างมากกับเสียงเอะอะหนวกหูในห้อง เขาขมวดคิ้วแล้วไล่คนออกไปข้างนอก

เมื่อหมอซุนเห็นอาการบาดเจ็บของหยูไห่ เขาก็สูดหายใจลึก เขาเป็นหมอมาหลายปีก็ยังไม่ค่อยได้เจออาการบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ เขารีบนั่งลงข้างเตียงและเอามือขวาจับชีพจรของหยูไห่

หลังจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง หมอซุนก็ถอนหายใจยาว เขาหันไปทางนางหลิวและลูกสาวของนางที่จ้องมองเขาโดยไม่ยอมละสายตา แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “ชีพจรของเขาอ่อนมาก หลอดเลือดแดงเป็นรูกลวง สาเหตุหลักของอาการของเขาก็คือการเสียเลือดและอาการบาดเจ็บของหยิน...”

“ท่านหมอเจ้าคะ เขาจะรอดหรือไม่ ?” สภาพจิตใจของนางหลิวตอนนี้สับสนยุ่งเหยิงผสมไปหมด นางจึงถามถึงอาการของสามีอย่างร้อนใจ

หมอซุนตรวจอาการบาดเจ็บของหยูไห่อย่างละเอียดอีกครั้ง เขายิ่งขมวดคิ้วมากขึ้นกว่าเดิมแล้วตอบว่า “ยาที่ทาบนแผลของเขาเพื่อหยุดเลือดได้ผลดีเกินคาด ถ้าทายาไม่ทันเวลา เขาก็คงรอจนหมอมาถึงไม่ได้หรอก แต่ว่า...”

เมื่อนางหลิวเห็นสีหน้าหนักใจของหมอซุนก็รู้สึกใจหาย “ท่านหมอซุน ท่านเป็นหมอที่มีชื่อเสียง ได้โปรดช่วยสามีของข้าให้ได้นะเจ้าคะ ! ข้าขอร้องล่ะ !”

“มิใช่ว่าหมอไม่อยากช่วย ปัญหาคือช่วยได้หรือไม่ได้ต่างหาก แผลที่ขาของเขาใหญ่เกินไป อีกทั้งเนื้อและเอ็นทั้งหมดก็ถูกฉีกและลอกออกมา ต่อให้อยากช่วยก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนจากบาดแผลทั้งหมดนี้ !” หลายปีก่อนหมอซุนเคยเจอคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บคล้าย ๆ เยี่ยงนี้ เขารักษาอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยชีวิตคนไข้คนนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ไม่รอด เขามีไข้สูงจากการติดเชื้อที่บาดแผลและเสียชีวิตลง

เมื่อนางหลิวได้ยินหมอซุนพูดเช่นนั้น นางก็หายใจไม่ออกและเป็นลมล้มฟุบไปข้าง ๆ เตียง เด็กทั้งสามคนพากันร้องไห้และช่วยพาแม่ขึ้นไปนอนบนเตียง

หยูเสี่ยวเฉาพยายามระงับความเศร้าโศกและความกังวลที่พุ่งขึ้นมา นางถามด้วยน้ำเสียงสงบแต่ก็ดื้อรั้น “ท่านหมอซุนเจ้าคะ มิมีหวังที่จะรักษาเลยรึเจ้าคะ ?”

หมอซุนมองขาที่ถูกขย้ำจนเละของหยูไห่แล้วถอนใจ “ตอนนี้เราต้องตัดขาข้างที่บาดเจ็บออกเพื่อให้เขามีโอกาสรอด แต่ถึงรวมกับยาของข้าด้วยแล้ว เขาก็มีโอกาสรอดเพียงแค่สามในสิบส่วนเท่านั้น !”

“เป็นไปได้หรือไม่เจ้าคะที่ท่านพ่อจะรอดโดยมิต้องตัดขา ?” สำหรับหยูไห่ที่สามารถทำได้ทุกอย่างทั้งขึ้นเขาลงห้วยแล้ว หากเขาต้องเสียขาไปข้างหนึ่งก็ไม่ต่างจากนกที่ปีกหัก  เขาจะต้องทุกข์ทรมานไปตลอดทั้งชีวิต

หมอซุนส่ายหน้าแล้วเอ่ยต่อว่า “แผลใหญ่เกินไป อีกทั้งยังเปิดโดนอากาศอยู่นาน  โอกาสติดเชื้อสูงเป็นอย่างมาก ถ้าเขามีไข้สูงเพราะติดเชื้อ ต่อให้เป็นเซียนเต๋าก็ช่วยเขามิได้หรอก ตอนนี้มีสองทางให้เลือก เจ้าต้องตัดสินใจเลือกสักทางให้เขา !”

หยูเสี่ยวเฉาเหลือน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงไม่มากแล้ว แต่นางยังมีน้ำหินศักดิ์สิทธิ์แบบธรรมดาอยู่เต็มเหยือก นางมั่นใจว่าจะสามารถทำให้แผลสะอาดและไม่ติดเชื้อได้ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจ จึงถามอีกว่า “ถ้าแผลไม่ติดเชื้อ ก็หมายความว่าท่านพ่อจะมิต้องโดนตัดขาใช่หรือไม่เจ้าคะ ?”

“ใช่ แต่ถ้าตัดขาข้างที่บาดเจ็บ เขายังมีโอกาสรอดสามในสิบส่วน แต่ถ้าไม่ตัดก็คงทำได้แค่รอปาฏิหาริย์...หมอจะจ่ายยาให้ก่อน ให้ยาไว้หน่อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย !”

20 กว่าปีที่ผ่านมา หมอซุนไม่เคยรู้สึกไร้ความสามารถเท่ากับวันนี้มาก่อน ถ้าฮัวโต๋ยังมีชีวิตอยู่ เขาอาจจะช่วยหยูไห่ได้ แต่เขาก็ยังหวังปาฏิหาริย์เช่นเดียวกันกับตอนที่หยูเสี่ยวเฉาที่หายสนิทจากโรคที่เป็นมาตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์

หมอซุนให้ใบสั่งยากับเฒ่าหยู และเตือนพวกเขาอีกครั้งว่า “จะตัดขาหรือไม่ก็ต้องตัดสินใจให้เร็ว ๆ !”

พอขาดคำนางจางก็พุ่งเข้ามาทันที นางดึงแขนเฒ่าหยูและตะโกนว่า “ตาแก่ จะตัดขาต้าไห่มิได้นะ ! โอกาสรอดสามในสิบส่วน ต่ำจะตายไป ต่อให้โชคดีรอดมาได้ ถ้าเสียขาไปข้างหนึ่งแล้วจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมกัน ?”

เฒ่าหยูได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจทันที เขาตะคอกใส่ภรรยาว่า “หมายความว่าเยี่ยงไรที่เจ้ากล่าวว่าจะมีชีวิตไปทำไม ? คำโบราณว่าไว้ ‘มีชีวิตที่แย่ย่อมดีกว่ามีความตายที่ดี ! ’  ช่วยชีวิตเขาให้ได้คือสิ่งที่สำคัญกว่า แต่เจ้าก็สนใจแค่เรื่องเงิน !”

“หมายความว่ายังไงที่ว่าข้าสนใจแค่เรื่องเงิน...ข้าแค่คิดว่าควรให้หยูไห่ตัดสินใจเองตอนเขาฟื้นขึ้นมา ข้ากลัวว่าเจตนาดีของเราจะทำให้เกิดความเกลียดชังขึ้นมาต่างหาก !”  นางจางกลัวจนต้องรีบอธิบาย นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่นางจางเห็นเฒ่าหยูโมโหและบันดาลโทสะออกมารุนแรงถึงเพียงนี้

แต่นางจางเป็นคนเดียวที่รู้เจตนาที่แท้จริงของตนเอง เมื่อก่อนรายได้ส่วนใหญ่ของครอบครัวมาจากการขายสัตว์ที่หยูไห่ล่ามาได้ ตอนนี้เขาบาดเจ็บสาหัสและต้องตัดขา  แล้วเยี่ยงนี้เขาจะขึ้นเขาหรือไปที่ทะเลได้เยี่ยงไรกัน ? เขาคงทำได้เพียงแค่นอนอยู่บนเตียงอย่างคนไร้ประโยชน์และมีชีวิตอยู่แบบกาฝาก อีกทั้งเขายังมีลูกตั้งหลายคน  ภรรยาก็อ่อนแอ ถ้าต้องตัดขาจริง ๆ ก็หมายความว่าครอบครัวหยูไห่จะต้องพึ่งนางให้เลี้ยงพวกเขาน่ะสิ แล้วนางจะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงคนไร้ประโยชน์พวกนี้ ?

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 58 ตัดขา

คัดลอกลิงก์แล้ว