- หน้าแรก
- โต้วหลัว ศึกเทพจุติทะลวงวิญญาณสยบสวรรค์
- บทที่ 10 มู่ซี และ โอวหยางจื่อซิน
บทที่ 10 มู่ซี และ โอวหยางจื่อซิน
บทที่ 10 มู่ซี และ โอวหยางจื่อซิน
"ง่า ฉันไม่อยากเรียนวิชาต่อสู้ภาคปฏิบัติเลย เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่นา" สวี่เสี่ยวเหยียนหดตัวไปซ่อนอยู่ด้านหลังอวิ๋นเฉิน แม้จะได้รับอิทธิพลจากอวิ๋นเฉินมาบ้าง แต่นิสัยของเธอก็ยังคงมีความขี้ขลาดอยู่เล็กน้อย เธอรู้สึกว่าชีวิตในโรงเรียนตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว และเธอก็ไม่ได้ชอบเรื่องการต่อสู้อะไรพวกนั้นนัก
"อย่ากลัวไปเลย เสี่ยวเหยียน ถ้าเว่ยเสี่ยวเฟิงกล้ามารังแกเธอ พวกเราจะช่วยกันจัดการเขาเอง!" จางหยางจื่อกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาสักพัก เพื่อนร่วมห้องพักก็เริ่มเข้าใจนิสัยใจคอของเว่ยเสี่ยวเฟิงมากขึ้น เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพียงแต่บางครั้งมักจะพูดจาขวานผ่าซากจนไปล่วงเกินคนอื่นเข้าเท่านั้นเอง
และตอนนี้ สวี่เสี่ยวเหยียน เด็กหญิงตัวน้อยที่ดูอ่อนแอบอบบางคนนี้ ก็แทบจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของกลุ่มไปเสียแล้ว หากเว่ยเสี่ยวเฟิงไปทำให้สวี่เสี่ยวเหยียนโกรธเข้าจริงๆ เขาอาจจะโดนรุมอัดเอาได้ง่ายๆ
"ชิ ฉันจะไปรังแกเสี่ยวเหยียนได้ยังไงเล่า ฉันหมายถึงพวกนายต่างหาก ไอ้พวกบ้า!" เว่ยเสี่ยวเฟิงโกรธจนเต้นเร่าๆ เขาไม่มีทางลงมือกับสวี่เสี่ยวเหยียนหรอก! เด็กผู้หญิงน่ารักแบบนั้น ย่อมต้องได้รับการปกป้องอยู่แล้ว
เมื่อมองดูพวกเขาหยอกล้อกัน อวิ๋นเฉินและหวังจินสี่ก็ส่งยิ้มให้กัน
ไม่นานคาบเรียนก็จบลง ระหว่างทางกลับห้องเรียน อวิ๋นเฉินและคนอื่นๆ บังเอิญพบกับอาจารย์เย่หยิงหลัว ครูประจำชั้นของพวกเขา อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ของเธอ อวิ๋นเฉินก็เดาได้ว่าเธอคงจะไปหงุดหงิดอะไรมาอีกแน่ๆ หลังจากที่เดินตามหวู่จางคงออกไป
เว่ยเสี่ยวเฟิงและคนอื่นๆ ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้ หรือบางทีพวกเขาอาจจะยังไม่รู้ถึงความรู้สึกพิเศษที่ครูประจำชั้นของพวกเขามีต่อหวู่จางคง
อวิ๋นเฉินพอจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะไปตัดสินความรู้สึกของอาจารย์เย่หยิงหลัว หลังจากถูกหวู่จางคงปฏิเสธมาหลายครั้ง เธอจึงเกิดความรู้สึกอยากจะเหยียบย่ำเขาให้จมดิน ทว่าตัวเธอเองกลับไม่มีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้นได้ เธอจึงทำได้เพียงหวังพึ่งพานักเรียนของเธอให้ทำสำเร็จแทน
ครั้งนี้ การที่หวู่จางคงถูกลดขั้นให้มาสอนที่แผนกประถม ในห้อง 5 ซึ่งเป็นห้องที่แย่ที่สุด ย่อมถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับอาจารย์เย่หยิงหลัวอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ทำให้อวิ๋นเฉินรู้สึกว่าอาจารย์เย่หยิงหลัวเริ่มจะมีอาการของยันเดเระนิดๆ แล้วล่ะ
"พี่คะ เลิกเรียนแล้วพาหนูไปเที่ยวหน่อยสิคะ" ในช่วงพัก สวี่เสี่ยวเหยียนออดอ้อนอวิ๋นเฉิน
"อยากไปไหนล่ะ" อวิ๋นเฉินถามกลับ
"ไปกินของอร่อยๆ ค่ะ!" อาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากนาเอ๋อร์ สวี่เสี่ยวเหยียนจึงเริ่มมีความสนใจในเรื่องของกินมากขึ้น ทว่ากระเพาะของเธอกลับเล็กเท่าแมวดม ในอดีต เวลาที่เธอออกไปเที่ยวเล่นกับอวิ๋นเฉินและนาเอ๋อร์ เธอมักจะกินของอร่อยไปได้แค่ไม่กี่คำก็อิ่มเสียแล้ว ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ก็ตกเป็นหน้าที่ของอวิ๋นเฉินและนาเอ๋อร์ที่ต้องจัดการแทนเธอเสมอ
"เอาสิ เลิกเรียนแล้วพวกเราไปถนนของกินกัน เดี๋ยวพี่จะโทรเรียกพี่เสี่ยวอวี่มาจ่ายเงินให้ด้วย" อวิ๋นเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"เย้!" สวี่เสี่ยวเหยียนร้องเชียร์ด้วยความตื่นเต้น
ในขณะเดียวกัน ที่แผนกมัธยมปลายของสถาบันตงไห่ สวี่เสี่ยวอวี่ที่กำลังพูดคุยอยู่กับรุ่นพี่สาวคนหนึ่ง จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาหันขวับไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็พบว่าไม่มีอะไรอยู่ด้านหลังเลย
"รุ่นพี่ เป็นอะไรไปคะ" โอวหยางจื่อซินถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไร สงสัยผมคงจะคิดไปเองน่ะ" เมื่อดึงสติกลับมาได้ สวี่เสี่ยวอวี่ก็โบกมือปฏิเสธ
"โอวหยางจื่อซิน ฉันกำลังจะไปที่แผนกประถม เธอจะไปด้วยกันไหม" ร่างหนึ่งเดินเข้ามาขนาบข้างโอวหยางจื่อซิน ผมหางม้าที่มัดรวบไว้ด้านหลังแกว่งไกวเบาๆ ตามจังหวะการก้าวเดิน ประกอบกับใบหน้าที่สะสวยของเธอ ทำให้เหล่านักเรียนชายที่อยู่รอบๆ ถึงกับมองตาค้าง
"มู่ซี เธอจะไปที่แผนกประถมทำไมล่ะ" โอวหยางจื่อซินถามด้วยความสงสัย
"ไปดูเด็กตัวเล็กๆ สองสามคนน่ะ" มู่ซีตอบ
แม้ว่าพรสวรรค์ด้านการตีเหล็กของอวิ๋นเฉินจะไม่ได้โดดเด่นนัก แต่ในเมื่อพวกเขาต่างก็อยู่ในสมาคมช่างตีเหล็กเหมือนกัน เขาและมู่ซีจึงได้พบหน้ากันอยู่หลายครั้ง ทั้งสองคนถือว่าเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน และมักจะทักทายพูดคุยกันเสมอเมื่อบังเอิญเจอกัน เมื่อรู้ว่าอวิ๋นเฉินเข้าเรียนที่แผนกมัธยมต้นของสถาบันตงไห่ เธอก็ตั้งตารอที่จะได้พูดคุยกับเขาหากบังเอิญเจอกันที่สถาบัน แต่ปรากฏว่าเปิดเทอมมาหลายวันแล้ว พวกเขากลับไม่เคยบังเอิญเจอกันเลย ดังนั้น มู่ซีจึงตัดสินใจจะไปที่ฝั่งชั้นปีที่ 1 เพื่อดูว่าเด็กน้อยผมบลอนด์คนนั้นกำลังทำอะไรอยู่
"อย่างนี้นี่เอง งั้นก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง" โอวหยางจื่อซินตอบกลับ ก่อนจะหันไปมองสวี่เสี่ยวอวี่ "งั้นรุ่นพี่คะ ฉันกับมู่ซีขอตัวก่อนนะคะ"
"ได้ครับ ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ" สวี่เสี่ยวอวี่โบกมือลาทั้งสองคนและเดินจากไป
หลังจากที่เขาจากไป โอวหยางจื่อซินและมู่ซีก็มุ่งหน้าไปยังฝั่งชั้นปีที่ 1 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะพบคนที่พวกเธอตามหา พวกเธอก็ได้พบกับคนที่รู้จักโอวหยางจื่อซินเสียก่อน
"สวัสดีครับรุ่นพี่" เมื่อเห็นโอวหยางจื่อซิน ถังอู่หลินก็เอ่ยทักทาย
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาบังเอิญพบโอวหยางจื่อซินหลายครั้งระหว่างการวิ่ง และพวกเขาก็ได้ทำความรู้จักกันผ่านการพูดคุยทักทาย โอวหยางจื่อซินได้รับการขนานนามว่าเป็นดาวโรงเรียนของสถาบันตงไห่ บวกกับนิสัยที่อ่อนโยนของเธอ ทำให้เธอมีอิทธิพลต่อเด็กๆ อย่างถังอู่หลินไม่น้อยเลยทีเดียว
"ฉันมากับเพื่อนเพื่อตามหาคนที่ชื่ออวิ๋นเฉินน่ะ เธอพอจะรู้จักเขาบ้างไหมจ๊ะ" โอวหยางจื่อซินถาม
"อวิ๋นเฉินเหรอครับ ผมไม่รู้จักหรอกครับ เขาคงไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับพวกผมแน่ๆ" ถังอู่หลินส่ายหัว
"อย่างนั้นเหรอจ๊ะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ" โอวหยางจื่อซินโบกมือให้ถังอู่หลิน
ถังอู่หลินจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวทั้งสองคนอย่างเหม่อลอย ทำให้เซี่ยเซี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ แอบหัวเราะคิกคัก เขาคล้องแขนโอบคอถังอู่หลินไว้ "นายนี่ รูจักกับโอวหยางจื่อซินด้วยเหรอเนี่ย ดูเหมือนนายจะชอบเธอเข้าให้แล้วล่ะสิ"
"เอ้อ อย่าพูดจาเหลวไหลน่า พวกเราแค่บังเอิญวิ่งด้วยกันเท่านั้นเอง" ถังอู่หลินโบกมือปฏิเสธด้วยความเขินอาย พลางรีบอธิบาย
สิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนไม่ทันสังเกตเห็นก็คือ กู่เยว่ที่อยู่ด้านหลังพวกเขา ถูกดึงดูดความสนใจไปหลังจากได้ยินชื่อบางคน ในตอนนี้ เธอยังคงมองตามทิศทางที่โอวหยางจื่อซินและมู่ซีเดินจากไป
ด้านหน้าห้องเรียนของชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 โอวหยางจื่อซินและมู่ซีได้พบกับอวิ๋นเฉิน เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของอวิ๋นเฉิน ประกายความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของโอวหยางจื่อซินทันที
"รุ่นพี่มู่ซี ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ" เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองคน อวิ๋นเฉินก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย
"ถ้าฉันไม่มาหาเธอ เธอจะไม่รู้จักมาหาฉันบ้างเลยใช่ไหมห๊ะ" มู่ซีเท้าสะเอวข้างหนึ่งและยื่นมือไปจิ้มหน้าผากอวิ๋นเฉิน
"เอ่อ ผมเพิ่งจะเปิดเทอมน่ะครับ เลยยังต้องทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมอยู่บ้าง" อวิ๋นเฉินอธิบายด้วยรอยยิ้ม
สำหรับอวิ๋นเฉินแล้ว การทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง เขาแค่จำไม่ได้ว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วย
"หึ ฉันแค่จะมาเตือนเธอว่าอย่าปล่อยปละละเลยการฝึกตีเหล็กล่ะ เธอไม่ได้ไปที่สมาคมช่างตีเหล็กตั้งนานแล้ว คงไม่ได้คิดจะล้มเลิกกลางคันหรอกนะ" มู่ซีถาม
เป็นเรื่องยากที่จะได้พบคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่อยู่ในสายอาชีพเดียวกัน และมู่ซีก็รู้สึกยินดีมากที่ได้รู้จักอวิ๋นเฉิน ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกว่าพรสวรรค์ของอวิ๋นเฉินอาจจะไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอมากนัก โดยเฉพาะพละกำลังอันมหาศาลนั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธออดไม่ได้ที่จะอิจฉา
"ไม่หรอกครับ ไม่หรอก แค่ว่าระดับพลังวิญญาณของผมเกือบจะถึงระดับ 30 แล้ว ผมเลยคิดว่าจะพยายามทะลวงระดับพลังวิญญาณให้สำเร็จก่อนน่ะครับ" อวิ๋นเฉินกล่าว
"อะไรนะ เธอเพิ่งจะอยู่ปี 1 แต่ระดับพลังวิญญาณเกือบจะถึงระดับ 30 แล้วงั้นเหรอ" โอวหยางจื่อซินที่ยืนมองทั้งสองคนเงียบๆ มาตลอด ร้องอุทานออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอรู้สึกตกใจกับระดับพลังวิญญาณของอวิ๋นเฉินจริงๆ!