- หน้าแรก
- ติ๊ง! ระบบโกงอัปเกรดศักยภาพไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 370 - เขตแดนอันแข็งแกร่งเหนือจินตนาการ!
บทที่ 370 - เขตแดนอันแข็งแกร่งเหนือจินตนาการ!
บทที่ 370 - เขตแดนอันแข็งแกร่งเหนือจินตนาการ!
บทที่ 370 - เขตแดนอันแข็งแกร่งเหนือจินตนาการ!
ปฐมาจารย์ขอบเขตราชันอริยะทั้งร้อยคนแห่งเผ่าเทพ เดินทางผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายมายังดาวเคราะห์สิ่งมีชีวิตธรรมดาดวงหนึ่ง นามว่าดาวสือต่าน
ไม่ว่าจะเป็นปฐมาจารย์หลัวซือผู้เป็นผู้นำ หรือปฐมาจารย์อีกเก้าสิบเก้าคนที่เหลือ ไม่มีผู้ใดคิดว่าศึกครั้งนี้จะมีความเสี่ยงใดๆ เลย
ท้ายที่สุดแล้ว
ต่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์จะส่งกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าพวกมันมา ต่อให้ปฐมาจารย์ทั้งหมดจะเทหมดหน้าตัก อย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงเอาชนะ แต่ไม่อาจสังหารพวกมันทั้งร้อยคนได้หรอก
อีกทั้งเหตุการณ์เช่นนั้นก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง
ในยามที่สองเผ่าพันธุ์ทำสงครามกัน เผ่ามารย่อมจ้องตะครุบเหยื่ออยู่อีกฝั่ง ทั้งสองฝ่ายจึงไม่มีทางที่จะไม่ระวังตัว
การส่งปฐมาจารย์ออกมาร้อยคนพร้อมกัน ก็นับว่าถึงขีดสุดแล้ว
ดังนั้น ในสายตาของเหล่าปฐมาจารย์เผ่าเทพ ด้วยกองกำลังอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ผลลัพธ์ของศึกในครั้งนี้ ไม่ใช่ชัยชนะอย่างงดงามของเผ่าเทพ ก็ต้องเป็นการต่อสู้อย่างสูสีคู่คี่เท่านั้น
ไม่มีทางเกิดผลลัพธ์เป็นประการที่สามอย่างแน่นอน
ทว่าก็ต้องคำนึงด้วยว่ามีปฐมาจารย์สิบคนร่วงหล่นไปแล้ว แม้เหล่าปฐมาจารย์จะเหยียดหยามศัตรูในเชิงกลยุทธ์ ทว่าในแง่ยุทธวิธีพวกมันก็ยังคงให้ความสำคัญตามสมควร
เพื่อป้องกันไม่ให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ซุกซ่อนกองกำลังที่เหนือความคาดหมาย ปฐมาจารย์ทั้งร้อยจึงแฝงตัวเข้ามาบนดาวสือต่านอย่างเงียบงัน รอคอยให้ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์มาติดกับด้วยตนเอง
และยังเตรียมพร้อมที่จะหลบหนีทันที หากพบความผิดปกติใดๆ
วันหนึ่ง
เจียงเหิงเดินทางมายังห้วงดาราเบื้องนอกดาวสือต่าน ตามข้อมูลที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ให้มา
"พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่!"
เจียงเหิงเอ่ยจบ ก็เคลื่อนย้ายมิติอย่างต่อเนื่อง มุ่งหน้าเข้าใกล้ดาวสือต่านอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา
เขาก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือน่านฟ้าของดาวสือต่านอย่างกะทันหัน
ยานลาดตระเวนที่ลอยลำอยู่เหนือน่านฟ้าดาวเคราะห์ดั่งตาข่ายฟ้าดักจับ ก็สังเกตเห็นร่างของเจียงเหิงได้ในทันที ก่อนจะส่งสัญญาณเตือนภัยออกไปอย่างเด็ดขาด
หลังจากแสงสว่างวาบขึ้นอย่างหนาแน่น ปฐมาจารย์ขอบเขตราชันอริยะนับร้อยคนก็ตีวงล้อมเจียงเหิงเอาไว้
"มีมนุษย์เพียงคนเดียวงั้นหรือ"
"นี่จะเป็นเพียงเหยื่อล่อหรือไม่"
"เป็นไปได้ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เองก็เกรงกลัวอันตรายบนดาวเคราะห์ จึงส่งเหยื่อล่อที่มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายมิติระยะไกลมาเพียงผู้เดียว เพื่อล่อหลอกให้พวกเราปรากฏตัว และตรวจสอบกองกำลังป้องกันของพวกเรา"
"เหยื่อล่อแล้วอย่างไรเล่า เขมือบมันเสีย! อย่าปล่อยให้พวกมันล่วงรู้ข้อมูลของพวกเราได้"
เหล่าปฐมาจารย์ปรึกษาหารือกันด้วยพลังจิตวิญญาณเพียงครู่ ก่อนจะลงมืออย่างเด็ดขาด
แสงสีขาวเจิดจ้าสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า
ทว่าเจียงเหิงกลับเคลื่อนย้ายมิติไปโผล่ยังทิศทางอื่นในทันที
ขณะที่เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ปฐมาจารย์เผ่าเทพทั้งร้อยก็พุ่งทะยานไล่ตามมาด้วยความเร็วเหนือแสง
เจียงเหิงรีบหลบหนีไปอีกครั้ง ท่ามกลางการไล่ล่าของแสงสีขาวนับไม่ถ้วน เขาเริ่มเสาะหาตำแหน่งของค่ายกลเคลื่อนย้าย
เคล็ดวิชาระดับโกลาหลนั้นช่างร้ายกาจยิ่งนัก!
แม้ปฐมาจารย์ขอบเขตราชันอริยะร้อยคนจะรุมล้อมโจมตี ก็ไม่อาจหยุดยั้งวิชาเคลื่อนย้ายมิติของเจียงเหิงได้เลยแม้แต่น้อย พวกมันทำได้เพียงเบิกตากว้างมองเจียงเหิงค้นหาค่ายกลเคลื่อนย้ายทั้งสองแห่งพบ และทำลายพวกมันลงอย่างง่ายดาย
"บัดซบ! มนุษย์ผู้นี้น่ารังเกียจนัก! ไหลลื่นยิ่งกว่าปลาไหล พวกเราลงมือพร้อมกันตั้งมากมายยังจับตัวมันไม่ได้เลย!"
"มิน่าเล่า ไคเอินผู้นำเผ่าถึงบอกว่าดาวเคราะห์ขาดการติดต่อไปทีละดวง ด้วยความสามารถเคลื่อนย้ายมิติระดับนี้ หากตั้งใจหลบหนี ย่อมไม่มีผู้ใดตามจับได้ทันแน่"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็บุกเข้าโจมตีดาวเคราะห์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ยั่วโทสะพวกมัน บีบให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องทำสงครามซึ่งหน้ากับพวกเรา"
"ไม่ว่าวิชาเคลื่อนย้ายมิติของมันจะยอดเยี่ยมเพียงใด ขอเพียงมันชะงักไปชั่วขณะ และถูกอาณาเขตของพวกเราครอบคลุม มันก็ต้องตายอย่างแน่นอน!"
"ขอเพียงเปิดช่องว่างให้สักเสี้ยววินาทีก็เพียงพอแล้ว!"
เหล่าปฐมาจารย์ไล่กวดเจียงเหิงไปพลาง สื่อสารกันด้วยพลังจิตวิญญาณไปพลาง
ทว่าหลังจากทำลายค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งที่สองลง
เจียงเหิงก็ทำราวกับว่าปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น เคลื่อนย้ายมิติหลบหนีออกสู่ห้วงดารา
เมื่อเขาสามารถควบคุมระยะห่างได้ ลำแสงสีขาวหนาแน่นก็ยังคงไล่จี้ตามหลังมาติดๆ
จนกระทั่งออกสู่ห้วงดาราอันเวิ้งว้าง
ร่างของเจียงเหิงกลับหยุดชะงักลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เพียงชั่วพริบตานั้น ปฐมาจารย์เผ่าเทพทั้งร้อยก็เข้าล้อมกรอบเจียงเหิงไว้อีกครั้ง
อาณาเขตแสงศักดิ์สิทธิ์นับร้อยชั้นซ้อนทับกัน!
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวโถมทับร่างเจียงเหิง ทุกหนแห่งที่ทอดสายตาไป มีเพียงสีขาวบริสุทธิ์เท่านั้น
แม้แต่เหล่าปฐมาจารย์ผู้มีจิตใจสงบนิ่งดุจน้ำนิ่ง ก็ยังอดตื่นเต้นกับเหตุการณ์นี้ไม่ได้
เพราะระหว่างที่ไล่ล่าเมื่อครู่ พวกมันยังคงครุ่นคิดหาวิธีจัดการกับวิชาเคลื่อนย้ายมิติของมนุษย์ผู้นี้อยู่เลย
ต่อให้คิดจนหัวแทบแตก ก็ยังไม่พบวิธีที่ได้ผล
ทำได้เพียงบีบให้อีกฝ่ายต้องต่อสู้เผชิญหน้าด้วยสารพัดวิธี
พวกมันถึงกับคาดเดาว่า ในวันข้างหน้า อีกฝ่ายอาจสร้างความยุ่งยากให้พวกมันอีกมากมายมหาศาล
ทว่าเพียงพริบตา มนุษย์ผู้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าผู้นี้ ก็กลับมาติดกับดักของพวกมัน และกำลังจะร่วงหล่นลงในไม่ช้า
ใช่แล้ว วินาทีที่อาณาเขตนับร้อยชั้นซ้อนทับกัน พวกมันก็ฟันธงแล้วว่าอีกฝ่ายต้องตายอย่างแน่นอน!
ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนไหวอย่างอิสระภายใต้อาณาเขตพลังกฎเกณฑ์เดียวกันถึงร้อยชั้นได้ และไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานพลังรบร่วมของพวกมันได้
"จงตายเสียเถอะ มนุษย์!"
ปฐมาจารย์ทั้งร้อยลงมือด้วยความฮึกเหิม
กระบี่แสงสีขาวนับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้นภายในอาณาเขตแสงศักดิ์สิทธิ์ พุ่งทะยานเข้าใส่เจียงเหิง
กระบี่แสงเหล่านั้นราวกับถูกสกัดจากวัตถุวิเศษอันเป็นรูปธรรม มีคลื่นพลังแห่งวิถีไหลเวียน แฝงด้วยกลิ่นอายความคมกริบไร้เทียมทาน
ส่วนเจียงเหิงกลับไม่ได้หันไปมอง เขาเพียงแค่ยกมือซ้ายขึ้นอย่างแผ่วเบา
ทันใดนั้น
มังกรทองคำนับไม่ถ้วนพลันพุ่งทะยานออกจากฝ่ามือ ว่ายวนไปรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นเขตแดนสีทองขนาดมหึมาในพริบตา
วินาทีที่เขตแดนก่อตัวสำเร็จ
กระบี่แสงสีขาวทั้งหมดรอบตัวพลันสลายวับไปในอากาศ แม้กระทั่งอาณาเขตแสงศักดิ์สิทธิ์นับร้อยชั้นก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่โถมทับเจียงเหิงก็ปลาสนาการไปในทันที
เหล่าปฐมาจารย์ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ภายในเขตแดนสีทอง พวกมันสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของสวรรค์และปฐพี
แรงกดดันอันหนักหน่วง เหนียวรั้ง และหนาแน่น โอบล้อมร่างกายของพวกมัน ทำให้แม้แต่การหายใจยังยากลำบากกว่าปกติ ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวยิ่งรู้สึกลำบากยากเย็น
สิ่งที่ทำให้พวกมันหวาดผวายิ่งกว่าก็คือ
พลังจิตวิญญาณที่พวกมันแผ่กระจายออกไปรอบกาย ถูกพลังลึกลับบางอย่างพัดเป่าจนสลายไป ทำให้พวกมันไม่อาจใช้สัมผัสการรับรู้และสื่อสารด้วยพลังจิตวิญญาณได้อีก
พวกมันพยายามส่งเสียงผ่านพลังปราณฟ้าดิน ทว่ากลับพบว่าตนเองสูญเสียความสามารถในการควบคุมทุกสรรพสิ่งภายนอกไปแล้ว
ไม่อาจใช้การโจมตีด้วยพลังกฎเกณฑ์
ไม่อาจควบคุมพลังปราณฟ้าดิน
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่ออยู่ในห้วงดาราที่ไร้อากาศเป็นตัวกลาง เสียงก็ไม่อาจเล็ดลอดออกไปได้
ชั่วขณะนั้น ปฐมาจารย์เผ่าเทพทั้งร้อยก็สูญเสียความสามารถในการสื่อสารไปโดยสิ้นเชิง
หูไม่ได้ยิน ปากพูดไม่ได้ จมูกไม่ได้กลิ่น
ช่องทางเดียวที่จะรับรู้ข้อมูลจากโลกภายนอกได้ มีเพียงดวงตาทั้งสองข้างเท่านั้น
สำหรับพวกมันที่คุ้นชินกับการรับรู้ทุกสิ่งด้วยพลังจิตวิญญาณ ความรู้สึกนี้ช่างคล้ายกับคนหูไวตาใสที่จู่ๆ ก็ตาบอดและหูหนวกอย่างกะทันหัน
พวกมันถึงกับตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก
ผนวกกับพลังสะกดข่มของเขตแดนที่มีต่อร่างกาย
ปฐมาจารย์เผ่าเทพทุกคนจึงตระหนักได้ในทันทีว่า เขตแดนนี้ช่างแข็งแกร่งเกินกว่าที่จินตนาการไว้มากนัก!
[จบแล้ว]