เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!

บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!

บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!


บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!

ท่ามกลางห้วงอวกาศนอกดาวอ้ายเอ่อร์

เจียงเหิงและผู้อาวุโสโอวเหวินต่อสู้กันอย่างดุเดือดไม่รู้จบ

ทว่าสิ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อสามเดือนกว่าก่อนก็คือ ยามนี้การตอบสนองของเจียงเหิงสามารถตามความเร็วของอีกฝ่ายได้ทันแล้ว

แม้จะไม่อาจจับตัวมันได้อย่างง่ายดาย ทว่ายามที่อีกฝ่ายโจมตีหรือเปลี่ยนทิศทาง ความเร็วก็จะลดลงเล็กน้อย หรือกระทั่งหยุดชะงักไปชั่วขณะ

ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น เจียงเหิงก็จะฉวยโอกาสโจมตีในทันที สร้างความกดดันให้กับผู้อาวุโสโอวเหวินได้ไม่น้อย

ประกอบกับเมื่อความเร็วในการตอบสนองเพิ่มขึ้น เจียงเหิงก็สามารถใช้ประโยชน์จากวิชาเคลื่อนย้ายมิติในการต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น สถานการณ์การต่อสู้ในยามนี้ เจียงเหิงจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างสมบูรณ์

ร่างของเขากะพริบวูบวาบไม่หยุด ฝ่ามือยักษ์กวัดแกว่งไปทั่วสารทิศ โจมตีอย่างดุดันโอหัง พลางระเบิดเสียงหัวเราะอย่างไม่ยี่หระอยู่เป็นระยะ

"ฮ่าๆๆ ผู้อาวุโสโอวเหวิน เข้ามาสิ มาสู้กัน เหตุใดจึงเอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนเช่นนี้เล่า"

ในทางตรงกันข้าม ผู้อาวุโสโอวเหวินมีสีหน้าเคร่งเครียด ร่างจำแลงเป็นแสงสีขาวโบยบินวนเวียนอยู่รอบตัวเจียงเหิง

ไม่กล้าโจมตี ทั้งยังไม่กล้าถอยห่าง

ต่อให้จะเคลื่อนที่พุ่งตรงด้วยความเร็วแสง แต่เมื่อเผชิญกับวิชาเคลื่อนย้ายมิติของอีกฝ่าย ก็ไม่อาจหลบหนีพ้น

รังแต่จะทำให้ระยะห่างเพิ่มขึ้น เปิดช่องให้ฝ่ามือยักษ์ของเจียงเหิงสามารถโจมตีครอบคลุมได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

ผู้อาวุโสโอวเหวินรู้ดีแก่ใจ ในสถานการณ์ที่ต้องตั้งรับจนมือไม้ปั่นป่วนเช่นนี้ มันจำต้องรวบรวมสมาธิในทุกฝีก้าว มิเช่นนั้น หากพลั้งเผลอเพียงนิดเดียวก็อาจถูกอีกฝ่ายจับตัวได้

มันไม่มีโอกาสชนะหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

ไม่เอาแต่หลบหนีจนกว่าจะถูกอีกฝ่ายจับตัวได้

ก็ต้องทนให้ได้จนกว่ากำลังเสริมจากดาวบรรพชนเทพจะมาถึง

ทันใดนั้น ร่างกายของเจียงเหิงก็สั่นสะท้าน

คลื่นมิติฉีกกระชากอันบ้าคลั่ง กวาดม้วนออกไปรอบทิศทางประดุจคลื่นสึนามิ โดยมีร่างกายอันใหญ่โตของเขาเป็นศูนย์กลาง

"อะไรกัน ระยะกว้างขวางปานนี้เชียวรึ"

ผู้อาวุโสโอวเหวินหน้าถอดสี ทว่ากลับหลบไม่ทันเสียแล้ว มันถูกคลื่นมิติฉีกกระชากอันบ้าคลั่งกลืนกินเข้าไปในพริบตา ส่งผลให้ร่างที่กลายเป็นแสงของมันสั่นสะเทือนอย่างหนัก จนเกิดการชะงักงันไปชั่วพริบตา

แท้จริงแล้ว การโจมตีในครั้งนี้ของเจียงเหิงผ่านการรวบรวมพลังมาแล้ว จึงมีระยะครอบคลุมที่กว้างขวางถึงเพียงนี้

ทว่าก็เป็นเพราะระยะที่กว้างเกินไป ทำให้พลังทำลายล้างกระจายตัว ในการต่อสู้กับยอดฝีมือระดับเดียวกัน จึงไม่อาจสร้างความเสียหายได้มากนัก

แต่เจียงเหิงก็ไม่ได้คาดหวังให้การโจมตีนี้สร้างบาดแผลใหญ่อันใด

สิ่งที่เขาต้องการ มีเพียงการหยุดชะงักชั่วพริบตาของอีกฝ่ายเท่านั้น

หากเป็นช่วงก่อนที่จะทะลวงขอบเขต เขาคงไม่อาจฉวยโอกาสจากจังหวะที่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วนี้ได้ทัน

ทว่ายามนี้ มันเพียงพอแล้ว!

เจียงเหิงกระทั่งไม่สนใจจะใช้วิชาหัตถ์เด็ดดารา ทำเพียงยื่นมือออกไปคว้าร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ในกำมืออย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน มังกรทองจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลออกมาจากฝ่ามือของเขา ไม่เพียงแต่รัดรึงร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินเท่านั้น แต่ยังพุ่งกระจายออกไปรอบทิศทาง

"ก็แค่ผนึกกระจอกๆ เจ้าคิดว่าจะทำอันใดข้าได้งั้นรึ"

ผู้อาวุโสโอวเหวินแผดเสียงคำราม พลางดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง

มังกรทองจำนวนนับไม่ถ้วนแหลกสลายในพริบตา ทว่ากลับมีมังกรทองอีกมากพุ่งเข้ามารัดรึง ทำให้ผู้อาวุโสโอวเหวินรับมือไม่หวาดไม่ไหว

ยามนี้ ม่านพลังสีทองก่อตัวเสร็จสมบูรณ์แล้ว

สนามพลังอันลึกล้ำสุดหยั่งคาดครอบคลุมร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินเอาไว้

มันสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า การเคลื่อนไหวของตนยากลำบากขึ้นมาก กระทั่งการโจมตีด้วยพลังกฎเกณฑ์ก็ถูกลดทอนลงไปไม่น้อย

"ม่านพลังแข็งแกร่งปานนี้เชียวรึ แม้แต่ขอบเขตมหาอริยะยังถูกสะกดไว้ได้อย่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้"

ผู้อาวุโสโอวเหวินสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างหนัก

มังกรทองที่ยังคงพุ่งเข้ามารัดรึงร่างมันอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากพลังโจมตีของมันอ่อนโทรมลง พวกมันจึงเริ่มเกาะติดบนตัวมัน และกระทั่งไชชอนเข้าสู่ร่างกาย

มังกรทองทุกตัว ล้วนทำให้พลังในร่างของมันติดขัดขึ้นอีกระดับ ส่งผลให้ยากแก่การต่อต้านมากยิ่งขึ้น

"ผู้อาวุโสโอวเหวิน ไอ้คนขี้ขลาดตาขาว วันๆ เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุน ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้าไม่ใช่รึ"

เจียงเหิงหัวเราะร่า สองมือประกบเข้าหากัน กำร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินไว้แน่นหนา

มังกรทองยังคงพุ่งเข้ารัดรึงผู้อาวุโสโอวเหวินอย่างต่อเนื่อง เกาะติดร่างกายของมันตัวแล้วตัวเล่า แล้วแทรกซึมเข้าสู่ภายใน

ทันใดนั้น เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในขอบเขตการรับรู้ของเจียงเหิง

ผู้อาวุโสโอวเหวินก็ย่อมสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของอีกฝ่ายเช่นกัน มันรีบแหกปากร้องตะโกนลั่น

"บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!"

เจียงเหิงขมวดคิ้ว ทว่าก็ไม่ได้สนใจเผ่าเทพที่ถูกเรียกว่าบรรพชนผีผู่ผู้นั้น ยังคงทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเฉียนคุน

บรรพชนผีผู่ดูเหมือนจะมีความระแวดระวังอยู่บ้าง ไม่คิดจะบินเข้าไปในม่านพลังโดยตรง ทว่ากลับยกมือขวาขึ้นสูงอยู่นอกม่านพลัง

แสงสีขาวไร้ที่สิ้นสุดปกคลุมทั่วทั้งท่อนแขนของมัน ก่อนจะยืดขยายออกไปหลายพันเมตร ก่อกำเนิดเป็นกระบี่แสงยักษ์อันเจิดจรัส

จากนั้นก็ฟาดฟันลงมาอย่างดุดัน ทะลวงผ่านม่านพลัง ฟาดลงบนท่อนแขนของเจียงเหิงอย่างจัง

กระบี่แสงยักษ์ฟันลึกเข้าไปในแขนของเจียงเหิงครึ่งชุน พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงอยู่พยายามจะกระจายตัวออก หวังจะกัดกร่อนเข้าไปในร่างของเจียงเหิง ทว่ากลับถูกต้านทานไว้ได้อย่างง่ายดาย

การรับรู้ทางจิตวิญญาณของยอดฝีมือขอบเขตอริยะนั้น ชัดเจนประดุจมองเห็นด้วยตาเปล่า

ดังนั้น ทั้งผู้อาวุโสโอวเหวินและบรรพชนผีผู่จึงเห็นภาพนี้อย่างถนัดตา อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าตกตะลึง

ยอดฝีมือขอบเขตราชันอริยะ คือตัวตนที่อยู่จุดสูงสุดของระบบดาวเทียนเฉวียน ทว่ากลับฟันร่างกายของเจียงเหิงไม่เข้า

นี่มันร่างกายที่แข็งแกร่งดุดันปานใดกัน!

เจียงเหิงไม่สนใจใยดีต่อสองคนที่กำลังตกตะลึงแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งสมาธิไปที่การผนึกผู้อาวุโสโอวเหวินอย่างเต็มกำลัง

กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของเขาเริ่มขยับเขยื้อนบีบรัดโดยอัตโนมัติ ผลักดันกระบี่แสงยักษ์และพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ให้ออกไปจากร่างกาย

บาดแผลบนผิวหนังฟื้นฟูกลับคืนสภาพเดิมในชั่วพริบตา

"ดี! ร่างกายแข็งแกร่งดุดันสมคำร่ำลือ!"

บรรพชนผีผู่แค่นเสียงเย็น

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลองรับกระบวนท่านี้ของข้าดูเถิด!"

มันเรียกกระบี่ยาวรูปลักษณ์วิจิตรตระการตาเล่มหนึ่งออกมาจากร่าง

สองมือกุมกระบี่ไว้แน่น แสงสว่างไร้ที่สิ้นสุดไหลเวียน กระทั่งความว่างเปล่ายังก่อเกิดแสงสีขาวส่องสว่าง หลั่งไหลมารวมกันที่กระบี่ยาวอย่างต่อเนื่อง

แสงสว่างควบแน่นและบีบอัดอย่างไม่หยุดยั้ง

ไม่นานนัก กระบี่ยักษ์สีขาวที่ดูราวกับมีตัวตนอยู่จริงก็ปรากฏขึ้นในมือของบรรพชนผีผู่

กระบี่ยักษ์ยาวนับพันเมตร ดูคล้ายกับถูกสร้างขึ้นจากวัสดุพิเศษสีขาวบางชนิด บนกระบี่มีกลิ่นอายแห่งวิถีเต๋าไหลเวียน ดูลึกล้ำพิสดารยิ่งนัก

บรรพชนผีผู่กวัดแกว่งกระบี่ยักษ์ ฟาดฟันลงมาอีกครา

เจียงเหิงยังคงไม่หลบไม่เลี่ยง

"ฉัวะ!"

คมกระบี่ยักษ์สับลงบนท่อนแขนของเขา ลึกเข้าไปสามชุน

ทว่าหากเทียบกับร่างกายสูงสองหมื่นเมตรและท่อนแขนที่หนาเกือบพันเมตรของเจียงเหิงแล้ว บาดแผลเพียงเท่านี้ยังนับว่าเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น

พลังแห่งวิถีที่แฝงอยู่บนกระบี่ยักษ์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยามที่พยายามกัดกร่อนร่างกายของเจียงเหิง ก็ถูกต้านทานไว้ได้อย่างง่ายดาย

บรรพชนผีผู่มีสีหน้าเหี้ยมเกรียม กดกระบี่ยักษ์ลงไปอย่างต่อเนื่อง พลังแห่งวิถีพลุ่งพล่าน หวังจะสร้างบาดแผลให้ลึกยิ่งขึ้น

ทว่าเลือดเนื้อของเจียงเหิงกลับบีบรัดและงอกเงยขึ้นมาเอง ต้านทานคมกระบี่เอาไว้ ทำให้การโจมตีไร้ผล

ส่วนภายในกำมือยักษ์ของเจียงเหิง

ร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินถูกผนึกไปแล้วกว่าครึ่ง การไหลเวียนของพลังในร่างติดขัดอย่างหนัก การดิ้นรนขัดขืนยิ่งมายิ่งอ่อนแรง

ยามนี้เมื่อสัมผัสรับรู้ถึงสถานการณ์การต่อสู้ภายนอกได้ มันก็พลันตกอยู่ในความสิ้นหวัง

"ขนาดบรรพชนผีผู่ที่เป็นถึงขอบเขตราชันอริยะ ยังทำอันไรมันไม่ได้เลย"

"ไม่มีผู้ใดช่วยข้าได้อีกแล้ว..."

ร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินแตกซ่านออกอย่างกะทันหัน ร่างส่วนที่ยังไม่ถูกผนึกแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีขาว พยายามจะหลบหนีออกไปตามง่ามนิ้วของเจียงเหิง

อันที่จริง การเปลี่ยนร่างเป็นแสง แม้จะทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด และสามารถมุดลอดผ่านรอยแยกเล็กจ้อยได้

ทว่าพลังก็ต้องถูกกระจายออกไปอย่างมากเช่นกัน หากถูกอีกฝ่ายจับตัวได้ทั้งหมด ก็จะไร้พลังต้านทานการผนึกโดยสิ้นเชิง

ผู้อาวุโสโอวเหวินย่อมรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี

แต่ก็ไร้หนทางอื่น ยามนี้มันไม่มีทางให้ถอยแล้ว ทำได้เพียงเสี่ยงดวงดูสักตั้ง

หากล้มเหลว อย่างมากก็แค่ถูกผนึก

แต่หากสำเร็จ ต่อให้หนีรอดไปได้เพียงเสี้ยวเดียว ก็เท่ากับบาดเจ็บสาหัส ทว่ายังรักษาชีวิตไว้ได้ และไม่ถูกผนึกไปตลอดกาล

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!

คัดลอกลิงก์แล้ว