- หน้าแรก
- ติ๊ง! ระบบโกงอัปเกรดศักยภาพไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!
บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!
บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!
บทที่ 340 - บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!
ท่ามกลางห้วงอวกาศนอกดาวอ้ายเอ่อร์
เจียงเหิงและผู้อาวุโสโอวเหวินต่อสู้กันอย่างดุเดือดไม่รู้จบ
ทว่าสิ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อสามเดือนกว่าก่อนก็คือ ยามนี้การตอบสนองของเจียงเหิงสามารถตามความเร็วของอีกฝ่ายได้ทันแล้ว
แม้จะไม่อาจจับตัวมันได้อย่างง่ายดาย ทว่ายามที่อีกฝ่ายโจมตีหรือเปลี่ยนทิศทาง ความเร็วก็จะลดลงเล็กน้อย หรือกระทั่งหยุดชะงักไปชั่วขณะ
ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น เจียงเหิงก็จะฉวยโอกาสโจมตีในทันที สร้างความกดดันให้กับผู้อาวุโสโอวเหวินได้ไม่น้อย
ประกอบกับเมื่อความเร็วในการตอบสนองเพิ่มขึ้น เจียงเหิงก็สามารถใช้ประโยชน์จากวิชาเคลื่อนย้ายมิติในการต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น สถานการณ์การต่อสู้ในยามนี้ เจียงเหิงจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างสมบูรณ์
ร่างของเขากะพริบวูบวาบไม่หยุด ฝ่ามือยักษ์กวัดแกว่งไปทั่วสารทิศ โจมตีอย่างดุดันโอหัง พลางระเบิดเสียงหัวเราะอย่างไม่ยี่หระอยู่เป็นระยะ
"ฮ่าๆๆ ผู้อาวุโสโอวเหวิน เข้ามาสิ มาสู้กัน เหตุใดจึงเอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนเช่นนี้เล่า"
ในทางตรงกันข้าม ผู้อาวุโสโอวเหวินมีสีหน้าเคร่งเครียด ร่างจำแลงเป็นแสงสีขาวโบยบินวนเวียนอยู่รอบตัวเจียงเหิง
ไม่กล้าโจมตี ทั้งยังไม่กล้าถอยห่าง
ต่อให้จะเคลื่อนที่พุ่งตรงด้วยความเร็วแสง แต่เมื่อเผชิญกับวิชาเคลื่อนย้ายมิติของอีกฝ่าย ก็ไม่อาจหลบหนีพ้น
รังแต่จะทำให้ระยะห่างเพิ่มขึ้น เปิดช่องให้ฝ่ามือยักษ์ของเจียงเหิงสามารถโจมตีครอบคลุมได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
ผู้อาวุโสโอวเหวินรู้ดีแก่ใจ ในสถานการณ์ที่ต้องตั้งรับจนมือไม้ปั่นป่วนเช่นนี้ มันจำต้องรวบรวมสมาธิในทุกฝีก้าว มิเช่นนั้น หากพลั้งเผลอเพียงนิดเดียวก็อาจถูกอีกฝ่ายจับตัวได้
มันไม่มีโอกาสชนะหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
ไม่เอาแต่หลบหนีจนกว่าจะถูกอีกฝ่ายจับตัวได้
ก็ต้องทนให้ได้จนกว่ากำลังเสริมจากดาวบรรพชนเทพจะมาถึง
ทันใดนั้น ร่างกายของเจียงเหิงก็สั่นสะท้าน
คลื่นมิติฉีกกระชากอันบ้าคลั่ง กวาดม้วนออกไปรอบทิศทางประดุจคลื่นสึนามิ โดยมีร่างกายอันใหญ่โตของเขาเป็นศูนย์กลาง
"อะไรกัน ระยะกว้างขวางปานนี้เชียวรึ"
ผู้อาวุโสโอวเหวินหน้าถอดสี ทว่ากลับหลบไม่ทันเสียแล้ว มันถูกคลื่นมิติฉีกกระชากอันบ้าคลั่งกลืนกินเข้าไปในพริบตา ส่งผลให้ร่างที่กลายเป็นแสงของมันสั่นสะเทือนอย่างหนัก จนเกิดการชะงักงันไปชั่วพริบตา
แท้จริงแล้ว การโจมตีในครั้งนี้ของเจียงเหิงผ่านการรวบรวมพลังมาแล้ว จึงมีระยะครอบคลุมที่กว้างขวางถึงเพียงนี้
ทว่าก็เป็นเพราะระยะที่กว้างเกินไป ทำให้พลังทำลายล้างกระจายตัว ในการต่อสู้กับยอดฝีมือระดับเดียวกัน จึงไม่อาจสร้างความเสียหายได้มากนัก
แต่เจียงเหิงก็ไม่ได้คาดหวังให้การโจมตีนี้สร้างบาดแผลใหญ่อันใด
สิ่งที่เขาต้องการ มีเพียงการหยุดชะงักชั่วพริบตาของอีกฝ่ายเท่านั้น
หากเป็นช่วงก่อนที่จะทะลวงขอบเขต เขาคงไม่อาจฉวยโอกาสจากจังหวะที่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วนี้ได้ทัน
ทว่ายามนี้ มันเพียงพอแล้ว!
เจียงเหิงกระทั่งไม่สนใจจะใช้วิชาหัตถ์เด็ดดารา ทำเพียงยื่นมือออกไปคว้าร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ในกำมืออย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน มังกรทองจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลออกมาจากฝ่ามือของเขา ไม่เพียงแต่รัดรึงร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินเท่านั้น แต่ยังพุ่งกระจายออกไปรอบทิศทาง
"ก็แค่ผนึกกระจอกๆ เจ้าคิดว่าจะทำอันใดข้าได้งั้นรึ"
ผู้อาวุโสโอวเหวินแผดเสียงคำราม พลางดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง
มังกรทองจำนวนนับไม่ถ้วนแหลกสลายในพริบตา ทว่ากลับมีมังกรทองอีกมากพุ่งเข้ามารัดรึง ทำให้ผู้อาวุโสโอวเหวินรับมือไม่หวาดไม่ไหว
ยามนี้ ม่านพลังสีทองก่อตัวเสร็จสมบูรณ์แล้ว
สนามพลังอันลึกล้ำสุดหยั่งคาดครอบคลุมร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินเอาไว้
มันสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า การเคลื่อนไหวของตนยากลำบากขึ้นมาก กระทั่งการโจมตีด้วยพลังกฎเกณฑ์ก็ถูกลดทอนลงไปไม่น้อย
"ม่านพลังแข็งแกร่งปานนี้เชียวรึ แม้แต่ขอบเขตมหาอริยะยังถูกสะกดไว้ได้อย่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้"
ผู้อาวุโสโอวเหวินสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างหนัก
มังกรทองที่ยังคงพุ่งเข้ามารัดรึงร่างมันอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากพลังโจมตีของมันอ่อนโทรมลง พวกมันจึงเริ่มเกาะติดบนตัวมัน และกระทั่งไชชอนเข้าสู่ร่างกาย
มังกรทองทุกตัว ล้วนทำให้พลังในร่างของมันติดขัดขึ้นอีกระดับ ส่งผลให้ยากแก่การต่อต้านมากยิ่งขึ้น
"ผู้อาวุโสโอวเหวิน ไอ้คนขี้ขลาดตาขาว วันๆ เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุน ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้าไม่ใช่รึ"
เจียงเหิงหัวเราะร่า สองมือประกบเข้าหากัน กำร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินไว้แน่นหนา
มังกรทองยังคงพุ่งเข้ารัดรึงผู้อาวุโสโอวเหวินอย่างต่อเนื่อง เกาะติดร่างกายของมันตัวแล้วตัวเล่า แล้วแทรกซึมเข้าสู่ภายใน
ทันใดนั้น เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในขอบเขตการรับรู้ของเจียงเหิง
ผู้อาวุโสโอวเหวินก็ย่อมสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของอีกฝ่ายเช่นกัน มันรีบแหกปากร้องตะโกนลั่น
"บรรพชนผีผู่ ช่วยข้าด้วย!"
เจียงเหิงขมวดคิ้ว ทว่าก็ไม่ได้สนใจเผ่าเทพที่ถูกเรียกว่าบรรพชนผีผู่ผู้นั้น ยังคงทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเฉียนคุน
บรรพชนผีผู่ดูเหมือนจะมีความระแวดระวังอยู่บ้าง ไม่คิดจะบินเข้าไปในม่านพลังโดยตรง ทว่ากลับยกมือขวาขึ้นสูงอยู่นอกม่านพลัง
แสงสีขาวไร้ที่สิ้นสุดปกคลุมทั่วทั้งท่อนแขนของมัน ก่อนจะยืดขยายออกไปหลายพันเมตร ก่อกำเนิดเป็นกระบี่แสงยักษ์อันเจิดจรัส
จากนั้นก็ฟาดฟันลงมาอย่างดุดัน ทะลวงผ่านม่านพลัง ฟาดลงบนท่อนแขนของเจียงเหิงอย่างจัง
กระบี่แสงยักษ์ฟันลึกเข้าไปในแขนของเจียงเหิงครึ่งชุน พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงอยู่พยายามจะกระจายตัวออก หวังจะกัดกร่อนเข้าไปในร่างของเจียงเหิง ทว่ากลับถูกต้านทานไว้ได้อย่างง่ายดาย
การรับรู้ทางจิตวิญญาณของยอดฝีมือขอบเขตอริยะนั้น ชัดเจนประดุจมองเห็นด้วยตาเปล่า
ดังนั้น ทั้งผู้อาวุโสโอวเหวินและบรรพชนผีผู่จึงเห็นภาพนี้อย่างถนัดตา อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าตกตะลึง
ยอดฝีมือขอบเขตราชันอริยะ คือตัวตนที่อยู่จุดสูงสุดของระบบดาวเทียนเฉวียน ทว่ากลับฟันร่างกายของเจียงเหิงไม่เข้า
นี่มันร่างกายที่แข็งแกร่งดุดันปานใดกัน!
เจียงเหิงไม่สนใจใยดีต่อสองคนที่กำลังตกตะลึงแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งสมาธิไปที่การผนึกผู้อาวุโสโอวเหวินอย่างเต็มกำลัง
กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของเขาเริ่มขยับเขยื้อนบีบรัดโดยอัตโนมัติ ผลักดันกระบี่แสงยักษ์และพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ให้ออกไปจากร่างกาย
บาดแผลบนผิวหนังฟื้นฟูกลับคืนสภาพเดิมในชั่วพริบตา
"ดี! ร่างกายแข็งแกร่งดุดันสมคำร่ำลือ!"
บรรพชนผีผู่แค่นเสียงเย็น
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลองรับกระบวนท่านี้ของข้าดูเถิด!"
มันเรียกกระบี่ยาวรูปลักษณ์วิจิตรตระการตาเล่มหนึ่งออกมาจากร่าง
สองมือกุมกระบี่ไว้แน่น แสงสว่างไร้ที่สิ้นสุดไหลเวียน กระทั่งความว่างเปล่ายังก่อเกิดแสงสีขาวส่องสว่าง หลั่งไหลมารวมกันที่กระบี่ยาวอย่างต่อเนื่อง
แสงสว่างควบแน่นและบีบอัดอย่างไม่หยุดยั้ง
ไม่นานนัก กระบี่ยักษ์สีขาวที่ดูราวกับมีตัวตนอยู่จริงก็ปรากฏขึ้นในมือของบรรพชนผีผู่
กระบี่ยักษ์ยาวนับพันเมตร ดูคล้ายกับถูกสร้างขึ้นจากวัสดุพิเศษสีขาวบางชนิด บนกระบี่มีกลิ่นอายแห่งวิถีเต๋าไหลเวียน ดูลึกล้ำพิสดารยิ่งนัก
บรรพชนผีผู่กวัดแกว่งกระบี่ยักษ์ ฟาดฟันลงมาอีกครา
เจียงเหิงยังคงไม่หลบไม่เลี่ยง
"ฉัวะ!"
คมกระบี่ยักษ์สับลงบนท่อนแขนของเขา ลึกเข้าไปสามชุน
ทว่าหากเทียบกับร่างกายสูงสองหมื่นเมตรและท่อนแขนที่หนาเกือบพันเมตรของเจียงเหิงแล้ว บาดแผลเพียงเท่านี้ยังนับว่าเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
พลังแห่งวิถีที่แฝงอยู่บนกระบี่ยักษ์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยามที่พยายามกัดกร่อนร่างกายของเจียงเหิง ก็ถูกต้านทานไว้ได้อย่างง่ายดาย
บรรพชนผีผู่มีสีหน้าเหี้ยมเกรียม กดกระบี่ยักษ์ลงไปอย่างต่อเนื่อง พลังแห่งวิถีพลุ่งพล่าน หวังจะสร้างบาดแผลให้ลึกยิ่งขึ้น
ทว่าเลือดเนื้อของเจียงเหิงกลับบีบรัดและงอกเงยขึ้นมาเอง ต้านทานคมกระบี่เอาไว้ ทำให้การโจมตีไร้ผล
ส่วนภายในกำมือยักษ์ของเจียงเหิง
ร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินถูกผนึกไปแล้วกว่าครึ่ง การไหลเวียนของพลังในร่างติดขัดอย่างหนัก การดิ้นรนขัดขืนยิ่งมายิ่งอ่อนแรง
ยามนี้เมื่อสัมผัสรับรู้ถึงสถานการณ์การต่อสู้ภายนอกได้ มันก็พลันตกอยู่ในความสิ้นหวัง
"ขนาดบรรพชนผีผู่ที่เป็นถึงขอบเขตราชันอริยะ ยังทำอันไรมันไม่ได้เลย"
"ไม่มีผู้ใดช่วยข้าได้อีกแล้ว..."
ร่างของผู้อาวุโสโอวเหวินแตกซ่านออกอย่างกะทันหัน ร่างส่วนที่ยังไม่ถูกผนึกแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีขาว พยายามจะหลบหนีออกไปตามง่ามนิ้วของเจียงเหิง
อันที่จริง การเปลี่ยนร่างเป็นแสง แม้จะทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด และสามารถมุดลอดผ่านรอยแยกเล็กจ้อยได้
ทว่าพลังก็ต้องถูกกระจายออกไปอย่างมากเช่นกัน หากถูกอีกฝ่ายจับตัวได้ทั้งหมด ก็จะไร้พลังต้านทานการผนึกโดยสิ้นเชิง
ผู้อาวุโสโอวเหวินย่อมรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี
แต่ก็ไร้หนทางอื่น ยามนี้มันไม่มีทางให้ถอยแล้ว ทำได้เพียงเสี่ยงดวงดูสักตั้ง
หากล้มเหลว อย่างมากก็แค่ถูกผนึก
แต่หากสำเร็จ ต่อให้หนีรอดไปได้เพียงเสี้ยวเดียว ก็เท่ากับบาดเจ็บสาหัส ทว่ายังรักษาชีวิตไว้ได้ และไม่ถูกผนึกไปตลอดกาล
[จบแล้ว]