เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 302 ไพ่ตาย

บทที่ 302 ไพ่ตาย

บทที่ 302 ไพ่ตาย


จังหวะที่หลี่ซวี่โน้มตัวเข้าไปใกล้และกำลังจะเลื่อนมือลงต่ำ จู่ๆ หญิงสาวก็ผลักไหล่เขาเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวอย่างสวยงามแล้วผละตัวออกห่างจากเขาไป

เล่นตัวงั้นเหรอ?

หลี่ซวี่ยกยิ้มมุมปาก ขยับตามไปสองก้าว ร่างกายยังคงโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง แต่ไม่ได้แตะต้องตัวเธออีก

ดูเหมือนหญิงสาวจะเข้าใจเจตนาของหลี่ซวี่ เธอส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้

จากนั้นก็ขยับตัวเข้ามาใกล้หลี่ซวี่อีกครั้ง

หลี่ซวี่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับการออดอ้อน จู่ๆ ร่างของเขาก็เซถลาเพราะถูกใครบางคนชนเข้าอย่างจัง

เขาหยุดชะงัก ก้มลงมอง ก็เห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งนั่งทรุดอยู่บนพื้น มือจับข้อเท้าพลางนวดคลึงเบาๆ เห็นได้ชัดว่าข้อเท้าแพลงจากแรงกระแทกเมื่อครู่

เมื่อเห็นหลี่ซวี่มองมา หญิงสาวก็พูดภาษาเกาหลีที่เขาฟังไม่ออกออกมาประโยคหนึ่ง ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินกะเผลกๆ ออกไป

แต่เพิ่งจะก้าวไปได้แค่สองก้าว เธอก็หยุดชะงัก ก่อนจะหันขวับกลับมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

หลี่ซวี่ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง กำลังจะอ้าปากถามเป็นภาษาอังกฤษ จู่ๆ หญิงสาวก็กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วโผเข้ากอดเขาเต็มแรง

หืม?

หลี่ซวี่ที่มีสาวงามแนบชิดอยู่บนอก สัมผัสได้ถึงสัดส่วนโค้งเว้าของหญิงสาว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกวาบหวามในหัวใจ “คนสวย จะทอดสะพานให้กันก็ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้ก็ได้มั้ง?”

ประโยคนี้เขาพูดเป็นภาษาจีน

พูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็มองเห็นชายฉกรรจ์ในชุดสูทสองคนกำลังเดินตรงเข้ามาทางด้านหลังของหญิงสาว

“กอดฉันไว้ ช่วยฉันด้วย!”

พูดจบ หญิงสาวก็ซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างของหลี่ซวี่ทันที

หืม? พูดภาษาจีนแปร่งๆ ซะด้วย

ระหว่างที่หลี่ซวี่ยังคงยืนอึ้ง และหญิงสาวก็คิดว่าตัวเองซุกหน้าลงไปลึกพอที่จะไม่มีใครจำได้แล้ว จู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกใครบางคนกระชากออกจากการเกาะกุมของหลี่ซวี่

“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? หนุ่มหล่อคนนี้ฉันเล็งไว้ก่อนนะ!” คนที่พูดคือสาวผมบลอนด์เมื่อครู่นี้เอง

ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ หญิงสาวหน้าซีดเผือด

ใครไปแย่งผู้ชายของเธอเมื่อไหร่กัน ฉันกำลังหนีตายอยู่นะโว้ย!

เสียงตะโกนโวยวายของสาวผมบลอนด์ดึงดูดความสนใจของชายชุดสูทให้หันมามองที่หญิงสาว

จากนั้นพวกเขาก็ก้าวพรวดๆ เข้ามาล้อมทั้งสามคนเอาไว้

พอสาวผมบลอนด์เห็นแบบนั้น ก็มีสีหน้าหวาดผวา รีบถอยกรูดออกห่างจากหญิงสาวและหลี่ซวี่ทันที

หญิงสาวก็ก้าวถอยหลังเช่นกัน ไม่นานก็ไปหลบอยู่ด้านหลังของหลี่ซวี่

มันเกี่ยวอะไรกับฉันเนี่ย? หลี่ซวี่ชะงัก กำลังจะปลีกตัวหนี แต่กลับมีชายชุดสูทอีกสามคนโผล่มาดักหน้า บังคับให้เขาต้องถอยกลับไปยืนที่เดิม

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงนี้ดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม

มีเพียงคนที่อยู่ใกล้ๆ เท่านั้นที่รู้ตัวและรีบหลีกทางให้ด้วยความกลัวจะโดนลูกหลง

“ช่วยฉันด้วย!” หญิงสาวเอ่ยขอร้องด้วยภาษาจีนที่สำเนียงไม่ค่อยชัดเจนนักพร้อมกับทำหน้าตาหน้าสงสาร

“ช่วยบ้านป้าแกสิ!” หลี่ซวี่สบถด่าในใจ ฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะไปช่วยอะไรเธอได้? ฝันไปเถอะ

“เชิญตามพวกเรามาด้วยครับ!” ชายชุดสูทคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หลี่ซวี่อึ้งไป ชี้มือไปที่หญิงสาวแล้วก็ชี้มาที่ตัวเอง ก่อนจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “ฉันไม่ได้รู้จักกับเธอ”

แต่คำพูดของเขาดูเหมือนจะไม่มีผล สองหนุ่มในชุดสูทกลับขยับเข้ามาใกล้ด้านหลังเขาอีกก้าว

หลี่ซวี่ใจเต้นตึกตัก ถึงแม้จะมีทักษะการต่อสู้ระดับพิเศษติดตัว แต่ที่นี่มันถิ่นของพวกเขานะเว้ย เขาจะสู้ได้สักกี่คนกัน? อย่างเก่งก็ล้มพวกกล้ามโตนี่ได้สักสองสามคนก็หรูแล้ว

“เชิญตามพวกเรามาด้วยครับ!” น้ำเสียงยังคงราบเรียบเช่นเดิม

หลี่ซวี่ฟังไม่ออก จึงหันไปถามหญิงสาว “พวกเขาพูดว่าอะไรน่ะ?”

หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง “เขาบอกให้คุณตามไปตายด้วยกัน ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เดือดร้อน!”

เพิ่งจะมาขอโทษเอาป่านนี้เนี่ยนะ!

หลี่ซวี่ได้ยินแบบนั้นก็ถลึงตาใส่เธอด้วยความโมโห ก่อนจะจำใจเดินตามหญิงสาวไปโดยมีชายชุดสูทเดินขนาบข้าง คอย "อารักขา" ออกไปจากฟลอร์เต้นรำ

จากนั้นพวกเขาก็เดินตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่ด้านข้าง

หลี่ซวี่กลอกตาไปมา กำลังคิดหาทางหนีทีไล่ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจ่ออยู่ที่กลางหลัง บ้าเอ๊ย สัมผัสกลมๆ เล็กๆ แบบนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นปืน!

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ซวี่ก็ไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้าอีก

ไม่นานทุกคนก็เข้าไปในลิฟต์ และขึ้นมาถึงชั้นสองของบาร์

บนชั้นสองมีพื้นที่หลบมุมที่ค่อนข้างเงียบสงบ ที่นี่เต็มไปด้วยห้องวีไอพีส่วนตัวที่มีประตูบานหนาหนักปิดกั้นเอาไว้

ขาของหลี่ซวี่สั่นพั่บๆ บ้าเอ๊ย ทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขนาดนี้!

รู้งี้เขาไม่น่าใช้สิทธิ์เช็กอินเล่นๆ เลย

ตอนนี้เหลือสิทธิ์เช็กอินอีกแค่ครั้งเดียว เขาไม่กล้าใช้สุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว

เพราะสิทธิ์ครั้งนี้อาจจะเป็นไพ่ตายช่วยชีวิตเขาเลยก็ได้

พอคิดแบบนั้น เขาก็หันไปถลึงตาใส่หญิงสาวที่กำลังตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ!

เพราะเธอแท้ๆ ถ้ามีโอกาสรอดไปได้ล่ะก็ พ่อจะจับทำเมียซะให้เข็ด!

ทั้งสองคนถูกคุมตัวเดินเข้าไปในโถงทางเดินชั้นสองที่มืดสลัว

หลังจากผลักประตูบานหนาหนักหลายบาน ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ในห้องที่มืดสลัวห้องหนึ่ง

“อ้า อาซีบา แกจะหนีไปไหนฮะ?” จู่ๆ ชายหัวโล้นก็พุ่งเข้ามา กระชากคอเสื้อหญิงสาวแล้วเขย่าอย่างแรง ก่อนจะตบหน้าเธอฉาดใหญ่

หญิงสาวล้มลงไปกองกับพื้น เอามือกุมแก้ม ร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่กล้าส่งเสียงออกมา

หลังจากตบหญิงสาวเสร็จ ชายคนนั้นก็หันมามองหลี่ซวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

ตอนนั้นเองก็มีชายชุดสูทคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับเขา

ชายคนนั้นกลอกตา มองดูหลี่ซวี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพ่นภาษาเกาหลีออกมาอีกชุดใหญ่

น่าเสียดายที่หลี่ซวี่ฟังไม่ออกเลยสักคำ

“Can you speak English?” หลี่ซวี่ลองถามดู

ในเวลาเดียวกัน หลี่ซวี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้สิทธิ์เช็กอินครั้งสุดท้าย

‘เช็กอิน!’

‘เช็กอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับทักษะข่มขวัญระดับบิ๊กบอส เมื่อโฮสต์ตกอยู่ในอันตราย สามารถเปิดใช้ทักษะนี้ได้’

‘ทักษะนี้จะช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ให้โฮสต์ 20% พลังข่มขวัญ 80% เสน่ห์ดึงดูด 70% พลังกดดันทางสายเลือด 50%!’

‘สามารถเปิดใช้งานได้ 5 ครั้ง โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง และดูแลตัวเองให้ปลอดภัยด้วย!’

หลี่ซวี่ได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น เดิมทีเขากะว่าถ้าหมดหนทางจริงๆ คงต้องบุกฝ่าวงล้อมออกไป โดยการเอาปืนพกที่ระบบเคยแจกให้ออกมาขู่ แล้วก็หาจังหวะสวมชุดเกราะเหล็ก อย่างน้อยก็น่าจะยื้อเวลาไว้ได้จนกว่าตำรวจจะมาถึง

แต่ตอนนี้เขามีทักษะข่มขวัญระดับบิ๊กบอสเพิ่มมาเป็นไพ่ตายอีกใบ แบบนี้น่าจะพอลองเสี่ยงดูได้!

มีอะไรที่พอจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อสร้างคอนเนกชันกับพวกมันได้บ้างนะ?

ระหว่างที่สมองของหลี่ซวี่กำลังประมวลผลอย่างหนัก ชายหัวโล้นก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “คนต่างชาติงั้นเหรอ?”

ตอนนั้นเอง หญิงสาวที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เขาเป็นคนจีน ฉันไม่รู้จักเขาค่ะ!”

ชายหัวโล้นชะงักไป ยกยิ้มมุมปากอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“บอกมันไป ว่าฉันคือผู้เข้าร่วมการประมูล! เร็วเข้า”

หญิงสาวชะงักไป ไม่เข้าใจว่าประโยคที่หลี่ซวี่พูดหมายความว่ายังไง แต่เธอก็ยอมแปลให้ตามที่เขาบอก

“ผู้เข้าร่วมการประมูล?”

หลี่ซวี่ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร เขาควักเอกสารยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมการประมูลที่ได้เป็นรางวัลออกมาให้ดูทันที

พอชายหัวโล้นเห็นเอกสาร สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขาหันไปตบหัวลูกน้องชุดสูทที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉาดใหญ่ ก่อนจะหันมาโค้งคำนับและผงกหัวให้หลี่ซวี่พลางพูดภาษาเกาหลีรัวๆ

“เขาพูดว่าอะไรนะ?” หลี่ซวี่หันไปถามหญิงสาว

“เขาบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดค่ะ ยินดีต้อนรับการมาเยือนของคุณ! และขอโทษคุณอย่างสุดซึ้ง”

หลี่ซวี่ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รู้สึกได้เลยว่าเหงื่อเย็นๆ ไหลซึมจนแผ่นหลังเปียกชุ่มไปหมด

“ฉันต้องการล่าม! บอกเขาไปสิ” หลี่ซวี่หันไปสั่งหญิงสาว

หญิงสาวกำลังจะแปลตามที่เขาบอก แต่จู่ๆ เธอก็ชะงักไป ก่อนจะหันมามองหลี่ซวี่ด้วยสายตาเว้าวอน “ฉันทำได้ค่ะ ฉันเป็นล่ามให้คุณได้ ได้โปรดช่วยฉันด้วยเถอะนะคะ!”

..........

จบบทที่ บทที่ 302 ไพ่ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว