- หน้าแรก
- ชีวิตในเมืองของผมไม่ธรรมดาอีกต่อไป
- บทที่ 294 เข้าบ้าน
บทที่ 294 เข้าบ้าน
บทที่ 294 เข้าบ้าน
“เช็กอินสำเร็จ! ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับแพ็กเกจของขวัญปีใหม่หนึ่งชุด ของขวัญที่อยู่ในแพ็กเกจนี้จะสุ่มคุณสมบัติ โปรดตรวจสอบด้วย”
รางวัลนี้ไม่เลวเลยแฮะ ปีใหม่ยังมีแพ็กเกจของขวัญให้ด้วย ใช้ได้เลยนะระบบ
หลี่ซวี่กดเข้าไปดูทันที
“รายการรางวัลในแพ็กเกจของขวัญปีใหม่: พลุห้าสีระดับพรีเมียมสองลัง, ประทัดสายแดงสิบพวง, ประทัดยี่สิบลูก, พลุไฟเย็นปลาทองสองลัง”
หลี่ซวี่ถึงกับหน้าเหวอ ระบบ นายคงไม่รู้สินะว่าแถวบ้านฉันน่ะเขาห้ามจุดพลุและประทัด!
แม้แต่ในชนบทก็ไม่ให้จุด!
เป็นแพ็กเกจของขวัญที่เข้ากับเทศกาลมาก แต่น่าเสียดายที่เอามาใช้ไม่ได้
สิทธิ์เช็กอินสามครั้งเหลืออีกแค่ครั้งเดียว ตอนกลางวันที่ติดคำกลอนคู่ก็ใช้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ระบบแจกรางวัลมาเป็นทักษะหนึ่งอย่าง: ทักษะคัดลายมือระดับสูงขั้นแปด
แต่การจะไปให้ถึงระดับนั้นได้ ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนสักระยะหนึ่ง!
เหลือสิทธิ์เช็กอินอีกหนึ่งครั้ง หลี่ซวี่ก็ไม่ได้ลังเลและกดใช้มันทันที
“เช็กอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับบทละครสั้นคุณภาพเยี่ยมหนึ่งบท โปรดตรวจสอบด้วย”
บทละครงั้นเหรอ? หลี่ซวี่ปรายตามองบทละครสั้นแนวเชิดชูคุณธรรมที่กำลังฉายอยู่บนโทรทัศน์แวบหนึ่ง ความสนใจก็หมดลงในพริบตา
วันส่งท้ายปีเก่าแบบนี้ นอกจากการดูรายการฉลองตรุษจีนและการกินเกี๊ยวแล้ว ยังมีกิจกรรมสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือการเล่นไพ่
นี่เป็นกิจกรรมคลายเครียดหลังมื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่าที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมในฝั่งเมืองอี๋โจว
ในตอนนี้ ครอบครัวตระกูลหลี่เองก็ไม่มีข้อยกเว้น
กลุ่มลูกผู้ชายอกสามศอกกำลังเล่นกันอย่างเมามัน
หลี่ซวี่ดูรายการฉลองตรุษจีนแล้วรู้สึกเบื่อ จึงเดินเข้าไปร่วมวงและรับบทเป็นผู้ชม
ขณะที่เขากำลังจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อนั้น หลี่อี้จิ้งก็วิ่งเข้ามาหา ดึงตัวเขาออกไปที่หน้าประตูทันที
ท่ามกลางลมหนาวที่พัดมาปะทะร่าง หลี่ซวี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย “เธอจะทำอะไรเนี่ย?”
หลี่อี้จิ้งพูดขึ้นว่า “ทำไมฉันรู้สึกว่าพี่สะใภ้ดูแปลกๆ ไปนะ?”
“แปลกยังไง?” หลี่ซวี่ถามกลับด้วยความสงสัย
“เมื่อกี้ฉันคุยโทรศัพท์กับพี่เขา ฟังจากน้ำเสียงเหมือนคนเพิ่งร้องไห้มาเลยนะ จริงๆ นะ!” หลี่อี้จิ้งพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่สองคนทะเลาะกันเหรอ?”
“ช่วงปีใหม่แบบนี้ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ!” หลี่ซวี่ส่ายหน้า
“เดี๋ยวพี่โทรหาเขาเอง!”
พูดจบเขาก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรหาเฉินเสี่ยวเจี๋ยทันที
สัญญาณดังอยู่ห้าหกวินาที ปลายสายก็กดรับ
หลี่ซวี่แกล้งชวนคุยสัพเพเหระไปสองสามประโยค ก็ได้ยินว่าน้ำเสียงของเฉินเสี่ยวเจี๋ยแตกต่างไปจากปกติจริงๆ
“เธอเป็นอะไรไป?” หลี่ซวี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ไม่ได้เป็นอะไร ฉันจะเป็นอะไรได้ล่ะ? สบายดีจะตาย” เฉินเสี่ยวเจี๋ยปฏิเสธเสียงแข็ง
“เธอมีเรื่องอะไรยังจะมาปิดบังพี่อีกเหรอ? ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่? พี่เป็นแฟนเธอนะ มีเรื่องอะไรก็เอามาปรึกษากันสิ ถ้าเธอไม่ยอมบอก งั้นพี่จะขับรถไปหาเดี๋ยวนี้แหละ!” หลี่ซวี่พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ไม่ต้องๆ ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ” เฉินเสี่ยวเจี๋ยรีบร้องห้ามด้วยความลุกลี้ลุกลน “ถ้ามีเรื่องอะไร แล้วฉันจะไม่บอกพี่ได้ยังไงล่ะ?”
“จริงเหรอ?”
“จริงๆ สิ ช่วงปีใหม่แบบนี้จะมีเรื่องอะไรได้ล่ะ?”
“งั้นเธอส่งโลเคชั่นมาให้พี่หน่อยสิ พี่คิดถึงเธอแล้วเนี่ย!”
เฉินเสี่ยวเจี๋ยรู้ดีว่าหลี่ซวี่มีท่าทีเด็ดขาดกับเธอแค่ไหน จึงทำได้เพียงเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้เขาฟัง
พอหลี่ซวี่ฟังจบ ถึงได้รู้ว่าตอนนี้แฟนสาวของตัวเองไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว
ช่วงปีใหม่แบบนี้ แถมยังเป็นแค่อำเภอเล็กๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีโรงแรมเปิดให้บริการอยู่หรือเปล่า
หลี่ซวี่หันไปมองหน้าน้องสาว ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “พี่จะไปรับพี่สะใภ้เธอ เดี๋ยวเธอไปบอกพ่อกับแม่ให้หน่อยนะ”
“พี่ ทางมันไกลนะ ให้ฉันไปเป็นเพื่อนเถอะ จะได้ช่วยดูแลกันด้วย” หลี่อี้จิ้งเหลือบมองเวลา แล้วเสนอตัว
หลี่ซวี่ส่ายหน้าพลางกล่าว “ช่างเถอะ เดี๋ยวพี่ไปกับพี่ใหญ่ดีกว่า!”
พูดจบเขาก็เดินเข้าไปเรียกหลี่ฉงที่กำลังยืนดูไพ่ออกมา จากนั้นทั้งสองคนก็ขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังอำเภอที่เฉินเสี่ยวเจี๋ยอยู่ทันที
เฉินเสี่ยวเจี๋ยรู้ว่าหลี่ซวี่จะมาหา ก็ทั้งรู้สึกเป็นห่วงและซาบซึ้งใจ แต่เธอก็รู้ซึ้งถึงนิสัยของหลี่ซวี่ดี ว่าห้ามไปก็เท่านั้น
เธอเหลือบมองเฉินเหล่ยผู้เป็นน้องชายด้วยความรู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่กลับพบว่าน้องชายหลับสนิทไปบนเบาะหลังรถเสียแล้ว
เฉินเสี่ยวเจี๋ยถอนหายใจออกมา ก่อนจะเลิกล้มความคิดที่จะรีบขับรถไปหาโรงแรมที่อยู่ใกล้ที่สุด
แต่กลับเลือกที่จะขับรถมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่หลี่ซวี่น่าจะขับมาแทน
ระหว่างที่กำลังรอให้หลี่ซวี่มารับอยู่นั้น ก็มีสายเรียกเข้าจากเบอร์โทรศัพท์แปลกหน้าโทรเข้ามา เฉินเสี่ยวเจี๋ยกดรับสาย ก่อนจะพบว่าเป็นสายจากคุณย่านั่นเอง
เฉินเสี่ยวเจี๋ยไม่ได้ร้องไห้ แต่กลับเป็นฝ่ายปลอบใจคุณย่าแทน โดยบอกว่าตอนนี้พวกเธอสบายดี และหาที่พักได้แล้ว
พร้อมกับบอกให้คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง
คุณย่าเกลี้ยกล่อมอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงหลั่งน้ำตา และกำชับให้พวกเขาดูแลตัวเองให้ดีๆ
ไม่ว่าคนอื่นจะนินทาว่าร้ายพวกเธอมากแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ยังคงเป็นสายเลือดของลูกชายเธอ เป็นหลานชายและหลานสาวที่เธอเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูมานานนับสิบปี
น่าเสียดายที่ตัวเธอแก่ชราและไม่มีปากมีเสียงอะไร จึงไม่อาจเป็นผู้ตัดสินใจชี้ขาดในบ้านหลังนี้ได้
กว่าสามชั่วโมงให้หลัง ในที่สุดรถของหลี่ซวี่ก็แล่นมาถึงจุดที่เฉินเสี่ยวเจี๋ยอยู่
ในตอนนั้นเหลือเวลาอีกเพียงสิบกว่านาทีก็จะถึงเที่ยงคืนแล้ว
หลี่ซวี่เดินตรงไปยังรถโฟล์คสวาเกน ทิกวน ก่อนจะเคาะกระจกรถเบาๆ ก็เห็นว่าเฉินเสี่ยวเจี๋ยที่สวมเสื้อขนเป็ดตัวหนากำลังผลักประตูรถออกมาด้วยท่าทีสั่นเทา แล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที
เฉินเหล่ยที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา มองดูคนสองคนที่กำลังโอบกอดกันด้วยสายตาที่ซับซ้อน ทว่าภายในใจกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ทั้งสองคนกอดกันอยู่นานสองนาน จนกระทั่งหลี่ฉงที่ทนดูต่อไปไม่ไหวต้องกระแอมไอออกมาเบาๆ ถึงได้ดึงสติของทั้งคู่ให้กลับคืนมาได้
เฉินเสี่ยวเจี๋ยหน้าแดงซ่าน รีบผลักอกหลี่ซวี่ออกห่างทันที
หลี่ซวี่หัวเราะฮ่าๆ ออกมา ก่อนจะโยนกุญแจรถให้หลี่ฉง ส่วนตัวเองก็หันหลังเดินไปขึ้นรถโฟล์คสวาเกน ทิกวนฝั่งที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าแทน
“พวกเรากลับทางเดิมกันเถอะ”
เมื่อหลี่ฉงเห็นว่ารถแล่นออกไปแล้ว เฉินเสี่ยวเจี๋ยก็สตาร์ทรถ แล้วขับตามไปติดๆ
หลี่ซวี่ชะโงกหน้าไปมองเฉินเหล่ยที่นั่งอยู่เบาะหลัง ก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “พี่อุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกลเพื่อมารับพวกนาย นายจะไม่เรียกพี่ว่าพี่เขยสักคำเลยหรือไง!”
เฉินเหล่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ชำเลืองมองพี่สาวของตัวเอง ก่อนจะพึมพำเรียกเสียงแผ่วเบาว่า “พี่เขย!”
หลี่ซวี่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขาก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะหันไปหาเฉินเสี่ยวเจี๋ย แล้วเอ่ยขึ้นว่า “สวัสดีปีใหม่!”
เฉินเสี่ยวเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ และเอ่ยตอบกลับไปว่า “สวัสดีปีใหม่!”
คำอวยพรสวัสดีปีใหม่ในครั้งนี้ เธอคงจะจดจำมันไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
และแล้วเวลาล่วงเลยไปเกือบสี่ชั่วโมง รถก็แล่นกลับมาถึงบ้านคุณปู่ของหลี่ซวี่อีกครั้ง
ตอนนี้เพิ่งจะตีสี่กว่าๆ เท่านั้น วงไพ่จึงยังคงไม่เลิกรา
เทศกาลปีใหม่ทั้งที มันก็ต้องอดหลับอดนอนโต้รุ่งกันสิถึงจะมีความหมาย
ดังนั้นการเดินทางไปกลับของหลี่ซวี่ในครั้งนี้ นอกจะพลาดดูรายการฉลองตรุษจีนแล้ว ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรอย่างอื่นเลย
พอได้ข่าวว่าหลี่ซวี่พาแฟนสาวกลับมาด้วย
หลี่เหลียนปั๋วก็ถึงกับทิ้งไพ่ในมือ แล้วรีบพาภรรยาออกไปรอรับที่หน้าประตูตั้งแต่เนิ่นๆ
เมื่อเห็นตัวจริงเดินเข้ามา หวังกุ้ยเซียงที่ได้เห็นใบหน้าอันสะสวยและรูปร่างที่สูงโปร่งของเฉินเสี่ยวเจี๋ย ก็รู้สึกถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก
เธอรีบคว้ามือของหญิงสาวมาจับไว้ พลิกซ้ายพลิกขวาดูด้วยความชื่นชม พร้อมกับเอ่ยปากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยท่าทีที่แสนจะกระตือรือร้น
สำหรับคนในต่างจังหวัด การแต่งสะใภ้เข้าบ้าน เขาให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุดน่ะหรือ?
ไม่ใช่หน้าตา ไม่ใช่นิสัยใจคอ
แต่เป็นความสูงต่างหาก
เพราะนี่เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ตั้งแต่แรกพบ และยังส่งผลต่ออนาคตของลูกหลานที่จะเกิดมาด้วย
พอได้ยินเสียงความวุ่นวาย ไม่นานคนที่ยังไม่ได้นอนก็พากันเดินออกมารวมตัวกันที่หน้าประตู
เมื่อเห็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกมากมายขนาดนี้ เฉินเสี่ยวเจี๋ยก็หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที
เธอไม่เคยคิดเลยว่า การมาพบหน้าพ่อแม่สามีจะเกิดขึ้นรวดเร็วปานกามนิตหนุ่มเช่นนี้
เธอจะไปเตรียมตัวเตรียมใจทันได้อย่างไร
ทว่าเมื่อเห็น “ว่าที่แม่สามี” ที่ยังคงกุมมือของเธอเอาไว้แน่น ความรู้สึกประหม่าในใจก็คลายลงไปได้เปลาะหนึ่ง
การมาเยือนของเฉินเสี่ยวเจี๋ยและน้องชาย ทำให้วันแรกของปีใหม่ที่แสนคึกคักเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเร็วกว่าปีที่ผ่านๆ มาถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม
บรรดาผู้หญิงพากันลงมือต้มขนมบัวลอย ทอดไข่ดาวต้มน้ำ และต้มเกี๊ยว
ส่วนบรรดาผู้ชายก็แต่งตัวให้เรียบร้อย เตรียมตัวออกไปสวัสดีปีใหม่บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน
หลี่ซวี่กับหลี่ฉงไม่สนความเหน็ดเหนื่อยจากการอดหลับอดนอนมาทั้งคืน ฝืนลืมตาตื่นเดินตามขบวนไปสวัสดีปีใหม่ และเริ่มต้นกิจกรรมเดินสายโขกศีรษะคารวะญาติผู้ใหญ่ประจำปีทันที
..........