- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ผมขอใช้ไอคิว 200 จีบดาราสาวระดับท็อป
- บทที่ 1 - รายการรันนิ่งแมนมาแล้ว
บทที่ 1 - รายการรันนิ่งแมนมาแล้ว
บทที่ 1 - รายการรันนิ่งแมนมาแล้ว
บทที่ 1 - รายการรันนิ่งแมนมาแล้ว
"ส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตร น้ำหนักแปดสิบกิโลกรัม หน้าตาหล่อเหลาแต่ยังคงความแมนและสดใส มีความสามารถรอบด้าน พระเจ้าช่วย อัจฉริยะที่มีไอคิวสูงกว่าสองร้อยในตำนาน เชี่ยวชาญสิบภาษา การแสดง ร้องเพลง แต่งทำนอง แต่งเนื้อร้อง เขียนหนังสือ กำกับภาพยนตร์ กีฬา เขาทำได้ทุกอย่าง นี่แหละคือเทพบุตรคนใหม่ของยุค!"
เมื่อมองดูรูปถ่ายของเด็กหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาไร้ที่ติ เอบีก็ส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังดี๊ด๊ากับเด็กหนุ่มในรูปถ่ายคนนั้นสุดๆ
นี่คือการรวมตัวกันของสมาชิกแก๊งรันนิ่งแมนหลังจากจบซีซันแรกไป เนื่องจากกระแสตอบรับที่ร้อนแรงของรายการ ทำให้ซีซันที่สองถูกนำมาจัดตารางงานทันที ทว่าสมาชิกอย่างหวังเป่าเป่ามีเหตุต้องถอนตัวออกไป ทีมผู้กำกับจึงเรียกสมาชิกทุกคนมาปรึกษาหารือกันเรื่องตัวแทนในซีซันที่สองนี้
เฉินชื่อเบ้ปากด้วยท่าทางกวนโอ๊ยสุดๆ "อะไรกัน อะไรกัน อัจฉริยะอะไร ถ้าหมอนี่เป็นอัจฉริยะ แล้วอัจฉริยะอย่างฉันจะเอาไปไว้ที่ไหน เอบี เธอมีพี่เสี่ยวหมิงอยู่แล้วนะ เวลานี้จะมาทำตัวบ้าผู้ชายไม่ได้ ฉันขอค้านหัวชนฝาไม่ให้เจ้านี่มาร่วมรายการ เทียบกับเป่าเป่าแล้วยังห่างชั้นกันเยอะ อย่างน้อยเป่าเป่าก็หล่อกว่าเจ้านี่ แต่เป่าเป่าก็ยังหล่อสู้ฉันไม่ได้ ซึ่งนั่นก็เป็นการพิสูจน์ทางอ้อมแล้วว่าฉันหล่อกว่าเจ้านี่เห็นๆ"
"เฉินชื่อ นายพูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยจะได้ไหม"
หลี่เฉินตบผัวะลงไปที่หัวของเฉินชื่อ ทำเอาเฉินชื่อถึงกับตาเหลือก
"โอ๊ย พี่กระทิงดำ เบามือหน่อยสิ ฝ่ามือพี่ฟาดวอลนัตแตกได้เลยนะ พี่อยากจะตบอัจฉริยะอย่างฉันให้เอ๋อไปเลยหรือไง!"
เฉินชื่อโวยวายไม่หยุด แต่ท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่างของเขานั้น มองยังไงก็รู้สึกว่าน่าโดนอัดสักตั้งจริงๆ
"อ้อ งั้นเหรอ ฝ่ามือฉันฟาดวอลนัตแตกได้ด้วยแฮะ เรื่องนี้ฉันยังไม่เคยลองทดสอบดูเลย หรือว่าฉันควรจะลองดูสักทีดีนะ!"
หลี่เฉินคิดแบบนั้นและแน่นอนว่าเขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ ฝ่ามือของเขาฟาดลงไปอีกรอบ
ทำเอาเฉินชื่อตกใจจนต้องรีบเด้งตัวลุกขึ้นวิ่งหนี คนฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอด ประโยคนี้คือภาพสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเขาเสมอมา เรื่องได้เปรียบเขาทำ แต่เรื่องเสียเปรียบเขาไม่เอาด้วยเด็ดขาด
"เอาล่ะ เอาล่ะ เลิกตีกันได้แล้ว พวกเรากำลังคุยเรื่องจริงจังกันอยู่นะ ฉันว่าพ่อหนุ่มคนนี้ก็ไม่เลว รายการรันนิ่งแมนของเราต้องการหนุ่มหล่อหน้าใสแบบนี้เข้ามาร่วมทีมจริงๆ จะพึ่งพาความหล่อเหลาของฉันแค่คนเดียวก็คงไม่ได้ พวกเราต้องดึงดูดพลังงานใหม่ๆ เข้ามาบ้าง ถึงแม้เขาจะไม่ได้หล่อเท่าฉัน ไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดเท่าฉัน ไม่ได้เท่เท่าฉัน ไม่ได้เจ๋งสุดยอดเท่าฉันก็เถอะ"
หลังจากยกหางตัวเองไปชุดใหญ่ เติ้งเชาในฐานะกัปตันทีมรันนิ่งแมนก็ส่ายหัวไปมาพร้อมกับพูดว่า "แต่ก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งนะว่า เขาอายุน้อยกว่าฉัน หมอนี่เป็นหนุ่มหล่อหน้าใสวัยขบเผาะของแท้เลยล่ะ!"
"กัปตัน กัปตัน พวกเราก็ด้วย พวกเราก็ด้วย อย่าเพิ่งท้อแท้ไปสิ!"
ในประเด็นเรื่องหนุ่มหน้าใสนี้ หวังจู่หลันยังคงยืนหยัดอยู่ข้างเดียวกับกัปตันทีม
เมื่อเห็นว่าสมาชิกที่เหลือของรายการต่างก็แสดงความคิดเห็นกันหมดแล้ว ผู้กำกับจึงหันไปมองเจิ้งข่ายที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว "เจิ้งข่าย นายคิดว่ายังไง"
เจิ้งข่ายเสยผมตัวเองด้วยท่าทางหล่อเหลาแล้วเบ้ปาก "ฉันไม่มีอะไรจะพูด ใครอยากมาก็มาสิ ยังไงก็ไม่มีใครมากดข่มเสือชีตาห์น้อยเจิ้งข่ายคนนี้ได้อยู่แล้ว"
"ขี้เก๊ก!"
คนที่สามารถแซวเจิ้งข่ายได้อย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาขนาดนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนและเพื่อนร่วมห้องพักอย่างเฉินชื่อ
"ไอ้บ้าเฉิน แกหาเรื่องโดนอัดใช่มั้ย พี่กระทิงดำ รอฉันด้วย พวกเรามาจัดการหมอนี่ด้วยกันเถอะ!"
เจิ้งข่ายตะโกนลั่นแล้วพุ่งตัวเข้าไปหา
หลี่เฉินหัวเราะหึหึ "เฉินชื่อ นายทำให้คนอื่นหมั่นไส้เข้าแล้วไง"
พอเฉินชื่อเห็นหลี่เฉินพูดขึ้นมา เขาก็รีบเข้าไปกอดขาอีกฝ่ายไว้แน่นทันที "พี่เฉิน พี่เฉิน ฉันเป็นคนของพี่นะ พี่จะไปช่วยคนนอกรังแกฉันไม่ได้นะ ถ้าจะรังแกก็ต้องเป็นพวกเราไปรังแกคนอื่นสิ พี่ดูท่าทางขี้เก๊กของเจิ้งข่ายสิ มันน่าโดนจัดการไหมล่ะ!"
คำพูดของเฉินชื่อทำเอาหลี่เฉินเริ่มลังเลขึ้นมานิดหน่อย
ส่วนเจิ้งข่ายพอเห็นท่าไม่ดี ก็รีบใช้ความเร็วของตัวเองวิ่งหนีออกไปทันทีพร้อมกับตะโกนลั่น "ไอ้บ้าเฉิน แกเล่นลอบกัดนี่หว่า พี่เชา พี่เชา พี่ต้องช่วยผมนะ ผมเป็นคนของพี่นะ!"
เติ้งเชาที่อยู่อีกฝั่งก็ร้องโวยวายขึ้นมา "ดีมากเจ้าเสือชีตาห์น้อย เชื่อใจพี่เชา พี่เชาจะคุ้มครองนายเอง จู่หลัน เอบี พวกเธอจะทนดูพี่เชาปล่อยให้พี่กระทิงดำกับไอ้บ้าเฉินรังแกพวกเราไม่ได้นะ พวกเราต้องสามัคคีกัน รวมพลังต่อสู้กับพี่กระทิงดำและไอ้บ้าเฉิน!"
หวังจู่หลันและเอบีหันมามองหน้ากัน ดูเหมือนทั้งคู่จะสื่อสารอะไรบางอย่างผ่านทางสายตา ก่อนจะพยักหน้าอย่างแรง พวกเขาตกลงทำข้อตกลงกันในเสี้ยววินาที
"จู่หลัน ลุยเลยพวกเรา!"
เอบีชูแขนที่ดูแข็งแกร่งราวกับสาวห้าวของเธอขึ้นมา
ส่วนหวังจู่หลันก็หัวเราะคิกคักแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสดใสว่า "เอบี ฉันสนับสนุนเธอเต็มที่!"
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรวมหัวกันแล้ว หลี่เฉินกับเฉินชื่อก็รู้ตัวทันทีว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก
"พี่เฉิน ทำไงดี"
เฉินชื่อร้องถาม
"จะทำยังไงได้ล่ะ เติ้งเชา พวกเรายอมแพ้แล้ว"
หลี่เฉินเลือกที่จะยอมแพ้อย่างชาญฉลาด อีกฝั่งคนเยอะกว่า ฝั่งเขามีคนน้อยกว่า คนฉลาดต้องไม่เอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องที่เสียเปรียบสิ!
พอเฉินชื่อไม่มีแม่ทัพอย่างหลี่เฉินคอยหนุนหลัง เขาก็หงอยลงไปถนัดตาและแน่นอนว่าหมดฤทธิ์จะโวยวายต่อ
ในตอนนั้นเอง เติ้งเชาก็ได้ใช้หน้าที่ของกัปตันทีมอย่างเต็มที่ "เอาล่ะ ซีซันแรกพวกเราสร้างความยิ่งใหญ่ไว้แล้ว เพราะงั้นซีซันที่สองพวกเราก็ต้องพยายามต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ในเมื่อทีมผู้กำกับเสนอหนุ่มหล่อหน้าใสคนนี้มา มันก็ต้องมีเหตุผลของเขา พวกเรามาขอดูตัวคนก่อนดีกว่า ถ้าเข้ากันได้ พวกเราก็ให้เขาอยู่ต่อ แต่ถ้าไม่เข้ากัน พวกเราก็ค่อยปฏิเสธแล้วขอเปลี่ยนคน ทุกคนว่ายังไง"
"ฉันไม่มีความเห็นคัดค้าน!"
เอบีเป็นคนแรกที่ยกมือสนับสนุน
"ผมก็ไม่มีความเห็นคัดค้าน!"
เจิ้งข่ายแสดงจุดยืนสนับสนุนกัปตันทีม
หวังจู่หลันไม่มีอะไรจะพูด หลี่เฉินก็ไม่มีอะไรจะพูด มีเพียงเฉินชื่อที่อยากจะพูดอะไรสักหน่อย แต่พอเห็นสายตาดุดันราวกับหมาป่าและเสือของทุกคน เขาก็ได้แต่หดตัวลีบเล็กลง และในเวลานี้เขาก็ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนกัน
[จบแล้ว]