เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 137 ข้าจะส่งเจ้าไปสุขาวดี

ตอนที่ 137 ข้าจะส่งเจ้าไปสุขาวดี

ตอนที่ 137 ข้าจะส่งเจ้าไปสุขาวดี


แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะไม่สามารถฆ่านักรบหัววัว อสูรเงินระดับ 6 ได้ทันที  แต่การจู่โจมอย่างเยือกเย็นของเขากลับทำลายตาทั้งสองของมันได้ ในอากาศ นักรบหัววัวสูญเสียกำลังเคลื่อนไหวและตาทั้งสองของมันถูกทำลาย

มันถูกฮุยไท่หลางกระโจนใส่เล่นงาน มันฝังเขี้ยวแหลมคมลงที่ขาของนักรบหัววัว  มันยืมแรงเหวี่ยงจากตัวของมันพร้อมกับระเบิดพลังออกมา  จากนั้นพุ่งเข้าใส่นักรบหัววัวและเหวี่ยงมันกระเด็นออกไป

ความเคลื่อนไหวแบบนี้เป็นผลจากการฝึกพิเศษที่ฮุยไท่หลางได้รับจาก'เย่ว์หยาง'หลังจากเขาได้ศึกษาจุดอ่อนของอสูรชนิดต่างๆ ยิ่งอสูรอยู่ห่างจากเจ้านายของตน ผลจากการควบคุมของเจ้านายมันก็อ่อนตามไปด้วย

ถ้าการเคลื่อนไหวของอสูรโง่อย่างนักรบหัววัวถูกเจ้านายควบคุมเบ็ดเสร็จ  พลังต่อสู้ของมันจะมากขึ้นเหมือนกับเสือติดปีก ตรงกันข้าม  ถ้ามันล้มเหลวในการรับคำสั่งที่เจ้านายสัตว์อสูรส่งออกมา และควบคุมนัยน์ตามันไม่ได้เหมือนเคย

มันกลายเป็นอสูรตาบอดไปแล้ว  ฝีมือในการต่อสู้ของนักรบหัววัวจึงสูญเสียประสิทธิภาพไปมากมาย นักรบหัววัวล้มลงกับพื้นและมันโดดลุกกลับมาทันที ตาทั้งสองของมันมีเลือดพุ่งออกมา

อย่างไรก็ตาม ร่างกายที่ทรงพลังของมันยังมีความสามารถในการต่อสู้สูง

“งั้นมันก็ไม่ใช่อสูรพิทักษ์  ตายเสียเถอะ”

'เย่ว์หยาง'มีความคิดว่านักรบหัววัวเป็นอสูรพิทักษ์ในตอนแรก ใครจะรู้กันว่าผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ไม่ได้ควบคุมนักรบหัววัวไร้สมองตัวนี้  รังสีฆ่าฟันบนใบหน้าของ'เย่ว์หยาง'ปรากฏหนาขึ้นและด้วยท่าร่างที่เหมือนหงส์ทองเหินลงมาจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้า

เขาเตะเข้าที่หน้าของนักรบหัววัวจนมันกระเด็นไป 10 เมตร  ตอนนี้นักรบหัววัวคลุ้มคลั่งไปแล้ว  มันเหวี่ยงขวานอย่างบ้าคลั่ง  แต่มันจะเคลื่อนไปฟัน'เย่ว์หยาง'ขณะที่มันยังตาบอดได้อย่างไร?

“กรรรร..”

ฮุยไท่หลางคำราม ด้วยพลังเสียงดังกึกก้อง มันกระแทกใส่เอวของนักรบหัววัวอีกครั้งจนมันถอยหลังไปหลายเมตร 'เย่ว์หยาง'กับฮุยไท่หลางร่วมมือกันขณะเข้าทำร้ายนักรบหัววัว โดยไม่สนใจผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'

ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'โกรธจัดเพราะเขาถูกหักหน้า ภายใน 10 วินาทีนักรบหัววัวก็กระเด็นกลับไปเกินกว่าร้อยเมตรด้วยฝีมือ'เย่ว์หยาง'และฮุยไท่หลางร่วมกัน ที่ด้านข้างของศูนย์รักษาพยาบาลมีหน้าผาสูงร้อยเมตร

ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น''เห็นดังนั้น ก็เข้าใจแผนรบของศัตรูเขาได้ทันที  พวกเขาวางแผนทำลายดวงตาของนักรบหัววัวก่อน และจากนั้นไล่ต้อนทำร้ายให้มันตกหน้าผาสูง  ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'เรียกอสูรสายเสริมพลังออกมาอีก 2 ตัวรวดเดียว และผสานร่างเข้ากับพวกมัน  จากนั้นเขายกดาบวิ่งเข้าใส่ศัตรูราวกับสายฟ้า

“เจ้าหนูสกปรก อย่านึกว่าเจ้าจะหนีไปแบบนี้ได้นะ”

พอเห็นท้องฟ้าเต็มไปด้วยเงาดาบ สีหน้าของ'เย่ว์หยาง'ดูสงบลงขณะโยนวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา นี่เป็นของที่เขาเก็บมาจากพ่อมดปีศาจซอร์จ

“ลูกบอลมิติมรณะ”

เมื่อมันแตกออก เจ้าสิ่งนี้จะเทเลพอร์ตผู้ใช้และคู่ต่อสู้เข้าสู่สมรภูมิดวลมรณะ เมื่อ'เย่ว์หยาง'เผชิญหน้ากับผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ผู้หยิ่งยโสที่สุดเท่าที่เคยพบมานี้  เขาก็ได้ลอบกำหนดแผนสังหารไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว

ถ้าผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ไม่มีการป้องกันจากโล่พลังของคัมภีร์อัญเชิญ  'เย่ว์หยาง'รู้ว่าการฆ่าคนผู้นี้จะเป็นงานสุดง่าย  แต่ตราบเท่าที่เขาละทิ้งการป้องกันและเอาตัวเข้ามาเสี่ยง อย่างนั้นก็จะถึงเวลาตายของเขาทันที ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'นี้เป็นนักรบผู้กล้าแน่นอน

เขาเชี่ยวชาญในการใช้อสูรสายเสริมพลัง  'เย่ว์หยาง'คาดว่า อสูรทั้งสองของเขาไม่ได้อ่อนแอกว่า

“หมีมาตุภูมิ”

อสูรชั้นทองที่อยู่ในตัวของผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่' ความจริงมีแนวโน้มเป็นไปได้ว่า เขามีทักษะรบของนักสู้ระดับ 7 (เหนือมนุษย์) เหมือนกับ'จุนอู๋โหย่ว'ฮ่องเต้แห่งอาณาจักรต้าเซี่ย เจ้าผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือยากแน่นอน เทียบกับอาจารย์ผู้สอนของ'เย่ว์เฟิง', ผู้เฒ่า'หมิง'

ความแข็งแกร่งของเขาจะมากกว่าถึง 2-3 เท่า 'เย่ว์หยาง'เคยได้ยินมาก่อนว่าภายใต้การนำของประมุขนิกายไป่หยุน นิกายภูเขาหมอกมี 2 ปรมาจารย์ และ 4 ผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ เขาคาดว่าผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'นี้ มีพลังมากและสามารถมองข้ามอาณาจักรต้าเซี่ยได้

อาจเป็น 1 ใน 4 ผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ได้มากที่สุด ถ้าเขาไม่ใช้กระบี่ไร้ลักษณ์ปราณก่อกำเนิดของเขา  อย่างนั้นคงเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะเจ้าผู้นี้ได้  อย่างไรก็ตาม ถ้าศัตรูไม่ตายหลังจากเขาใช้กระบี่ไร้ลักษณ์ปราณก่อกำเนิดแล้วยังหลบหนีไปได้

ความจริงที่ว่า'เย่ว์หยาง'เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดจะถูกรายงานไปยังประมุขนิกายไป่หยุนทันที ดังนั้น เขาจะต้องตาย  'เย่ว์หยาง'ใช้ลูกกลมมิติมรณะอย่างไม่เต็มใจนัก ประกายแสงสีม่วงเข้มกระจายออก

ในทันทีที่ดาบของเขากระแทกลูกกลมมิติมรณะจนแหลกและปล่อยคลื่นแสงกระจายออกมาโดยรอบ ขณะที่ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ถูกคลื่นกระแทกปกคลุม เขาไม่สามารถโดดหลบได้ทันเวลา  ร่างของเขาถูกลำแสงกวาดใส่เต็มที่แล้วเขาก็หายเข้าไปอยู่ใน

“สมรภูมิดวลมรณะ”

'เย่ว์หยาง'ก็หายไปในเวลาเดียวกัน  แต่ฮุยไท่หลางหลบหนีไปทางตรงกันข้าม และมันกระโจนห่างออกมาอย่างประหลาดใจ  เมื่อการเทเลพอร์ตเสร็จสิ้นลง  มันหลอกล่อให้นักรบหัววัวตามมาที่ขอบหน้าผา

จากนั้นก็ใช้ตัวมันกระแทกใส่นักรบหัววัวจนสุดกำลังของมัน ทำให้นักรบหัววัวร่วงตกหน้าผาสูงลงไป  มันรีบวิ่งกลับมาและพุ่งเข้าใจปีศาจหมอกที่ห่อหุ้มหมอหญิงสูงวัยไว้ในหมอก ไม่มี'เย่ว์หยาง'อยู่ที่นี่

เห็นชัดว่ามันไม่ต้องเกรงใจใครแล้ว มันเริ่มกระทำนอกคำสั่งทันที ในอีกด้านหนึ่งของศูนย์การแพทย์ บุรุษตาอินทรีใช้ดาบใหญ่ฟันใส่งูขาวยักษ์ที่พยายามขดรอบตัวเขาอย่างดุเดือด แต่งูขาวยักษ์ตัวนั้นเจ้าเล่ห์ ใช้ขนดหางของมันรัดบุรุษตาอินทรี

มันรัดรอบเขาอย่างแรง  เกราะดำของบุรุษตาอินทรีถูกทำลาย และร่างของเขาถูกบีบรัดทรมาน  โชคดีที่การป้องกันตัวของเขาดีเยี่ยมและอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับก็ยังไม่หนักมาก  เขายังคงสู้ต่อไปได้ บุรุษตาอินทรีเจ็บปวดใจจนไม่อาจพูดออกมาได้

เขาไม่สามารถเรียกอสูรของเขาออกมาได้เพราะอสูรประเภทงูยักษ์ที่เขาเจอมันอยู่นี้เป็นดาวข่มของอสูรของเขา  เขาจึงจำใจต้องใช้พลังของตนเองสู้กับงูยักษ์อสูรเงินระดับ 8 ในแผ่นดินมังกรทะยาน ผู้ใช้ลูกกลมมิติมรณะ

จะถูกเทเลพอร์ตส่งไปยังสมรภูมิดวลมรณะพร้อมกับคู่ต่อสู้ สมรภูมิดวลมรณะนี้ จะแตกต่างจากสมรภูมิดวลมรณะในแดนปีศาจเล็กน้อย พื้นที่แห่งนี้ใหญ่กว่าและสว่างกว่าเล็กน้อย ต่างจากสนามรบดวลมรณะในแดนปีศาจที่จะมืดกว่า

ซึ่งจะช่วยให้เผ่าพันธุ์ปีศาจได้เปรียบในการต่อสู้  สนามรบดวลมรณะอย่างนี้เหมาะกับการต่อสู้ระหว่างนักรบมนุษย์กันเอง

“ดี, ทำได้ดีนี่ เจ้าหนูสกปรก”

ตอนนี้ ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'โกรธจนได้  เขารู้สึกขายหน้า และนี่คือการขายหน้าที่มาจากการรู้ตัวว่าตนเองต้องเล่นตามบทที่คนอื่นกำหนด

“เจ้าหมาแก่!  นี่คือคำพูดสุดท้ายของเจ้าใช่ไหม?”

'เย่ว์หยาง'ยังจะทำเป็นมีมารยาทต่อเขาทำไม?   เขาเรียกนางพญากระหายเลือดและโคเงาออกมาทันที

“นางพญากระหายเลือดหรือ? จ้าวอสูรทอง นางพญากระหายเลือดหรือนี่?”

หน้าของผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'เปลี่ยนแปลงทันที  หัวใจเขาเต้นรัว  ไม่สามารถทำใจเชื่อได้ว่าเจ้าเด็กนี่จะเรียกอสูรทองในระดับที่เขาไม่สามารถครอบครองได้  ความริษยาเกิดขึ้นในใจเขา รังสีฆ่าฟันฉายแววอยู่ในดวงตาของเขามากกว่าเดิม

ถ้าเขาไม่ฆ่าเจ้าเด็กนี่ในตอนนี้  เขาจะผ่านคืนวันได้อย่างยากลำบาก โชคดีที่นางพญากระหายเลือดยังมีระดับที่ไม่สูงนัก นางเป็นแค่อสูรทองระดับ 4 มิฉะนั้น ในวันนี้ ไม่มีใครมั่นใจว่าเป็นฝ่ายชนะ นางพญากระหายเลือดบินขึ้นไปอยู่กลางท้องฟ้า

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การควบคุมของ'เย่ว์หยาง'  โคเงายังไม่เริ่มเปิดฉากโจมตีทันที  มันตาม'เย่ว์หยาง'อยู่ข้างหลังอย่างใกล้ชิด รอโอกาสเคลื่อนไหวโจมตี สำหรับต้นดอกหนาม, เสี่ยวเหวินหลี, และอสูรทองตัวเล็ก  'เย่ว์หยาง'สำรองเอาไว้

เขากะไว้ว่าจะเอาไว้เป็นไม้ตายระหว่างลอบโจมตี ผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'ดูเหมือนจะมีประสบการณ์ในการต่อสู้มามาก เขาไม่สามารถอัญเชิญคัมภีร์ของเขาได้อีก  แต่เขาไม่ได้ใส่อสูรทั้งหมดของเขาลงในคัมภีร์ชั้นแพลตตินัม

เขาล้วงเอาแก้วผลึกที่เปล่งแสงออกมาจากนั้นเรียกอสูรภูผา อสูรทองแดงระดับ 7 ออกมาสู้กับโคเงาเถื่อนอสูรทองแดงระดับ 5   สำหรับนางพญากระหายเลือด  เขาเรียกค้างคาวปีศาจสายฟ้า อสูรทองแดงระดับ 7

ค้างคาวปีศาจตัวนี้มี 2 หัวเคลื่อนไหวด้วยความเร็วดุจสายฟ้า และสามารถรับมือนางได้  ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ในตอนแรกคิดว่า'เย่ว์หยาง'จะซ่อนตัวอยู่ภายในโล่แสงแทนที่จะออกมาสู้  แต่ใครเล่าจะคิดกันว่า'เย่ว์หยาง'กลับออกมา

อยู่ห่างจากคัมภีร์อัญเชิญของเขา พอเห็นว่า'เย่ว์หยาง'อยู่ห่างจากคัมภีร์ของเขา  ผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'หัวเราะอย่างผยอง

“เจ้าคิดว่าสามารถเอาชนะข้าได้ด้วยนางพญากระหายเลือด อสูรทองระดับ 4 ของเจ้าหรือ? ตลกจริงๆ!”

'เย่ว์หยาง'ไม่ตอบ  เขากลับยกดาบวิเศษฮุยจินในมือแทน เปลวเพลิงสีม่วงพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ฟาดฟันดาบโจมตีอย่างโหดเหี้ยมและมันใจในฝีมือตนเอง  'เย่ว์หยาง'หายไปราวกับกลุ่มควัน ขณะที่เขาเข้าจู่โจมอสูรศิลาทันที

“เจ้าโง่!  เจ้ากำลังหาที่ตาย”

ผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'คิดว่าต้องการฆ่าอสูรศิลาของเขาด้วยความละโมบก่อน จากนั้นจึงร่วมมือกับโคเงาของเขามารุมสังหารตัวเขาเอง  เขาแค่นเสียงดูถูกพลางใช้ดาบทันที เขากวัดแกว่งดาบไล่ฟัน'เย่ว์หยาง'อย่างกระชั้น

ขณะที่อสูรศิลายกกระบองยักษ์ของมันฟาดไปรอบๆ อย่างโง่เขลา โคเงาที่อยู่ต่อหน้ามันหลบการโจมตีตามตำแหน่งที่'เย่ว์หยาง'ส่งกระแสจิตบอกนาง  ดาบสังหารยักษ์ในมือของนางฟันลงเข้าที่เอวของอสูรศิลาอย่างหนักหน่วง ตัดจนก้อนหินกระเด็นออกไป

'เย่ว์หยาง'ก้าวมาถึงก็เหยียบหลังของโคเงาก่อนที่จะกระโจนขึ้นไปในอากาศ โคเงาเคลื่อนไหวประสานเข้ากับเขา และขณะที่นางหมุนตัว นางใช้มือดันส่งให้ร่าง'เย่ว์หยาง'บินสูงขึ้นไปกว่าเดิม

ร่างของ'เย่ว์หยาง'พุ่งข้ามท้องฟ้าเหมือนกับดาวตก ตรงเข้าหาค้างคาวปีศาจสายฟ้าและนางพญากระหายเลือดที่กำลังสู้อยู่กลางอากาศ ดาบของผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'ฟันใส่อากาศ

เมื่อเขาตระหนักว่าเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์หลบไปได้  เขาคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แล้วย่อตัวกระโจนขึ้นไปในอากาศไล่ตามเย่ว์หยางราวกับพยัคฆ์ดุร้าย เขารู้สึกว่าตราบใดที่มันยังเป็นแค่วิทยายุทธ์  ไม่มีผู้เยาว์แม้แต่คนเดียวที่จะรับการไล่ล่าของเขาถึง 3 ครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเพิ่มความแข็งแกร่งจากอสูรสายเสริมพลังถึง 2 ตัว  ตราบใดที่เขาบีบให้เจ้าเด็กเปรตลงไปอยู่กับพื้นได้สักครั้ง แล้วมันจะถูกฆ่าทันทีอย่างแน่นอน แต่เจ้าเด็กเปรตนั่นก็หลบได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

มันตั้งใจหลบแทนที่จะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ค้างคาวปีศาจสายฟ้าไม่กลัวการโจมตีของ'เย่ว์หยาง'เลย มันมั่นใจในความเร็วของมัน  และมันใช้คลื่นเสียงตรวจสอบตำแหน่งของศัตรูได้ก่อน

ตอนแรกมันใช้หัวทั้งสองผลัดกันยิงลูกกลมไฟฟ้าที่มีกระแสไฟหุ้มอยู่รอบมีเสียงเหมือนผีผา (กีตาร์จีน) จากนั้นใช้ปีกยักษ์ของมันสร้างคลื่นไฟฟ้านับไม่ถ้วนขณะที่มันกระพือไปรอบๆ  การโจมตีก่อนนั้นเป็นทักษะธรรมชาติของค้างคาวปีศาจสายฟ้า

ขณะที่การโจมตีเสริมครั้งหลังถูกควบคุมโดยผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'  ในสายตาของผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น' ตราบเมื่อเจ้าจิ้งจอกน้อยนี่แตะต้องคลื่นไฟฟ้าแม้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจะโดนไฟฟ้าดูดจนเป็นอัมพาตทันทีแล้วร่วงลงพื้น หมดหวังที่จะกลับมาได้อีก

ผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'ไม่มั่นใจว่าการโจมตีด้วยกระแสไฟฟ้าจะฆ่าศัตรูของเขาได้หรือไม่ แต่เมื่อร่างกายของเจ้าเด็กนี่เป็นอัมพาต  แม้ว่าจะเป็นเพียงชั่วครู่ดาบของเขาสามารถเปลี่ยน'เย่ว์หยาง'ให้กลายเป็นผีได้...

“เจ้ามาได้ถูกเวลาทีเดียว”

จู่ๆ 'เย่ว์หยาง'ก็หมุนดาบวิเศษฮุยจินอย่างลึกลับ เขาปลดปล่อยพลังทรงกลม พลังโจมตีที่เขาค้นพบด้วยตนเอง ปลาแฝดหยินหยางที่ไล่กวดกันและกัน พลังคลื่นไฟฟ้าถูกตัดผ่านทันทีที่มันสัมผัสดาบที่หมุนวนของเขา

ขณะที่ลูกบอลไฟฟ้าทั้ง 2 ลูกเข้าโจมตี มันเปลี่ยนรูปเป็นวงกลมหยินหยางในทันใด  คลื่นไฟฟ้าที่ยุ่งเหยิงสับสนในท้องฟ้าก่อนหน้านี้ถูกดูดซึมเข้าไปตามแรงหมุนวนของดาบ และเปลี่ยนเป็นวงกลมหยินหยางที่สวยงามสมบูรณ์

'เย่ว์หยาง'ใช้มือขวาควบคุมวงกลมไฟฟ้าให้มารับดาบที่ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'เล็งมาที่หลังของเขา ผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'ถึงกับตะลึง  วิทยายุทธ์ที่ลึกซึ้งเหมือนมีมนต์ขลัง  สำหรับเขาไม่เคยแม้แต่จะได้ยินมาก่อน นี่...เป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

นี่คือยอดวิชาใดกันแน่? ในท้องฟ้า นางพญากระหายเลือดเคลื่อนไหวทันทีด้วยความเร็วที่เขาไม่สามารถเห็นชัดได้ด้วยตาเปล่า นางบินโฉบลงแล้วใช้ดาบจันทร์เสี้ยวฟันลงตรงกลางหัวข้างหนึ่งของค้างคาวปีศาจสายฟ้าที่สูญเสียพลังไฟฟ้าไปจนขาดกลาง

มีดทองฆ่ามังกรในมือของนางพญากระหายเลือดอีกข้างหนึ่ง  แทงเข้าที่ไหล่ขวาของค้างคาวปีศาจสายฟ้า ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งหัวใจของมัน  จากนั้นแทบจะทันที

'เย่ว์หยาง'มาถึงก็ฟันที่อกของค้างคาวปีศาจสายฟ้าด้วยดาบวิเศษฮุยจิน จากนั้นใช้มืออีกข้างจับค้างคาวยักษ์เหวี่ยงมันตรงไปที่ผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น' ที่เพิ่งจะหลบดาบที่แฝงพลังหยินหยางตามมา ประกายดาบของเขาจำแนกไม่ได้ว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู

มันฟันเข้าใส่ค้างคาวปีศาจสายฟ้าที่บาดเจ็บหนักอยู่แล้ว จนขาดเป็นสองส่วน 'เย่ว์หยาง'พุ่งมาถึงและด้วยความช่วยเหลือจากนางพญากระหายเลือด เขากระโดดต่อโดยใช้ซากของค้างคาวปีศาจสายฟ้าที่ถูกฆ่าตายไปแล้วเป็นที่หยั่งเท้า

ขณะที่ผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'ต้านรับการโจมตีด้วยท่าทีหยิ่งยโส 'เย่ว์หยาง'และนางพญากระหายเลือดร่วมกันบุกใส่เขาทันที นางพญากระหายเลือดไปทางด้านขวาใกล้หูของผู้เฒ่า'เทียนเจิ้น'แล้วอ้าปากปล่อยคลื่นเสียงกรีดร้องทันที

“ฮ้าาาาาาาาาาาา..........”

ผู้อาวุโส'เทียนเจิ้น'รู้สึกว่าสมองของเขาว่างเปล่า ทั้งที่มีอสูรเสริมพลังไว้คอยปกป้องแล้ว เขาไม่สามารถต่อสู้กับพลังโจมตีได้ขณะที่เขายังรู้สึกมึน ในที่สุดเมื่อเขาหมดความรู้สึกมึนงง จู่ๆ เขาก็มองเห็นรูปวงกลมหยินหยางไฟฟ้าพุ่งมาหาเขาอย่างเร่งร้อน

เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ตกใจอย่างหนัก และตาของเขาพยายามดูรอบๆ ขณะพยายามหลบมัน... 'เย่ว์หยาง'พูดอย่างเย็นชา

“สายไปแล้ว ข้าจะส่งเจ้าไปแดนสุขาวดี”

*********************

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=137

จบบทที่ ตอนที่ 137 ข้าจะส่งเจ้าไปสุขาวดี

คัดลอกลิงก์แล้ว