- หน้าแรก
- ตำนานผู้สร้างโลก
- บทที่ 7: เขาคู่ควรเหรอ?
บทที่ 7: เขาคู่ควรเหรอ?
บทที่ 7: เขาคู่ควรเหรอ?
บทที่ 7: เขาคู่ควรเหรอ?
มองดูพาดหัวข่าวเรียกยอดคลิกและบทความที่เต็มไปด้วยคำเยินยอลู่ซวิน เขาก็รู้สึกขำ
"ข่าวแจกพวกนี้เห็นได้ชัดว่าฮวาอวี่เอ็นเตอร์เทนเมนต์จงใจปล่อยออกมาเพื่อสร้างกระแสให้เด็กใหม่นั่น" เหลียงกวงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้น "อ่านข่าวพวกนี้แค่ขำๆ ก็พอ ไม่เห็นต้องเก็บมาใส่ใจเลย"
อู๋ถงดันแว่นตาบนสันจมูกขึ้น "เขาก็พอมีพรสวรรค์อยู่บ้าง" แค่มีอยู่บ้าง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น!
"นายประเมินเขาไว้สูงขนาดนั้นเลยเหรอ" เหลียงกวงประหลาดใจเล็กน้อย เป็นเรื่องยากมากที่จะได้ยินคำชมเชยคนอื่นหลุดออกจากปากของอู๋ถง เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะประเมินคนชื่อลู่ซวินไว้สูงขนาดนี้ ซึ่งนั่นทำให้เขาตั้งตัวไม่ติด
"สูงเหรอ" อู๋ถงไม่ได้คิดแบบนั้น
เหลียงกวงยักไหล่และวกกลับเข้าประเด็นหลัก "เทียนอวี่อยากจ้างให้แต่งเพลงให้เด็กใหม่เพื่อชิงอันดับหนึ่งบนชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ในไตรมาสหน้า"
"ความทะเยอทะยานสูงไม่เบาเลยนะ"
"ไม่ใช่ว่าความทะเยอทะยานสูงหรอก แต่เป็นเพราะพวกเขาไว้ใจนายและรู้ว่านายทำได้ต่างหาก ประจวบเหมาะกับที่เดือนหน้าจะเป็นเดือนสุดท้ายของนายบนชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ ถ้าเกิดนายร่วมมือกับพวกเขาแล้วคว้าแชมป์ชาร์ตศิลปินหน้าใหม่มาได้อีกไตรมาส นายก็จะกลายเป็นคนที่กวาดแชมป์สามไตรมาสซ้อนด้วยตัวคนเดียว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยนะ"
"ฉันยังไม่ได้แชมป์ชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ครั้งที่สองเลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับครั้งที่สาม" อู๋ถงมองหน้าเขา
เหลียงกวงหัวเราะร่วน "อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลย ไตรมาสนี้จะมีใครคว้าแชมป์ชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ไปได้อีกนอกจากนาย ตงโจวในเดือนพฤษภาคมมียอดดาวน์โหลดแค่ 900,000 ครั้ง ส่วนนายก็ทิ้งห่างเขาไปไกลลิบ อีกอย่าง ลู่ซวินคนนี้ตอนนี้ก็มียอดแค่ 400,000 กว่าๆ เป็นไปได้ยากมากที่เขาจะทะลุล้าน แชมป์ชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ไตรมาสนี้เป็นของนายแน่ๆ"
อู๋ถงไม่ได้โต้แย้ง เขาเห็นด้วยกับมุมมองนี้ ในความคิดของเขา เพลงทั้งสองเพลงของลู่ซวินยากที่จะมียอดทะลุล้านได้
"ครั้งนี้เทียนอวี่เสนอราคามาสูงมาก เท่านี้เลยนะ" เหลียงกวงกางนิ้วทั้งห้าออก 500,000 หยวนถือเป็นราคาที่สูงมากสำหรับนักแต่งเพลงหน้าใหม่ แต่อู๋ถงกลับไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด
"ขอฉันคิดดูก่อน" เหลียงกวงร้อนใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่กล้ากดดันมากเกินไป หากทำให้พ่อทูนหัวคนนี้โกรธขึ้นมา ข้อตกลงนี้คงพังไม่เป็นท่าแน่ "เอาล่ะ งั้นนายก็ลองกลับไปคิดดูดีๆ แล้วกัน"
มีนักข่าวหลายคนยืนรออยู่หน้าเทียนเซียงมีเดีย เมื่อพวกเขาเห็นอู๋ถงเดินออกมาก็รีบกรูกันเข้าไปขวางทางเขาทันที
"สวัสดีครับอู๋ถง ผมเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์หลินไห่ ผมอยากจะขอสัมภาษณ์คุณหน่อย ไม่ทราบว่าพอมีเวลาไหมครับ" นักข่าวยื่นไมโครโฟนไปตรงหน้าเขาทันที ทำเอาอู๋ถงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ไม่มีเวลาครับ" แต่นักข่าวไม่ได้ยอมถอยง่ายๆ ไม่ว่าเขาจะเต็มใจหรือไม่ พวกเขาก็ยังคงยิงคำถามต่อ "ตอนนี้ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตลือกันให้แซ่ดว่าลู่ซวินจะมาแทนที่คุณและกลายเป็นนักแต่งเพลงอัจฉริยะรุ่นใหม่ คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ"
"การที่คุณไม่ตอบ หมายความว่าคุณยอมรับคำกล่าวอ้างบนโลกออนไลน์อย่างนั้นเหรอครับ" อู๋ถงตวัดสายตาอันเย็นชาและเฉียบขาดมองนักข่าวคนนั้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามว่า "เขาคู่ควรเหรอ"
พูดจบ เขาก็ผลักนักข่าวคนนั้นหลบไปด้านข้างแล้วเดินจากไป นักข่าวไม่ได้วิ่งตามเขาไป เพราะพวกเขาได้วัตถุดิบชั้นยอดมาไว้ในมือแล้ว
บ่ายวันนั้น วิดีโอสัมภาษณ์ถูกแพร่กระจายไปตามแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตหลักๆ อย่างรวดเร็ว ทำเอาชาวเน็ตเดือดพล่านกันไปหมด
[เชี่ยเอ๊ย! อู๋ถงกล้าพูดแบบนี้เลยเหรอ ไม่กลัวลู่ซวินโกรธหรือไง]
[ฉันยอมรับนะว่าอู๋ถงมีพรสวรรค์ แต่ลู่ซวินก็ไม่ได้แย่เหมือนกัน ถึงแม้จะมีช่องว่างระหว่างพวกเขาอยู่บ้าง แต่คำพูดของอู๋ถงก็ทำร้ายจิตใจกันเกินไปหน่อยนะ]
[คนข้างบนโลกสวยจัง หลบไปเลยจ้า อู๋ถงก็แค่พูดความจริง เดี๋ยวนี้เขาห้ามพูดความจริงกันแล้วเหรอ ลู่ซวินมีคุณสมบัติอะไรมาเทียบชั้นกับอู๋ถงได้]
[ใช่แล้ว เขาพึ่งพาความสามารถ ไม่ได้พึ่งพากระแส ลองดูข่าวลู่ซวินบนเน็ตช่วงสองวันมานี้สิ มีแต่อวยเขาแล้วเหยียบอู๋ถงให้จมดินทั้งนั้น เรียกเขาว่าเป็นอู๋ถงคนที่สองบ้างล่ะ นักแต่งเพลงอัจฉริยะรุ่นใหม่บ้างล่ะ]
[เพิ่งจะไต่ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ได้ก็เริ่มปั่นกระแสซะแล้ว มิน่าล่ะถึงได้โดนหมั่นไส้ งานนี้ฉันอยู่ข้างอู๋ถงนะ]
[อู๋ถงกล้ามาก ฉันชอบ]
[อู๋ถงหยิ่งยโสเกินไปแล้ว ไม่เห็นหัวใครเลย ลู่ซวินผิดตรงไหน ฉันคิดว่าลู่ซวินเก่งกว่าเขาซะอีก ฉันสนับสนุนลู่ซวิน]
... โลกอินเทอร์เน็ตกำลังลุกเป็นไฟ ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีแฟนคลับและผู้สนับสนุนเป็นของตัวเอง แต่อู๋ถงเดบิวต์ก่อนและมีชื่อเสียงมากกว่า จึงไม่แปลกที่เขาจะมีแฟนคลับมากกว่าลู่ซวินอย่างเทียบไม่ติด ส่งผลให้สถานการณ์ตอนนี้เอนเอียงไปทางฝั่งของเขาฝ่ายเดียว
ฮวาอวี่เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ชั้น 18 แผนกนักแต่งเพลง
"เกิดเรื่องแล้ว"
"เรื่องอะไร"
เหล่าหวังชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ก่อนจะแอบชำเลืองมองลู่ซวิน หลังจากทุกคนดูจบ สีหน้าของแต่ละคนก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมา ทว่าลู่ซวินกลับดูวิดีโอสัมภาษณ์นั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ภายในใจไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย
"เขาคู่ควรเหรอ" ประโยคนี้ช่างเป็นการประชดประชันและดูถูกเหยียดหยาม ราวกับกำลังเหยียบหน้าเขา แถมยังเป็นการเหยียบอย่างแรงเสียด้วย มุมปากของลู่ซวินยกขึ้น เด็กนี่อวดดีไม่เบาเลย!
เหล่าหวังและคนอื่นๆ มองเขาด้วยความเป็นห่วง "เสี่ยวลู่ อย่าเก็บไปใส่ใจเลย อู๋ถงก็เป็นคนแบบนี้แหละ"
"ใช่ๆๆ เขามันก็แค่พวกหลงตัวเองเพราะคิดว่ามีพรสวรรค์นั่นแหละ เขาก็เป็นแบบนี้กับทุกคนนั่นแหละ"
"นายอย่าเก็บไปคิดมากเชียวนะ"
"อู๋ถงคนนี้ทำเกินไปจริงๆ มีพรสวรรค์น่ะดีอยู่หรอก แต่นิสัยแบบนี้น่าเป็นห่วงนะ"
"ใครใช้ให้เขามีความสามารถล่ะ"
"เขาเป็นลูกรักสุดหวงของเทียนเซียงเลยนะ ตัวทำเงินชั้นดีเลยแหละ"
"ถุย เสี่ยวลู่ต่างหากที่เป็นสมบัติล้ำค่าของชั้น 18 ของพวกเรา"
ลู่ซวินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ "รุ่นพี่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมไม่โกรธหรอก"
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้โกรธจริงๆ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความใจเย็นของเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่าเขาจะไม่โกรธจริงๆ หรือแค่แกล้งทำ แต่อย่างน้อยภายนอกเขาก็ดูนิ่งมาก หากพวกเขาอยู่ในวัยเดียวกับเขาแล้วโดนหยามหน้าแบบนี้ คงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธไปนานแล้ว จะใจเย็นอยู่แบบนี้ได้อย่างไร
เรื่องนี้รู้ไปถึงหูของจางเซียวและเหล่าเจียง เหล่าเจียงบอกให้เขาทำใจให้สบาย ปล่อยให้พวกเขาจัดการเอง เมื่อเผชิญกับความห่วงใยของหัวหน้า ลู่ซวินก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
ทันทีที่ลู่ซวินลงมาถึงชั้นหนึ่ง เขาก็เห็นเหล่าหวังวิ่งหน้าตั้งกลับมา พอเห็นเขา เหล่าหวังก็รีบเข้ามาขวางไว้ "ข้างนอกมีนักข่าวเต็มไปหมดเลย นายออกทางประตูหลังเถอะ อย่าให้พวกนักข่าวต้อนจนมุมได้ล่ะ"
นักข่าวพวกนี้เป็นเหมือนฉลามที่ได้กลิ่นคาวเลือด พากันแห่มาดักรออยู่หน้าบริษัท เป็นเวลาสามวันติดแล้วที่มีนักข่าวมาปิดหน้าบริษัททุกวัน ราวกับว่าจะไม่ยอมถอยจนกว่าจะได้สัมภาษณ์ลู่ซวิน
"นักข่าวพวกนี้มาดักหน้าประตูทุกวัน น่ารำคาญชะมัด"
"ทุกครั้งที่ฉันเดินเข้ามาก็โดนคนกลุ่มหนึ่งวิ่งตามมาถามคำถาม น่าเบื่อที่สุด"
ภายในลิฟต์ พนักงานหลายคนกำลังบ่นกระปอดกระแปด
"ฉันล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าลู่ซวินนั่นเป็นใคร"
"ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันได้ยินมาว่าคนที่ไปยั่วยุอู๋ถงจุดจบไม่สวยสักคน"
"หมอนั่นก็น่าสงสารเหมือนกันนะ"
ทั้งสองคนคุยกันอย่างออกรส โดยไม่รู้เลยว่าคนที่น่าสงสารที่พวกเขากำลังพูดถึงนั้น ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาพอดิบพอดี
เหล่าหวังมองลู่ซวินด้วยความกระอักกระอ่วน เขาฟังแล้วยังรู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่เด็กคนนั้นกลับนิ่งสงบเป็นพิเศษ ราวกับว่าคนที่สองคนนั้นพูดถึงไม่ใช่ตัวเองอย่างนั้นแหละ
หลังจากสองคนนั้นเดินออกจากลิฟต์ไป เหล่าหวังก็ปลอบใจเขา "อย่าไปฟังพวกเขาสาระแนเลย บริษัทเราก็มักจะมีนักข่าวมาดักรอพวกดาราอยู่บ่อยๆ อยู่แล้ว"
"พวกเขาพูดไม่ผิดหรอกครับ มันก็น่ารำคาญจริงๆ"
พอลงมาถึงชั้นหนึ่ง ลู่ซวินไม่ได้เดินออกทางประตูหลังตามปกติ เหล่าหวังจึงรีบคว้าตัวเขาไว้ "นายจะทำอะไรน่ะ ข้างหน้ามีนักข่าวอยู่นะ"
"ผมทราบครับ"
ลู่ซวินเดินตรงไปยังประตูหน้า เหล่าหวังรีบเดินตามไปติดๆ ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเขา ทันทีที่ลู่ซวินปรากฏตัว บรรดานักข่าวที่ดักรออยู่ก็กรูกันเข้ามา พร้อมกับยื่นกล้องและไมโครโฟนสารพัดรูปแบบมาตรงหน้าเขา เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยและกวาดสายตามองเหล่านักข่าวในที่นั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"อู๋ถงบอกว่าคุณไม่คู่ควรที่จะถูกนำไปเทียบชั้นกับเขา คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ"
"คุณคิดว่าฉายานักแต่งเพลงอัจฉริยะรุ่นใหม่คู่ควรกับอู๋ถงไหมคะ"
"สำหรับฉายานักแต่งเพลงอัจฉริยะ คุณคิดว่าอู๋ถงเหมาะสม หรือว่าคุณเหมาะสมกว่ากันครับ"
"มีคนบอกว่าคุณจองแชมป์ชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ในไตรมาสนี้ไว้แล้ว เรื่องจริงหรือเปล่าคะ"
... คำถามแล้วคำถามเล่ายิงรัวมาไม่ยั้งจนแทบไม่มีเวลาให้หายใจ คำถามที่แหลมคมเหล่านี้ล้วนเป็นกับดักที่รอให้ลู่ซวินกระโดดลงไป เพื่อที่พวกเขาจะได้งัดทักษะออกมาโชว์และสร้างประเด็นร้อนขึ้นมาอีกระลอก
ลู่ซวินยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกให้พวกเขาเงียบ เมื่อไม่มีใครพูดแทรก เขาก็พูดขึ้นอย่างเนิบนาบว่า "เกี่ยวกับเรื่องระหว่างผมกับอู๋ถง ผมมีเพียงเรื่องเดียวที่อยากจะพูด"
นักข่าวทุกคนต่างตั้งตารอฟังอย่างตื่นเต้น
"ผมจะคู่ควรหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาตัดสิน"
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ อู๋ถงยังไม่มีคุณสมบัติมากพอ! นักข่าวในที่เกิดเหตุถึงกับฮือฮา ข่าวใหญ่! ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายประกาศศึกกันอย่างเป็นทางการแล้ว
หลังจากพูดจบ ลู่ซวินก็ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาถามคำถามใดๆ อีก เขาปลีกตัวเดินจากไปอย่างแนบเนียน ทิ้งให้เหล่าหวังยืนอึ้งรับประทานอยู่คนเดียว เชี่ยเอ๊ย! เด็กคนนี้มันกล้าเกินไปแล้ว!
วิดีโอสัมภาษณ์ของลู่ซวินแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว และไปถึงมือของผู้ที่กำลังติดตามประเด็นนี้อยู่
"คนหนุ่มนี่มีไฟดีจริงๆ" เหล่าเจียงพูดพร้อมรอยยิ้ม
จางเซียวรู้สึกกังวลเล็กน้อย "จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ"
ทั้งสองคนบาดหมางกันอย่างเห็นได้ชัด หากลู่ซวินเป็นฝ่ายแพ้ มันอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเขา และเขาเองก็ไม่อยากทำลายต้นกล้าชั้นดีต้นนี้ไป
เหล่าเจียงมองเขาลึกซึ้ง "นายนี่นะ นายยังไม่มีความกล้าหาญได้ครึ่งนึงของเสี่ยวลู่เลย เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นผลเสียเสมอไป ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง คอยจับตาดูเขาอยู่ห่างๆ อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขาก็พอ"
"ทราบครับ นานๆ ทีกลุ่มของเราจะมีต้นกล้าชั้นดีหลุดมาสักคน"
... ฟางอวี่มองดูข่าวล่าสุดพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "อาจารย์ลู่ของเรานี่แมนสุดๆ ไปเลย"
พี่จ้าวเห็นการกระทำของเธอจึงรีบกดมือเธอไว้ "เธอจะทำอะไรน่ะ"
"ก็โพสต์ลงปั๋วเวยเพื่อสนับสนุนเขาไงคะ"
"เธอไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้นะ" พี่จ้าวไม่เห็นด้วย
ทว่าฟางอวี่กลับส่ายหน้า "พี่จ้าวคะ ถ้าอยากให้ม้าวิ่งแต่ไม่อยากให้ม้ากินหญ้า มันไม่มีเรื่องดีๆ แบบนั้นในโลกหรอกค่ะ ถ้าฉันไม่ออกตัวสนับสนุนเขาในเวลาแบบนี้ ฉันคงไม่มีโอกาสเกาะขาทองคำของเขาอีกแล้วล่ะค่ะ"
ไม่ว่าจะเป็นขาทองคำให้เกาะจริงๆ หรือไม่ ขอเกาะไว้ก่อนก็แล้วกัน
พี่จ้าวถอนหายใจ "เธอก็พูดถูก งั้นก็แล้วแต่เธอเถอะ บางทีเธออาจจะคิดถูกก็ได้"
วันนั้น ฟางอวี่ได้ออกตัวสนับสนุนลู่ซวินบนปั๋วเวยอย่างแข็งขัน ในฐานะหน้าใหม่ เฉิงเข่อเข่อไม่ได้มีอิทธิพลมากเท่าฟางอวี่ แต่เธอก็ทำแบบเดียวกันและสนับสนุนลู่ซวินอย่างสุดกำลัง
เทียนเซียงมีเดีย
เหลียงกวงมองดูวิดีโอแล้วแค่นหัวเราะ "ไอ้เด็กนั่นมันบ้าไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย! สงสัยจะอินกับพวกข่าวแจกบนเน็ตมากไปหน่อย ถึงได้คิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากจริงๆ"
อู๋ถงจ้องมองลู่ซวินในวิดีโอเขม็ง "ผมจะคู่ควรหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาตัดสิน" ประโยคนี้ดังวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหูของเขาไม่รู้จบ อู๋ถงโยนโทรศัพท์ทิ้งไปด้านข้างด้วยสีหน้ามืดมน
เหลียงกวงก้าวเข้าไปเกลี้ยกล่อม "อย่าไปโกรธคนแบบนี้เลย ไม่คุ้มหรอก ถ้านายโกรธจริงๆ เดี๋ยวฉันจะจัดการหานักข่าวที่สนิทๆ กันให้ แล้วนายก็..."
เสียงนั้นหยุดชะงักลงกะทันหัน เป็นเพราะเขาเห็นอู๋ถงแท็กลู่ซวินบนปั๋วเวยโดยตรง
อู๋ถง V: คว้าแชมป์ชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาคุยกับฉันว่าคู่ควรหรือไม่ @ลู่ซวิน V