เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 24  ประจบสอพลอ

Re-new ตอนที่ 24  ประจบสอพลอ

Re-new ตอนที่ 24  ประจบสอพลอ


ตอนที่ 24  ประจบสอพลอ

อาหารของครอบครัวหยูมักไม่ใส่น้ำมัน มีเพียงสองโอกาสเท่านั้นที่ครอบครัวหยูจะได้กินเนื้อ หนึ่งคือตอนปีใหม่ และสองคือตอนที่หยูป่อซึ่งเป็นความหวังของทั้งครอบครัวกลับมาที่บ้าน  ต้มผักกาดหมูสามชั้นคืออาหารจานโปรดตอนเด็ก ๆ ของหยูป่อ

หยูป่อกินอาหารประเภทผัดในเมืองเสียจนเคยชิน รสนิยมของเขาจึงเปลี่ยนไปนานแล้ว  แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธแม่ที่ห่วงใยใส่ใจเขาอย่างสุดหัวใจได้

นางจ้าวมองมายังเขาแล้วเดินเข้าไปในห้องตะวันตกอย่างเมินเฉย จ้าวเหมยหลันเป็นบุตรสาวคนเดียวของขุนนางเขต นางดูถูกครอบครัวหยูทั้งครอบครัว แม่สามีขี้เหนียว สะใภ้ใหญ่ก็หยาบคายและขี้เกียจ สะใภ้รองก็ขี้ขลาดไม่เอาไหน เด็ก ๆ ในตระกูลก็ไม่มีใครเชิดหน้าชูตาได้เลยสักคน

ถ้าเลือกได้นางก็ไม่อยากพักที่บ้านของตระกูลหยู แต่พวกเขาคือครอบครัวของสามี  ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องไว้หน้าสามีของตัวเองบ้าง

เมื่อนางจางกลับจากร้านขายเนื้อหมู่บ้านข้าง ๆ พร้อมกับหมูสามชั้นครึ่งชั่ง นางหลิวก็ได้กลับมาจากการซักผ้าพอดี นางจางไม่ให้โอกาสหญิงสาวได้พักเลยแม้แต่น้อย นางจางสั่งนางหลี่ที่เดินถือไม้กวาดไปรอบ ๆ ลานบ้านว่า “เจ้าไปตากผ้า ส่วนสะใภ้รอง เจ้าไปทำอาหาร !”

ทั้งครอบครัวยอมรับในฝีมือการทำอาหารของนางหลิวอย่างเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด

นางจางล้างและหั่นหมูด้วยตนเอง หลังจากนั้นนางก็นับจำนวนชิ้นแล้วสั่งนางหลิวว่า “ลูกสามชอบอาหารที่เจ้าทำมากที่สุด เยี่ยงนั้นแล้วเจ้าทำให้ดี ๆ ล่ะ พวกเจ้าก็มาช่วยทำด้วย !”

ถึงนางจางไม่พูด หยูเสี่ยวเฉากับพี่สาวของนางก็ไม่ปล่อยให้แม่ของพวกนางทำงานทั้งหมดลำพังอยู่แล้ว พอนางจางออกไป เสี่ยวเฉาจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าล่ะสงสัยเสียจริงว่าท่านอาสามกับอาสะใภ้ชอบกิน ‘ต้มผักกาดหมูสามชั้น’ จริง ๆ เยี่ยงนั้นรึ ? ท่านแม่ ให้ข้าลองทำบ้างสักสองอย่างได้หรือไม่ ? ข้ามีสูตรอาหารที่ยังมิเคยได้ลองอยู่ในหัวเต็มไปหมด !”

“ก็เอาสิ แต่เจ้าห้ามยุ่งกับหมูสามชั้นเด็ดขาด ท่านย่านางรู้ดีว่ามันมีทั้งหมดกี่ชิ้น !”  เวลาที่มีวัตถุดิบดี ๆ นางจางจะนับจำนวนอยู่เสมอเพราะกลัวว่าจะมีคนขโมยตอนทำอาหาร

‘ต้มรวมมิตรหม้อใหญ่’ เป็นอาหารขึ้นชื่อของทางเหนือ แต่ไม่ใช่ว่าวัตถุดิบทุกอย่างจะเหมาะกับต้มรวมมิตร หยูเสี่ยวเฉาเคยอยากกินอาหารผัด แต่นางไม่มีแม้กระทั่งน้ำมัน นางจางขี้เหนียวถึงขนาดที่ไม่ยอมซื้อน้ำมันพืชมาใช้เลยด้วยซ้ำ

เสี่ยวเฉามองหมูสามชั้นและพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ให้เอามันมาทำน้ำมันหมู เนื้อหมูเอาไปต้มกับผักกาดได้ และนางก็สามารถเอาน้ำมันหมูมาทำอาหารได้ด้วย

หลิวมู่หยุนคิดอยู่ครู่หนึ่ง เนื้อหมูจะหดลงเล็กน้อยหลังจากที่เอาไขมันหมูออก แต่ถ้านางทำดี ๆ มันก็จะไม่ดูน่าเกลียดเกินไปนักตอนเอาไปต้ม วันนี้น้องสามกับน้องสะใภ้สามกลับมาที่บ้าน ดังนั้นอาหารเนื้อเพียงอย่างก็คงจะไม่เพียงพอ นอกจากนั้นอาหารอย่างอื่นก็จืดชืดไร้รสชาติ  ดังนั้นนางจึงตัดสินใจใช้ไขมันหมูทำน้ำมันหมูถ้วยเล็ก ๆ

ตระกูลหยูมีคนอยู่เยอะพอควร ดังนั้นพวกเขาจึงมักใช้ 2 เตาทำอาหาร เตานึงใช้ทำโจ๊กถั่ว ส่วนอีกเตาใช้ต้มผักกับทำแป้งลูกเดือย วันนี้นางจางมีความสุขเป็นอย่างมาก นางจึงเมตตา ‘อนุญาต’ ให้ทำแผ่นแป้งจากแป้งสาลีได้

นางยอมขี้เหนียวและทรมานตนเองยังดีกว่าให้ลูกชายคนเล็กของนางต้องทนทุกข์ นางไม่อยากให้ลูกสะใภ้คนเล็กที่เป็นบุตรสาวขุนนางดูถูกนางด้วย นางยังคงรอให้ลูกชายเอาตำแหน่งคุณนายมาให้นาง นางจะได้ใช้ชีวิตในวัยชราอย่างมีความสุขกับความสำเร็จของลูกชายของนาง

หยูเสี่ยวเฉาเห็นแม่ใช้วิธีการปกติในการทำต้มผักกาดกับหมูสามชั้น นั่นคือการโยนทุกอย่างลงไปในหม้อ ด้วยความกลัวว่าอาหารจานนี้จะเละไม่เป็นท่า เสี่ยวเฉาจึงรีบห้ามแม่ทันที “ท่านแม่ ให้ข้าทำต้มผักกาดใส่หมูสามชั้นเถิด ข้าสัญญาว่ามันจะอร่อยกว่าที่ท่านแม่ทำอย่างแน่นอน !”

นางหลิวกลัวว่าหญิงชราจะดุเสี่ยวเฉา นางจึงปฏิเสธในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ทนการอ้อนวอนของเสี่ยวเฉากับเสี่ยวเหลียนไม่ได้จนต้องยอมแพ้ แต่นางก็ยืนกรานว่าจะคอยควบคุมอยู่ข้าง ๆ

เสี่ยวเฉาได้สั่งให้ฉีโตวไปขอยืมพริกจากตระกูลจ้าวมาไว้แล้ว ต้มผักกาดหมูสามชั้นหากไม่มีความเผ็ดร้อนเลยก็คงจะจืดชืดไร้รสชาติ

หลังจากตัดสินใจว่าจะไม่ใช้วิธีการปกติ นางก็ใช้กระทะน้ำมันในการผัดขิง, ต้นหอม, พริก, และพริกไทยเสฉวน จากนั้นก็ใส่เนื้อหมูลงไปผัดในกระทะโดยเติมเกลือและซอสถั่วเหลืองลงไปด้วย ต่อมานางก็วางแป้งลูกเดือยและผักกาดลงในกระทะ และหลังจากคิดอยู่สักพัก นางก็ใส่น้ำหินศักดิ์สิทธิ์ตามลงไปด้วย เสี่ยวเฉาสังเกตเห็นว่าน้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถเพิ่มความสดได้ ! มันยังคงเป็นอาหารแบบเดิม แต่วิธีการทำที่ต่างออกไปช่วยให้รสชาติต่างกันราวกับพลิกฝ่ามือ

“กลิ่นหอมมาก ! วันนี้กินเนื้อกันด้วยรึ ?” หยูไห่สือเล่นอยู่ข้างนอกตลอดทั้งวัน จมูกของเขาก็ยังคงใช้งานได้ราวกับสุนัข พอได้กลิ่นหอมน่ากินเขาก็ได้เดินตามกลิ่นเข้ามาในครัว

ก่อนที่เขาจะมีโอกาส‘ก่อวินาศกรรม’อาหาร นางจางที่เดินตามหลังเข้ามาก็ดึงหูของเขาและลากตัวออกไป “กิน ๆ ๆ ! รู้จักแต่จะกินเอาท่าเดียว ! นอกจากกินแล้วเจ้าทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือไม่ ? เจ้าจงเข้าไปอยู่ในห้องและอย่าได้ออกมา ! ถ้าเจ้ากล้าย่องออกมาขโมยกิน ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้งเป็นแน่ !”

หลังจากนั้นนางจางก็ส่งสายตาเตือนนางหลี่ที่ยังอ้อยอิ่งอยู่หน้าครัว หลี่กุ้ยฮัวที่แสนขี้เกียจรีบก้มหัวแล้วเริ่มลงมือกวาดพื้นทันทีพร้อมกับหันกลับมามองเป็นระยะ

นางจางมองดูต้มผักกาดหมูสามชั้นแล้วสูดกลิ่นสองสามครั้ง จากนั้นจึงพูดว่า “อืม ฝีมือการทำอาหารของเจ้าดีขึ้นนี่ ต่อไปเจ้าก็ปรุงเยี่ยงนี้แหละ !”

เสี่ยวเฉาพูดแทรกขึ้นมาว่า “ท่านย่า ถ้าท่านย่าซื้อน้ำมันถั่วเหลืองมา เราสามารถทำอาหารเช่นนี้ได้ทุกวันเลยนะเจ้าคะ ไม่มีน้ำมันพวกเราก็ทำอะไรมิได้หรอกเจ้าค่ะ”

นางจางรู้สึกปวดใจขึ้นมาเมื่อคิดถึงจำนวนเงินที่ต้องใช้ซื้อน้ำมัน แต่เพื่อคงศักดิ์ศรีของตนเองเอาไว้นางจึงหันหลังกลับพร้อมด่าไปด้วยว่า “ซื้อน้ำมัน ? ให้ข้าฉีกร่างตัวเองทำน้ำมันให้พวกเจ้าแทนดีหรือไม่ ?”

เสี่ยวเฉาปากกระตุกแล้วบ่นพึมพำว่า “ถึงท่านย่าจะอยากทำ แต่ก็ใช่ว่าเราจะอยากกินเสียหน่อย แก่ ๆ เหี่ยว ๆ มีแต่กระดูกเยี่ยงนั้นจะเอามาทำน้ำมันได้สักแค่ไหนกันเชียว...”

“เฉาเอ้อร์ ! พูดถึงผู้ใหญ่แบบนั้นได้เยี่ยงไรกัน ? ถ้ามีผู้อื่นได้ยินเข้าเจ้าจะทำเยี่ยงไร ? ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจหรือไม่ !” นางหลิวทำความสะอาดหม้อพร้อมกับสั่งสอนลูกสาวไปด้วย

หยูเสี่ยวเฉาไม่ได้เถียงกลับ แต่ก็ยังรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ ‘ข้าต้องกตัญญูต่อผู้ใหญ่ แต่จะให้อุทิศตนแบบโง่ ๆ ก็ไม่ได้เหมือนกัน’

เสี่ยวเฉาระบายความโกรธด้วยการทำอาหาร นางทำผัดมะเขือยาวกับกระเทียม, ผัดถั่วฝักยาว, ผัดผักใบเขียวกับเห็ด, และต้มผักกาดหมูสามชั้นเสร็จอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าการทำอาหารเป็นสิ่งที่นางคุ้นเคยและทำมันอยู่เป็นประจำ

อีกหม้อนั้นมีกลิ่นหอมน่ากินของแกงปลาลอยออกมา แม้แต่นางจ้าวที่งีบหลับอยู่ในห้องก็รู้สึกแปลกใจกับ ‘อาหารหมู’ ของตระกูลหยู มันมีกลิ่นหอมน่ากินเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?

“ได้เวลากินแล้ว !” ฉีโตวที่มีหน้าที่เฝ้าไฟในครัวตะโกนอย่างตื่นเต้น ฝีมือการทำอาหารของพี่สามยอดเยี่ยมจนเขาน้ำลายไหลยืดไปหมดแล้ว

ผู้ชายและผู้หญิงนั่งแยกโต๊ะกันตอนมื้อเช้า วันนี้โต๊ะของผู้หญิงก็มีอาหารเช่นเดียวกับโต๊ะของผู้ชาย อาหารทั้ง 4 หม้อถูกวางลงบนโต๊ะ พวกมันส่งกลิ่นหอมน่ากินออกมา ครอบครัวหยูมีคนเยอะ ดังนั้นอาหารที่ทำจึงมักจะทำในปริมาณที่มากเป็นพิเศษ

“มีเนื้อด้วย ! ข้าจะได้กินเนื้อ !” หยูไห่สือสูดน้ำมูกแล้วเอาแขนเสื้อที่ดำมอมแมมเช็ด ส่วนนางหลี่เองแทนที่จะล้างมือกลับเอามือสกปรก ๆ ของนาง เช็ดกับเสื้อผ้าเก่า ๆ ของนางเช่นเดียวกัน

นางจ้าวมองอย่างรังเกียจ นางเกือบจะอ้วกออกมา มีสองแม่ลูกจอมสกปรกคู่นี้อยู่ ไม่มีทางที่นางจะกินอาหารพวกนี้ลง

นางจางที่คอยสังเกตลูกสะใภ้คนเล็กอยู่จึงได้มองตามสายตาของนางจ้าวไป หญิงชราขมวดคิ้วแล้วหยิบถ้วยมาหนึ่งใบใส่กับข้าวแต่ละอย่างลงไป จากนั้นก็หันไปทางนางหลี่และลูกชาย  “ที่โต๊ะคนเยอะเกินไป พวกเจ้าสองคนกลับไปกินที่ห้องตัวเองเสีย !”

นางหลี่มองเนื้อแล้วพูดอย่างไม่มีไหวพริบเลยว่า “เรามีคนมาเพิ่มอีก 2 คนก็ต้องแออัดเป็นธรรมดา แล้วเหตุใดเด็กที่ยังไม่ถึง 10 ขวบถึงนั่งที่โต๊ะได้เล่า ? พวกแกรีบ ๆ กลับเข้าห้องไปสิ”

พูดจบนางก็ยกตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อหมูชิ้นที่ใหญ่ที่สุด แต่ทว่านางกลับโดนแม่สามีขวางกลางคัน นางจางจ้องลูกสะใภ้ใหญ่อย่างโกรธจัด “ข้าบอกให้เจ้ากลับไปกินที่ห้อง เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว ไม่ให้เด็ก ๆ กินที่โต๊ะงั้นรึ เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้ากัน ?”

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 24  ประจบสอพลอ

คัดลอกลิงก์แล้ว