เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 21  คนที่รู้วิธีย่างเนื้อให้อร่อยคือคนที่หล่อที่สุด

Re-new ตอนที่ 21  คนที่รู้วิธีย่างเนื้อให้อร่อยคือคนที่หล่อที่สุด

Re-new ตอนที่ 21  คนที่รู้วิธีย่างเนื้อให้อร่อยคือคนที่หล่อที่สุด


ตอนที่ 21  คนที่รู้วิธีย่างเนื้อให้อร่อยคือคนที่หล่อที่สุด

หลินเสี่ยวหว่านมีประสบการณ์การทำอาหารตุ๋นมามากกว่า 10 ปี แต่นางไม่ชำนาญในการทำความสะอาดและเตรียมสัตว์ที่ล่ามาได้ จึงทำได้แค่ช่วยใส่เครื่องปรุงอยู่ข้าง ๆ นางไม่ได้กินเนื้อมาพักใหญ่แล้ว (ผู้แต่ง : นี่ลืมซาลาเปาเนื้อไปแล้วรึไง ?) กลิ่นหอมของกระต่ายย่างจึงยั่วยวนจนเกินต้านทาน

จ้าวฮันเอาเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หน้า เขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของเสี่ยวเฉากับน้องชายของนาง “อดทนไว้ อีกประเดี๋ยวก็จะกินได้แล้ว กระต่ายป่าที่ข้าจับได้วันนี้ตัวอ้วนเชียวล่ะ ต้องอร่อยมากเป็นแน่ !”

ไขมันจากกระต่ายย่างหยดลงในกองไฟจนเกิดเสียงฉ่า กลิ่นหอมน่ากินของกระต่ายป่าย่างลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งหุบเขา กลิ่นหอมของกระต่ายป่าย่างนี้กระตุ้นความอยากอาหารของสองพี่น้องตระกูลหยูได้เป็นอย่างดี

พอได้เวลาที่กระต่ายป่าย่างสุกแล้ว เนื้อของมันกลายเป็นสีเหลืองทอง ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา สองพี่น้องตระกูลหยูมองกระต่ายป่าย่างเหมือนไม่รู้ว่าจะเริ่มกินมันจากตรงไหนดี

ใบหน้าหล่อเหลาของจ้าวฮันมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น เขาส่ายหัวแล้วหยิบมีดที่ใช้แล่หนังกระต่ายเมื่อครู่ขึ้นมา

หลังจากล้างมีดในลำธารจนสะอาด  เขาก็เอามาตัดขาหลังของกระต่ายส่งให้สองพี่น้อง  ขาหลังคือส่วนที่อร่อยที่สุดของกระต่าย

มีเด็กน้อย 2 คนที่ร่วมกินกับเขาด้วย จ้าวฮันจึงไม่ได้ใส่เครื่องปรุงที่เผ็ดร้อนลงไปบนกระต่ายย่างมากนัก เขาเอาขาหลังของกระต่ายให้เด็กน้อยคนละขา ขาหนึ่งหนักถึงครึ่งชั่งเลยทีเดียว จากนั้นเขาก็ใส่พริกป่นกับยี่หร่าลงบนเนื้อที่เหลือ

หยูเสี่ยวเฉารู้สึกอิจฉาเมื่อเห็นเข้าเช่นนั้น นางจึงรบเร้าให้ท่านพี่ฮันใส่ให้นางด้วย  ถึงจะใส่แค่บาง ๆ แต่มันก็ช่วยเพิ่มรสชาติของกระต่ายป่าย่างได้เป็นอย่างดี เสี่ยวเฉากินไปพร้อมกับเหงื่อแตกพลั่กไป ริมฝีปากบวมเจ่อกลายเป็นสีแดงด้วยความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศ ดูเหมือนว่านางจะต้องค่อย ๆ ฝึกตนเองให้ชินกับอาหารรสเผ็ด

ฉีโตวกินขากระต่ายป่าย่างแบบไม่เผ็ดของเขาไป บางคราก็เงยหน้ามองดูพี่สาวสูดปากและน้ำตาไหลเพราะความเผ็ด เขาก็เลยสงสัยว่า ‘ถ้ากินพริกมันทรมานถึงเพียงนั้น แล้วเหตุใดท่านพี่ฮันกับพี่สามถึงยังกินกันอยู่ได้ ? ข้าไม่เข้าใจเสียจริง นี่มิใช่ว่าเป็นการทรมานตนเองหรอกรึ !’

ฉีโตวกัดกระต่ายป่าย่างคำใหญ่พร้อมกับนึกเสียใจว่าวันนี้ยังมีอาหารกินดีกว่าวันปีใหม่เสียอีก ‘ตอนเที่ยงก็ได้กินซาลาเปาเนื้อ พอตอนบ่ายก็ได้กินเนื้อย่างอีก นี่ข้าคงมิได้กำลังฝันไปใช่หรือไม่ ? ’

พอพวกเขากินขากระต่ายย่างเสร็จ ‘นกเขาขอทาน’ ก็สุกพอดี ตอนที่เอาโคลนออกขนนกก็ลอกออกมาด้วยจนหมด รสชาติของพุทรากับเครื่องเทศที่ยัดเอาไว้ในท้องซึมเข้าไปในเนื้อของนกเขา หนังมันกรอบและเนื้อของมันนุ่มมากจนละลายได้ในปาก

เสี่ยวเฉากับน้องชายเพิ่งกินขากระต่ายเสร็จ แต่เมื่อเจอเนื้อย่างที่น่ากินเช่นนั้นทั้งสองก็อดที่จะกินอีกไม่ได้ สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่กินมากเกินไปจนต้องนั่งลูบพุงพร้อมกับร้องครางออกมา

จ้าวฮันมองพวกเขาอย่างขบขัน เขาเด็ดใบไม้ใบใหญ่มาสองสามใบ แล้วเอาไปล้างน้ำจากนั้นก็เอามาห่อเนื้อที่เหลือ “เอาเนื้อย่างพวกนี้กลับไปให้เสี่ยวชากับเสี่ยวเหลียนกินด้วยนะ แต่ระวังอย่าให้เจ้าไห่สือเห็นเข้าล่ะ หากเจ้านั่นเห็นเข้า เจ้านั่นได้แย่งเอาไปจนหมดเป็นแน่ !”

หยูเสี่ยวเฉาสังเกตเห็นว่าเขากินเนื้อย่างไปไม่มากจึงถามขึ้นว่า “ท่านพี่ฮัน ท่านทำงานมาทั้งบ่ายมิใช่หรอกรึ เหตุใดไม่กินอีกสักหน่อยล่ะเจ้าคะ ?”

“ข้าเบื่อเนื้อพวกนี้แล้ว ข้าว่าผักกับเต้าหู้อร่อยกว่าเสียอีก !” จ้าวฮันตอบความจริงแค่ครึ่งเดียว ที่จริงแล้วสำหรับครอบครัวธรรมดาทั่วไป ได้กินเนื้อ 2 ครั้งต่อปีก็ถือว่าดีมากโขแล้ว แม้แต่ครอบครัวของพรานล่าสัตว์เองก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้กินเนื้อทุกวัน  ดังนั้นเขาจะเบื่อเนื้อได้ยังไงกัน ?

เสี่ยวเฉารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เพราะนางรู้ว่าเขาอยากเก็บเนื้อย่างเอาไว้ให้พี่น้องตระกูลหยู จากหางตานางเห็นปลาตัวหนึ่งกระโดดออกจากปากไห เสี่ยวเฉาจึงยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ฮัน ลองกิน...ปลาย่างสูตรพิเศษของข้าดูนะเจ้าคะ !”

มัน ‘พิเศษ’ เพราะปลาย่างไม่ใช่สิ่งที่เสี่ยวเฉาชำนาญ อีกทั้งตอนนี้มีเครื่องปรุงจำกัด แต่โชคดีที่นางสามารถย่างปลาได้สุกแบบพอดีทำให้ด้านนอกกรอบแต่เนื้อปลาด้านในยังคงนุ่มอยู่ หลังจากที่โรยยี่หร่าและพริกป่นลงไปมันจึงส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลออกมา

“อยากลองชิมหรือไม่เจ้าคะ ?” หยูเสี่ยวเฉามั่นใจในฝีมือทำอาหารของตัวเอง  แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางย่างปลาบนกองไฟโล่ง ๆ นางจึงรู้สึกกังวลอยู่บ้างเล็กน้อย

ปลาสีขาวสองตัวเสียบอยู่บนไม้ จ้าวฮันเข้าไปสูดกลิ่นใกล้ ๆ มันไม่ได้มีกลิ่นแปลก ๆ เขาจึงทำใจกล้าลองกัดเข้าไปหนึ่งคำ

โอ้ ? อร่อยแฮะ ! ตอนแรกเขาก็สงสัยในฝีมือการทำอาหารของเสี่ยวเฉา ก็นางล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ตลอดและไม่เคยทำงานบ้านเลย ฝีมือการทำอาหารของนางจะกินได้รึ ? แต่มันกลับอร่อยผิดคาด มันมีรสชาติเข้มข้นและเผ็ดเล็กน้อยซึ่งต้องใช้ฝีมือไม่น้อยเลยถึงจะปรุงให้ได้รสชาติเช่นนี้

“เป็นเยี่ยงไรบ้าง ? อร่อยหรือไม่เจ้าคะ ?” เสี่ยวเฉาถามอย่างคาดหวังพร้อมกับย่างปลาอีกหนึ่งไม้

“อร่อย ! เจ้าทำอาหารได้รสชาติดียิ่งนัก !” จ้าวฮันกัดปลาย่างคำใหญ่เป็นการพิสูจน์สิ่งที่เขาพูด

ปลาขาวพวกนี้เนื้อละเอียดและมีรสชาติที่ยอมเยี่ยมยิ่ง อีกทั้งพวกมันไม่มีก้างเล็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย ต่อให้เอามันไปต้มกับน้ำธรรมดาและเกลือก็ยังคงรสชาติยอดเยี่ยมอยู่ดี

ท้องของฉีโตวป่องจนเหมือนลูกบอล แต่เขาก็ยังจ้องปลาย่างในมือของจ้าวฮันตาเป็นมันพร้อมกับน้ำลายไหลยืดเป็นทาง

หยูเสี่ยวเฉาขำท่าทางของน้องชาย นางฉีกเนื้อปลาชิ้นเล็ก ๆ ออกมาแล้วปลอบใจเขาว่า “เจ้าไม่สามารถกินเพิ่มได้อีก ระวังท้องของเจ้าจะระเบิดเอา ชิมได้แค่นิดเดียวเท่านั้นนะ !”

จ้าวฮันหัวเราะเมื่อเห็นฉีโตวเพลิดเพลินกับปลาย่างในปากเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่กำลังหิว จนถึงขั้นฝืนใจกลืนปลาชิ้นเล็ก ๆ นั่น “ตอนนี้มีแค่พวกเราสามคนเท่านั้นที่รู้เรื่องหุบเขาแห่งนี้ ถ้าอยากกินปลาย่างอีก ก็ให้ท่านพี่ฮันพามาที่นี่ใหม่ก็ได้นี่ !”

จ้าวฮันกินปลาย่างไป 3 ไม้และสังเกตเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว เขาจึงดึงเอาไหดินเผามาจากมือของเสี่ยวเฉาและพาสองพี่น้องที่ยังไม่อยากกลับบ้าน กลับไปที่หมู่บ้านตงชาน

ขากลับพวกเขาไม่ต้องเดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาเพื่อเช็คกับดักแล้ว ดังนั้นขากลับจึงเร็วกว่าถึง 2 เท่า แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังกลับไปไม่ทันอาหารเย็นอยู่ดี

บ้านตระกูลหยูมีกฎว่า ‘คนที่มาไม่ทันเวลากินข้าวก็ต้องอดข้าว อย่าได้คิดว่าจะเตรียมอาหารเผื่อเอาไว้ให้ ! ’

แต่หยูเสี่ยวเฉาก็ไม่ได้อยากจะกินแผ่นแป้งแห้ง ๆ แข็ง ๆ กับโจ๊กชวนอ้วกนั่นเลยสักนิด ! แต่ตอนนี้นางรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อมีเงินอยู่ในมือ เงิน 9 ตำลึงนี้จะเป็นเงินทุนสำหรับการหาเงินในอนาคตของนาง ดังนั้นนางจึงต้องซ่อนมันเอาไว้ให้ห่างจากสายตาของนางจาง

จ้าวฮันตั้งใจจะไปส่งสองพี่น้องที่บ้าน แต่พอพวกเขาไปถึงหมู่บ้านก็เห็นหยูฮังกับเสี่ยวเหลียนกำลังรอพวกเขาอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน

“พี่ใหญ่ พี่สอง ! ท่านพี่ฮันจับกระต่ายป่ากับนกเขามาได้ พอย่างแล้วพวกมันรสชาติยอดเยี่ยมมาก ข้าเก็บเนื้อย่างเอาไว้ให้พี่ใหญ่กับพี่สองด้วย !” ฉีโตววิ่งเข้าไปหาพวกเขาทั้งสองคน พร้อมกับแบ่งเนื้อกระต่ายที่ห่ออยู่ในใบไม้ให้พี่ ๆ ของเขา

หยูฮังเช็ดใบหน้ามอมแมมของน้องชายแล้วเขกหัวไปหนึ่งทีพร้อมกับพูดว่า “รู้วิธีประจบดีจริง ๆ เลยนะเจ้า นี่มันเป็นสัตว์ที่ท่านพี่ฮันล่ามาได้ เจ้าได้ขอเขาแล้วรึ ?”

ฉีโตวลูบหน้าผากแล้วหัวเราะคิกคัก “ท่านพี่ฮันเป็นคนพูดเองว่าจะเก็บไว้ให้พี่ใหญ่กับพี่สอง ตัวท่านพี่ฮันเองก็กินไม่เยอะ !”

หยูฮังยิ่งไม่อยากรับเนื้อย่างมากขึ้นอีก “ท่านพี่ฮัน พี่เอากลับไปให้ท่านปู่จ้าวกับท่านป้ากินเถอะ...”

จ้าวฮันมองเขาและพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “อะไรกัน ? พวกเจ้าเรียกข้าว่า ‘พี่ฮัน’ แล้วข้าจะเลี้ยงเนื้อย่างน้อง ๆ มันผิดตรงไหนกัน ? ถ้ายังนับถือข้าเป็น ‘พี่ฮัน’ อยู่ละก็ เอาไปกินเสีย !”

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 21  คนที่รู้วิธีย่างเนื้อให้อร่อยคือคนที่หล่อที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว