- หน้าแรก
- จุดจบอารยธรรม ผมมีระบบสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 01 - สมรภูมิระดับโลก
บทที่ 01 - สมรภูมิระดับโลก
บทที่ 01 - สมรภูมิระดับโลก
บทที่ 01 - สมรภูมิระดับโลก
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
【ขอแสดงความยินดีชาวดาวสีน้ำเงิน ดาวเคราะห์ของคุณถูกเลือกให้เป็นสมรภูมิระดับโลกแล้ว】
【เวลาคงเหลือก่อนที่อารยธรรมต่างๆ ในพหุจักรวาลจะลงจอด: 42 ชั่วโมง 17 นาที 56 วินาที】
【เวลาคงเหลือก่อนที่สิ่งมีชีวิตบนดาวสีน้ำเงินทั่วโลกจะปลุกพรสวรรค์: 2 ชั่วโมง 17 นาที 56 วินาที】
หลินฉวินกะพริบตาหนึ่งครั้ง ข้อความสามบรรทัดที่ฉายอยู่บนจอประสาทตาของเขายังคงไม่หายไป เพียงแต่ตัวเลขการนับถอยหลังจาก 56 วินาทีเปลี่ยนเป็น 55 วินาที
จากนั้นเขาก็ออกแรงเบียดเสียดฝ่าฝูงชนที่แออัดไปข้างหน้า
ไม่ว่าเขาจะขยับตัวหรือกวาดสายตาไปทางไหนท่ามกลางฝูงคน ข้อความเหล่านั้นก็ยังคงเคลื่อนที่ตามลานสายตาของเขาไป
ข้อความและการนับถอยหลังที่เหมือนกันนี้ ไม่ได้มีแค่ในดวงตาของหลินฉวินเท่านั้น ทุกคนบนดาวสีน้ำเงินล้วนมองเห็นข้อความเหล่านี้ มันกำลังประกาศแก่ทุกคนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และภัยพิบัติกำลังจะมาเยือน
ขณะนี้เป็นเวลาสิบโมงเช้า ทว่าแสงแดดเหนือหัวกลับถูกบดบังด้วยเมฆครึ้ม โลกดูมืดสลัวลงเล็กน้อย
หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดบริเวณทางเข้าโครงการหลงเฉิงตี้จิ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ล้วนแต่เป็นคนที่มาแย่งกันซื้อเสบียง
"คุณอย่าแซงคิวสิ!"
"ฉันมีเงิน! เอาเสบียงมาให้ฉัน! เอาเสบียงมาให้ฉัน!"
"แม่งเอ๊ย ตีไอ้หมาชอบแซงคิวคนนี้ซะ!"
มีคนสองสามคนที่มุมถนนด่าทอและทุบตีกันด้วยความไม่พอใจ หลินฉวินอาศัยจังหวะนี้เบียดตัวอย่างแรงและแทรกตัวขึ้นไปข้างหน้าได้สำเร็จ ความแออัดในตอนนี้เทียบได้กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงวันหยุดเทศกาลเลยทีเดียว
เถ้าแก่ซูเปอร์มาร์เก็ตใช้โต๊ะและเก้าอี้ปิดกั้นทางเข้าเอาไว้ หากลูกค้าต้องการอะไรให้บอกเขา เขาจะเป็นคนหยิบให้ ลูกค้าที่เบียดขึ้นมาด้านหน้ามีหน้าที่แค่จ่ายเงินเท่านั้น
"ผมขออาหารกระป๋องหนึ่งลัง ขนมปังหรือบิสกิตสามลัง น้ำแร่หนึ่งลัง นมหนึ่งลัง ส่วนพวกช็อกโกแลตหรืออาหารให้พลังงานสูงอื่นๆ เถ้าแก่หยิบอะไรมาก็ได้"
นี่คือขีดจำกัดสูงสุดของเสบียงที่หลินฉวินสามารถขนไปได้ หากมากกว่านี้เขาคงไม่สามารถหอบของเหล่านั้นเบียดฝูงชนออกไปได้แน่นอน
เถ้าแก่ไว้หนวดเคราแพะส่ายหน้าพลางกล่าว
"อาหารกระป๋องกับนมขายหมดแล้ว! ให้ได้แค่ขนปังหนึ่งลังกับน้ำแร่หนึ่งลัง ช็อกโกแลตเหลือสองแผงสุดท้าย จะเอาไหมล่ะจะเหมาให้หมดเลย! ของพวกนี้ราคารวมสองหมื่นสองพัน ถ้าเอาเดี๋ยวให้เลย"
เมื่อได้ยินราคา หลินฉวินก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
ของแค่นี้ สองหมื่นสองพัน?
นี่มาซื้อของหรือมาปล้นกันแน่?
ยังไม่ทันที่เขาจะได้สติ คนข้างหลังก็เริ่มผลักไสไล่ส่งแล้ว
"คนข้างหน้า จะซื้อหรือไม่ซื้อ? ถ้าไม่ซื้อก็รีบหลบไป!"
เถ้าแก่พูดด้วยความรำคาญ
"ตกลงนายจะซื้อไหม? ถ้าไม่ซื้อก็รีบไป มีคนรอซื้ออีกเยอะ!"
หลินฉวินชำเลืองมองเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตด้านหลังเถ้าแก่ เขาใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะเบียดขึ้นมาถึงข้างหน้าได้ ตอนนี้ชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ตว่างเปล่าไปกว่าครึ่งแล้ว
"ผมเอา แล้วชั้นวางของตรงนั้นยังมีผักดองอูเจียงไม่ใช่เหรอ? เอามาให้ผมลังหนึ่ง!"
"เพิ่มผักดองหนึ่งลัง เป็นสองหมื่นแปดพัน"
ผักดองหนึ่งลัง ราคาห้าพันงั้นเหรอ?
หลินฉวินไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าตัวเองจะต้องมาซื้อผักดองที่แพงหูฉี่ขนาดนี้ แต่เขาก็กัดฟันรีบโอนเงินฝากประจำของตัวเองไปให้เถ้าแก่ แล้วหอบหิ้วข้าวของที่มีอยู่น้อยนิดมุดตัวออกจากฝูงชน
คนข้างหลังมองเขาด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน ถึงขั้นมีบางคนอยากจะเอื้อมมือมาล้วงช็อกโกแลตของเขา แต่หลินฉวินไหวตัวทันและถลึงตาใส่
"อย่าแตะของๆ ฉันนะ!"
น้ำเสียงของหลินฉวินดุดันมาก ชายคนนั้นสะดุ้งตกใจ ก่อนจะรีบมุดหนีหายไปในฝูงชน
พนักงานนิติบุคคลของโครงการไม่ได้มาทำงาน บนถนนในเมืองด้านนอกก็มีความวุ่นวายไม่น้อยและมีเสียงไซเรนตำรวจดังขึ้น
ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยรถยนต์และผู้คน
ในวันทำงานปกติเช่นนี้ แทบไม่มีใครไปทำงานเลย ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าและร้านขายยาเพื่อแย่งกันซื้อเสบียงต่างๆ อย่างบ้าคลั่ง
การนับถอยหลังที่ไม่อาจอธิบายได้นี้เริ่มต้นขึ้นจากสี่สิบแปดชั่วโมง ปรากฏมาจนถึงตอนนี้ก็เกือบหกชั่วโมงแล้ว ความตื่นตระหนกจึงได้เปิดฉากขึ้น
จนถึงตอนนี้ทางรัฐบาลก็ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ทำได้เพียงบอกให้ประชาชนพยายามอยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุด ทว่าคนส่วนใหญ่ต่างก็วิ่งออกไปซื้อเสบียงกันหมดแล้ว ทฤษฎีวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึงกลายเป็นประเด็นร้อนระอุบนโลกออนไลน์ โชคดีที่ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ความสงบเรียบร้อยก็ยังไม่พังทลายลงทั้งหมด
แม้ว่าบนโลกออนไลน์จะเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์จะดำเนินไปในทิศทางนั้นหรือไม่ ดังนั้นนอกเหนือจากคนส่วนน้อยแล้ว คนส่วนใหญ่ยังคงรักษากฎระเบียบขั้นพื้นฐานเอาไว้ได้ เผื่อว่าวันสิ้นโลกไม่ได้มาถึงจริงๆ แบบนั้นคงหน้าแตกแย่ใช่ไหมล่ะ?
กว่าหลินฉวินจะเบียดตัวออกมาจากฝูงชนได้อย่างยากลำบาก เขาก็ได้ยินเสียงวุ่นวายดังขึ้นจากด้านหลัง คล้ายกับว่าข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตขายหมดเกลี้ยงแล้ว
หลินฉวินได้ยินหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งที่แย่งซื้อเสบียงมาได้เหมือนกันพูดขึ้น
"เถ้าแก่คนนี้หน้าเงินจนเสียสติไปแล้ว อยากได้เงินแต่ไม่อยากได้ชีวิต! เสบียงเยอะขนาดนี้ไม่เก็บไว้กินเอง ถ้าเกิดสมรภูมิระดับโลกอะไรนั่นเปิดขึ้นมาจริงๆ ถึงตอนนั้นเงินก็คงกลายเป็นแค่เศษกระดาษ!"
"ใครจะไปรู้ล่ะ เผื่อพวกเราเข้าใจผิดไปเอง แล้วเรื่องทั้งหมดเป็นแค่เรื่องล้อเล่น เขาก็คงรวยเละไปเลย!"
หลินฉวินรีบเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เสบียงในซูเปอร์มาร์เก็ตขายหมดแล้ว สายตาของคนที่ไม่มีเสบียงรอบๆ ที่มองดูคนที่มีเสบียงอยู่ในมือก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป มันเริ่มแดงก่ำและร้อนระอุขึ้น
หลินฉวินไม่กล้าหยุดพักให้สะดุดตา เขาเร่งฝีเท้าเลี้ยวเข้าโครงการ กลับไปยังห้องพักเล็กๆ ขนาดไม่ถึงสามสิบตารางเมตรบนชั้นเจ็ดของตึกหมายเลขห้า วางของในมือลง ปิดประตูห้อง ถึงได้รู้สึกเหมือนได้ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
ด้านล่างตึกยังคงมีความวุ่นวายดังแว่วมา ดูเหมือนจะมีการลงไม้ลงมือกันจริงๆ แล้วก็ยังมีคนกำลังส่งเสียงโวยวายอยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ ในโครงการอีกด้วย
แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตเหล่านั้นปิดประตูมิดชิด ไม่มีท่าทีว่าจะนำของในสต็อกออกมาขายแต่อย่างใด
หลินฉวินเก็บเสบียงให้เรียบร้อย เมื่อรวมกับของที่มีอยู่เดิมในบ้านแล้ว เสบียงในมือเขาก็มีไม่มากนัก หากไม่หามาเพิ่ม อย่างมากก็คงอยู่ได้แค่สองสัปดาห์เท่านั้น
ส่วนยารักษาโรคนั้นมีเพียงพอ นั่นเป็นเพราะหลินฉวินแวะไปซื้อยาก่อนที่จะไปซื้อเสบียง จึงทำให้เขาเสียเวลาในการไปซื้อเสบียง
แต่หลินฉวินก็คาดว่า ต่อให้ซูเปอร์มาร์เก็ตยังมีเสบียงเหลืออยู่อีกมาก เขาก็คงไม่มีปัญญาซื้อของมากมายขนาดนั้นอยู่ดี
จากนั้นเขาจึงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา นวดขมับตัวเองด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มใจเล็กน้อย
เขาเป็นผู้ข้ามมิติ เพิ่งทะลุมิติมาได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
โลกใบนี้มีชื่อว่าดาวสีน้ำเงิน โครงสร้างทางภูมิศาสตร์และอื่นๆ แทบจะเหมือนกับโลกที่หลินฉวินคุ้นเคยทุกประการ เพียงแต่โลกใบนี้ไม่ได้มีหลายประเทศ เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง โลกก็รวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ระบอบสหพันธรัฐ
คนที่เขาทะลุมิติมาเข้าร่างนั้นอายุยี่สิบเจ็ดปี อาศัยอยู่ตัวคนเดียวในเมืองหมัวตูที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเขตปกครองฮว๋าเซี่ยแห่งสหพันธรัฐ พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก แถมยังไม่มีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงด้วยซ้ำ เขาอาศัยความพยายามของตัวเองจนสามารถซื้อห้องชุดขนาดสามสิบกว่าตารางเมตรในโครงการหลงเฉิงตี้จิ่งที่หมัวตูมาได้ แม้ชีวิตจะไม่ได้ราบรื่นนัก แต่ก็พอมองออกว่าเป็นคนที่มีชีวิตที่ดีคนหนึ่ง...
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ ในใจของหลินฉวินก็เกิดความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
เขารับตัวตนใหม่และชีวิตใหม่ของตัวเองได้เมื่อสองวันก่อน เดิมทีคิดว่าแค่เปลี่ยนโลกใบใหม่เพื่อใช้ชีวิต ใครจะไปคิดว่าที่นี่จะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงทะลุมิติมา และยิ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
สิ่งที่เขาทำได้ เขาทำไปหมดแล้ว และสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงการรอคอยเท่านั้น
รอคอย... ในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า ประชากรเจ็ดพันล้านคนบนดาวสีน้ำเงินจะปลุกพรสวรรค์!
เขาเปิดโทรศัพท์มือถือ ดูแชทกลุ่มต่างๆ ในวีแชตและแพลตฟอร์มรายใหญ่ ทั้งเพื่อดูว่าพอจะหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์อะไรได้บ้าง และเพื่อฆ่าเวลา ข้อมูลและการคาดเดาต่างๆ บนโลกออนไลน์ร้อนระอุกันมาตั้งนานแล้ว รัฐบาลกลางยังไม่มีการแถลงที่ชัดเจน เพียงแต่เตือนไม่ให้ประชาชนทำผิดกฎหมาย และพยายามอยู่แต่ในบ้าน
นอกเหนือจากนี้ก็เป็นข่าวลือที่ถูกหักล้างโดยบรรดา "ผู้เชี่ยวชาญกำมะลอ" จำนวนมาก
กำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่จำนวนมากบนท้องถนนกำลังพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างสุดความสามารถ
เมื่อการนับถอยหลังมาถึง 40 ชั่วโมง ข้อความบรรทัดล่างสุดของทั้งสามบรรทัดในดวงตาก็หายไปกะทันหัน จากนั้นก็มีข้อความถูกพิมพ์ลงบนจอประสาทตามากขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละบรรทัด และหายไปทีละบรรทัด
สถานการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในดวงตาของทุกคนบนโลก
ในชั่วพริบตานั้น โลกที่กำลังวุ่นวาย โลกออนไลน์ที่ข้อมูลข่าวสารล้นทะลัก ต่างก็เงียบสงบลง ทุกคนจ้องมองการเปลี่ยนแปลงในดวงตาของตัวเองตาไม่กะพริบ
ทุกคนต่างตระหนักดีว่าข้อมูลเหล่านี้ อาจเกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขา!
【สมรภูมิระดับโลกกำลังจะเปิดฉากขึ้น ในฐานะชนพื้นเมืองดาวสีน้ำเงิน พวกคุณคือผู้ร่วมรบ และจะได้รับโอกาสในการปลุกพรสวรรค์】
【ชาวดาวสีน้ำเงินทุกคนจะเปิดใช้งานแผงสถานะ ซึ่งสามารถเรียกใช้ได้ด้วยคำสั่งเสียง และจะฉายภาพลงบนจอประสาทตาของคุณโดยตรง】
【พวกคุณทุกคนจะได้รับพรสวรรค์ที่ถูกปลุกขึ้นมาหนึ่งอย่างตามลักษณะเฉพาะและค่าสถานะที่เกี่ยวข้องของตัวคุณเอง】
【พรสวรรค์ที่ถูกปลุกขึ้นมาจะเป็นแบบสุ่ม พรสวรรค์แบ่งออกเป็นเจ็ดระดับคือ: F E D C B A S ระดับ F คืออ่อนแอที่สุด ระดับ S คือสูงสุด】
【ขอพระเจ้าคุ้มครองพวกคุณ!】
เมื่อข้อความเหล่านี้สิ้นสุดลง โลกออนไลน์ที่เพิ่งสงบลงก็กลับมาร้อนระอุอีกครั้งในพริบตา
"ว่าแล้วเชียว มันคือสมรภูมิระดับโลก มันคือสงครามอารยธรรม! อารยธรรมจากโลกอื่นกำลังจะมา วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึงแล้ว!"
"ความแข็งแกร่งของพรสวรรค์ที่ปลุกได้ จะเป็นตัวตัดสินว่าพวกเราจะรอดชีวิตไปได้ในสงครามระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่!"
"พระเจ้าช่วย อิงตามลักษณะเฉพาะและค่าสถานะที่เกี่ยวข้องของตัวเองงั้นเหรอ— คนที่แบกข้าวสารไม่ไหวอย่างฉัน พรสวรรค์ที่ปลุกได้คงจะไม่ห่วยแตกที่สุดหรอกนะ?"
ในเวลานี้ รัฐบาลกลางในที่สุดก็ออกประกาศ ข้อมูลกระจายไปทั่วทุกแพลตฟอร์มอย่างบ้าคลั่ง
"พลเมืองสหพันธรัฐทุกท่าน โปรดอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย เตรียมพร้อมปลุกพรสวรรค์ อารยธรรมของเรากำลังจะก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สหพันธรัฐจะปกป้องทุกคนอย่างสุดความสามารถ หวังว่าพวกคุณจะรักษาความสงบ ให้ความร่วมมืออย่างแข็งขัน อย่าบุ่มบ่าม ขอให้พวกคุณเชื่อมั่นในรัฐบาลสหพันธรัฐ ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุม..."
ข้อมูลหลังจากนั้น หลินฉวินไม่มีเวลาอ่านอีกแล้ว
เพราะจู่ๆ ในสมองของเขาก็มีเสียงดังตู้ม ราวกับมีสายฟ้าฟาดระเบิดออก ศีรษะปวดร้าวอย่างรุนแรงในชั่วขณะ
ข้อความบรรทัดใหม่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง
【ขอแสดงความยินดี คุณได้ปลุกพรสวรรค์สำเร็จ แผงข้อมูลส่วนตัวของคุณกำลังถูกสร้างขึ้น】
จากนั้น แผงข้อมูลหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน
【ชื่อ: หลินฉวิน】
【ระดับ: 1 (0/100)】
【พละกำลัง: 7】
【ความคล่องตัว: 6】
【ร่างกาย: 7】
【พลังงาน: 12】
【คำใบ้: ข้อมูลทั้งหมดด้านบนมีค่ามาตรฐานของคนปกติอยู่ที่ 10】
【พรสวรรค์: ความสามารถโบนัสสุ่มการ์ด】
【ประเภท: พรสวรรค์ผู้ข้ามมิติ·หนึ่งเดียว】
【การประเมินระดับความสามารถพรสวรรค์: ระดับซูเปอร์ S】
【ระดับความสามารถพรสวรรค์: ขั้น 1】
【คำอธิบาย: จากการตรวจสอบพบว่า คุณเป็นปัจเจกบุคคลที่มาจากอีกโลกหนึ่งและอารยธรรมอื่น อีกทั้งยังเป็นผู้ร่วมรบเพียงหนึ่งเดียวจากอารยธรรมนั้น คุณจะได้รับโบนัสพิเศษ สามารถรับอาวุธเทคโนโลยี เสบียงของจริง สกิลแฟนตาซี และโบนัสสถานะจากโลกของคุณได้ผ่านรูปแบบของการสุ่มการ์ด!】
【จำนวนครั้งในการสุ่มการ์ดที่เหลืออยู่: 1】
ตัวตนผู้ข้ามมิติของเขาถูกจดจำได้เสียแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังถูกระบุว่าเป็นผู้ร่วมรบเพียงคนเดียวจากโลกก่อนทะลุมิติที่มายังดาวสีน้ำเงินแห่งนี้ พรสวรรค์ที่เขาปลุกได้จึงได้รับโบนัสพิเศษ เป็นระดับซูเปอร์ S ที่ไม่เคยถูกเอ่ยถึงในประกาศเจ็ดระดับพรสวรรค์ก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ!
พรสวรรค์ระดับสูงสุด!
สกิลแฟนตาซีจากภาพยนตร์และอนิเมะต่างๆ เสบียงและอาวุธเทคโนโลยีจากโลกอื่น ล้วนมีโอกาสสุ่มได้ทั้งสิ้น!
หากไม่มีพรสวรรค์ผู้ข้ามมิติมาช่วยหนุน ด้วยค่าสถานะพื้นฐานที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในแทบทุกด้านของเขา ดีไม่ดีคงได้ปลุกสกิลระดับ F ที่แย่ที่สุดออกมาแน่ๆ...
หลินฉวินสูดหายใจเข้าลึก เขารู้ดีว่าค่าสถานะพื้นฐานของตัวเองพึ่งพาไม่ได้แล้ว หากเขาต้องการเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้ ก็ต้องพึ่งพาความสามารถระดับซูเปอร์ S ของเขาแล้ว!
...
...
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───