เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 14  เจ้าแกะหลอกง่าย

Re-new ตอนที่ 14  เจ้าแกะหลอกง่าย

Re-new ตอนที่ 14  เจ้าแกะหลอกง่าย


ตอนที่ 14  เจ้าแกะหลอกง่าย

จูไห่หยงที่เคยขี้ขลาดตาขาวได้ก่อกบฏขึ้นในยุคของทรราชย์แห่งราชวงศ์หยวน เขาเป็นนักยุทธศาสตร์ที่ฉลาดปราดเปรื่องจึงได้เป็นหัวหน้าของกลุ่มกบฏอย่างรวดเร็วและได้รับชัยชนะในการรบมากมาย ไม่ถึง 10 ปีเขาก็ได้ล้มล้างราชวงศ์หยวนลงได้และได้สถาปนาราชวงศ์หมิงขึ้น

หลังจากนั้นก็ใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการทำให้ประเทศสงบลงจากผลของสงคราม อีกทั้งยังขับไล่ชาติที่เป็นศัตรูออกไปให้พ้นชายแดน โดยการโจมตีจนพวกเขามิกล้าสู้กลับ

นับว่าฮ่องเต้จูไห่หยงคืออัจฉริยะด้านการรบที่ปรากฏขึ้นเพียงผู้เดียวในรอบศตวรรษ แต่ความสามารถในการปกครองประเทศก็มิได้มีสิ่งใดโดดเด่น ในตอนแรกเริ่มที่สถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นนั้น มีแต่ศึกสงครามและความโกลาหลวุ่นวายไม่รู้จบ เป็นผลให้สูญเสียพืชผลและขาดแคลนพื้นที่การเกษตร ทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงและเงินเฟ้อ ประชาชนจึงอยู่อย่างอดอยากยากจน

ฮ่องแต้องค์ปัจจุบันคือพระราชนัดดาองค์โตของฮ่องเต้องค์แรก เป็นอัจฉริยะผู้ที่นำกลุ่มผู้ชำนาญทางเรือให้สร้างเรือสำหรับเดินทางในมหาสมุทรตอนที่อายุ 12 ปี เขาได้ออกเดินทางด้วยตนเองและนำพืชผลอย่างเช่น พริก, มันฝรั่งหวาน และถั่วลิสงกลับมาด้วย นอกจากนี้เขาได้ส่งออกชา, เครื่องเคลือบดินเผา, และผ้าไหมไปยังโลกใหม่เพื่อค้าขายกับชาวพื้นเมือง

มันฝรั่งหวานที่ให้ผลผลิตสูงสามารถทำให้ประชาชนที่อดอยากอิ่มท้องได้ พวกชาวบ้านทั่วไปพยายามดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดเพียงเท่านั้น ดังนั้นพอมีอาหารให้กินอย่างอิ่มท้องแล้ว สภาพสังคมก็ค่อย ๆ มั่นคงขึ้น

พอฮ่องเต้องค์ปัจจุบันบรรลุนิติภาวะในวัย 20 ปี ฮ่องเต้องค์แรกก็ทรงสละราชบัลลังก์และมอบบัลลังก์ต่อให้กับเขา หลังจากนั้นฮ่องเต้องค์แรกก็ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายสบาย ๆ เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วหล้า

หลังจากฮ่องเต้เจี้ยนเหวินขึ้นครองราชย์ ก็เกิดการปฏิรูปขึ้นหลายอย่างทั้งลดภาษี, ส่งเสริมการเกษตรและเลี้ยงไหม, และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและการค้า ในเวลาเพียงแค่ 5 ปีเขาก็สามารถจัดระเบียบและดูแลบ้านเมืองให้เข้าที่เข้าทางได้ และถูกบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็น ‘ ฮ่องเต้แห่งสวรรค์ ’...

หยูเสี่ยวเฉารู้สึกสับสน นางย้อนเวลามาเกิดใหม่หรือมาเกิดอีกโลกหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์คล้าย ๆ กับโลกในชาติก่อนของนางกันแน่ ?

โอ๊ย ! ประเด็นนั้นมันสำคัญตรงไหนเล่า ? ในเมื่อนางมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็คงทำได้เพียงไหลตามน้ำ ประเด็นแรกคือนางต้องแก้ปัญหาเรื่องอาหารให้พอกินกับหาเสื้อผ้าอุ่น ๆ มาใส่เสียก่อน !

หยูเสี่ยวเฉามองไปทางโจวซือชู่ เจ้าแกะหลอกง่ายตัวนี้อาจจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของนางดีขึ้น

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในช่วงสามวันที่ร้อนที่สุดในฤดูร้อน คุณชายสามแห่งตระกูลโจวก็รู้สึกหนาวยะเหยือกจนขนลุกขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขานึกสงสัยอยู่ในใจ ‘รู้สึกหนาวตอนแดดแรงถึงเพียงนี้ได้เยี่ยงไรกัน หรือว่าเราจะไม่สบาย ? ’

“เอ่อ...คุณชายโจว ท่านคือคนดูแลร้านเจินซิวใช่หรือไม่ ? ท่านอยากได้หอยเป๋าฮื้อพวกนี้หรือไม่ ?” หยูเสี่ยวเฉาถามออกมาตรง ๆ

ตอนที่โจวซือชู่กำลังเล่าประวัติศาสตร์ให้พวกเขาฟัง เขาก็ได้เสตามองไปที่ไหดินเผาในมือนางโดยไม่ได้ตั้งใจอยู่หลายครั้ง เขากำลังรอจังหวะเหมาะ ๆ เพื่อที่จะถามอยู่พอดี จึงรีบตอบทันทีว่า “ถ้าเป็นหอยเป๋าฮื้อที่มีคุณภาพสูง ร้านเจินซิวของเราจะเสนอราคาที่สมเหตุสมผลให้อย่างแน่นอน ขอ...ขอข้าดูก่อนได้หรือไม่ ?”

หอยเป๋าฮื้อที่หยูไห่จับมาครานี้เป็นของหายากอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนมันจะโตขึ้นอีกหลังจากแช่อยู่ในน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ตลอดทั้งคืน พวกมันดูสดและฉ่ำมากขึ้นอีกด้วย

โจวซือชู่ไม่มีความรู้เรื่องอาหารทะเลมากนัก เขาจึงเชิญผู้จัดการเจียงและหัวหน้าพ่อครัวหวังมาตรวจสอบดู พอพวกเขาเห็นหอยเป๋าฮื้อพวกนั้น พวกเขาก็ชมกันใหญ่ หัวหน้าพ่อครัวหวังทำอาหารทะเลมาเกือบ 30 ปี หอยเป๋าฮื้อที่ใหญ่และสดขนาดนี้เทียบได้กับหอยเป๋าฮื้อจักรพรรดิที่เขาเคยเห็นเมื่อ 5 ปีก่อนโดยบังเอิญ นอกจากนั้นหอยเป๋าฮื้อพวกนี้ก็มีขนาดเดียวกันทั้งหมดอีกทั้งยังอ้วนท้วนสมบูรณ์และไม่มีตำหนิแม้แต่น้อย

“ร้านเจินซิวจะรับซื้อหอยเป๋าฮื้อพวกนี้ไว้ !” โจวซือชู่พูดขึ้นอย่างแน่วแน่ “พวกเจ้าต้องการราคาเท่าใด ? บอกราคามาได้เลย !”

สีหน้าและแววตาของผู้จัดการเจียงและหัวหน้าพ่อครัวหวังทำให้หยูเสี่ยวเฉารู้ว่าหอยเป๋าฮื้อพวกนี้หายากเป็นอย่างมาก หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็พูดว่า “เรามีหอยเป๋าฮื้อ 9 ตัว คิดตัวละ 1 ตำลึง  ห้ามต่อรอง !”

หยูฮังลืมตาโตอย่างตกใจพร้อมกับหันไปมองหน้าน้องสาว หอยเป๋าฮื้อตัวละ 1 ตำลึง ถ้าหากนับทั้งหมดก็จะเป็นเงินถึง 9 ตำลึง ตอนแรกเขาคิดว่าขายได้ 2 - 3 ตำลึงก็มากที่สุดที่จะขายได้แล้ว แต่ 9 ตำลึงเนี่ยนะ ! น้องสาวของเขากล้าบอกราคาสูงถึงเพียงนี้เชียวรึ !

ผู้จัดการเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ถ้าเป็นในเมืองหลวงกับเขตที่ห่างไกลทะเลก็เข้าใจได้ที่หอยเป๋าฮื้อจะแพงเนื่องจากความหายากและขาดแคลน แต่เมืองถังกู่เป็นเมืองชายฝั่งเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ขาดแคลนอาหารทะเล ดังนั้นราคา 1 ตำลึงต่อหอยเป๋าฮื้อ 1 ตัวจึงถือว่าแพงเอาเสียมาก ๆ

ขณะที่เขากำลังจะต่อรองราคา นายน้อยของเขาก็ทำการตัดสินใจและตอบตกลงทันที “ผู้จัดการเจียง จ่ายเงิน !”

หัวหน้าพ่อครัวหวังอุ้มไหดินเผาที่ใส่หอยเป๋าฮื้อออกไปอย่างกระตือรือร้น สำหรับพ่อครัวที่มีชื่อเสียง อะไรจะน่าดีใจไปกว่าการได้วัตถุดิบดี ๆ มาทำอาหารกันเล่า ?

ผู้จัดการเจียงไม่พูดอะไรอีก เขาเอาก้อนเงินเล็ก ๆ ออกมา 2 ก้อน แต่ละก้อนเท่ากับ 5 ตำลึงและนึกบ่นอยู่ในใจ “คุณชายสามมิได้เป็นคนจัดการค่าใช้จ่ายในบ้าน ถึงได้มิรู้ค่าของเงิน 1 ตำลึงต่อหอยเป๋าฮื้อ 1 ตัว ! ราคาสูงถึงเพียงนี้หาทั่วทั้งเมืองถังกู่ก็หามิได้ ! เฮ้อ...เขายังเด็กเกินไปจริง ๆ”

“ผู้จัดการเจียงขอรับ เรามิมีเงินทอน...” หยูฮังมองก้อนเงินบนโต๊ะแล้วลอบกลืนน้ำลาย เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปหยิบมัน

โจวซือชู่กำลังอารมณ์ดีเพราะแก้ปัญหาเรื่องอาหารจานหลักในงานเลี้ยงตอนบ่ายวันนี้ได้ เขาจึงพูดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องทอน ! ถ้าครั้งหน้าพวกเจ้ามีอาหารทะเลดี ๆ อีก ก็อย่าลืมส่งมาที่ร้านเจินซิวก่อน ข้าจะให้ราคาดีอย่างแน่นอน !”

หยูเสี่ยวเฉายิ้มจนตาหยี นางรับเงินสองก้อนไปอย่างมีความสุขและพูดว่า “ไม่มีปัญหาเจ้าคะ  ตระกูลหยูของเราเป็นชาวประมงที่เก่งมาก ครั้งหน้าถ้าเราได้ของดี ๆ มาอีกอย่างครีบปลาฉลามหรือปลิงทะเล เราจะส่งมาให้ร้านเจินซิวก่อนเป็นที่แรกแน่นอน !”

“ตระกูลหยู ? ใช่ตระกูลของหยูต้าไห่จากหมู่บ้านตงชานหรือไม่ ?” ผู้จัดการเจียงเคยได้ยินข่าวลือเรื่องการล่าฉลามของหยูไห่ สำหรับร้านอาหารใหญ่ ๆ วัตถุดิบสำหรับอาหารราคาแพงและรสเลิศทุกประเภทนั้นหายากยิ่งนัก

ดูเหมือนคุณชายสามจะมีสายตาหลักแหลมคมในการมองคน ถ้าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหยู เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่ขาดทุนแล้ว

หยูฮังเพิ่งได้สติจากความตกใจ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนลมออกเบา ๆ 10 ตำลึง ! นั่นเท่ากับรายได้หลายเดือนของครอบครัวเลยมิใช่รึ !

พอหยูฮังสงบสติได้ เขาก็ตอบคำถามของผู้จัดการเจียงว่า “ใช่ครับ หยูไห่คือท่านพ่อของข้า ท่านพ่อเป็นคนดำน้ำไปใต้หินโสโครกแล้วจับหอยเป๋าฮื้อพวกนี้มา แต่พวกสมบัติแห่งท้องทะเลอย่างครีบปลาฉลามหรือปลิงทะเลนี่หายากเป็นอย่างมากเลยขอรับ อย่าไปฟังที่น้องสาวของข้าพูดเลย !”

“หายากแต่มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นี่ ! ไม่เป็นไรหรอกตราบใดที่เจ้าทำตามที่น้องสาวเจ้าสัญญาเอาไว้และคิดถึงร้านเจินซิวเป็นที่แรกเวลาได้ของคุณภาพดีมา โดยเฉพาะพวกของคุณภาพดีและมีราคาแพง !” โจวซือชู่ตบบ่าเขาและพูดยิ้ม ๆ

หยูเสี่ยวเฉายิ้มสดใสราวกับดอกไม้ผลิบาน “เจ้าค่ะ ! ข้าจะกลับไปบอกท่านพ่อให้ ขอบคุณมากนะเจ้าคะ คุณชายโจว !”

โจวซือชู่ยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าเด็กหญิง นางดูเหมือนคนหิวเงินก็มิปาน แค่ยังไม่ได้กัดก้อนเงินเข้าไปเท่านั้น

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นถามผู้จัดการเจียงด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ผู้จัดการเจียงคะ ช่วยเปลี่ยนก้อนเงินพวกนี้เป็นเหรียญเงินให้หน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ ?”

ผู้จัดการเจียงรู้สึกว่าเด็กหญิงคนนี้ค่อนข้างน่าสนใจ เขาจึงจงใจแกล้งนางว่า “เจ้าแน่ใจรึ ? ถ้าเปลี่ยนเป็นเหรียญเงินเยี่ยงนั้นข้าจะให้เจ้าเพียงแค่ 9 ตำลึง”

หยูเสี่ยวเฉาไม่ใส่ใจเพราะราคาที่นางเรียกก็คือ 9 ตำลึงอยู่แล้ว ส่วนที่ได้เพิ่มก็ถือว่าเป็นโบนัสที่ไม่ได้คาดเอาไว้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนเป็นเหรียญเงินคาดว่าคงไม่สะดวกต่อนางสักเท่าไหร่ นางกับหยูฮังเป็นเด็กที่แต่งตัวมอมแมมทั้งคู่ ถ้าหากพวกเขาไปซื้อของตามถนนด้วยก้อนเงินสองก้อนนั้น มีหวังพวกโจรได้มองตาเป็นมันแน่ !

“9 ตำลึงก็ย่อมได้ ! ถ้ามิเป็นการรบกวนจนเกินไป จะดีมากเลยเจ้าค่ะถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นเงินอีแปะได้ด้วย !” เงิน 1 ตำลึงสามารถซื้อข้าวขาวกับแป้งได้มากมาย ดังนั้นหยูฮังจึงไม่ค่อยเข้าใจที่หยูเสี่ยวเฉาทิ้งมันไปได้ง่าย ๆ เช่นนั้น

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 14  เจ้าแกะหลอกง่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว