- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 432 ประหม่า!
ตอนที่ 432 ประหม่า!
ตอนที่ 432 ประหม่า!
ตอนที่ 432 ประหม่า!
“ได้สิ”
ฮั่ว ฉีอัน ดึงตัว หลี่ เยวี่ยฉิน มากอดจูบอยู่พักหนึ่ง ถึงยอมปล่อยให้เธอออกไป
พอพ้นประตูห้องไป หลี่ เยวี่ยฉิน ก็หน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก กว่าจะเดินออกจากลิฟต์ไปถึงข้างนอก อาการถึงค่อยทุเลาลงบ้าง แต่หัวใจก็ยังเต้นโครมครามไม่ยอมหยุด
ฮั่ว ฉีอัน เอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำ แล้วเช็ดหยดน้ำบนมือจนแห้งสนิท
จากนั้นเขาถึงเดินออกจากห้องน้ำแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปชั้นบน
ที่นี่เป็นคอนโดแบบดูเพล็กซ์ที่มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้างขวาง ชั้นล่างมีห้องพักแขกอยู่หนึ่งห้อง
เพดานห้องนั่งเล่นสูงโปร่งแบบตีทะลุ ทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้เต็มที่
ส่วนชั้นบนถูกทุบกำแพงตีทะลุเป็นห้องนอนมาสเตอร์ขนาดใหญ่ทั้งหมด ภายในมีทั้งพื้นที่เตียงนอน ห้องแต่งตัว ห้องทำงาน และห้องน้ำในตัว
พอเขาเดินขึ้นมาถึงชั้นบน ประตูห้องก็เปิดแง้มไว้นิดๆ
ภายในห้องไม่ได้มืดสนิทซะทีเดียว เพราะปิดม่านไว้แค่ชั้นเดียว ทำให้มีแสงรำไรสอดส่องเข้ามาได้บ้าง
เขาเดินเข้าไปในห้อง บนเตียงมีรอยนูนของผ้าห่ม
พอเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็น จางเสวี่ย นอนตะแคงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง
ใบหน้าที่ดูทรุดโทรมและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าปรากฏแก่สายตา ต่อให้หลับตาอยู่ก็ยังมองเห็นรอยบวมช้ำรอบดวงตาได้อย่างชัดเจน
จางเสวี่ย นอนหลับกระสับกระส่าย คิ้วขมวดมุ่น มือข้างหนึ่งกำขอบหมอนไว้แน่น
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า เขาไม่ได้รู้สึกปวดใจหรือเจ็บปวดเพราะ จางเสวี่ย อีกต่อไปแล้ว
เป็นไปตามที่เขาคิด เขาสามารถปล่อยวางจากเธอได้อย่างเด็ดขาดแล้วจริงๆ
และสภาพจิตใจของเขาในตอนนี้ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การมาของเขาในครั้งนี้ ทำให้จิตใจของเขายิ่งปลอดโปร่งและไร้มลทินมากยิ่งขึ้น
เขาแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ในเวลาที่เหมาะสมก็เท่านั้น
โดยไม่ลังเล เขาหย่อนตัวลงนั่งที่ขอบเตียง แล้วเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ปรกหน้า จางเสวี่ย ออกเบาๆ
ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ปลายเดือนพฤษภาคม เกือบจะเข้าเดือนมิถุนายนอยู่รอมร่อ
เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้ เขากลับมาสัมผัส จางเสวี่ย อีกครั้ง ในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว
หัวใจที่เคยมีแค่ จางเสวี่ย ครอบครอง ตอนนี้มันมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาจับจองพื้นที่ไปมากมายเหลือเกิน
เขาวางมือทาบไว้บนแก้มของ จางเสวี่ย โดยไม่ได้ชักกลับ
จู่ๆ จางเสวี่ย ที่หลับสนิทก็คว้ามือเขาเอาไว้ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาตอนแรกยังดูเลื่อนลอย แต่พอโฟกัสภาพตรงหน้าได้ชัดเจน ประกายตาก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
“ฉี... ฉีอัน เป็นคุณเหรอ คุณมาเข้าฝันฉันอีกแล้วเหรอ”
พอ จางเสวี่ย ได้สติ เธอก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมากอดแฟนหนุ่มในความฝันเอาไว้แน่น
ความฝันครั้งนี้มันดูสมจริงกว่าทุกครั้ง ถึงจะมองเห็นหน้าไม่ค่อยชัด แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงไออุ่น
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้พูดอะไร
“ฉีอัน ฉันคิดถึงคุณจังเลย”
จางเสวี่ย ร้องไห้โฮพลางประกบจูบแฟนหนุ่ม เธอกดริมฝีปากแนบชิด พร้อมกับรีบปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงชายเสื้อที่ยัดอยู่ในกางเกงสแล็กออกมาด้วยท่าทางที่ทั้งคุ้นเคยและดูแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน
“ฉีอัน ให้ฉันช่วยเป่าผมให้คุณนะ ให้ทำอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้น”
ฮั่ว ฉีอัน ยังคงเงียบ ก่อนจะเอนตัวลงนอนให้เธอแต่โดยดี
ปล่อยให้ จางเสวี่ย พรมจูบไปทั่วแผงอก แล้วไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆ
จนกระทั่ง เขาต้องขมวดคิ้ว แล้วกระซิบเสียงเบา “เจ็บนิดๆ นะ”
“อื้อ... ฉีอัน ขอโทษที ฉันรีบไปหน่อยน่ะ ฉันยังไม่เคยเป่าผมให้ใครเลยนะ”
จางเสวี่ย รีบเอ่ยปากขอโทษ ก่อนจะลงมือเป่าผมให้เขาต่อ
“อย่าใช้ฟันสิ”
ฮั่ว ฉีอัน คอยเตือนอย่างใจเย็น
“อื้อๆ!”
จางเสวี่ย ครางรับเสียงอู้อี้ เธอเริ่มปรับตัวได้แล้ว และลงมือเป่าผมให้แฟนหนุ่มอย่างตั้งใจ คอยกะจังหวะหนักเบา และระวังไม่ให้ฟันกระทบ จนทำให้เขาต้องเจ็บตัว
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ในที่สุดทุกอย่างก็จบลง
ฮั่ว ฉีอัน หลุดเสียงครางต่ำในลำคอ ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานทิ้งไปจนหมดสิ้น
สำหรับ จางเสวี่ย จะบอกว่าเขาไม่เคยโกรธเกลียดเลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้ เขาแค่เลือกที่จะปล่อยวางมันไปก็เท่านั้น
แต่ในช่วงวินาทีเมื่อครู่นี้ สภาพจิตใจของเขาได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
“อื้อ...”
จางเสวี่ย ดื่มน้ำร้อนเข้าไปอึกใหญ่ เธอขยับปากรับรสชาติ ก่อนจะชะงักไปชั่วครู่
“เสี่ยวเสวี่ย มัวเหม่ออะไรอยู่ ล้วงบุหรี่ในกระเป๋าให้ผมหน่อยสิ แล้วก็ไปเปิดหน้าต่างด้วย ผมอยากสูบบุหรี่”
ฮั่ว ฉีอัน เอนหลังพิงหัวเตียง ตอนนี้ผมเขาแห้งสนิทแล้ว ใบหน้าก็มีรอยยิ้มประดับอยู่
“ฉีอัน เป็นคุณจริงๆ เหรอ”
ด้วยความตื่นเต้น จางเสวี่ย เผลอยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองไปฉาดใหญ่
เจ็บ! มันรู้สึกเจ็บจริงๆ ด้วย
“อืม! เสี่ยวเสวี่ย ผมเอง”
ตอนนี้ ฮั่ว ฉีอัน ยังใส่เสื้อเชิ้ตอยู่ แค่ปลดกระดุมออก เผยให้เห็นแผงอกและซิกซ์แพ็กที่เรียงตัวสวยงาม
“โฮๆๆ... ฉีอัน ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้วซะอีก...”
จางเสวี่ย ร้องไห้โฮ โผเข้ามากอดเตรียมจะจูบเขา
“หยุดก่อน”
ฮั่ว ฉีอัน ยกมือขึ้นดันตัวเธอไว้ “ไปหยิบบุหรี่มาให้ผม เปิดหน้าต่าง แล้วก็ไปล้างหน้าแปรงฟันซะ”
“อื้อๆ! ฉีอัน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
จางเสวี่ย เพิ่งนึกขึ้นได้ เธอยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย จะกล้าไปจูบเขาได้ยังไงล่ะ
เธอรีบลนลานลงจากเตียง ควานหากางเกงสแล็กของแฟนหนุ่ม แล้วล้วงซองบุหรี่กับไฟแช็กออกมา
เธอมือสั่นเทาขณะยื่นบุหรี่ให้แฟนหนุ่มคาบไว้ ก่อนจะจุดไฟให้
“ฉีอัน ที่นี่ไม่มีที่เขี่ยบุหรี่เลย เอาแก้วน้ำของฉันไปใช้แทนก่อนนะ”
จางเสวี่ย วางแก้วน้ำของตัวเองไว้บนโต๊ะข้างเตียง
จากนั้นก็รีบวิ่งไปเปิดหน้าต่าง
ห้องนี้ทำเลดีมาก วิวนอกหน้าต่างไม่มีอะไรบดบัง ไม่มีตึกบังลมด้วย เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นตึกเรียนที่ความสูงไม่มากนัก
“ฉีอัน รอฉันแป๊บนึงนะ”
จางเสวี่ย รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ โชคดีที่เยวี่ยฉินเตรียมของใช้ส่วนตัวไว้ให้เธอหมดแล้ว
เธอบีบยาสีฟัน หยิบแก้วมารองน้ำ
แต่จู่ๆ เธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ เลยตัดสินใจรองน้ำก๊อกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว แล้วกลืนลงคอไปโดยไม่ให้เหลือทิ้งแม้แต่หยดเดียว
จากนั้นถึงค่อยลงมือแปรงฟัน
จังหวะนั้นเอง เธอเหลือบไปเห็นตัวเองในกระจก ดวงตาบวมเป่ง ใบหน้าซีดเซียว สภาพดูไม่ได้จนแม้แต่ตัวเองยังรังเกียจ
เธออยากจะแต่งหน้ากลบความโทรม แต่ที่นี่ไม่มีเครื่องสำอางของ หลี่ เยวี่ยฉิน เลยสักชิ้น
สุดท้ายเธอก็ทำได้แค่ล้างหน้าให้สะอาด
เธอไม่กล้าใช้เวลานาน รีบวิ่งกลับมาที่ห้องนอน
‘จี่...’
ฮั่ว ฉีอัน ขยี้ก้นบุหรี่ทิ้ง สภาพจิตใจของเขากลับมานิ่งสงบแล้ว
“ฉีอัน”
จางเสวี่ย เดินเข้ามาใกล้ แต่จู่ๆ ก็ไม่กล้าขยับเข้าไปหา
“เสี่ยวเสวี่ย มานี่สิ”
ฮั่ว ฉีอัน ส่งสายตาเรียก
“ฉีอัน”
จางเสวี่ย รีบสาวเท้าเข้าไปหาอย่างกล้าๆ กลัวๆ สุดท้ายก็ซุกตัวลงในอ้อมกอดของแฟนหนุ่มโดยไม่กล้าพูดอะไร
ฮั่ว ฉีอัน ลูบผมหญิงสาวเบาๆ กระซิบเสียงนุ่ม “เสี่ยวเสวี่ย ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“โฮๆๆ...”
พอ จางเสวี่ย ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย เธอก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
“ห้ามร้องไห้”
ฮั่ว ฉีอัน พูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ
“อื้อๆ ฉันไม่ร้องแล้ว”
จางเสวี่ย รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่เพิ่งหยดแหมะลงบนแผงอกของแฟนหนุ่ม
“เสี่ยวเสวี่ย เยวี่ยฉินเป็นคนโทรเรียกให้ผมมาหาคุณน่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน เว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่อ “เรื่องในอดีต ผมไม่อยากจะพูดถึงมันอีกแล้ว เราจะลืมเรื่องทุกอย่างในอดีตให้หมด... รวมถึงเรื่องแปดปีนั้นด้วย
ให้เริ่มนับหนึ่งใหม่ ตอนนี้สำหรับผม คุณสำคัญสู้เยวี่ยฉินไม่ได้ด้วยซ้ำ... รับเรื่องนี้ได้ไหมล่ะ”
“ฉีอัน ฉันรับได้ค่ะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ฉันจะไม่พูดถึงอดีตอีกแล้ว”
จางเสวี่ย ดีใจจนเนื้อเต้น เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะยังมีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
เธอเคยเห็นสองสาวฝาแฝดมากับตาตัวเอง แล้วไหนจะบรรดาผู้หญิงที่ หลี่ เยวี่ยฉิน เล่าให้ฟังอีก มีคนไหนบ้างที่ไม่ดีกว่าเธอเป็นร้อยเป็นพันเท่า
ขนาด หลี่ เยวี่ยฉิน เองก็ยังยอมอยู่เคียงข้าง ฮั่ว ฉีอัน แบบไม่เรียกร้องอะไรเลย
“อืม! ต่อไปคุณก็ย้ายมาอยู่ที่นี่กับเยวี่ยฉินก็แล้วกัน
แล้วก็เข้ามาทำงานที่บริษัทผมซะ เข้ามาในฐานะพนักงานทั่วไป
ถ้าไม่มีธุระด่วน ห้ามมาวอแวผม
ผมอยากจะมาหาคุณหรืออยากจะนัดคุณเมื่อไหร่ ผมจะเป็นฝ่ายทักไปเอง
เสี่ยวเสวี่ย ผมขอพูดตรงๆ เลยนะ สำหรับคุณ... ผมไม่มีความรู้สึกแบบเมื่อก่อนหลงเหลืออยู่อีกแล้ว และไม่อยากจะนึกถึงอดีตด้วย
ที่ผมมาวันนี้ ก็เพื่อเป็นการสารภาพและบอกลาอดีตอย่างเป็นทางการ
พวกเราไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว ต่อจากนี้จะมีแต่ความสัมพันธ์ที่เรียบง่ายและธรรมดาเท่านั้น”
เขาพูดพลางออกแรงหยิกแก้มหญิงสาวไปทีหนึ่ง เพื่อให้เธอหลาบจำ
ทันทีที่เจอกัน เขาก็สแกนสเตตัสของ จางเสวี่ย แล้ว เงินที่เขาเคยให้ไปมันยังอยู่ครบ แถมยังงอกเงยขึ้นมาอีกต่างหาก ส่วนประสบการณ์ก็ยังหยุดอยู่ที่เลข 1 ไม่เปลี่ยนแปลง
“อื้อๆ! ฉีอัน ฉันจะเป็นเด็กดีค่ะ ฉันจะเชื่อฟังคุณทุกอย่างเลย”
จางเสวี่ย สวมกอดเอวแฟนหนุ่มไว้แน่น
แต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกภาพตรงหน้าเบลอไปชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีเธอก็โดนจับกดลงไปอยู่ใต้ร่างเขาซะแล้ว
“เสี่ยวเสวี่ย ทำไมคุณ... ถึงฟิตขนาดนี้ล่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน แอบประหลาดใจนิดหน่อย ไม่นึกเลยว่าเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ จางเสวี่ย จะยังฟิตกระชับเหมือนเดิมเป๊ะ
“ฉีอัน ฉันมีแค่คุณคนเดียวมาตลอดนะ ฉันไม่เคยมีคนอื่นเลย
ที่คุณไม่ได้ใช้งานมาตั้งนาน มันก็เลยกลับมา... ฟิตกระชับเหมือนเดิมไงคะ”
จางเสวี่ย โอบสองขารัดเอวเขาไว้แน่นขึ้น รีบอธิบายความรู้สึกให้เขาฟัง เธอไม่เคยนอกใจแฟนหนุ่มเลยจริงๆ
“อืม”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่สนใจอะไรอีก เขาเดินหน้าลุยต่อจนกระทั่ง จางเสวี่ย เริ่มคลายความกังวลและอาการเกร็งลง ถึงยอมหยุดพัก
หลังจากนั้น จางเสวี่ย ก็ฝืนสังขารลุกขึ้นมาช่วยแฟนหนุ่มล้างหน้าแปรงฟันจนเสร็จ แล้วควงแขนเขาเดินลงไปชั้นล่างด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“พี่ฉีอัน เสี่ยวเสวี่ย กับข้าวเสร็จแล้วนะ”
หลี่ เยวี่ยฉิน กลับมาถึงห้องตั้งนานแล้ว แต่เธอไม่ได้เดินขึ้นไปกวนข้างบน เอาแต่นั่งรออยู่เงียบๆ