เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 385 ในบ่อน้ำมันหนาว กอดฉันหน่อยสิ!

ตอนที่ 385 ในบ่อน้ำมันหนาว กอดฉันหน่อยสิ!

ตอนที่ 385 ในบ่อน้ำมันหนาว กอดฉันหน่อยสิ!


ตอนที่ 385 ในบ่อน้ำมันหนาว กอดฉันหน่อยสิ!

“ผมก็รักคุณนะ”

ฮั่ว ฉีอัน เดินตามเข้าไปในครัว พอเห็นวัตถุดิบมากมายที่จัดเตรียมไว้รอ เขาก็ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง

“สามีคะ หิวหรือยังคะ”

เซวีย รั่วอี๋ คิดว่าเมื่อกลางวันพวกเขากินข้าวกันเร็วไปหน่อย

“ไม่หรอก มีคุณอยู่เป็นเพื่อนก็พอแล้ว”

ฮั่ว ฉีอัน สวมกอดเธอจากด้านหลัง

“โอเคค่ะ”

เซวีย รั่วอี๋ ชอบให้เขาอ้อนแบบนี้ที่สุดเลย

“รั่วอี๋ ทำไมผมรู้สึกเหมือนหมู่บ้านนี้ไม่ค่อยมีคนอยู่เลยล่ะ”

ฮั่ว ฉีอัน นึกย้อนไป ตั้งแต่ขับรถเข้ามาในหมู่บ้าน เขายังไม่เจอใครเลยสักคนเดียว หรือว่าเขาคิดมากไปเอง?

“อืม! ตอนนี้คนในหมู่บ้านก็น้อยลงจริงๆ นั่นแหละค่ะ

สามีคะ เห็นไหมคะว่าบ้านฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาของเราไม่มีคนอยู่เลย

จะมีคนกลับมาอยู่ก็แค่ช่วงตรุษจีนเท่านั้นแหละค่ะ

แถมบ้านในหมู่บ้านนี้ก็ไม่ได้สร้างกระจุกรวมกันด้วย...”

เซวีย รั่วอี๋ เล่าสภาพของหมู่บ้านให้ฟัง

“คุณกำลังจะบอกว่า บ้านทางซ้ายกับขวานั่นเป็นบ้านร้างงั้นเหรอ”

ฮั่ว ฉีอัน มองออกไปนอกลานบ้าน เห็นต้นไม้แก่ๆ กับเถาวัลย์แห้ง...

“ใช่ค่ะ ไม่มีคนอยู่หรอก เงียบสงบดีใช่ไหมคะ จะออกไปล่าของป่า(จัดเอาท์ดอร์)อีกสักรอบไหม”

เซวีย รั่วอี๋ อยากจะเอาใจสามีให้เต็มที่ สนองความชอบลองของแปลกของเขา

“มะ... ไม่ต้องหรอก อยู่ในบ้านนี่แหละดีแล้ว”

ฮั่ว ฉีอัน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าน่าจะพา เจี่ยน ซีรั่ว มาด้วย ในเมื่อหมู่บ้านมันไม่มีคน ก็ไม่ต้องกลัวใครจะมานินทานี่นา

และเขาก็แอบคิดในใจว่า ทีหลังไม่ต้องมาจัดงานแต่งในที่กันดารขนาดนี้แล้วก็ได้ มันไม่ค่อยจะสะดวกเอาซะเลย

“สามีคะ งั้นเราเข้าไปในห้องกันเถอะค่ะ”

เซวีย รั่วอี๋ จูงมือแฟนหนุ่มเดินกลับไปที่ห้องโถงกลาง

พอเข้ามาในห้องโถง ฮั่ว ฉีอัน ก็มองเห็นหุ่นไม้ทาสีตัวเล็กๆ ที่วางอยู่บนแผ่นไม้บนกำแพงอีกครั้ง เขาลอบกลืนน้ำลายเอื้อก

ยังไม่ทันได้สังเกตอะไรมาก ก็โดนแฟนสาวลากเข้าห้องหอไปซะก่อน

พอเข้าห้องปุ๊บ เซวีย รั่วอี๋ ก็โผเข้ากอดแล้วประกบจูบทันที

แต่ดูเหมือน ฮั่ว ฉีอัน จะไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่

แต่ก็นะ ในเมื่อแฟนสาวต้องการ เขาก็ได้แต่ฝืนปลุกอารมณ์ตัวเองขึ้นมาตอบสนอง

เสร็จกิจ เขาก็ล้มตัวลงนอนแผ่หรา

เซวีย รั่วอี๋ เดินไปยกกะละมังน้ำอุ่นมาช่วยเช็ดเหงื่อให้

“สามีคะ คุณนอนพักก่อน เดี๋ยวถ้าถึงเวลากินข้าวแล้วฉันจะมาเรียกค่ะ”

เธอก้มลงจูบหน้าผากเขาเบาๆ

“อืม!”

ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกง่วงจริงๆ สงสัยจะเป็นผลกระทบจากศึกหนักกับ หนิง อี๋ซี และกู้เยี่ยน เมื่อคืน

ขอแค่ได้งีบสักตื่น อาการเบลอๆ น่าจะหายเป็นปลิดทิ้ง

“นอนเถอะค่ะ”

เซวีย รั่วอี๋ ตบหลังเขากล่อมเบาๆ ไม่นานแฟนหนุ่มก็หลับสนิท

เธอยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ตรงไปที่กำแพงด้านในของห้องโถงกลาง ยืนประจันหน้ากับหุ่นไม้ทาสีบนหิ้ง พนมมือไหว้พลางพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์

ผ่านไปพักใหญ่ เซวีย รั่วอี๋ ก็เดินออกจากห้องโถงตรงไปยังคอกสัตว์ฝั่งขวาของบ้าน

ทันใดนั้นก็มีเสียงไก่ร้องดังลั่น ตามมาด้วยเสียงกระพือปีกสองสามทีก่อนจะเงียบกริบไป

ภายในห้อง ฮั่ว ฉีอัน จู่ๆ ก็นอนกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก

เลือด... มีหยดเลือดร่วงหล่นลงมา หยดแล้วหยดเล่า ตกลงไปในชามสีขาวที่มีน้ำอยู่ จนน้ำในชามค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน...

“ฉีอัน ฮั่ว ฉีอัน ตื่นสิ รีบตื่นเร็ว อย่ามัวแต่นอนสิ ฮิๆ...”

“ฮิๆ ฮั่ว ฉีอัน ลุกมาเล่นกับฉันสิ ฉันน่าสงสารมากเลยนะ ในบ่อน้ำมันหนาวมาก กอดฉันหน่อยสิ...”

“ฮั่ว ฉีอัน ฉันจะปิดตาคุณไว้นะ ลองทายสิว่าฉันเป็นใคร ยังจำ ‘สี่เอ๋อร์’ ได้ไหม...”

……………………………

“สามีคะ สามี ตื่นสิคะ”

เซวีย รั่วอี๋ เห็นเขาปลุกไม่ตื่น ก็เลยเอื้อมมือไปเขย่าตัว แถมยังบีบจมูกเขาด้วย ในที่สุดเขาก็ยอมลืมตาขึ้นมา

“ซู่เฟิน”

ฮั่ว ฉีอัน คว้ามือแฟนสาวไว้แน่น

“สามีคะ คุณฝันร้ายเหรอคะ นอนเหงื่อแตกเต็มหน้าผากเลย”

เซวีย รั่วอี๋ ใช้มืออีกข้างถือผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดหน้าให้เขา

“สงสัยจะใช่นะ จำไม่ได้แล้วว่าฝันเห็นอะไร

รั่วอี๋ กี่โมงแล้วเนี่ย”

ฮั่ว ฉีอัน ดึงสติกลับมาได้เต็มที่ แฟนสาวของเขาเปลี่ยนชื่อแล้วนี่นา ตอนนี้เธอชื่อ เซวีย รั่วอี๋ ไม่ใช่ เซวีย ซู่เฟิน แล้ว

“หกโมงกว่าแล้วล่ะค่ะ พ่อกับแม่กลับมาแล้ว กำลังง่วนอยู่ในครัวเลย สามีรีบลุกไปล้างหน้าล้างตาเถอะ เดี๋ยวก็ได้กินข้าวแล้ว”

เซวีย รั่วอี๋ ช่วยประคองแฟนหนุ่มให้ลุกขึ้นนั่ง

“โอเคครับ”

ฮั่ว ฉีอัน นั่งอยู่ริมเตียง ปล่อยให้แฟนสาวช่วยสวมเสื้อโค้ต กางเกง แล้วก็ใส่รองเท้าแตะให้เสร็จสรรพ

รองเท้าแตะคู่นี้เป็นของใหม่ที่พกมาด้วย

พอเดินออกจากห้องมาที่ห้องโถงกลาง

เขาก็เหลือบไปเห็นหุ่นไม้ทาสีตัวนั้นอีกรอบ คราวนี้อดรนทนไม่ไหว ต้องถามออกไปตรงๆ “รั่วอี๋ ของที่อยู่บนกำแพงนั่นมันคืออะไรเหรอ”

“สามีคะ อย่าไปพูดซี้ซั้วถึงท่านสิคะ”

เซวีย รั่วอี๋ รีบยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากแฟนหนุ่มเบาๆ

ฮั่ว ฉีอัน เบิกตากว้าง ขนลุกเกรียวไปทั้งหัว หรือว่าเดินริมน้ำบ่อยๆ ก็ต้องมีเปียกกันบ้าง...

เซวีย รั่วอี๋ รีบอธิบาย “สามีคะ ขอโทษทีค่ะ นั่นคือรูปปั้นเซียนน้อย(1) บริวารของเจ้าแม่กวนอิมค่ะ ตอนเด็กๆ พ่อกับแม่ไปขอมาจากแม่หมอให้ช่วยคุ้มครองให้ฉันแคล้วคลาดปลอดภัย

ทุกครั้งที่ฉันออกจากบ้านหรือกลับมาถึงบ้าน ฉันก็จะไปสวดมนต์ไหว้ขอพรท่านเสมอ...”

“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

ฮั่ว ฉีอัน โล่งอก ที่แท้เขาก็คิดมากไปเอง หุ่นไม้ทาสีตัวนี้มีที่มาที่ไป ไม่ใช่ของสยองขวัญอย่างที่เขาคิดซะหน่อย

“อื้อๆ! สามีคะ คุณไม่เคยใช้ชีวิตในชนบทก็เลยไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ไม่พูดจาลบหลู่ก็พอ ท่านไม่ถือสาหรอกค่ะ”

เซวีย รั่วอี๋ ลังเลอยู่นิดหน่อย ก่อนจะถามต่อ “สามีคะ คุณจะมองว่าฉันงมงายไหม”

“ไม่หรอก นี่มันเป็นความเชื่อตามประเพณีดั้งเดิมนี่นา”

ฮั่ว ฉีอัน อารมณ์ดีขึ้นทันตา อธิบายเคลียร์ก็จบเรื่องแล้ว

“อื้อๆ!”

เซวีย รั่วอี๋ จูงมือแฟนหนุ่มเดินออกจากบ้าน รู้ว่าเขาขี้อ้อน เธอก็ต้องคอยจับมือไว้ตลอด

พอเดินออกมาถึงลานบ้าน จู่ๆ ฮั่ว ฉีอัน ก็ตาค้าง เห็นรอยเลือดแดงฉานอยู่ตรงมุมลานบ้านฝั่งขวา หัวใจเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที

“รั่วอี๋ นั่นมันอะไรกัน ทำไมถึงมี...”

เขาแทบจะพูดไม่ออก

“อ๋อ! เลือดไก่น่ะค่ะ สามีคะ หลังจากที่คุณหลับไป ฉันก็ไปจับไก่มาเชือดตุ๋นหม้อใหญ่เลย ใส่ตังเซียมที่แม่ไปขุดมาจากบนเขาด้วย จะได้บำรุงกำลังให้คุณไง”

เซวีย รั่วอี๋ รู้สึกว่าแฟนหนุ่มดูอ่อนเพลียนิดๆ ถึงเรี่ยวแรงจะไม่ได้ตก แต่ก็นอนเหงื่อแตกพลั่ก แถมยังดูเหม่อลอยอีก ต้องเป็นเพราะพวกนางจิ้งจอกไร้ยางอายพวกนั้นแน่ๆ ที่ไม่รู้จักพอจนสูบพลังสามีเธอไปหมด

ช่วงนี้เธอต้องขุนสามีให้กลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิมให้ได้

“อ้อ บำรุงหน่อยก็ดีเหมือนกัน”

ฮั่ว ฉีอัน ยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง ก็ไม่ได้มีไข้นี่นา

เขาคิดทบทวนดู อาการแบบนี้เขาน่าจะไม่สบายแหงๆ แต่เดี๋ยวระบบคงจะทำงานช่วยฟื้นฟูเอง ขอแค่พักผ่อนเยอะๆ ก็คงกลับมาปกติได้แหละน่า

แต่การกินของบำรุงมันก็ไม่ผิด ใครกล้าบอกล่ะว่าซุปไก่ไม่มีประโยชน์?

“ลูกเขย ตื่นแล้วเรอะ”

จู่ๆ ก็มีเสียงทักทายดังขึ้น

หญิงวัยกลางคนสวมผ้ากันเปื้อนเดินออกมาจากห้องครัวฝั่งซ้าย

ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ก็แค่หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ ดูคล้ายๆ แม่ของ เซี่ยเถา ด้วยซ้ำ

ฮั่ว ฉีอัน เปิดระบบสแกนดู ไม่ได้ตั้งใจจะดูสเตตัสหรอก แค่อยากเช็กให้ชัวร์ว่า ‘มองเห็น’ จริงๆ ใช่ไหม

อืม เยี่ยมไปเลย ค่าประสบการณ์ 1 (สุขภาพดี)

“สวัสดีครับคุณป้า”

เขาปรับตัวเข้ากับวิถีชาวบ้านได้รวดเร็ว ไม่ได้เรียกคุณน้าหรือคุณอาให้ดูห่างเหิน

“จ้า! ลูกเขย ล้างหน้าล้างตาเสร็จก็มากินข้าวกันเลยนะ”

ระหว่างที่หญิงคนนั้นกำลังพูด ก็มีชายวัยกลางคนอีกคนเดินตามออกมาจากห้องครัว

เซวีย รั่วอี๋ รีบบอก “ฉีอัน นี่พ่อฉันเองค่ะ”

“สวัสดีครับคุณลุง”

ฮั่ว ฉีอัน มองพ่อของ เซวีย รั่วอี๋ รูปร่างหน้าตาดูซื่อๆ ผิวคล้ำแดด ดูเป็นชาวนาผู้รักสงบ

“อืม! สวัสดีลูกเขย”

พ่อของ เซวีย รั่วอี๋ เป็นคนพูดน้อย ทักทายเสร็จก็ยิ้มแป้นอย่างเดียว

ก่อนจะโดนภรรยาลากกลับเข้าไปช่วยงานในครัวต่อ

เซวีย รั่วอี๋ เดินไปหยิบกระติกน้ำมารินน้ำอุ่นให้

ฮั่ว ฉีอัน ล้างหน้าล้างตาเสร็จ อาการเบลอก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ไม่นานกับข้าวก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะในห้องโถงกลาง

“ลูกเขย ไม่ได้มีกับข้าวหรูหราอะไรนะ กินกันตามมีตามเกิดเถอะลูก”

แม่เซวียเอ่ยปากชวน ซึ่งก็เป็นคำพูดถ่อมตัวตามมารยาทนั่นแหละ

“คุณป้าครับ กับข้าวตั้งเยอะแยะขนาดนี้”

ฮั่ว ฉีอัน มองดูอาหารบนโต๊ะ มีทั้งไก่ตุ๋นตังเซียม, หมูสามชั้นผัดต้นกระเทียม, ไส้กรอกหมูหั่นชิ้น, ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว, เต้าหู้ทรงเครื่อง, หมูผัดขึ้นฉ่าย, เครื่องในไก่ผัดพริกดอง แล้วก็มีผักบุ้งผัดอีกจานนึง อลังการจะตายไป

“ฉีอัน ซดน้ำซุปก่อนสิคะ”

เซวีย รั่วอี๋ ตักซุปไก่เข้มข้นใส่ถ้วยส่งให้แฟนหนุ่มเป็นคนแรก

“ขอบคุณครับ”

ฮั่ว ฉีอัน รับถ้วยมาซดไปอึกหนึ่ง กลิ่นหอมของไก่ต้มผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อมชื่นใจ ซดแล้วรู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที

……………………………

(1)[เซียนน้อย (童子菩萨) – พระโพธิสัตว์ในร่างเด็ก หมายถึงรูปเคารพหรือองค์บริวารในลักษณะเด็กชาย–เด็กหญิงที่ปรนนิบัติหรือติดตามพระโพธิสัตว์ โดยในความเชื่อพื้นบ้านจีนมักพบเป็นบริวารของเจ้าแม่กวนอิม ใช้เป็นเครื่องรางหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อคุ้มครองเด็กให้เติบโตอย่างปลอดภัยและแคล้วคลาดจากอันตราย]

จบบทที่ ตอนที่ 385 ในบ่อน้ำมันหนาว กอดฉันหน่อยสิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว