- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 379 อาคารสำนักงานระดับท็อป!
ตอนที่ 379 อาคารสำนักงานระดับท็อป!
ตอนที่ 379 อาคารสำนักงานระดับท็อป!
ตอนที่ 379 อาคารสำนักงานระดับท็อป!
ฮั่ว ฉีอัน ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป “หนูเป็นลูกสาวครูหานใช่ไหม ส่งเรซูเมมาให้ผมหน่อยสิ แล้วก็ระบุช่วงเวลาปิดเทอม กับเวลาที่อยากจะทำงานพาร์ตไทม์มาด้วยนะ”
ไป๋ อวี่ถิง: “ได้ค่ะคุณฮั่ว เดี๋ยวค่ำๆ หนูส่งเรซูเมไปให้นะคะ”
ฮั่ว ฉีอัน: “อืม! อย่างช้าที่สุดมะรืนนี้ผมจะให้คำตอบนะ”
ไป๋ อวี่ถิง: “ขอบคุณมากค่ะ!”
ตอบเสร็จ ฮั่ว ฉีอัน ก็กดปิดอินเทอร์เน็ตมือถือ แล้วเสียบสายชาร์จทิ้งไว้
ที่ต้องปิดเน็ตก็เพื่อจะได้ไม่มีข้อความเด้งมารบกวน แต่ก็ยังรับสายโทรศัพท์ได้ตามปกติ
จากนั้นเขาก็หยิบชุดนอนเดินไปอาบน้ำ
………………………………
วันรุ่งขึ้น!
ฮั่ว ฉีอัน และสองสาวพี่น้องอยู่บ้านกันพร้อมหน้า
ตอนแรกกะว่าจะกินมื้อเที่ยงกันเงียบๆ แล้วค่อยเดินทางกลับหรงเฉิง
ใครจะไปคิดล่ะว่าตั้งแต่เก้าโมงเช้า ญาติพี่น้องก็แห่กันมาเยี่ยมไม่ขาดสาย
แถมแต่ละคนก็หอบของฝากติดไม้ติดมือมาด้วย
พ่อซางกับแม่ซางจะห้ามก็ห้ามไม่อยู่
สุดท้ายได้นมกล่องมาตั้งยี่สิบกว่าลัง นี่ยังไม่นับรวมของอย่างอื่นอีกนะเนี่ย
กินให้หมดอายุไปเลยก็คงกินไม่ทันหรอกมั้ง
พอถึงเวลาที่ ฮั่ว ฉีอัน ต้องกลับ ของฝากก็อัดแน่นเต็มท้ายรถไปหมด
“ฉีอัน เอาของพวกนี้ไปไว้ที่บ้านใหม่เลยนะ ถึงเวลาเราก็ต้องย้ายบ้านอยู่ดี”
ซาง จื่อซี ไม่ได้บ่นรำคาญข้าวของพวกนี้เลย
ต่อให้ตอนนี้พวกเธอจะรวยแล้ว และฮั่ว ฉีอัน ก็เป็นถึงอภิมหาเศรษฐี แต่การใช้ชีวิตก็ยังต้องติดดินและเห็นคุณค่าของน้ำใจคนอยู่ดี
“โอเค งั้นเดี๋ยวผมแวะไปรับลี่ลี่กับซิวเหยียนก่อนนะ”
ฮั่ว ฉีอัน ขับรถออกไป ไม่นานก็ไปสมทบกับ สวี เสี่ยวลี่ และสวี่ ซิวเหยียน
รถสองคัน ผู้โดยสารห้าคน กับการเดินทางสี่ชั่วโมง ถือว่าไม่น่าเบื่อเลย
พอถึงหรงเฉิง ก็แวะกินข้าวด้วยกัน
“ซีซี อวิ้นอวิ้น เดี๋ยวผมไปส่งเลขาฯ สวีกับซิวเหยียนก่อนนะ คืนนี้ผมต้องแวะไปโรงพยาบาลน่ะ”
รอบนี้เขาปลีกตัวออกมาตั้งสามวัน กลางเดือนก็มีทริปไปทำงานต่างจังหวัดอีก
พอกลับมาถึงหรงเฉิง ก็มีธุระปะปังรอให้จัดการเพียบ
โลกของผู้ใหญ่นี่ไม่มีคำว่าง่ายเลยจริงๆ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว
“ฝากทักทายฉินเยี่ยนแทนฉันด้วยนะคะ ไว้วันหลังฉันจะแวะไปเยี่ยมเธอค่ะ”
ซาง จื่อซี รู้สถานการณ์ของ ฉินเยี่ยน ดี รอให้พ้นช่วงนี้ไป ทุกอย่างก็คงดีขึ้นเอง
“อืม!”
ฮั่ว ฉีอัน รวบตัวสองพี่น้องเข้ามากอดพร้อมกัน ก่อนจะบอกลากัน
สองสาวพี่น้องขับรถมุ่งหน้าไปบ้านใหม่
ส่วนเขาขับ Cullinan พา สวี เสี่ยวลี่ กับสวี่ ซิวเหยียน ไปส่งที่วิทยาลัยการบินแล้วก็แยกย้าย
ทั้งสองสาวรูดซิปปากเงียบกริบ ไม่เล่าเรื่องทริปต๋าเซี่ยนให้ หาน ไฉ่หลิง กับซูชิง ฟังเลย
กริ๊งๆๆ!
ระหว่างขับรถ จู่ๆ ก็มีสายเรียกเข้าจาก เฉียว หมิ่นจิ้ง
“คุณฮั่วคะ ตอนนี้สะดวกคุยไหมคะ พอดีมีอาคารสำนักงานทำเลทองประกาศขายเหมาตึกน่ะค่ะ คุณฮั่วสนใจไหมคะ”
เฉียว หมิ่นจิ้ง คอยสอดส่องหาอสังหาฯ เกรดพรีเมียมให้เขามาตลอด พอเจอของดีเข้าก็เลยรีบโทรมาแจ้งทันที
“ตึกออฟฟิศเหรอ อยู่แถวไหนล่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน ตีไฟเลี้ยวจอดเทียบข้างทาง
“อยู่โซนธุรกิจใจกลางเขตใต้ ถนนเทียนฝู่สายสามค่ะ เป็นตึกออฟฟิศสร้างใหม่ เพิ่งตกแต่งภายในเสร็จหมาดๆ
ตึกนี้สร้างด้วยมาตรฐานอาคารสำนักงานระดับซูเปอร์เกรดเอค่ะ ตอนแรกบริษัทสุราฉวนจิ่วสร้างไว้เพื่อเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่”
เฉียว หมิ่นจิ้ง อธิบายต่อ “แต่ช่วงสองปีมานี้ ธุรกิจสุราซบเซาหนัก บริษัทฉวนจิ่วก็เลยเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ตอนนี้ธุรกิจหลักกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง แล้วก็มีผู้สอบบัญชีเข้าไปตรวจแล้วด้วย
ตึกใหม่ตึกนี้ก็เลยติดจำนองเป็นหนี้ก้อนโตกับทางธนาคารของเราน่ะค่ะ...
ถ้าคุณฮั่วสนใจ ก็สามารถยื่นเรื่องผ่านช่องทางภายในของธนาคารเพื่อซื้อตึกนี้มาครอบครองได้เลยนะคะ”
“ราคาเท่าไหร่ พื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้สนใจหรอกว่าคำถามจะตรงจุดหรือเปล่า ในเมื่อเขาเป็นคนจ่ายเงิน อยากรู้อะไรก็ถามได้ทั้งนั้น
เฉียว หมิ่นจิ้ง รีบตอบทันที “พื้นที่โครงการเกือบสองหมื่นตารางเมตร ตัวตึกสูงสี่สิบห้าชั้น หักพื้นที่ส่วนกลางแล้ว มีพื้นที่ใช้สอยจริงเกือบหนึ่งแสนสี่หมื่นตารางเมตร เฉลี่ยชั้นละสามพันกว่าตารางเมตรเลยนะคะ
แถมยังมีคอมมูนิตี้มอลล์สี่ชั้นพ่วงมาด้วย ขายเหมาไปเลยค่ะ รวมแล้วน่าจะตกอยู่ที่สองพันสองร้อยล้านหยวน
ถ้าคุณฮั่วสนใจ ตอนปิดดีล ธนาคารสามารถลดให้ได้อีกสิบล้านหยวนเลยค่ะ”
“น้องเฉียว แล้วคุณคิดว่าผมควรจะซื้อไหมล่ะ”
ก่อนหน้านี้ที่ ฮั่ว ฉีอัน ถามหาตึกออฟฟิศ ก็เพราะอยากได้สำนักงานใหญ่ของบริษัทนี่แหละ จะให้เช่าอยู่แค่ไม่กี่ชั้นแบบนั้นมันก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
ในเมื่อตั้งใจจะสร้างบริษัทให้เป็นรากฐานของครอบครัวใหญ่ สถานที่ทำงานก็ต้องจัดเต็มให้ดูดีมีระดับไปเลยสิ
เขาลองกะระยะทางดู ถ้าซื้อตึกนี้ มันจะห่างจากหมู่บ้านวิลล่าที่เขาเล็งไว้เมื่อวานไกลแค่ไหนนะ
อืม ถ้ารถไม่ติดก็ขับรถประมาณยี่สิบนาที
ถ้าออกจากบ้านเช่าชานเมืองฝั่งตะวันออก ก็น่าจะใช้เวลาประมาณสามสิบห้านาที
แต่ถ้าวันไหนรถโล่ง ขับฉิวๆ ก็น่าจะย่นเหลือยี่สิบกว่านาทีได้
แต่พอเข้าเขตใต้ รถจะเริ่มติด ติดไฟแดงไม่กี่แยกก็อาจจะเสียเวลาไปเป็นสิบนาทีแล้ว
แต่ก็นะ ถ้าเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วนได้ก็ไม่มีปัญหาหรอก
“คุณฮั่วคะ ในมุมมองของฉัน ฉันแนะนำให้ซื้อค่ะ
ตึกนี้เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ใบอนุญาตทุกอย่างครบถ้วน ผ่านการตรวจสอบโครงสร้างแล้วด้วย
งานตกแต่งภายในกับงานจัดสวนข้างล่างก็เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ถ้าซื้อมา ไม่ว่าจะใช้เองหรือปล่อยเช่าก็พร้อมใช้งานได้ทันทีเลยค่ะ
ถึงราคาตอนนี้จะไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงขาลงแล้วค่ะ
ทำเลก็สุดยอดมาก ต่อให้ราคาปล่อยเช่าจะไม่ถูก แต่ก็หาคนเช่าได้ง่ายแน่นอนค่ะ...
อีกอย่าง ตึกนี้ตั้งอยู่ตรงจุดที่โดดเด่นมาก ถ้าคุณฮั่วซื้อไว้ มันจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของบริษัทฮั่วกรุ๊ปได้มหาศาลเลยล่ะค่ะ...”
เฉียว หมิ่นจิ้ง ทำการบ้านมาอย่างดี ถึงกล้าแนะนำ
และมันก็เป็นทรัพย์สินเกรดพรีเมียมจริงๆ นั่นแหละ ถ้า ฮั่ว ฉีอัน ไม่สนใจ ไม่เกินช่วงก่อนหรือหลังปีใหม่นี้ ก็คงมีกลุ่มทุนอื่นโฉบไปกินแน่นอน
“โอเค ผมสนใจ จะเข้าไปดูสถานที่ได้เมื่อไหร่ล่ะ
ผมจะได้นัดให้ทีมงานเข้าไปดูด้วยกัน”
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกว่าเข้าท่าดี
ก่อนหน้านี้เคยคิดอยากจะประมูลที่ดินมาสร้างตึกเอง แต่มันใช้เวลานานเกินไป
“คุณฮั่วคะ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันล็อกตึกนี้ไว้ให้คุณในระบบก่อนเลยนะคะ ไม่ต้องวางเงินมัดจำด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องดูสถานที่ เข้าไปดูได้เลย
แต่ช่วงค่ำๆ แบบนี้อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เพราะระบบไฟกับความปลอดภัยอาจจะยังไม่เรียบร้อย
คงเดินดูได้แค่รอบๆ กับชั้นล่างสุดคะ
ถ้าจะขึ้นไปดูชั้นบน คงต้องรอเป็นพรุ่งนี้กลางวันค่ะ”
เฉียว หมิ่นจิ้ง พูดตามหลักการ ถึงตึกจะผ่านการตรวจสอบแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการนี่นา
“ได้ งั้นคืนนี้ผมจะเข้าไปดูทำเลคร่าวๆ ก่อน...
อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันนะ
ถ้าถูกใจ พรุ่งนี้กลางวันค่อยมาดูรายละเอียดอีกที แล้วค่อยตัดสินใจกัน”
ฮั่ว ฉีอัน วางสายปุ๊บ ก็ต่อสายหา ซาง จื่ออวิ้น ทันที
“ฉีอัน ฉันกับซีซียังอยู่ที่บ้านใหม่อยู่เลย”
ซาง จื่ออวิ้น ถูกใจบ้านใหม่หลังนี้มาก ขนของเข้าบ้านแล้วก็ยังไม่อยากรีบกลับ เลยช่วยน้องสาวทำความสะอาดบ้านไปพลางๆ ตรงขอบหน้าต่างมีฝุ่นเกาะนิดหน่อย
ซาง จื่อซี ก็อยู่ข้างๆ พอได้ยินพี่สาวคุยกับแฟนหนุ่ม ก็เดาว่าเขาคงโทรมาเช็กด้วยความเป็นห่วงล่ะมั้ง
“อวิ้นอวิ้น เปิดสปีกเกอร์โฟนหน่อย ผมมีเรื่องงานจะคุยด้วย”
ฮั่ว ฉีอัน ลงจากรถ จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบพลางใช้ความคิด
“ได้ค่ะ เปิดแล้ว ซีซีก็อยู่ตรงนี้นะคะ”
ซาง จื่ออวิ้น ยังนึกไม่ออกว่าเขามีเรื่องอะไร
“คืออย่างนี้นะ มีอาคารสำนักงานตึกนึงประกาศขายอยู่แถวเขตใต้...”
ฮั่ว ฉีอัน อธิบายรายละเอียดคร่าวๆ “ผมเพิ่งนัดจะเข้าไปดูสถานที่อีกหนึ่งชั่วโมงน่ะ เดี๋ยวจะส่งโลเคชันไปให้นะ
พวกคุณกะเวลาแล้วก็ขับรถตามไปเจอกันที่นั่นเลย เดี๋ยวผมต้องโทรตาม ถัง เยียนหราน กับคนอื่นๆ ด้วย
สถานที่ทำงานที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน ก็ควรไปช่วยกันดูหน่อยสิ”
“ได้เลยค่ะ”
หัวใจของ ซาง จื่ออวิ้น เต้นรัว ไม่คิดเลยว่าเขาจะเตรียมซื้ออาคารสำนักงานใหญ่ระดับนี้ แถมยังอยู่ตั้งเขตใต้ด้วย
แต่สิ่งที่ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาจริงๆ คือเขาโทรหาเธอเป็นคนแรก
“ฉีอัน งั้นเดี๋ยวฉันกับพี่จะรีบขับรถตามไปนะคะ”
ซาง จื่อซี ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“อืม! เดี๋ยวเจอกัน”
ฮั่ว ฉีอัน วางสาย แล้วก็ไล่โทรหา ถัง เยียนหราน ลั่วซวง เฉิง เสี่ยวถง
ปิดท้ายด้วย จ้าว ชิงม่าน รวมถึง หนิง อี๋ซี กับกู้เยี่ยน...
ตอนนี้เขาอยู่แถวชานเมืองฝั่งตะวันออก จะให้วนกลับไปรับใครก็เสียเวลา ขับรถยิงยาวไปเจอกันที่เขตใต้เลยสะดวกกว่า
กริ๊งๆๆ!
“คุณฮั่วคะ”
หวัง เหมิงเคอ รับสายด้วยความประหลาดใจ
ฮั่ว ฉีอัน เปิดบทสนทนาทันที “เหมิงเคอ เดี๋ยวผมจะส่งโลเคชันให้ คุณตามไปเจอกันที่นั่นเลยนะ”
“ได้ค่ะคุณฮั่ว ขอถามได้ไหมคะว่าเป็นเรื่องอะไร”
หวัง เหมิงเคอ พูดพลางลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า เตรียมจะหาชุดสวยๆ ใส่
“แถวถนนเทียนฝู่สายสามมีอาคารสำนักงานระดับซูเปอร์เกรดเอขายเหมาตึกอยู่น่ะ ผมเลยนัดทุกคนไปช่วยกันดู ถ้าถูกใจก็จะซื้อไว้เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทเลย
ในฐานะผู้ช่วยของผมที่ดูแลพื้นที่เขตใต้ คุณก็ควรจะไปอยู่ที่นั่นด้วยนะ”
ที่เขาเรียก หวัง เหมิงเคอ มา ก็มีเป้าหมายแฝงอยู่เหมือนกัน
“คุณฮั่วคะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
หวัง เหมิงเคอ รู้สึกเหมือนสถานะตัวเองยกระดับขึ้นยังไงไม่รู้ เมื่อก่อนคุยกันแค่เรื่องคอนโดราคาไม่กี่ล้าน แต่ตอนนี้ดันขยับมาคุยเรื่องซื้อตึกออฟฟิศระดับท็อปซะแล้ว
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ผมยังอยู่แถวเขตตะวันออกอยู่เลย
เดี๋ยวผมส่งพิกัดให้ อีกเดี๋ยวก็จะมีผู้บริหารของบริษัทตามไปสมทบ คุณขับตามไปเจอกันที่นั่นเลยแล้วกันนะ”
ฮั่ว ฉีอัน เห็นแวว หวัง เหมิงเคอ มานานแล้ว เธออุตส่าห์ช่วยชี้เป้าแนะนำ จ่าน เซวียนเตี๋ย แล้วก็สองสาวฝาแฝดให้เขาด้วย
“ขอบคุณค่ะคุณฮั่ว”
หวัง เหมิงเคอ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “คุณฮั่วคะ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลั่ว ซู่หยาคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ”
เธอแอบไปสืบมาทางอ้อมน่ะ
“อืม! ช่วงนี้ผมยุ่งๆ น่ะ ยังไม่ค่อยมีเวลาสานสัมพันธ์ต่อเลย”
เขาพูดความจริงออกไปไม่ได้หรอก
ถ้าแยกสองสาวฝาแฝดออกจากกัน เขาก็คงไม่ต้องมานั่งเหนื่อยใจแบบนี้หรอก
แต่ประเด็นคือสองสาวฝาแฝดต้องอยู่ด้วยกันถึงจะมีคะแนนบัฟให้
เขาเลยคิดว่า ถ้ารวบหัวรวบหางทีเดียวพร้อมกันไปเลย น่าจะเวิร์กกว่า
ขืนแยกจีบทีละคน พอคะแนนความชอบแตะหกเจ็ดสิบแต้ม แล้วค่อยเปลี่ยนเป้าหมายไปจีบอีกคน มันจะยิ่งวุ่นวายเอาน่ะสิ
“คุณฮั่วคะ เดี๋ยวฉันจะช่วยติดตามความคืบหน้าให้นะคะ”
หวัง เหมิงเคอ คอยติดตามเรื่องนี้มาตลอด เพียงแต่ช่วงหลังๆ มานี้ เธอทุ่มเทเวลาไปกับการสอดส่องหาญาติพี่น้องที่ดูเข้าตามากกว่า
“โอเค แค่นี้ก่อนนะ”
ฮั่ว ฉีอัน ส่งโลเคชันไปให้
บุหรี่ในมือเพิ่งสูบไปได้แค่ครึ่งมวนเอง ยังไม่รีบร้อนหรอก
กริ๊งๆๆ!
จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก
เป็น หาน ไฉ่หลิง นั่นเอง
“ลุงฉันอยู่ไหนแล้วคะ ฉันคิดถึงลุงจังเลย”
หาน ไฉ่หลิง เห็น สวี เสี่ยวลี่ กับสวี่ ซิวเหยียน กลับมาด้วยกัน แถมยังทำตัวลับๆ ล่อๆ ตอบคำถามอึกอัก เธอก็พอจะเดาอะไรออกบ้างแล้ว
“ยังอยู่ชานเมืองฝั่งตะวันออกน่ะ
ไฉ่หลิง อยากออกมาเจอพี่ไหมล่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน ทำตามความรู้สึกตัวเอง ความจริงวันนี้เขาก็ตั้งใจจะนัดไฉ่หลิงมาเจออยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่า สวี เสี่ยวลี่ จะตามไปโผล่ที่ต๋าเซี่ยนด้วย
“อยากเจอสิคะลุง ฉันอยากเจอลุงค่ะ”
หาน ไฉ่หลิง คิดถึงแฟนหนุ่มใจแทบขาดแล้ว
“ตอนนี้พี่กำลังจะไปทำธุระที่เขตใต้ เธอไปกับพี่ไหมล่ะ ดึกๆ หรือไม่ก็พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับวิทยาลัย”
เขาก็ช่างมันแล้วเถอะ ยังไงไฉ่หลิงก็ต้องเปิดตัวให้ทุกคนในฮาเร็มรับรู้สักวันอยู่ดี แถมคืนนี้ก็เป็นเรื่องงานด้วย
“ไปสิคะลุง งั้นเดี๋ยวฉันไปรอที่หน้าประตูวิทยาลัยเลยนะคะ
อ๊ะ ไม่สิ รอฉันแป๊บนึงนะคะ”
หาน ไฉ่หลิง ต้องรีบไปเติมหน้า แล้วก็เลือกชุดสวยๆ ใส่ซะหน่อย
“ไม่ต้องรีบหรอก กว่าพี่จะขับรถไปถึงก็อีกพักใหญ่เลยแหละ”
ที่จริงเขาก็จอดรถอยู่ริมถนนแถวนี้แหละ
“อื้อๆ!”
หาน ไฉ่หลิง วางสายปุ๊บก็รีบแต่งตัวเป็นพัลวัน
ฮั่ว ฉีอัน จัดการสร้างแชตกลุ่มใหม่ขึ้นมา ดึงทุกคนที่โทรหาเมื่อกี้เข้ากลุ่มมาให้หมด
ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไป
“@ALL ผมจะพาหาน ไฉ่หลิงไปด้วยนะ เธอยังไม่รู้อะไรเลย เธอกำลังคบออนไลน์อยู่กับผมน่ะ พวกคุณก็ระวังคำพูดกันหน่อยนะ”
นี่ก็ถือเป็นการประกาศสถานะระหว่างเขากับ หาน ไฉ่หลิง ไปในตัว
ถึงจะไม่ได้พูดออกมาจากปากตรงๆ แต่ใช้วิธีนี้ก็ถือว่าชัดเจนแล้วล่ะ
ติ๊ง!
ลั่วซวง: “?? พี่คะ นี่พวกพี่ยังคบออนไลน์กันอยู่อีกเหรอคะ”
ถัง เยียนหราน: “ไฉ่หลิงยังจับโป๊ะไม่ได้อีกเหรอเนี่ย”
เฉิง เสี่ยวถง ไม่ได้ตอบแชต เพราะกำลังขับรถอยู่
ซาง จื่อซี: “หาน ไฉ่หลิงก็จะมาด้วยเหรอคะ ฉีอัน นี่กะจะปกป้องเธอให้ถึงที่สุดเลยใช่ไหมคะเนี่ย”
สำหรับ หาน ไฉ่หลิง แล้ว ซาง จื่อซี ก็พูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน เพราะถ้าไม่มี หาน ไฉ่หลิง เธอคงไม่มีโอกาสได้รู้จักกับ ฮั่ว ฉีอัน หรอก
ตอนนั้นถ้า หาน ไฉ่หลิง ไม่ซื่อบื้อยอมใจอ่อนซะก่อน คนที่ ฮั่ว ฉีอัน ตามจีบก็คงเป็นไฉ่หลิงไปแล้ว
หนิง อี๋ซี: “??? ไปคบออนไลน์กับลูกศิษย์ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่พออ่านข้อความพวกนี้ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ หรือว่าเขาจะปกป้องไฉ่หลิงมากเกินไป หรือพวกสาวๆ ในฮาเร็มต่างก็ช่วยกันปกป้องเธอกันแน่?
เหมือนว่านอกจากอาจารย์หนิงแล้ว ก็ไม่มีใครเคยตั้งใจพูดถึง หาน ไฉ่หลิง ให้เขาฟังเลยนะ
ที่อาจารย์หนิงพูดถึง ก็เพราะเขาเป็นคนเล่าให้ฟังเองนั่นแหละ
แต่ความจริงแล้ว ทุกคนในฮาเร็มก็รู้เรื่อง หาน ไฉ่หลิง กันหมด ดีไม่ดีอาจจะรู้ดีกว่าเขาซะอีก?