เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 9  การเดินทางที่คุ้มค่า

Re-new ตอนที่ 9  การเดินทางที่คุ้มค่า

Re-new ตอนที่ 9  การเดินทางที่คุ้มค่า


ตอนที่ 9  การเดินทางที่คุ้มค่า

หยูเสี่ยวเฉาถูจมูกอย่างอับอายในความไม่รู้ของตัวเอง นางเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมืองบนแผ่นดินใหญ่ก็เลยไม่รู้ถึงอันตรายในทะเล ก็หน้าตามันดูเหมือน ‘เห็ด’ สีขาว ๆ ใส ๆ นี่ แต่กลับมีพิษถึงตายได้เสียอย่างนั้น วันนี้นางได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้ว !

‘ซ่า ! ’ เด็ก ๆ ได้ยินเสียงน้ำสาดกระเซ็นจึงหันไปมอง พวกเขาเห็นหยูไห่เดินขึ้นมาจากน้ำ เขาไม่ได้สวมเสื้อ เผยให้เห็นหน้าอกที่กำยำแข็งแรงของเขา

“เฉาเอ้อร์ เจ้าดูสิว่าพ่อเจออะไร !” หยูไห่ตะโกนพร้อมกับฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวเต็มปาก ทำให้หน้าเขายิ่งดำเข้าไปอีก แต่ผิวสีแทนทำให้เขาดูดีมาก ๆ !

ฉีโตวรีบวิ่งเข้าไปหาและตะโกนว่า “หอยเป๋าฮื้อ ! หอยเป๋าฮื้อนี่ ! ท่านพ่อเจอหอยเป๋าฮื้อด้วยล่ะ !”

เสี่ยวเฉาอยากรู้มากจึงรีบเข้าไปหา นางเห็นหอยสีเขียวเข้มอมน้ำตาลในมือของหยูไห่ แต่ละตัวยาวประมาณ 10 เซนติเมตร นี่หนะรึหอยเป๋าฮื้อที่คนชอบกินกัน ?

“หอยเป๋าฮื้อขนาดใหญ่เช่นนี้ ถ้านำไปขายในเมืองอย่างน้อยก็ได้ 200 - 300 อีแปะ ท่านพ่อได้มา 9 ตัว ถ้าเราขายให้ร้านอาหารใหญ่ ๆ ก็น่าจะได้ 2 - 3 ตำลึงเลยทีเดียว !” หยูเสี่ยวเหลียนก็เดินเข้ามาดูเหมือนกันและร้องออกมาอย่างตกใจ

2 - 3 ตำลึงรึ ? ตามความเข้าใจของเสี่ยวเฉา 2 - 3 ตำลึงนี่สามารถซื้อข้าวขาวชั้นดีได้ 300 – 400 ชั่ง เนื้อหมูชั้นดี 100 ชั่ง ไก่สดอวบอ้วนประมาณ 70 - 80 ตัว... 2 - 3 ตำลึงมากพอจะซื้ออาหารสำหรับ 1 ปีให้ทั้งครอบครัวที่มีคนถึง 10 กว่าคนกินได้เลย

แต่หยูเสี่ยวเฉารู้ประโยชน์ของหอยเป๋าฮื้อดี แผนเดิมของนางจะใช้หอยเป๋าฮื้อบำรุงสุขภาพของครอบครัวนางต้องสะดุดเพราะราคาของมัน

เสี่ยวเฉารู้นิสัยย่าคนใหม่ของนางเป็นอย่างดี ย่าคงจับคนที่บังอาจกินหอยเป๋าฮื้อฉีกเป็นชิ้น ๆ เป็นแน่ ! ถ้าพวกเขาเอามันกลับบ้าน ก็เหมือนโยนเนื้อให้สุนัข ไม่มีทางได้คืนเป็นแน่ !

หยูเสี่ยวเฉาเหลือบมองแล้วทำท่าเหมือนเด็กเอาแต่ใจพร้อมกับถามว่า “ท่านพ่อ ให้ข้าหมดเลย

ได้หรือไม่ ? ”

หยูไห่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “พ่อเคยบอกแล้วมิใช่รึ ถ้าหากเราเจอหอยเป๋าฮื้อ  เราจะเอามันมาทำอาหารบำรุงให้เจ้ากับแม่ของเจ้า วันนี้เราช่างโชคดีเสียจริง ถ้าหากกินไม่หมดเราก็เอามันไปตากแห้งแล้วค่อยกินก็ได้”

หยูฮังกับหยูเสี่ยวเหลียนมองพ่ออย่างกังขา พวกเขารู้ดีว่าพ่อของพวกเขาเป็นคนยังไง เขาเป็นคนที่ทำงานอย่างสุดหัวใจโดยไม่บ่นสักคำ ต่อให้นางจางจะเรียกร้องแบบไม่มีเหตุผลก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธ

แม้แต่ฉีโตวที่อายุ 5 ขวบก็รู้ว่าถ้าพวกเขาเอาหอยเป๋าฮื้อกลับไป พวกเขาจะมิมีทางได้แตะต้องมัน  ไม่ต้องพูดถึงว่าจะได้กินมันเลย !

สายตาของเด็ก ๆ ที่จ้องมาทำให้หยูไห่รู้สึกอึดอัด เขาแกล้งไอแล้วก้มลงเพื่อจะเอาหอยเป๋าฮื้อใส่ตะกร้า

หยูเสี่ยวเฉามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “ท่านพ่อ ! ให้ข้าจัดการเอง”

หยูไห่ยัดหอยเป๋าฮื้อราคา 3 ตำลึงใส่มือลูกสาวโดยไม่ลังเล เขายืนขึ้นเงยหน้ามองท้องฟ้าและพูดว่า “ตอนนี้ค่ำมากแล้ว วันนี้พวกเราเก็บของทะเลได้เยอะมากแล้ว ดังนั้นกลับกันได้แล้วล่ะ !”

หยูเสี่ยวเฉาเทอาหารทะเลทั้งหมดในตะกร้าของนางลงถังใบใหญ่ของพ่อ  แล้ววางหอยเป๋าฮื้อลงในตะกร้าของนางอย่างระมัดระวัง นางมองไปรอบ ๆ แล้ววิ่งไปทางหน้าผา หยิบพวกสาหร่ายทะเลกับผักกาดทะเลขึ้นมา แล้ววางคลุมหอยเป๋าฮื้อเอาไว้อย่างแน่นหนา

วันนี้พวกเขาเก็บอาหารทะเลได้มากจริง ๆ ! ถังที่หยูไห่แบกมาสูงเท่าฉีโตวเต็มไปด้วยของที่พวกเขาเก็บได้ หยูฮังกับเสี่ยวเหลียนก็ถือตะกร้าใบเล็กที่เต็มจนแทบล้น แม้แต่ตะกร้าใบเล็กของฉีโตวก็อัดแน่นไปด้วยอาหารทะเล

ระหว่างทางกลับบ้าน พวกชาวบ้านที่รู้จักต่างเอ่ยทักอย่างชื่นชม “ต้าไห่นี่เก่งที่สุดในหมู่พวกเราเลย เขามาถึงช้ากว่าพวกเราแต่เก็บมาได้เยอะกว่าพวกเราเสียอีก !”

“ท่านพี่ต้าไห่ หอยแมลงภู่ที่ท่านจับมาได้นี่อย่างน้อย 20 - 30 ชั่งเลยมิใช่รึ ถึงตากแห้งแล้วก็ยังหนักถึง 5 ชั่ง ท่านพี่ต้าไห่มิเคยพลาดเลย ! มีเคล็ดลับอะไรรึ ? สอนข้าบ้างได้รึไม่ !” คนที่พูดคือชายหนุ่มอายุ 20 กว่าปี เขามีรูปร่างเตี้ย ใบหน้าดูซื่อตรงและมีผิวสีแทน

เพื่อป้องกันการทะเลาะเบาะแว้ง เวลาออกล่าในทะเล พวกชาวบ้านแต่ละคนจะมีจุดล่าของตัวเอง  ดังนั้นผลที่ได้จึงขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคน แต่หยูไห่นั้นต่างออกไป เขาไม่ได้มาเก็บของทะเลบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่มาจะได้ของกลับบ้านเต็มไม้เต็มมืออยู่เสมอ

ชาวบ้านหลายคนอยากเรียนจากเขา แต่พวกเขาก็มิกล้าถาม ถึงยังไงมันก็เป็นวิธีหาเลี้ยงครอบครัวของเขา ถ้าพวกเขาเรียนวิธีของหยูไห่ มันก็เหมือนการคว้าอาหารจากปากเขา โชคดีที่หลี่ชวนซือเป็นเพื่อนสนิทกับหยูไห่ ถ้าเป็นคนอื่นถาม พวกเขาอาจจะทะเลาะกันไปแล้ว !

“ท่านอาชวนซือ มีหินโสโครกตรงหน้าผาล่ะ มันมิมีคนเลย ตอนน้ำลดท่านอาลองไปดูสิ !” หยูฮังรู้ว่าหลี่ชวนซือเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเขา เขาจึงบอกออกไปโดยไม่ปิดบัง แต่เขาไม่ได้เปิดเผยตำแหน่งล่าสมบัติของครอบครัวออกไป

หลี่ชวนซือมองพวกชาวบ้านที่แอบฟังอยู่แล้วหัวเราะเสียงดัง “เสี่ยวชา เจ้าคิดว่าเราจะปีนหน้าผา ไต่ภูเขา แล้วลงทะเลได้เหมือนพ่อของเจ้ารึไง ? หน้าผานั่นอันตรายจะตายไป ลุงหลิวสื่อก็ตายที่นั่น ! อาชวนซือยังอยากอยู่ไปอีกหลายปีนะ !”

ภรรยาของหยางฟานเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสาวและถามว่า “ต้าไห่ แล้วเมียของเจ้าเล่า ?”

“วันนี้มู่หยุนมิค่อยสบายเลยพักอยู่ที่บ้าน ขาของท่านพี่หยางฟานเป็นเยี่ยงไรบ้าง ?” หลี่หยางฟานเป็นเพื่อนอีกคนของหยูไห่ เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาเจอพายุตอนแล่นเรือกลับจากหาปลา เรือของเขาชนเข้ากับหินโสโครก ส่วนเขาก็ได้รับบาดเจ็บที่ขา ตอนนี้เขาจึงต้องพักฟื้นอยู่ที่บ้าน

ภรรยาของหยางฟานถามถึงสุขภาพของหลิวมู่หยุนอย่างเป็นห่วง แล้วตอบว่า “เขามิได้เป็นอะไรมาก อาการบาดเจ็บที่ขามิได้หนักหนาอะไร แต่เรือของเรานี่สิ พังยับเยินไปหมดแล้ว ต้าไห่ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ช่วยไปตรวจดูให้ข้าหน่อยได้รึไม่ ว่ามันยังสามารถซ่อมได้อยู่รึเปล่า ?”

ทุกคนในหมู่บ้านชาวประมงรู้ว่าหยูไห่เป็นคนที่เก่งมาก ถ้าเป็นเรื่องหาปลาในทะเลล่ะก็ ต่อให้เอาคนธรรมดามา 3 - 5 คนก็สู้เขาไม่ได้ ยกตัวอย่างเร็ว ๆ นี้ตอนต้นฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ ตอนนั้นครอบครัวของเฒ่าหยูจับฉลามที่หนักราว ๆ 300 ชั่งได้ พวกเขาได้เงินไปหลายตำลึงเลยทีเดียว

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 9  การเดินทางที่คุ้มค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว