- หน้าแรก
- แกร่งสุดในปฐพีแต่ทำตัวโลว์คีย์ไม่ได้อีกต่อไป
- บทที่ 27: "บริกร ขอเป๊ปซี่ขวดนึง"
บทที่ 27: "บริกร ขอเป๊ปซี่ขวดนึง"
บทที่ 27: "บริกร ขอเป๊ปซี่ขวดนึง"
บทที่ 27: "บริกร ขอเป๊ปซี่ขวดนึง"
ลู่เหิงทำหูทวนลมกับความพยายามเสี้ยมของบุตเชอร์
ก่อนจะสูบผลประโยชน์จากพวกมันจนหมดเปลือก เขาจะฆ่าพวกมันทิ้งสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด
สำหรับชาววิลทรัมไมต์ การจะแข็งแกร่งขึ้นได้ นอกจากจะต้องก้าวข้ามขีดจำกัดในการต่อสู้เสี่ยงตายและการเติบโตตามวัยแล้ว ก็มีแต่ช่องว่างของระดับสายเลือดที่ยากจะก้าวข้ามไปได้เท่านั้น
สายเลือดราชวงศ์ย่อมแข็งแกร่งกว่าสายเลือดวิลทรัมไมต์ธรรมดาโดยกำเนิด
เขาจะต้องปีนป่าย... ขึ้นไป... ทีละก้าว... จนถึงจุดสูงสุดให้ได้!
เขาอยากจะเป็นบรรพบุรุษผู้ให้กำเนิด!
"บุตเชอร์ ฉันพอจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของนายมาบ้างแล้วล่ะ"
ลู่เหิงค่อยๆ อุ้มศพของทรานสลูเซนต์ขึ้นมา แสงสีแดงเรืองรองสว่างวาบอยู่ลึกๆ ในดวงตาของเขา
ลำแสงโอเมกา
เขาเผาหัวของทรานสลูเซนต์จนกลายเป็นไอระเหยหายไปในพริบตา
นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อเตือนสติบุตเชอร์
"นายเกลียดโฮมแลนเดอร์และอยากจะฆ่าเขา นั่นมันไม่ใช่กงการอะไรของฉัน แต่นายอย่าแส่ทำเรื่องที่ไม่เข้าเรื่องจะดีกว่า"
"พลังของฉันไม่ได้มีข้อจำกัดจุกจิกเหมือนโฮมแลนเดอร์หรอกนะ"
ลู่เหิงบินจากไปทันที
ทิ้งให้แก๊งเดอะบอยส์ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ตรงนั้น
"เวรเอ๊ย! บุตเชอร์ นี่แกไปกระตุกหนวดเสือตัวไหนมาวะเนี่ย?"
เฟรนช์ชี้กลัวจนฉี่แทบราด พอตั้งสติได้ก็สบถด่าออกมาชุดใหญ่
มาเธอร์สมิลค์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่รอดตายมาได้
เมื่อกี้เขาเพิ่งโดนการ์เดี้ยนหิ้วคอลอยหวือ เกือบจะโดนเชือดเหมือนลูกไก่ในกำมืออยู่แล้ว
"ถุย!" บุตเชอร์ไม่สนคำบ่นของเพื่อนร่วมทีมทั้งสอง หันไปฉีกยิ้มให้ฮิวอี้แทน "กลัวจนหัวหดเลยล่ะสิไอ้หนู? ยินดีต้อนรับสู่โลกของผู้ใหญ่นะเว้ย!"
หนึ่งนาทีต่อมา
ลู่เหิงก็โยนศพทรานสลูเซนต์เข้าไปในห้องประชุม
แอชลีย์สะดุ้งสุดตัว ร้องกรี๊ดด้วยความตกใจกลัว
"ภารกิจของฉันเสร็จสมบูรณ์แล้ว ถ้าใครสงสัยว่านี่ไม่ใช่ทรานสลูเซนต์ ก็เอาไปตรวจดีเอ็นเอให้ละเอียดเลยแล้วกัน"
"โอ้ พระเจ้า! นายมันซูเปอร์แมนของฉันจริงๆ ด้วย!" โฮมแลนเดอร์บีบไหล่ลู่เหิงด้วยความตื่นเต้นดีใจ
เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองศพทรานสลูเซนต์บนพื้นเลยสักนิด
เขารู้อยู่แก่ใจว่านั่นคือทรานสลูเซนต์จริงๆ ไม่ใช่ศพเร่ร่อนที่ลู่เหิงสุ่มๆ หยิบมาสวมรอยแน่ๆ
【ตัวละครสำคัญ · โฮมแลนเดอร์ — พึงพอใจ, พึ่งพา, ไว้วางใจ】
【แต้มความสามารถที่ได้รับ: +3,120】
...
แต้มความสามารถปัจจุบัน: 11,978 / 250,000
พุ่งพรวดเดียวสามพันแต้ม!
เจ๋งโคตร!!
โฮมแลนเดอร์อยากจะชวนลู่เหิงไปนั่งจับเข่าคุย เพื่อถกปรัชญาเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของหัวใจฮีโร่
แต่ลู่เหิงไม่ได้สนใจเลยสักนิด
เขาบินหายลับไปในกลีบเมฆราวกับดาวตก
โฮมแลนเดอร์มองตามการ์เดี้ยนที่บินลับตาไป แล้วหันไปสั่งให้แอชลีย์จัดการเรื่องเอกสาร ก่อนจะหันมาบ่นพึมพำกับศพของทรานสลูเซนต์
...
"สเต๊กก็อดกิน สงสัยต้องกลับไปนอนซะแล้ว"
ลู่เหิงหาวหวอดๆ
นาฬิกาชีวภาพของเขาเริ่มประท้วงแล้ว
ไม่สิ แวะไปกินเฟรนช์ฟรายส์ที่ท่าเรือก่อนดีกว่า
จังหวะที่ลู่เหิงกำลังจะสั่งอาหาร ข้อความก็เด้งขึ้นมาบนโทรศัพท์
【สตาร์ไลท์: การ์เดี้ยน ตอนนี้ยุ่งอยู่ไหมคะ? ออกไปหาอะไรกินกันเถอะ ( ´ ・ ω ・ ` )】
สตาร์ไลท์ชวนเขาไปกินข้าวงั้นเหรอ?
หรือว่าจะมีแผนการขั้นต่อไป?
【การ์เดี้ยน: ได้สิ เธอเลือกร้านมาเลย】
【สตาร์ไลท์: ถนนสายเก้า มีร้านอาหารกรีกเปิด 24 ชั่วโมงอยู่ร้านนึงค่ะ】
【การ์เดี้ยน: เอ่อ ยังไม่เคยไปเลยแฮะ】
【สตาร์ไลท์: ส่งโลเคชั่นให้แล้วนะคะ! หาง่ายมากค่ะ!】
【สตาร์ไลท์: ヾ ( ≧ ▽ ≦ * ) o】
【สตาร์ไลท์: รีบมานะคะ! ฉันถึงแล้ว!】
【สตาร์ไลท์: ( 。 • ́ ︿ • ̀ 。 ) นั่งอยู่คนเดียวมันเกร็งๆ ยังไงก็ไม่รู้】
ลู่เหิงมองดูอีโมจิที่เด้งขึ้นมารัวๆ
อืม... ก็น่ารักดีแฮะ!
หนึ่งนาที
ลู่เหิงใช้เวลาบินไปที่นั่นแค่ 3 วินาที
ส่วนอีก 57 วินาทีที่เหลือ หมดไปกับการบินวนหาร้านอาหารกรีกบ้าๆ นั่นแหละ
หลังจากบินวนอยู่หลายรอบ เขาก็พบว่าป้ายร้านโดนพายุพัดขาดไปครึ่งนึง
หน้าร้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ขนาบข้างด้วยร้านซักรีดกับร้านสัก
ตรงเสาไฟฟ้าข้างถนน มีพวกเด็กวัยรุ่นยืนพิงอยู่สองคน
ถ้าพวกมันไม่อ้าปากยิงฟันขาวๆ ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นหรอกว่ามีคนยืนอยู่ตรงนั้นสองคน
ทว่า การตกแต่งภายในร้านกลับสวนทางกับสภาพถนนด้านนอกลิบลับ
โต๊ะเก้าอี้ไม้ มีภาพสีน้ำมันทิวทัศน์ประเทศกรีซแขวนประดับอยู่บนผนัง
ตรงมุมร้าน มีตู้เพลงหยอดเหรียญรุ่นเก่ากำลังเปิดเพลงแจ๊ซ จังหวะเนิบนาบชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย
สตาร์ไลท์นั่งอยู่ริมหน้าต่าง ดูเหม่อลอยและไม่ค่อยร่าเริงนัก
เห็นได้ชัดว่าตอนที่เธอรัวอีโมจิมาเมื่อกี้ อารมณ์เธอน่าจะดีกว่านี้ตั้งเยอะ
เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา สตาร์ไลท์ก็รีบโบกมือเรียก พร้อมกับฝืนยิ้มทักทาย
ลู่เหิงหยิบเมนูขึ้นมาดู
มีแต่ภาษากรีกทั้งนั้นเลย บ้าเอ๊ย
"เดี๋ยวฉันสั่งให้ค่ะ! ซี่โครงแกะย่างร้านนี้อร่อยมากเลยนะ แล้วก็มีลาซานญ่าด้วย คุณอยากทานอะไรคะ"
"อะไรก็ได้ สั่งมาเยอะๆ เลย ฉันเริ่มหิวแล้วล่ะ"
ถึงแม้ชาววิลทรัมไมต์จะทนหิวได้นาน แต่พวกเขาก็ชอบกินอาหารโปรตีนสูงอยู่เหมือนกัน
มันช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูพละกำลังและรักษาอาการบาดเจ็บได้ดี
สตาร์ไลท์สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะอย่างรวดเร็ว
มีทั้งซี่โครงแกะย่าง สลัด ลาซานญ่า ขนมปังพิต้ากับฮัมมูส และปลาหมึกทอดวงแหวน
"ขอเฟรนช์ฟรายส์เพิ่มอีกที่นึงด้วยค่ะ"
"อ้อ แล้วก็ขอไวน์ขาวขวดนึงด้วยนะคะ"
ลู่เหิงเหลือบมองเธอ
"เด็กๆ ไม่ควรดื่มเหล้านะ"
"ฉันอายุสิบเก้าแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้วนะคะ!" สตาร์ไลท์ยืนกรานให้พนักงานเสิร์ฟรินไวน์ให้
"อีกอย่าง ตอนนี้ฉันต้องการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด่วนๆ เลยล่ะค่ะ"
เมื่อเห็นว่าสตาร์ไลท์อารมณ์ไม่ค่อยดีจริงๆ ลู่เหิงก็เลยไม่ได้ห้ามเธอ
แต่ดูท่าทางคืนนี้เขาคงไม่ได้กลับไปนอนสบายๆ แน่แล้ว
"ฉัน... ฉันเลิกกับแฟนแล้วค่ะ!" น้ำเสียงของสตาร์ไลท์แผ่วเบา สีหน้าดูเศร้าหมองลงเล็กน้อย
อ้าว จบเห่!
เขาอุตส่าห์คิดว่าสตาร์ไลท์นัดมาคุยเรื่องสำคัญ ที่ไหนได้ กลายเป็นเรื่องส่วนตัวซะงั้น
"เอ่อ เลิกกันตอนไหนเหรอ?"
"สองสามวันก่อนแล้วล่ะค่ะ แต่วันนี้เขากลับมาขอคืนดี ฉันก็เลยไม่ยอม"
สตาร์ไลท์สูดน้ำมูก
เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
ลู่เหิงพอจะจับใจความได้คร่าวๆ: แฟนของสตาร์ไลท์เคยดูคลิปเหตุการณ์ในห้องประชุมครึ่งแรกไปแล้ว
เขาเข้าใจผิดคิดว่าสตาร์ไลท์ยอมพลีกายให้เดอะดีฟเพื่อแลกกับชื่อเสียงเงินทอง
เขาทนไม่ได้ที่โดนสวมเขา ก็เลยบอกเลิกสตาร์ไลท์
แต่พอกระแสสังคมตีกลับ วอทท์ อินเตอร์เนชั่นแนลก็ปล่อยคลิปฉบับเต็มออกมา ชี้แจงความจริงว่าสตาร์ไลท์ไม่ได้เอาตัวเข้าแลก
พอรู้ความจริง แฟนหนุ่มก็รีบแจ้นกลับมาขอคืนดีหน้าตาเฉย
"แฟนของเธอคือซูเปอร์โซนิคใช่ไหม? เขาเป็นผู้มีพลังพิเศษด้วยหรือเปล่า?"
สตาร์ไลท์พยักหน้า "ใช่ค่ะ แล้วฉันก็จับได้ด้วยว่าเขาแอบนอกใจฉันไปมีคนอื่น"
อ้าว จบเห่คูณสอง!
ความใจกว้างของพวกฝรั่งทำเอาลู่เหิงเบิกเนตรอีกครั้ง
มีแฟนสวยขนาดนี้ยังกล้านอกใจอีก ชิส์!
"เอาเถอะ ยินดีด้วยที่หลุดพ้นจากไอ้สวะนั่นมาได้"
ลู่เหิงยกแก้วขึ้นจิบ
เขาส่ายหน้า
คิดยังไงก็คิดไม่ออก
ซูเปอร์โซนิคเป็นไองั่งหรือเปล่าวะ?
"ขอบคุณนะคะ คุณดีที่สุดเลย คุณคอยช่วยเหลือฉันมาตั้งแต่ต้น"
สตาร์ไลท์ไม่เหลือใครให้ไว้ใจอีกแล้ว
ตั้งแต่เรื่องเอ-เทรนเล่นยาถูกแฉ ในฐานะคนวงใน แอนนี่ก็เลยได้รู้เรื่องสารประกอบวีเข้า
ต่อมา เธอก็ไปคาดคั้นเอาความจริงจากแอชลีย์ แอชลีย์ที่คิดว่าสตาร์ไลท์เป็นเด็กของการ์เดี้ยน ก็เลยยอมคายความลับเรื่องสารประกอบวีให้ฟังจนหมดเปลือก
เธอถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาพร้อมพลังพิเศษ แต่ถูกแม่บังเกิดเกล้าเซ็นสัญญาขายให้วอทท์ อินเตอร์เนชั่นแนลไปเป็นหนูทดลองตั้งแต่ยังแบเบาะ
การถูกหักหลังจากทั้งครอบครัวและคนรัก ทำให้สตาร์ไลท์ไม่เหลือใครให้ระบายความในใจได้อีกแล้ว
เธอก็เลยนึกถึงการ์เดี้ยนขึ้นมา
ลู่เหิงกำลังสวาปามอาหารบนโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อย
เขากินไปพลางพูดไปพลาง "พูดตรงๆ นะ หน้าตาอย่างเธอเนี่ย มีผู้ชายมารอต่อคิวจีบยาวตั้งแต่บรุกลินยันปารีสเลยล่ะ จะไปเสียน้ำตากับผู้ชายพรรค์นั้นทำไม?"
"ถึงจะเสียต้นไม้ไปต้นนึง แต่เธอยังมีป่าดงดิบทั้งป่ารออยู่นะ!"
"โทษทีนะ เฟรนช์ฟรายส์มันแห้งไปหน่อย! บริกร ขอโคล่าขวดนึง เอาเป๊ปซี่นะ!"
สตาร์ไลท์มองดูการ์เดี้ยนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างมูมมาม แล้วก็เผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เธอกินไปได้นิดเดียว หลังจากซัดไวน์ขาวหมดไปขวดนึง เธอก็สั่งวิสกี้มาอีกขวด
"รสชาติเหล้าห่วยแตกชะมัด"