- หน้าแรก
- เมื่อนางเอกสายปลาเค็มขอโบกมือลางาน
- บทที่ 792 กวาดเรียบ
บทที่ 792 กวาดเรียบ
บทที่ 792 กวาดเรียบ
บทที่ 792 กวาดเรียบ
เจิงซวี่ไป๋นั่งไขว่ห้างเงียบๆ นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเธอด้วยแววตาราบเรียบ แววตานั้นทำให้หลิวเหลียงรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็ม ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแม้วินาทีเดียว
เมื่อเห็นท่าทางกระสับกระส่ายและสายตาที่หลุกหลิกของเธอ เจิงซวี่ไป๋ก็รู้ทันทีว่าหลิวเหลียงต้องแอบทำอะไรที่ไม่ได้บอกเขาและกำลังปกปิดอยู่แน่
"สารภาพลดโทษ ปิดบังรับโทษหนัก"
เจิงซวี่ไป๋นั่งนิ่งไม่ไหวติง แต่หลิวเหลียงกลับทนนั่งนิ่งต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ
ทั้งสองจ้องกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งในที่สุดหลิวเหลียงก็ทนรับความกดดันไม่ไหว
โดนจ้องจับผิดแบบนี้ ใครจะไปทนไหว? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เธอต้องอึดอัดตายแน่
ใบหน้าของหลิวเหลียงแดงก่ำ ลามไปถึงลำคอเพราะความกดดัน
เธอเม้มริมฝีปากแน่น
"ก็ได้ๆ ฉันจะบอกแล้ว พูดตอนนี้เลยได้ไหมล่ะ?"
เธอรู้ดีว่าถ้าวันนี้ไม่อธิบายเรื่องราวให้กระจ่าง เจิงซวี่ไป๋ไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่
ดังนั้น สารภาพลดโทษ ปิดบังรับโทษหนัก... เธอเข้าใจดี
"ตามฉันมาสิ"
หลิวเหลียงลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เล็กน้อย แล้วเดินลึกเข้าไปในบ้าน
เมื่อเจิงซวี่ไป๋เดินตามมา หลิวเหลียงก็เดินไปปิดประตู รูดผ้าม่านปิดมิดชิด แล้วหาพื้นที่กว้างๆ ตรงกลางห้อง
บางทีเธออาจจะต้องขอบคุณตัวเองที่ไม่เคยชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คับแคบและมักจะเลือกอยู่ในที่ที่มีพื้นที่กว้างขวางเสมอ ดังนั้นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่แห่งนี้จึงเหมาะเจาะที่จะให้เธอใช้สอย
เธอกลั้นใจเริ่มหยิบของออกจากแหวนมิติทียะชิ้น
ยิ่งเธอหยิบของออกมามากเท่าไร สีหน้าของเจิงซวี่ไป๋ก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น ในตอนท้าย เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาถึงกับปูดโปน
เดิมทีหลิวเหลียงตั้งใจจะกั๊กไว้สองสามชิ้นเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดเกินไป แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเจิงซวี่ไป๋ดำทะมึนขึ้นเรื่อยๆ เธอก็รู้ว่าสารภาพความจริงไปเลยน่าจะดีกว่า
"หมดแล้วค่ะ" เธอแบมือออก คราวนี้หมดเกลี้ยงจริงๆ เธอไม่ได้เก็บอะไรไว้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว และเอาออกมาทั้งหมดแล้ว
เธอยืนอยู่ท่ามกลางกองหยกนานาชนิด ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ทำไมถึงดูเหมือนคนที่เจิงซวี่ไป๋อยากจะบีบคอให้ตายนักนะ?
"ของพวกนี้มาจากไหน?"
เขาหรี่ตาลงอย่างอันตราย
"ของตระกูลเจิงค่ะ"
หลิวเหลียงบีบมือตัวเองไปมา "ฉันแค่บังเอิญไปเจอเข้า ตอนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงขนมาไว้ที่นี่หมดเลย"
"เธอเอามาเยอะแค่ไหน?"
เจิงซวี่ไป๋หาที่นั่งลง ตอนนี้เขารู้สึกปวดหัวขึ้นมาจริงๆ แล้ว
"ฉันเอามา..."
หลิวเหลียงไม่รู้จะพูดยังไงดี
"เอ่อ..."
เธอกัดเล็บตัวเองเบาๆ
ดูเหมือนว่า... เธอจะกวาดมาหมดเลยล่ะมั้ง
"เธอกวาดมาเรียบเลยเหรอ?"
เขารู้จักนิสัยของหลิวเหลียงดี ถ้าเธอเจออะไรที่สามารถยัดใส่เข้าไปได้ เธอก็จะกวาดมาจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือทิ้งไว้ให้คนอื่นแม้แต่เส้นขนเดียวแน่
"อืม"
หลิวเหลียงพยักหน้ารับอย่างซื่อสัตย์ ก่อนจะส่ายหน้า "ไม่สิ ฉันไม่ได้กวาดมาเรียบซะหน่อย"
"แล้วเธอเหลืออะไรทิ้งไว้บ้าง?"
เจิงซวี่ไป๋หรี่ตาลงอีก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการข่มขู่ หลิวเหลียงจะบอกได้ไหมว่าตอนนี้เธอกลัวมากจริงๆ?
แล้วเธอจะพูดความจริงออกไปได้ไหมเนี่ย?
เจิงซวี่ไป๋ปรายตามองเธออีกครั้ง และหมอหลิวผู้ห้าวหาญและมากฝีมือก็ปอดแหกไปในทันที
"ฉันเหลือ... ตู้กระจกทิ้งไว้ค่ะ"
เจิงซวี่ไป๋: "..."
สมกับเป็นหลิวเหลียงจริงๆ ขูดรีดได้แม้กระทั่งของเล็กๆ น้อยๆ
หลิวเหลียงเตะก้อนหยกที่อยู่แทบเท้า ทำเอาเส้นเลือดบนหน้าผากของเจิงซวี่ไป๋ปูดโปนขึ้นมาอีกรอบ
"ฉันเอามาให้พี่ใช้อัปเกรดแหวนไงคะ พอเราใช้เสร็จแล้วค่อยเอาไปคืนก็ได้"
ตอนแรกหลิวเหลียงก็คิดแบบนั้นจริงๆ แต่ตอนนี้เธอไม่อยากคืนแล้ว ถ้าตระกูลเจิงไม่มีของพวกนี้ เธอเชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาก็ต้องตกต่ำลงแน่ ถึงตอนนั้นพวกเขาก็คงไม่มีความมั่นใจพอที่จะมาคอยหาเรื่องพวกเธอแบบไม่มีเหตุผลอีกต่อไป
เธอเบื่อที่จะต้องมาคอยรับมือกับคนพวกนี้เต็มทนแล้ว
"มานี่สิ!"
เจิงซวี่ไป๋นวดขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปทางหลิวเหลียง
หลิวเหลียงชะงัก นี่เขาคงไม่ได้กะจะใช้ความรุนแรงในครอบครัวหรอกใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้น เธอหนีไปหาแม่ได้ไหม?
เธอลังเลอยู่นานกว่าจะเดินเข้าไปหาเจิงซวี่ไป๋ เมื่อเขายื่นมือมา หลิวเหลียงก็ยกมือขึ้นปกป้องศีรษะของตัวเองตามสัญชาตญาณ ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้เธอคงเตะก้านคอไปแล้ว แต่กับเจิงซวี่ไป๋ เธอทำได้แค่หลบเท่านั้น เธอรักและเทิดทูนเขาทั้งหัวใจและชีวิต
ดังนั้นตามสัญชาตญาณแล้ว ต่อให้ถูกตีจริงๆ เธอก็ไม่มีวันลงมือกับเจิงซวี่ไป๋เด็ดขาด
ปรากฏว่าเจิงซวี่ไป๋แค่ลูบผมเธอเบาๆ ไม่ได้ตีเธอเลยสักนิด
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลิวเหลียงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างระมัดระวัง เธอเห็นว่าแม้เจิงซวี่ไป๋จะโกรธ แต่ใบหน้าของเขากลับมีความรู้สึกจนปัญญาซ่อนอยู่มากกว่า... จนปัญญาในนิสัยของเธอ และไร้หนทางจะรับมือกับความห้าวหาญของเธอ
"หมอหลิว เธอใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ ถึงขั้นกล้าขนคลังสมบัติของคนอื่นมาหมดเกลี้ยงแบบนี้"
เขาแทบจะพูดคำว่า 'ขโมย' ในตอนท้ายไม่ออกเลยจริงๆ
"ฉันแค่บังเอิญไปเจอเข้าเท่านั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจไปตามหาซะหน่อย"
หลิวเหลียงขี้เกียจยืนแล้ว จึงทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น
เธอเงยหน้าขึ้นและจ้องเข้าไปในดวงตาของเจิงซวี่ไป๋ "ทำไมคะ? พี่จะส่งตัวฉันให้ตำรวจเหรอ?"
"เธอคิดว่าไงล่ะ?"
เจิงซวี่ไป๋ดีดหน้าผากเธออย่างแรง "ตอนนั้นพี่แค่เอาของๆ ตัวเองออกมา พวกเขาก็แทบจะคลั่งตายแล้ว นี่เธอกวาดคลังสมบัติของพวกเขาไปจนหมดเกลี้ยง ไม่กลัวพวกเขาจะตามล่าเอาชีวิตเธอเหรอ?"
"ไม่มีใครรู้หรอกน่า"
หลิวเหลียงเป็นคนรอบคอบและลบร่องรอยของตัวเองจนหมดจด "อีกอย่าง ฉันเป็นคนมีหลักการนะ"
เธอพยายามย้ำประเด็นนี้อย่างหนัก เพราะยังคงไม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิด ในเมื่อของพวกนี้เป็นของตระกูลเจิง งั้นส่วนหนึ่งก็ต้องเป็นของเขาด้วยสิ
"ร้อยทั้งแปดสิบ พี่คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของพวกนี้เก็บไว้ที่ไหน ในอนาคตของพวกนี้ก็ต้องตกเป็นของเจิงสู่ ลูกจิ้งจอกนั่นแน่ๆ ถ้าของพวกนี้ตกไปอยู่ในมือเขา หลังจากที่เราอัดเขาจนน่วมไปหลายรอบ เขากับนังจิ้งจอกขาวนั่นต้องมาหาเรื่องพวกเราแน่ๆ"
"ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ก็แค่ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาไม่รู้จบในภายหลังเท่านั้นแหละ" พวกเขาจะต้องมาตามรังควานพวกเธอ ครอบครัวของพวกเธอ และลูกๆ ในอนาคตของพวกเธอแน่ๆ
แบบนั้นมันก็เกินไปหน่อย อีกอย่าง เธอคิดไว้แล้ว
ถ้าในอนาคตตระกูลเจิงมีคนดีๆ โผล่มาบ้าง การจะคืนของพวกนี้ให้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
"พี่สังเกตว่าฝีปากของเธอชักจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ"
เจิงซวี่ไป๋ดีดหน้าผากหลิวเหลียงอีกครั้ง
"เก่งซะจนพี่เถียงไม่ออกเลยล่ะ"
"แล้วของพวกนี้ล่ะ..."
หลิวเหลียงชี้ไปที่กองหยกบนพื้น "ฉันควรจะแอบเอาไปคืน หรือว่า..."
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเธอเสียดายแค่ไหน อุตส่าห์ลงแรงขโมย... เอ้ย! เอามาด้วยฝีมือตัวเองแท้ๆ แล้วทำไมจะต้องเอาไปคืนด้วยล่ะ? อีกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวของนังจิ้งจอกขาว ของพวกนี้ก็ต้องตกเป็นของเจิงซวี่ไป๋อยู่แล้ว แล้วเธอจะเอาของๆ ตัวเองมามันผิดตรงไหน?
"การเอาไปคืนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอก"
เจิงซวี่ไป๋ไม่มีทางยอมให้หลิวเหลียงเสี่ยงอันตรายอีกแน่ ถ้าถูกจับได้ ปัญหาของพวกเขาคงไม่มีวันจบสิ้น