เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 4  พ่อของข้าเป็นคนดี

Re-new ตอนที่ 4  พ่อของข้าเป็นคนดี

Re-new ตอนที่ 4  พ่อของข้าเป็นคนดี


ตอนที่ 4  พ่อของข้าเป็นคนดี

หลิวมู่หยุนเดินไปเปิดประตู แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปแวบนึงเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว นางซ่อนความรู้สึกหมดหนทางเอาไว้ในรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอกลูก หมอบอกว่าเจ้าเสียเลือดไปมากต้องบำรุงร่างกายเยอะ ๆ...พ่อของเจ้าใจจะขาดอยู่แล้วตอนที่รู้ว่าเจ้าบาดเจ็บ เลยไปชวนลุงจ้าวออกล่าสัตว์กันตั้งแต่เช้ามืด อีกประเดี๋ยวก็คงกลับกันแล้ว ตอนเที่ยงเจ้าจะได้กินซุปไก่กับน่องไก่ของโปรดของเจ้า...”

ประตูปิดดังเอี๊ยดและภายในห้องก็เงียบลงอีกครั้ง หยูเสี่ยวเฉายันตัวเองให้ลุกขึ้นแตะที่แผลบนหัวของนาง นางนึกถึงความฝันแล้วยกแขนข้างที่มีหินสีรุ้งผูกไว้ที่ข้อมือขึ้นมา

นางเขย่าหินสีรุ้งนั้นเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น เสี่ยวเฉาพึมพำกับตัวเอง “ข้าก็มาเพียงวิญญาณของข้าที่มาเกิดใหม่ มิได้มาทั้งตัวเสียหน่อย แล้วข้าเอาหินนี่มาด้วยได้เยี่ยงไร ? เมื่อครู่คาดว่าคงเป็นเพียงความฝัน มันก็แค่หินไร้ประโยชน์มิใช่รึ ? จะเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ไปได้ยังไง ?”

‘เจ้าสิที่ไร้ประโยชน์ ! ทั้งครอบครัวของเจ้าก็ไร้ประโยชน์ ! ’ ทันใดนั้นวงกลมแสงก็ปรากฏขึ้นเหนือหินสีรุ้ง และเสียงเกรี้ยวกราดเหมือนเสียงเด็กก็ดังขึ้นในหัวของหยูเสี่ยวเฉา นางตกใจมากเสียจนเกือบจะโยนหินในมือทิ้ง

วงกลมแสงนั่นค่อย ๆ กลายเป็นลูกบอลสีทองขนาดเท่ากำมือเด็ก ดวงตากลมโตคู่หนึ่งกับปากเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนลูกบอลแสงที่ลอยเอื่อย ๆ อยู่กลางอากาศ บอลแสงเล็ก ๆ นั่นจ้องนางอย่างโมโหพร้อมกับทำแก้มป่อง ซึ่งทำให้มันดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว

หยูเสี่ยวเฉายื่นมือเพื่อที่จะไปจับบอลแสงนั่น แต่มันกลับลอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าของมันทั้งถือตัวและสนุกสนาน

“อย่าโกรธข้าสิ ข้าขอโทษก็ได้ ตกลงรึไม่ ? เจ้าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ รึ ? แล้วรักษาอาการบาดเจ็บได้จริง ๆ รึ ? เจ้าเป็นคนรักษาแผลที่หัวของข้าใช่หรือไม่ ?” หยูเสี่ยวเฉาถามคำถามมาเป็นชุด

หินศักดิ์สิทธิ์ส่งเสียง หึ ออกมาแบบเหยียด ๆ แล้วพูดว่า ‘ ข้า หินศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ คือหินเวทย์มนต์ที่เจ้าแม่หนี่วาสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง เจ้าไม่คิดว่าข้าน่าทึ่งบ้างรึไงเล่า ? แต่พลังส่วนใหญ่ของข้าถูกหลิงเอ้อร์ผนึกเอาไว้ แล้วนี่ข้าต้องมาเปื้อนเลือดมนุษย์อ่อนแอและต้องยอมรับเจ้าเป็นเจ้านายอีกเยี่ยงนั้นรึ ? ’

“พลังถูกผนึกไปแล้ว ! แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังขี้โม้อยู่อีก ? หยุดพูดเรื่องมนุษย์อ่อนแอเหลวไหลอะไรนั่นเสียที ! ตอนนี้ข้าเป็นเจ้านายของเจ้าแล้ว และก็ใช่ว่าข้าจะชอบเจ้าสักหน่อย เจ้าก็แค่หินไร้ประโยชน์ที่ถูกผนึกพลังไปแล้ว หิวข้าวก็เอามากินแทนมิได้ หิวน้ำก็เอามาดื่มแทนไม่ได้ ข้าจะใช้ประโยชน์อะไรจากเจ้าได้บ้างเล่า ?”

เดิมทีหยูเสี่ยวเฉาคิดว่านางจะอยู่ยงคงกระพันเพียงแค่ปลายนิ้วชี้เหมือนในนิยาย ดังนั้นนางจึงทำหน้าบึ้งตึงอย่างผิดหวัง

บอลแสงเล็ก ๆ นั้นกลายสภาพเป็นลูกแมวเกรี้ยวกราดขนสีทองและพุ่งเข้าใส่นางทันที กรงเล็บของมันเกือบข่วนหน้าของหยูเสี่ยวเฉาขณะที่มันกรีดร้องว่า ‘ใครบอกว่าข้าไร้ประโยชน์กัน ? ใครกันที่รักษาแผลที่หัวของเจ้า ? แผลใหญ่ถึงเพียงนั้นถ้ามิใช่เพราะข้า เจ้าก็คงจะลุกจากเตียงมิได้ไปอีกอย่างน้อยครึ่งเดือน ! อีกทั้งยังทำให้เจ้ามีแรงมาเถียงข้าได้อีก ถึงพลังส่วนใหญ่ของข้าจะถูกผนึกเอาไว้ แต่ข้าคือหินที่เจ้าแม่หนี่วาสร้างขึ้นมา ! แค่น้ำที่แช่ตัวข้าอย่างเดียวก็สามารถทำให้ชีวิตยืนยาวและรักษาอาการเจ็บป่วยได้ทุกชนิด แล้วยังทำให้สวยขึ้นอีกทั้งยังคงความอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย ! ’

อ่า...น้ำแช่หินรึ ? หยูเสี่ยวเฉากระพริบตาสองสามครั้ง บอลแสงเล็กๆนั่นดูเหมือนจะสังเกตเห็นความสงสัยของนางมันจึงพูดว่า ‘ก่อนที่ข้าจะถูกเจ้าแม่หนี่วาเลือกขึ้นมา ข้าเป็นหินจากลำธารบนภูเขา ดังนั้นข้าจึงชอบแช่อยู่ในน้ำมาก ตอนอยู่ในน้ำพลังของข้าจะถูกปล่อยเข้าไปในน้ำ ร่างกายของเจ้าอ่อนแอเกินไป ควรดื่มน้ำแช่ของข้าให้มาก ข้ารับรองว่าร่างกายของเจ้าจะแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น เจ้าจะไม่ป่วยอีกต่อไป... ’

บอลแสงใช้อุ้งเท้าสั้น ๆ ของมันตบที่อกตัวเองราวกับกำลังโฆษณาชวนเชื่อ ก่อนหน้านี้ หยูเสี่ยวเฉาก็ค่อนข้างเชื่อมันอยู่บ้าง แต่ตอนนี้นางเริ่มไม่เชื่อแล้ว

‘เจ้ามิเชื่อข้ารึ ? มิเชื่อข้าได้เยี่ยงไรกัน ? ฮึ่ม ! ข้าต้องแสดงให้เจ้าเห็นจริง ๆ ซะแล้วว่าข้านั้นสุดยอดแค่ไหน ! ’ บอลแสงลอยไปรอบ ๆ ห้องอย่างโกรธจัด แล้วมันก็พุ่งเข้าใส่แผลบนหัวของนางและปล่อยแสงสีทองจาง ๆ ออกมาคลุมบาดแผลที่พันผ้าพันแผลเอาไว้

ผ่านไปครู่หนึ่งหยูเสี่ยวเฉาจึงลองแก้ผ้าพันแผลออก เดิมทีบาดแผลของนางก็ยังไม่หายดี แต่ตอนนี้สะเก็ดแผลขึ้นจนเกือบแกะออกได้แล้ว แต่นางไม่ได้แกะสะเก็ดแผลออกเพราะกลัวว่าตอนที่ได้เวลาทำแผล นางจะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้

บอลแสงส่งเสียง หึ ! ออกมาอย่างภูมิใจ แต่หลังจากปลื้มอกปลื้มใจแบบสุด ๆ มันก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาเพราะมันใช้พลังไปจนหมด มันจึงหล่นลงมาอย่างฉับพลันและหายเข้าไปในหินสีรุ้งนั่น

ตอนที่มันหายเข้าไป หยูเสี่ยวเฉาได้ยินมันพูดด้วยเสียงอ่อนแรงว่า ‘ อย่าลืมเอาข้าไปแช่น้ำ มันจะช่วยให้พลังวิญญาณของข้าฟื้นกลับคืนมา ’

“เฉาเอ้อร์ฟื้นแล้วหรือ ? เดี๋ยวข้าจะไปดูหน่อย ! วันนี้ข้าจับไก่ฟ้ามาได้ด้วยล่ะ เอาไปต้มให้ลูกเร็วเข้า” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากลานบ้าน ถึงเสียงจะไม่ไพเราะน่าฟังแต่ก็ฟังดูอบอุ่นเป็นอย่างมาก

หยูเสี่ยวเฉารีบพันผ้าพันแผลกลับเข้าไปที่หัว เมื่อสองวันก่อนแผลของนางยังมีเลือดไหลอยู่เลย จะไม่ประหลาดเกินไปรึไงถ้าเกิดว่ามันหายภายใน 3 วัน ?

หลังจากที่นางพันแผลเสร็จประตูก็เปิดออก สายลมพัดเข้ามาจนเปลวเทียนวูบไหว ร่างสูงกำยำปรากฏขึ้นตรงหน้าหยูเสี่ยวเฉา

“ท่านพ่อรึ ?” หยูเสี่ยวเฉาได้ยินว่าพ่อของนางในชาตินี้เป็นคนที่เก่งมาก นางจึงสงสัยมากว่าเพราะเหตุใดเขาถึงปล่อยให้ลูกเมียอยู่อย่างน่าอนาถเช่นนี้

ชายคนนั้นเดินตรงมาที่เตียง นางมองเห็นใบหน้าเขาราง ๆ จากแสงเทียนสลัว ๆ เขามีผิวสีแทนดูสุขภาพดี คิ้วหนาตาโต จมูกโด่งและปากกว้าง ดูแล้วสมกับเป็นชายชาตรี

“ลูกรักของพ่อ ! เจ้าทำพ่อกลัวแทบแย่ ! โชคดีที่สวรรค์อวยพรให้เรา หลับไปนานถึงเพียงนี้ เจ้าหิวหรือไม่ ? อีกประเดี๋ยวซุปไก่ของโปรดเจ้าก็จะเสร็จแล้ว เจ้ารออีกชั่วครู่”

หยูไห่สังเกตสีหน้าอาการของลูกสาวอย่างละเอียด นางดูดีกว่าเมื่อเช้ามาก เขาจึงช่วยพยุงให้นางลุกขึ้นนั่งอย่างดีใจและเอาหมอนรองหลังนางเอาไว้ให้พิง

หยูเสี่ยวเฉาปากกระตุกอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังหลอกล่อเด็ก นางอายุ 29 ปีแล้วพอถูกทำเหมือนตนเองเป็นเด็กน้อยแบบนี้ก็เลยรู้สึกอึดอัด

หยูเสี่ยวเฉาตอบอย่างสุภาพว่า “ข้ากินไข่กับโจ๊กไปแล้วเจ้าค่ะ ให้ท่านแม่กับน้องกินซุปไก่เถอะ  ร่างกายท่านแม่อ่อนแอต้องบำรุงเยอะ ๆ น้องก็ยังเด็กแถมยังต้องเจอเรื่องน่ากลัวอีก...”

หยูไห่ใช้มือที่ใหญ่จนเหมือนใบพัดลูบหัวของลูกสาวอย่างอ่อนโยนโดยเลี่ยงไม่ให้โดนแผลของนาง  เขาฉีกยิ้มจนเห็นฟัน “เฉาเอ้อร์ของเราโตรู้เรื่องแล้วนะ รู้ด้วยว่าต้องดูแลแม่กับน้องยังไง แต่เจ้ามิต้องห่วงหรอกลูก เรามีพอสำหรับทุกคน แล้วพ่อจะเอาที่เหลืออุ่นไว้บนเตา ตอนเจ้าหิวจะได้กินได้เลย”

หยูเสี่ยวเหลียนได้ยินเข้าก็เดินทำปากยื่นเข้ามา “ท่านพ่อหยุดหลอกเราซะทีเถอะ ! ตอนที่ท่านพ่อเข้าบ้านมาพร้อมไก่ฟ้า พวกห้องตะวันออกมองกันตาเป็นมัน แค่ท่านพี่ไห่สือคนเดียวก็คงหมดไปครึ่งตัวแล้ว พอถึงตาเรา ถ้ายังเหลือเศษซากมาบ้างก็ถือว่าโชคดีแล้วล่ะ !”

“ถ้าหมด  เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อไปล่ามาให้อีกก็ได้ !”  หยูไห่ยิ้มให้อย่างใจดี

“มิต้องแล้ว...” หยูเสี่ยวเหลียนพี่สาวฝาแฝดของนางแอบกรอกตา “ถ้าจับมาอีก ท่านพ่อคิดว่าพวกเราจะได้กินอีกงั้นหรือ ท่านพ่อมิเห็นสีหน้าของท่านย่าตอนที่เราต้องจ่ายค่ารักษา ท่านย่าต้องหาทางชดเชยในสิ่งที่เสียไปเป็นแน่ อีกทั้งท่านย่าคงจะหาทางให้ได้เพิ่มเป็นสองเท่าอีกด้วย”

“หยุดเลย ! เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจาต่อว่าผู้ใหญ่แบบนี้ได้เยี่ยงไรกัน ?” หยูไห่ดุด้วยเสียงอ่อนโยน  หลังจากนั้นเขาก็หันไปยิ้มให้เสี่ยวเฉา “เจ้ามิต้องห่วง พ่อจะคอยดูเตาไว้ให้ ต่อให้ไม่มีใครในครอบครัวนี้ได้กิน เฉาเอ้อร์ของพ่อจะต้องได้กิน”

หยูเสี่ยวเหลียนแลบลิ้นใส่ด้านหลังของเขา แล้วยิ้มให้น้องสาว “ท่านพ่อของเราดีไปหมดทุกอย่าง แต่จะดีกว่านี้ถ้ารู้จักเด็ดขาดเสียบ้าง ท่านย่ากดขี่พวกเรา แต่ท่านพ่อก็ยังทำตัวเป็นลูกชายที่ดีอยู่ได้  ส่วนท่านแม่ของเราก็ใจดีเกินไป...”

หยูเสี่ยวเฉาที่เพิ่งมาเกิดใหม่ที่นี่จึงยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของครอบครัวนี้ดีนัก นางได้แต่ฟังยิ้ม ๆ  พอนางก้มหน้าลงและเห็นหินสีรุ้งบนข้อมือ นางจึงรีบถามว่า “อ่า...เสี่ยวเหลียน เจ้าช่วยเอาน้ำมาให้ข้าหน่อยได้รึไม่ ? มีเลือดเปื้อนบนหินนี่...”

ก็นะ นางเคยชินกับการเป็นลูกคนโตในชาติก่อน ดังนั้นจะให้เรียกเด็ก 8 ขวบว่า ‘ พี่สาว ’ มันก็ยากเกินไปหน่อย

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 4  พ่อของข้าเป็นคนดี

คัดลอกลิงก์แล้ว