- หน้าแรก
- ซ่อนคมมังกร สิบปีไร้ค่าสู่มรรคาไร้เทียมทาน
- บทที่ 34 - คุกเข่ายอมแพ้? ไม่... ต้องสอนให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูง!
บทที่ 34 - คุกเข่ายอมแพ้? ไม่... ต้องสอนให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูง!
บทที่ 34 - คุกเข่ายอมแพ้? ไม่... ต้องสอนให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูง!
บทที่ 34 - คุกเข่ายอมแพ้? ไม่... ต้องสอนให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูง!
อวี่เหวินจื้อข่มขู่เขาคนเดียวยังพอทน แต่ดันลามปามไปถึงศิษย์พี่ แถมยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของพวกนาง แบบนี้จะปล่อยไปง่ายๆ ได้ยังไง?
ระบบทางเลือกบรรลุเทพปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
"ทางเลือก A [คุกเข่ายอมแพ้] ได้รับฉายากระสอบทรายรองรับอารมณ์ และค่าโชคชะตาลดลงหนึ่งแต้ม"
"ทางเลือก B [สอนให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูง] สังหารอวี่เหวินจื้อทิ้งซะ จะได้รับของวิเศษระดับหยกขั้นกลาง [กระจกแปดทิศก่อกำเนิด] หนึ่งชิ้น"
"[กระจกแปดทิศก่อกำเนิด] ของวิเศษระดับหยกขั้นกลาง สามารถทำนายดีร้าย หยั่งรู้อนาคต และค้นหาสิ่งที่ต้องการได้"
"หมายเหตุ: เดิมทีของชิ้นนี้เป็นกระจกคู่ตัวผู้และตัวเมีย แต่สูญหายไปครึ่งหนึ่ง หากหาอีกครึ่งหนึ่งพบอานุภาพจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล"
(ระดับของวิเศษแบ่งออกเป็นระดับเทพ ระดับเซียน ระดับวิญญาณ ระดับหยก และระดับทั่วไป แต่ละระดับยังแบ่งย่อยเป็นขั้นสูง ขั้นกลาง ขั้นต่ำ ส่วนเคล็ดวิชาแบ่งเป็น ฟ้า ดิน เสวียน หวง แต่ละระดับก็แบ่งเป็นขั้นสูง ขั้นกลาง ขั้นต่ำเช่นกัน)
เย่เสวียนเลือกข้อ B อย่างไม่ลังเล!
ของวิเศษอะไรนั่นเขาไม่สนหรอก!
แค่...
ฆ่าแกให้ตายต่างหากที่สำคัญที่สุด!
แต่การจะรับมือกับศัตรูก็ต้องมีแผนการ!
อีกฝ่ายมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฝึกปราณกว่าสามสิบคน แต่เย่เสวียนเป็นแค่ขั้นหล่อหลอมกายา!
ต่อให้เย่เสวียนจะมีวาสนาล้นฟ้า มีรากวิญญาณสุดยอด มีกระดูกจักรพรรดิบรรพกาลช่วยหล่อหลอมกายาจนบรรลุถึงระดับร่างทองและทนทานต่อการถูกทุบตีแค่ไหนก็ตาม
แต่ก็รับมือกับการโดนคนสามสิบกว่าคนรุมกระทืบพร้อมกันไม่ไหวหรอกนะ
ขืนสู้ซึ่งหน้าคงโดนอัดจนขี้แตกพอดี!
ดวงตาของเย่เสวียนกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับคิดแผนการขึ้นมาได้
"ข้า ข้าจะบอกให้..."
เขาแสร้งทำเป็นหวาดกลัว "ข้ากับศิษย์พี่น่ะมีเรื่องลึกซึ้งกันจริงๆ ..."
น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังเขินอาย
"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าว่าแล้วเชียวว่าผู้หญิงอย่างหนานกงเจ๋าที่ภายนอกทำตัวสูงส่ง เบื้องหลังก็แค่ผู้หญิงสำส่อน!"
อวี่เหวินจื้อยิ้มร้าย เขากลัวว่าจะบันทึกเสียงไม่ชัดจึงขยับป้ายหยกบันทึกเสียงเข้าไปใกล้ๆ
เขามั่นใจว่าเย่เสวียนกลัวจนหัวหดแล้ว!
มันก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วล่ะ ในเมื่อฝั่งเขามีขั้นฝึกปราณกว่าสามสิบคนมาล้อมขั้นหล่อหลอมกายาเอาไว้ จะบีบให้ตายหรือคลายให้รอดก็อยู่ในกำมือของเขาทั้งนั้นแหละ
แต่ใครจะไปรู้ล่ะ!
เมื่อเย่เสวียนล่อให้อวี่เหวินจื้อเข้ามาใกล้พอแล้ว เขาก็...
ลอบโจมตี!
เขายกเข่ากระแทกขึ้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ปลายจมูกของอวี่เหวินจื้อโดนเข่าของเย่เสวียนกระแทกเข้าอย่างจัง!
กร๊อบ!
สันจมูกโด่งเป็นสันที่เขาภูมิใจนักหนาหักสะบั้น เลือดสดๆ ทะลักออกมาอาบหน้าเหมือนเปิดก๊อกน้ำ!
ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนแทบขาดใจ
"อ๊ากกก~"
อวี่เหวินจื้อร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
เขาไม่คาดคิดเลยว่าในสถานการณ์ที่สิ้นหวังแบบนี้ เย่เสวียนจะไม่ยอมถอยแต่กลับพุ่งเข้ามาลอบโจมตีอย่างบ้าคลั่ง!
แถมยังใช้วิธีสกปรกไร้ขีดจำกัดอีก!
เย่เสวียนคว้าหัวของอวี่เหวินจื้อไว้แน่นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง กำหมัดเหล็กแน่นแล้วซัดเข้าที่หน้าอย่างจัง!
พลังแขนกิเลนที่ผสานกับกระดูกจักรพรรดิบรรพกาลปลดปล่อยความรุนแรงเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า!
เปรี้ยง!
พลังหมัดหนักหลายหมื่นชั่งพุ่งกระแทกใส่ใบหน้าอันหยิ่งยโสของอวี่เหวินจื้ออย่างเต็มแรง
ใบหน้าของอวี่เหวินจื้อเละเทะจนแทบจำไม่ได้ เขาหน้ามืดตาลายเห็นดาวระยิบระยับ
ลูกตาแทบจะทะลักออกมาเพราะแรงหมัดของเย่เสวียน!
บรรดาศิษย์คนอื่นๆ ต่างเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว!
เย่เสวียนตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมถอย ซ้ำยังกล้าลงมืออย่างดุดัน!
เย่เสวียนไม่รู้จักเคล็ดวิชาอะไรเลย การโจมตีต่อเนื่องสองกระบวนท่านี้เขาเลียนแบบมาจากหนังแอคชั่นของคนธรรมดาทั้งนั้น!
ในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ มันช่างเป็นการต่อสู้ข้างถนนที่หยาบคายและต่ำต้อยเสียเหลือเกิน
การต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์น่ะต้องสง่างามดั่งเทพเซียน ยืนหยัดอย่างมั่นคง ใช้เวทมนตร์และของวิเศษปะทะกันสิถึงจะถูก
คนเป็นเซียนสู้กันน่ะ ท่วงท่ามันสำคัญที่สุด!
ฝ่ายธรรมะต้องดูดีมีชาติตระกูล ฝ่ายมารก็ต้องดูดุดันน่าเกรงขาม!
วิชาต่อสู้ข้างถนนแบบคนธรรมดานี้จะเอามาใช้ในงานระดับนี้ได้ยังไง?
แต่ทว่า!
มันได้ผลชะงัดนัก!
เย่เสวียนไม่สนหรอกว่าท่าทางตอนสู้มันจะออกมาเป็นยังไง ในเมื่อเขาไม่มีเคล็ดวิชาอะไรเลย ก็ขอซัดให้สะใจไปก่อนก็แล้วกัน!
จิตสังหารของเขาพุ่งปรี๊ด เขาประเคนหมัดใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
"เชี่ยเอ๊ย!"
"แกไม่ได้อยากฟังเรื่องซัมติงของข้ากับศิษย์พี่นักหรือไง?"
"ข้าจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละ!"
"เข้ามาสิวะ!"
แต่ละหมัดที่ซัดออกไปนั้นหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
พลังของราชันมังกรโบราณในแขนขวาปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นเพียงแค่หนึ่งในหมื่นของพลังดั้งเดิม แต่มันก็ยังทรงพลังพอจะบดขยี้กองทัพได้!
ใบหน้าของอวี่เหวินจื้อถูกซัดจนเละเทะไปหมด
ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีลุงที่อยู่ระดับสูงสุดของขั้นทารกวิญญาณคอยดูแลทะนุถนอม และกินของวิเศษล้ำค่าไปมากมายจนนับไม่ถ้วน หากเป็นศีรษะของอวี่เหวินป้าคงโดนซัดจนแหลกละเอียดตายคาที่ไปแล้ว!
"พวกแกตายกันหมดแล้วหรือไง? ยังไม่เข้ามาช่วยข้าอีก"
อวี่เหวินจื้อร้องโหยหวนราวกับหมูโดนเชือด
ลูกสมุนทั้งหลายเพิ่งจะได้สติและเตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย
แต่ใครจะไปคิดล่ะ
เย่เสวียนกระโดดเตะอวี่เหวินจื้อกระเด็นไปฝั่งฝูงชนอย่างแรง!
ลูกสมุนหลายคนรีบเข้าไปรับร่างที่บาดเจ็บสาหัสของอวี่เหวินจื้อจนล้มกลิ้งล้มหงายทับกันเป็นทอดๆ
เย่เสวียนหัวเราะเสียงดังลั่นแล้วพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว!
"ไอ้พวกโง่! เจอหน้าคราวหน้าเมื่อไหร่ ข้าจะซัดแกให้หมอบทุกครั้งเลยคอยดู!"
เขาอาศัยจังหวะชุลมุนฝ่าวงล้อมหนีออกไป!
วิ่งหนีไปได้ไกลกว่าสิบจั้ง
อวี่เหวินจื้อตะโกนอย่างบ้าคลั่ง "ไอ้พวกหมูตอน! ฆ่ามัน! สับมันให้เละ!"
ใบหน้าของเขาถูกเย่เสวียนซัดจนเสียโฉม ความอาฆาตแค้นพุ่งทะลุปรอท!
เรื่องบันทึกสียงอะไรนั่นช่างแม่งมันแล้ว!
ไปลงนรกซะ!
เมื่อก่อนเย่เสวียนเป็นแค่ไอ้ขยะแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับซัดอวี่เหวินจื้อจนมีสภาพน่าสมเพชขนาดนี้!
พลังหมัดนั่นมันรุนแรงมหาศาลมาก ความแข็งแกร่งทางร่างกายก็ทำเอาอวี่เหวินจื้อรู้สึกละอายใจ
เย่เสวียนไปได้วาสนาอะไรมากันแน่?
ขืนปล่อยไอ้เด็กนี่ไว้! จะต้องกลายเป็นหอกข้างแคร่ในอนาคตแน่ๆ!
ตอนนี้เขาแค่อยากจะฆ่าเย่เสวียนให้ตาย สับมันให้ละเอียดเป็นชิ้นๆ!
ลูกสมุนทั้งหลายเพิ่งได้สติ พวกมันสบถด่าทอพร้อมกับชักกระบี่ออกมาแล้วพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
กระบี่ร่วงหล่น กระบี่กางเขนสายฟ้า ดาบปลิดวิญญาณ กระบี่วารีไหล
เพลงกระบี่หลากหลายรูปแบบของสำนักกระบี่เซียนถูกฟาดฟันเข้าใส่เย่เสวียนอย่างต่อเนื่อง
ความสำคัญของขั้นหล่อหลอมกายาถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างเต็มที่
ถ้าเป็นขั้นหล่อหลอมกายาทั่วไป ไม่มีทางหนีรอดจากการรุมสกรัมของลูกศิษย์ขั้นฝึกปราณกว่าสามสิบคนไปได้หรอก
แต่เย่เสวียนมีรากวิญญาณวิถีสวรรค์ แถมยังได้รับการถ่ายทอดพลังทะลวงจุด และยังผสานร่างกับกระดูกจักรพรรดิบรรพกาล ร่างกายของเขาจึงแข็งแกร่งกว่าขั้นหล่อหลอมกายาทั่วไปเป็นร้อยเท่า!
โชคดีที่เย่เสวียนเปิดฉากโจมตีเด็ดหัวก่อน ฝ่ายอวี่เหวินที่ขาดคนสั่งการจึงโจมตีสะเปะสะปะ เย่เสวียนโดนฟันไปสามสี่แผลแต่ก็สามารถวิ่งหนีไปได้ไกลกว่ายี่สิบจั้งแล้ว
ความสำคัญของขั้นหล่อหลอมกายาถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างเต็มที่อีกครั้ง
ถ้าเป็นขั้นหล่อหลอมกายาทั่วไป ไม่มีทางหนีรอดจากการรุมสกรัมของลูกศิษย์ขั้นฝึกปราณไปได้หรอก!
แค่โดนเข้าไปทีเดียวก็คงลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว
แต่เย่เสวียนมีรากวิญญาณวิถีสวรรค์ แถมยังได้รับการถ่ายทอดพลังทะลวงจุด และยังผสานร่างกับกระดูกจักรพรรดิบรรพกาล ร่างกายของเขาจึงแข็งแกร่งกว่าขั้นหล่อหลอมกายาทั่วไปเป็นร้อยเท่า!
แม้จะโดนกระบี่ฟันไปหลายครั้ง เขาก็แค่เซถลาและกระอักเลือดออกมา แต่ก็ยังคงวิ่งหน้าตั้งต่อไป
เป้าหมายของเขาคือบันไดขึ้นชั้นที่สอง!
เย่เสวียนคิดแผนเอาไว้แล้ว ทางรอดเดียวของเขาคือต้องขึ้นไปข้างบน! ขึ้นไปให้สูงที่สุด!
ลูกสมุนของอวี่เหวินจื้อไม่มีทางผ่านการทดสอบของแต่ละชั้นแล้วตามล่าเขาไปได้ทุกคนหรอก
ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ จำนวนคนที่จะตามล่าเขาก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น
"ไอ้พวกสวะเอ๊ย!"
เมื่อเห็นว่าเย่เสวียนกำลังจะหนีขึ้นบันไดไปได้ ใบหน้าของอวี่เหวินจื้อก็มืดทะมึนถึงขีดสุด!
เขากลืนยาเม็ดหนึ่งลงคอแล้วเร่งเดินลมปราณอย่างบ้าคลั่ง!
ตอนนี้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนน่ากลัวและไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
พลังวิญญาณในจุดตันเถียนถูกดึงออกมาใช้อย่างเต็มที่
"ไอ้ขยะอย่างแกยังไม่ถึงขั้นฝึกปราณด้วยซ้ำ กล้าดีมาลอบโจมตีข้างั้นรึ? ไปลงนรกซะ!"
[กระบี่อวี้ฉาง] ของวิเศษระดับทั่วไปขั้นสูงที่อวี่เหวินจี๋มอบให้ เปล่งเสียงหึ่งๆ ขึ้นมา!
ปกติแล้วผู้ที่อยู่ขั้นฝึกปราณไม่มีทางใช้กระบี่บินได้ เพราะนั่นเป็นพลังของขั้นจินตัน
แต่ [กระบี่อวี้ฉาง] เป็นของวิเศษที่สามารถโจมตีแบบกระบี่บินได้ในตัว ขอแค่ผู้ใช้มีพลังวิญญาณมากพอก็สามารถควบคุมมันได้
ถึงแม้พลังโจมตีของมันจะไม่ได้ระคายผิวผู้ที่อยู่ขั้นทารกวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าเอามาใช้ฆ่าขั้นฝึกปราณ หรือแม้กระทั่งขู่ผู้ที่อยู่ขั้นสร้างรากฐาน ก็ถือว่าเหลือแหล่!
นี่คือไพ่ตายก้นหีบที่อวี่เหวินจี๋มอบให้หลานชายเอาไว้ป้องกันตัว!
ด้วยพรสวรรค์อันโดดเด่นของอวี่เหวินจื้อ เมื่อเขากินยาเม็ดนั้นเข้าไป เขาก็สามารถฝืนใช้พลังของมันได้หนึ่งครั้ง
[กระบี่อวี้ฉาง] พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ!
เย่เสวียนกำลังจะถึงบันไดอยู่แล้ว อีกแค่สองก้าวเท่านั้น แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกใจคอไม่ดี
ความรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออกพุ่งเข้าปกคลุมร่างของเขา!
"ซวยแล้ว!"
เย่เสวียนทำได้แค่เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย!
แผ่นหลังของเขาถูก [กระบี่อวี้ฉาง] แทงทะลุไปในพริบตา!
เย่เสวียนรู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าอย่างจัง เขากระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตปนกับเศษเนื้อสีม่วงคล้ำกระเด็นเต็มพื้น!
ป้ายหยกประจำตัวที่เหน็บอยู่ตรงเอวก็ร่วงหล่นลงพื้น แต่เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะก้มลงไปเก็บ
แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดวิ่ง เขาฝืนดึงกระบี่อวี้ฉางออกแล้วเก็บมันใส่แหวนมิติทันที
เขาอาศัยแรงฮึดเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวขึ้นบันไดไปได้สำเร็จ!
"ไม่นะ! ไอ้บัดซบเอ๊ย!"
เมื่ออวี่เหวินจื้อสัมผัสไม่ได้ถึงกระบี่อวี้ฉาง ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวจนดูน่ากลัว
[จบแล้ว]