เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - หนุ่มน้อยรูปงาม

บทที่ 30 - หนุ่มน้อยรูปงาม

บทที่ 30 - หนุ่มน้อยรูปงาม


บทที่ 30 - หนุ่มน้อยรูปงาม

ทางทิศตะวันออกของแคว้นเซิ่ง บนถนนหลวง ขบวนรถม้าหลายคันและผู้คุ้มกันที่พกดาบเดินทัพกันอย่างเป็นระเบียบมุ่งหน้าไปทางตะวันออก

ภายในขบวน แม้จะร่วมทางกัน แต่ก็มีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน

ด้านหน้าและด้านหลังล้วนเป็นชายฉกรรจ์ชุดทะมัดทะแมงขี่ม้าพ่วงพี แต่ละคนรูปร่างกำยำล่ำสัน สายตาคมกริบ ที่เอวเหน็บดาบยาว

ตรงกลางเป็นรถม้าคันใหญ่สามคัน รอบๆ รถม้ามีผู้คุ้มกันอีกสิบกว่าคนขี่ม้าล้อมรอบ ผู้คุ้มกันเหล่านี้ไม่มีรังสีอำมหิตเหมือนพวกชายฉกรรจ์ และไม่มีดาบยาวที่เอว มีเพียงกระบองไม้ขนาดเท่าท่อนแขนเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าเป็นคนละกลุ่มกัน แต่กลับเดินทางร่วมกัน

ด้านหน้าสุดของขบวน ชายฉกรรจ์วัยกลางคนที่มีแผลเป็นทางยาวตั้งแต่หางตาไปจนถึงหลังหู เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ก่อนจะสั่งให้ชายหนุ่มร่างบึกบึนที่ตามมาข้างๆ ไปแจ้งแผนการคืนนี้ให้รถม้าคันกลางทราบ

พวกเขาคือสำนักคุ้มภัยที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงของแคว้นเซิ่ง การเดินทางครั้งนี้ได้รับการว่าจ้างจากนายท่านสวี ให้คุ้มครองครอบครัวตระกูลสวีเดินทางไปพึ่งพิงญาติที่แคว้นเฉียนซึ่งอยู่ติดกัน

การเดินทางครั้งนี้ ไปกลับคงต้องใช้เวลาเกือบครึ่งปี แต่การรับงานนี้ก็ทำเงินได้ถึงหลายร้อยตำลึง ขากลับหากรับงานเพิ่มอีกสักงาน พี่น้องในสำนักคุ้มภัยทั้งสามสิบคน ก็จะได้รับส่วนแบ่งคนละหลายสิบตำลึง กลับไปก็จะได้ซื้อของฝากให้พ่อแม่ลูกเมียได้มากขึ้น

หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานนึกถึงรายได้จากการเดินทางครั้งนี้ รอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว ในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มที่ไปแจ้งข่าวนายท่านสวีก็กลับมาพอดี

"หัวหน้า นายท่านสวีบอกว่าไม่มีปัญหา ขอรับฟังการจัดเตรียมของพวกเราทุกอย่างเลยขอรับ"

หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานพยักหน้า นายท่านสวีคนนี้ถือว่าคุยง่าย ไม่ได้เรียกร้องอะไรวุ่นวาย

เส้นทางที่พวกเขาเดินทางมาหลายวันนี้ เป็นเขตแดนรอยต่อระหว่างแคว้นเซิ่งและแคว้นเฉียน ผู้คนเบาบาง เส้นทางก็ไม่ค่อยดีนัก สถานีพักม้าก็มีน้อย คงต้องมีสักสองสามคืนที่ต้องนอนกลางแจ้ง

พวกเขาเคยคุ้มครองพ่อค้าเศรษฐีและขุนนางมามากมาย พอรู้ว่าจะต้องนอนกลางแจ้ง ต่างก็โวยวายกันใหญ่ แต่นายท่านสวีกลับไม่มีข้อเรียกร้องอะไรมากมาย ถือว่าเป็นนายจ้างที่ดีทีเดียว

"เจ้าไปบอกนายท่านสวีนะ ว่าพวกเราเคยเดินทางเส้นทางนี้มาหลายครั้งแล้ว แถวนี้มีศาลเจ้าเก่าๆ อยู่แห่งหนึ่ง ถึงจะไม่ค่อยดีนัก แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องตากลมเบียดเสียดกันในรถม้า เดี๋ยวพวกเราจะไปล่าสัตว์มาให้ รับรองว่าจะได้เพิ่มเมนูอาหารป่าให้นายท่านสวีกับครอบครัวอีกสักสองอย่าง" นายจ้างคุยง่าย พวกเขาก็ต้องแสดงน้ำใจตอบแทน

ศาลเจ้าเก่าที่หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานพูดถึงคือศาลเจ้าเทพารักษ์ แม้จะไม่ใหญ่นัก แต่ก็กว้างขวางพอให้ครอบครัวตระกูลสวีพักพิงได้สบายๆ

เมื่อท้องฟ้าเริ่มสลัว ขบวนก็เดินทางมาถึงศาลเจ้าเทพารักษ์ นายท่านสวีพาฮูหยินสวีที่ใช้พัดบังหน้าและครอบครัว เดินเข้าไปในศาลเจ้าโดยมีสาวใช้และผู้คุ้มกันล้อมรอบ

ผู้คุ้มกันที่เหลือก็ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูศาลเจ้า ส่วนคนของสำนักคุ้มภัยก็ตั้งเต็นท์ ก่อกองไฟอยู่รอบนอก และมีอีกหลายคนที่สะพายธนูเดินเข้าป่าไป

หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานไม่ได้ไปไหน ความปลอดภัยของนายจ้างต้องมาก่อน เขาจึงไม่กล้าปลีกตัวไปไหนง่ายๆ

"ท่านพ่อ! ท่านลุงหลิวไปล่าสัตว์กันแล้วใช่ไหม ข้าก็อยากไปบ้าง" หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานเพิ่งจะตรวจดูความปลอดภัยรอบๆ เสร็จ ยังไม่ทันได้นั่งลง ร่างเล็กๆ ปราดเปรียวก็กระโดดเข้ามากอดเขาอย่างออดอ้อน

"เหลวไหล! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าร้องไห้งอแงจะตามมาให้ได้ ข้าจะพาเจ้ามาทำงานคุ้มภัยด้วยทำไม ฝีมือแค่หางอึ่งอย่างเจ้า ยังจะไปล่าสัตว์อีก อย่าไปเป็นตัวถ่วงเขาเลย" หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานปวดหัวกับลูกสาวคนเล็กที่ชอบเกาะแกะออดอ้อนคนนี้จริงๆ นางชอบจับดาบจับทวนมาตั้งแต่เด็ก วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในสำนักคุ้มภัย เจอใครในสำนักก็ขอประลองด้วย พวกพี่น้องเห็นแก่หน้าเขา ก็เลยยอมอ่อนข้อให้ ทำเอายัยหนูนี่หลงคิดไปเองว่าวิทยายุทธ์ของตัวเองเก่งกล้าสามารถเสียเหลือเกิน

การเดินทางคุ้มภัยครั้งนี้ นางร้องไห้งอแงจะตามมาให้ได้ สุดท้ายก็แอบซ่อนตัวอยู่ในรถเสบียงตามมาจนได้ ทำเอาหัวหน้าผู้คุ้มภัยหานแทบคลั่ง

หานตั๋วเอ๋อร์เกล้าผมทรงหางม้าสูง ปลายผมถักเป็นเปียสองเส้นห้อยไว้ที่หน้าอก เนื่องจากนางชอบจับดาบจับทวนและวิ่งซนไปทั่ว ผิวของนางจึงออกสีน้ำผึ้ง ดูมีชีวิตชีวาและสดใสตามวัยสาว เมื่อได้ยินคำพูดของบิดา นางก็ทำปากยื่น ไม่ค่อยพอใจนัก

"หัวหน้าขอรับ ฮูหยินสวีอยากจะล้างเนื้อล้างตัว เลยอยากให้พวกเราไปตักน้ำมาให้หน่อยขอรับ" ผู้คุ้มภัยคนหนึ่งเดินนำสาวใช้คนหนึ่งเข้ามาหาหัวหน้าผู้คุ้มภัยหานแล้วเอ่ยขึ้น

"หัวหน้าผู้คุ้มภัยหาน ฮูหยินและคุณหนูของพวกเราอยากจะทำความสะอาดร่างกายสักหน่อย ไม่ทราบว่าจะรบกวนพี่ๆ ผู้คุ้มภัยไปตักน้ำมาให้สักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ" สาวใช้ชุดฟ้าค้อมตัวทำความเคารพ ท่าทีสุภาพอ่อนน้อม

สตรีรักความสะอาด หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานเข้าใจได้ โดยเฉพาะพวกสตรีตระกูลผู้ดี เขาจึงรับปากอย่างง่ายดาย "ไม่ทราบว่าฮูหยินและคุณหนูต้องการน้ำมากน้อยแค่ไหนขอรับ"

เมื่อเห็นหัวหน้าผู้คุ้มภัยหานตอบรับอย่างง่ายดาย เซี่ยเถาก็ยิ้มตอบ "ไม่มากเจ้าค่ะ แค่ยี่สิบถังก็พอ"

ยี่สิบถัง? แม้แถวนี้จะมีลำธาร แต่ทางเดินไปกลับก็ไม่ได้ราบเรียบ ไปกลับรอบหนึ่งก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) แม้พวกเขาจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ แต่คนที่เหลืออยู่เฝ้าเวรยามก็มีแค่ยี่สิบคน ถ้าแบ่งไปตักน้ำห้าคน ก็ต้องเดินไปกลับถึงสามสี่รอบ

หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานขมวดคิ้ว น้ำเยอะขนาดนี้คงกะจะอาบน้ำกันเลยล่ะสิ การอาบน้ำกลางป่ากลางเขาแบบนี้มันยุ่งยากมาก ปกติก็แค่เช็ดตัว แล้วรอไปอาบน้ำที่สถานีพักม้าในวันรุ่งขึ้น แต่ว่า นายท่านสวีก็ถือว่าเป็นนายจ้างที่ดี เรื่องแค่นี้ก็พอทำได้ เดี๋ยวให้พี่น้องไปตักน้ำเพิ่มอีกสักคนสองคน จะได้เสร็จเร็วขึ้น ถือว่าเป็นการฝึกความอดทนไปในตัวก็แล้วกัน

"ยี่สิบถัง? เยอะขนาดนั้น ทำไมไม่ให้ผู้คุ้มกันของพวกเจ้าไปตักเองล่ะ สำนักคุ้มภัยของพวกเรามีหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยนะ ไม่ใช่คนรับใช้" หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานยังไม่ทันได้อ้าปาก หานตั๋วเอ๋อร์ก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน แค่นอนกลางป่าคืนเดียว เช็ดตัวนิดหน่อยก็พอแล้ว ยังจะมาอาบน้ำอีก สำออยจริงๆ มีผู้คุ้มกันตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ใช้พวกเขาไปตักน้ำล่ะ

เซี่ยเถายังไม่ทันได้ตอบ เด็กหญิงที่สวมสร้อยคอทองคำก็โผล่มาจากข้างหลัง ชี้หน้าหานตั๋วเอ๋อร์ด้วยนิ้วขาวผ่อง "นังเด็กป่าเถื่อน บ้านข้าจ่ายเงินจ้างพวกเจ้ามา จะใช้ไม่ได้เชียวหรือ?"

"เจ้า! รนหาที่ตายใช่ไหม!" หานตั๋วเอ๋อร์ขมวดคิ้ว กำหมัดแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ใบหน้าที่กำลังโกรธเกรี้ยวดูน่ากลัวทีเดียว

เด็กหญิงที่สวมสร้อยคอตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว ไปหลบอยู่หลังเซี่ยเถาสาวใช้ชุดฟ้า พลางดึงแขนเสื้อของนางแล้วร้องสั่ง "เซี่ยเถา สั่งสอนนังเด็กป่าเถื่อนนี่ให้ข้าที!"

เซี่ยเถาสาวใช้ชุดฟ้าและหัวหน้าผู้คุ้มภัยหานต่างก็จับตัวคนของตัวเองไว้ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

เรื่องแค่นี้ สำหรับสำนักคุ้มภัยแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือทำให้ลำบากใจแต่อย่างใด เดินทางท่องยุทธภพมาหลายปี เรื่องอะไรบ้างที่ไม่เคยเจอ คนแบบไหนบ้างที่ไม่เคยพบ นี่มันเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก

เซี่ยเถาเป็นสาวใช้ข้างกายฮูหยินสวี นางรู้ดีว่าแม้ฮูหยินของนางจะดูแคลนพวกนักสู้เหล่านี้ แต่ก็รู้ว่าตลอดการเดินทางนี้ยังต้องพึ่งพาพวกเขาให้คุ้มครองความปลอดภัย ย่อมไม่อยากล่วงเกินพวกเขาแน่นอน

ยังเหลือเวลาอีกตั้งเดือนกว่าจะถึงเมืองหลวงของแคว้นเฉียน

ขณะที่หัวหน้าผู้คุ้มภัยหานกำลังจะก้มหน้าดุลูกสาว เขาก็ขมวดคิ้วแน่น ดึงลูกสาวไปหลบด้านหลังทันที มือข้างหนึ่งกุมด้ามดาบยาวที่เอว สายตาคมกริบจ้องมองไปยังพุ่มไม้และต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก

ผู้คุ้มภัยคนอื่นๆ เห็นท่าทีของหัวหน้าหาน ก็พากันลุกขึ้นยืน มือจดด้ามดาบ สายตาระแวดระวังมองไปรอบๆ

เซี่ยเถาดึงตัวคุณหนูมาโอบกอดไว้ แม้นางจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว ดูเหมือนจะมีอะไรผิดปกติ

ซ่าๆ ซ่าๆ

มีเสียงเสียดสีกันของใบไม้และกิ่งไม้ดังมาจากพุ่มไม้ เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ดาบยาวที่เอวของหัวหน้าผู้คุ้มภัยหานถูกชักออกมาเล็กน้อย สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายเย็นเยียบ

เสียงซ่าๆ หยุดลงตรงริมพุ่มไม้ เท้าที่สวมรองเท้าผ้าสีดำข้างหนึ่งก้าวออกมาจากพุ่มไม้ ตามด้วยมือที่เรียวยาวขาวผ่อง และสุดท้าย หนุ่มน้อยในชุดชิงอีก็ปรากฏตัวขึ้น

หนุ่มน้อยวัยสิบสาม ผิวพรรณขาวเนียนดุจหยก ริมฝีปากแดงระเรื่อ ดวงตาสุกใสกระจ่างปานน้ำค้าง แขนข้างหนึ่งอุ้มลูกแมวน้อยสีขาวปลอด แหงนหน้ามองมาที่ทุกคน พร้อมกับคลี่ยิ้มอันอบอุ่นดั่งแสงตะวัน

ทุกคนต่างก็เบิกตากว้าง ช่างเป็นหนุ่มน้อยรูปงามอะไรเช่นนี้!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - หนุ่มน้อยรูปงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว