เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5: ก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า

ตอนที่ 5: ก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า

ตอนที่ 5: ก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า


ตอนที่ 5: ก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า

【แน่นอนว่าย่อมมีผู้คนที่ต้องการสังหารคุณอยู่ไม่น้อย】

【คนเหล่านี้ไม่สามารถเอาชนะคุณได้ในการต่อสู้ซึ่งหน้า จึงงัดเอาเล่ห์เหลี่ยมสกปรกอย่างการวางยาพิษมาใช้】

【ทว่าวิชาแพทย์ของคุณก็ก้าวหน้าไปมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา พิษเหล่านั้นจึงเป็นเพียงแค่ของเด็กเล่นในสายตาคุณ】

【บรรดาผู้ที่พยายามลอบทำร้ายคุณ ย่อมถูกส่งลงไปสำนึกผิดในปรโลกอย่างไม่ต้องสงสัย】

【อายุ 24 ปี: เนื่องจากผู้คนทั่วยุทธภพได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของคุณแล้ว สำนักต่างๆ ที่คุณไปเยือนหลังจากนั้นจึงยอมส่งมอบเคล็ดวิชาบ่มเพาะให้อย่างว่าง่าย】

【ไม่นานนัก คุณก็ไปเยือนสำนักที่มีชื่อเสียงมาจนเกือบหมด ตอนนี้เหลือเพียงสำนักชั้นนำระดับแนวหน้าที่มีหยอดฝีมือขั้นสูงสุดอยู่เท่านั้น】

【แน่นอนว่าในช่วงเวลานี้ คุณได้กวาดล้างไปอีกหลายสำนัก เมื่อรวมกับความแค้นเก่าที่สังหารขู่ฉานไปก่อนหน้านี้...】

【วัดอู๋เซียงจึงตัดสินใจจัดงานชุมนุมปราบมารขึ้น โดยประกาศเรียกตัวชาวยุทธภพให้มาร่วมกันสังหารจอมมารผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ】

【โดยธรรมชาติแล้วคุณย่อมได้รับรู้ข่าวนี้ ทว่าคุณกลับไม่ได้ใส่ใจมันเลยแม้แต่น้อย】

【อีกอย่าง เป้าหมายต่อไปของคุณก็คือบรรดาสำนักที่มียอดฝีมือขั้นสูงสุดอยู่พอดี】

【ในเมื่อวัดอู๋เซียงกล้าท้าทายถึงเพียงนี้ คุณจึงตัดสินใจให้พวกเขาเป็นเป้าหมายแรกเสียเลย】

【วันงานชุมนุมปราบมารที่วัดอู๋เซียงมาถึงอย่างรวดเร็ว ชาวยุทธภพจำนวนมากต่างมารวมตัวกันที่ลานหน้าวัด】

【ในหมู่คนเหล่านั้น มีเพียงยอดฝีมือขั้นหนึ่งก็ปาเข้าไปกว่าร้อยคนแล้ว แถมยังมีหยอดฝีมือขั้นสูงสุดอีกหลายคน ส่วนยอดฝีมือขั้นสองและขั้นสามนั้นมีมากมายจนนับไม่ถ้วน】

【เหล่าหลวงจีนแห่งวัดอู๋เซียงยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฝูงชน ขู่ซิน เจ้าอาวาสวัดอู๋เซียงกำลังเตรียมจะกล่าวปราศรัยบางอย่าง】

【ทว่าในวินาทีนั้น จู่ๆ คุณก็ปรากฏตัวขึ้นกลางลานและพูดแทรกขึ้นมา】

【เมื่อเห็นคุณปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ทุกคนในที่นั้นต่างก็งุนงงว่าคุณกำลังทำอะไร?】

【ใช่แล้ว ครั้งนี้คุณไม่ได้สวมหน้ากาก แต่ปรากฏตัวด้วยใบหน้าที่แท้จริง ทำให้ชั่วขณะหนึ่ง ฝูงชนจำไม่ได้ว่าคุณคือใคร】

【ขู่ซินที่กำลังจะเอ่ยปากถูกขัดจังหวะด้วยการปรากฏตัวของคุณ เขากล่าวกับคุณด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อยว่า "ประสกมีธุระอันใดหรือ? โปรดอย่าขัดจังหวะการพูดของอาตมา เกรงว่าจะทำให้เสียการใหญ่"】

【"การใหญ่? การใหญ่อะไร? กำลังหารือกันว่าจะจัดการกับข้ายังไงงั้นสิ?"】

【เมื่อได้ยินคำพูดของคุณ ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง แม้พวกเขาจะรู้ว่าจอมมารนั้นอายุยังไม่มาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะยังดูเด็กเยาว์วัยถึงเพียงนี้】

【เนื่องจากผลของเคล็ดวิชาบ่มเพาะ ในสายตาพวกเขา คุณจึงดูเหมือนคุณชายรูปงามวัยเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปีเท่านั้น】

【ฝูงชนไม่อาจเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของคุณเข้ากับบุคคลที่ลงมือกวาดล้างสำนักไปนับสิบแห่งได้เลย】

【"ที่แท้ประสกก็คือจอมมารที่สังหารศิษย์น้องของอาตมานี่เอง" แม้ขู่ซินจะแทบไม่อยากเชื่อว่าจอมมารจะอายุน้อยขนาดนี้ แต่ในเมื่อคุณยอมรับด้วยตัวเอง เขาก็จำต้องเชื่อ】

【"อย่าเอาแต่เรียกข้าว่าจอมมารเลย ข้ามีชื่อว่าหลินอวี่ แน่นอนว่าพวกท่านจะเรียกข้าว่าคุณชายหลินหรือจอมยุทธ์น้อยหลินก็ได้"】

【"จุดประสงค์ที่ข้ามาในวันนี้ ก็เพื่อเคล็ดวิชาและวรยุทธ์ของวัดอู๋เซียง ขอเพียงพวกท่านมอบมันให้ข้า ความบาดหมางระหว่างเราถือเป็นอันยุติ เป็นไง? ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับพวกท่านนะ"】

【"ไอ้จอมมาร แกจะโอหังเกินไปแล้ว! วันนี้มีชาวยุทธภพฝ่ายธรรมะมารวมตัวกันมากมายขนาดนี้ ทำไมแกถึงไม่ยอมจำนนแต่โดยดีวะ!" ใครบางคนในฝูงชนตะโกนขึ้นมา】

【"ข้าโอหังอย่างนั้นหรือ?"】

"โอหังจริงๆ นั่นแหละ" หลินอวี่เองก็รู้สึกว่าตัวเขาในระบบจำลองนั้นค่อนข้างเย่อหยิ่ง เขาเป็นประเภทที่หลงระเริงเพียงเพราะมีความแข็งแกร่งอย่างนั้นหรือ?

【"ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกพวกท่านหรอกนะ แต่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ล้วนเป็นสวะในสายตาข้าทั้งสิ้น"】

【"เจ้าหัวโล้น อยากจะสู้ก็เข้ามา ข้าจะให้เวลาท่านเตรียมตัว ถ้าไม่สู้ ก็ส่งของมาซะดีๆ"】

【คุณยอมรับว่าวันนี้พูดมากไปหน่อย แต่คุณก็ควบคุมความรู้สึกที่อยากจะโอ้อวดไม่ได้จริงๆ】

【"อมิตาพุทธ ประสก สันดานมารของท่านหยั่งรากลึกเสียแล้ว วันนี้อาตมาจะขอกำจัดจอมมารอย่างท่านเพื่อชาวยุทธภพ ตั้งค่ายกลเทียนกังตี้ซาสยบมาร!"】

【ทันทีที่ขู่ซินกล่าวจบ หลวงจีนยอดฝีมือขั้นหนึ่งสามสิบหกรูปและขั้นสองเจ็ดสิบสองรูปก็กรูกันออกมาจากวัดอู๋เซียง】

【ท้ายที่สุด พวกเขาก็เข้าประจำตำแหน่งตามค่ายกลสุดยอดความลับของวัดอู๋เซียง ค่ายกลเทียนกังตี้ซาสยบมาร กางวงล้อมปิดกั้นคุณไว้อย่างสมบูรณ์】

【จากนั้น คนเหล่านี้ก็เปิดฉากโจมตีคุณ แม้จะเป็นที่เลื่องลือว่าค่ายกลเทียนกังตี้ซาสยบมารสามารถกดข่มยอดฝีมือขั้นสูงสุดสองคนได้สบายๆ แต่สำหรับคุณแล้วมันไม่ระคายผิวเลยสักนิด】

【เมื่อเห็นว่าแม้แต่ค่ายกลเทียนกังตี้ซาสยบมารก็ทำอะไรคุณไม่ได้ ขู่ซินพร้อมกับยอดฝีมือขั้นสูงสุดอีกสองคนของวัดอู๋เซียงจึงกระโจนเข้าร่วมวงโจมตีด้วย】

【"ประเสริฐ!" ตอนนี้คุณแข็งแกร่งกว่าตอนที่สังหารขู่ฉานหลายเท่านัก คุณอยากรู้เหมือนกันว่ายอดฝีมือขั้นสูงสุดหลายคนจะบีบให้คุณต้องงัดเอาพลังทั้งหมดออกมาได้หรือไม่】

【ส่วนเรื่องอันตราย คุณมั่นใจว่าด้วยวิชาย่างก้าวมายา หากคุณต้องการจะหลบหนี ย่อมไม่มีใครในโลกนี้หยุดคุณได้】

【ด้วยพลังที่ผสานกันของสามยอดฝีมือขั้นสูงสุดและค่ายกลเทียนกังตี้ซาสยบมาร คุณต้องเผชิญกับการโจมตีที่โหมกระหน่ำดั่งพายุ】

【หากเป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุดคนอื่นในโลกนี้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับคุณ คงไม่มีใครรอดไปได้แบบศพสมบูรณ์แน่】

【ทว่า คุณยังคงรับมือกับการโจมตีเหล่านั้นได้อย่างสบายๆ】

【เมื่อเวลาผ่านไป คุณก็พบช่องโหว่ของค่ายกล คุณเบี่ยงตัวหลบทั้งสามคนรวมถึงขู่ซิน แล้วพุ่งทะลวงเข้าใส่ค่ายกลโดยตรง ไม่นานนัก หลวงจีนกว่าครึ่งก็ล้มตายและได้รับบาดเจ็บ】

【เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ขู่ซินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสั่งให้หลวงจีนรูปอื่นสลายค่ายกลและถอยออกจากการต่อสู้】

【เมื่อไร้ซึ่งค่ายกล การที่พวกเขาทั้งสามคนจะต้านทานการโจมตีของคุณก็ยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก】

【ทั้งสามคนตระหนักดีว่าหากยืดเยื้อต่อไป พวกเขาคงถูกคุณสูบกำลังจนตายแน่ จึงตัดสินใจงัดเอาท่าไม้ตายก้นหีบออกมาใช้】

【คนหนึ่งใช้วิชาไม้เท้าเหว่ยถัว อีกคนใช้ฝ่ามือวัชระ และสุดท้าย ขู่ซินก็โคจรเคล็ดวิชาไร้ลักษณ์ซึ่งเป็นวิชาพิทักษ์สำนัก แล้วใช้ออกด้วยดัชนีเคราะห์ไร้ลักษณ์】

【ทั้งสามโจมตีเข้ามาหาคุณจากสามทิศทางที่แตกต่างกัน】

【เมื่อเห็นดังนั้น คุณก็กระตุ้นปราณคุ้มกันขึ้นมาทันที】

【จากนั้น สุดยอดวิชาทั้งสามก็ปะทะเข้ากับปราณคุ้มกันของคุณ วินาทีที่กำลังภายในของพวกคุณทั้งสี่คนปะทะกัน พื้นดินในรัศมีหลายสิบเมตรก็ปริแตก ผู้ที่ยืนชมอยู่ใกล้ๆ ถูกคลื่นกระแทกซัดจนปลิวและได้รับบาดเจ็บสาหัส】

【ในขณะที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์มาถึงจุดคุมเชิง จู่ๆ ความเร็วในการโคจรกำลังภายในของคุณก็พุ่งสูงขึ้น จากนั้นกำลังภายในของคุณก็ระเบิดออกไปรอบทิศทาง】

【ขู่ซินและอีกสองคนถูกกำลังภายในของคุณกระแทกถอยหลังไปกว่าสิบก้าว ทิ้งรอยเท้าที่จมลึกขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะที่ก้าวถอย】

【เมื่อทรงตัวได้ พวกเขาก็กระอักเลือดออกมาคำโตและทรุดเข่าลงกับพื้น พวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกำลังภายในของคุณ】

【ฉากนี้สร้างความตกตะลึงให้กับฝูงชนเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่ายอดฝีมือขั้นสูงสุดถึงสามคนจะไม่สามารถเจาะทะลวงปราณคุ้มกันของคุณได้ ซ้ำยังถูกพลังสะท้อนกลับจนได้รับบาดเจ็บอีก】

【คุณมองไปที่ชายทั้งสามคนที่ทรุดตัวอยู่แล้วกวักมือเรียก "เข้ามาอีกสิ ข้ายังไม่จุใจเลย จะเรียกยอดฝีมือคนอื่นที่อยู่ที่นี่ให้เข้ามาร่วมด้วยก็ได้นะ ข้าไม่ถือหรอก"】

【ทว่า ขู่ซินและคนอื่นๆ รู้ดีว่าต่อให้เพิ่มยอดฝีมือคนอื่นเข้าไป พวกเขาก็ทำอะไรคุณไม่ได้อยู่ดี】

【หลังจากนั้น พวกเขาก็เลิกเรียกคุณว่าจอมมาร และเปลี่ยนมาเรียกคุณว่าจอมยุทธ์น้อยหลินแทน ขู่ซินถึงขนาดยกเอาความชั่วร้ายของสำนักที่คุณกวาดล้างไปมาแฉต่อหน้าทุกคนด้วยซ้ำ】

【เขายังอธิบายให้ทุกคนฟังด้วยว่าคุณไม่ใช่จอมมารแต่อย่างใด ทว่าเป็นผู้ที่มีความเมตตายิ่งใหญ่ในจิตใจต่างหาก】

【เมื่อเห็นเช่นนั้น คุณถึงกับทึ่งในตัวขู่ซิน จะบอกว่านี่เป็นเหตุผลที่เขาได้เป็นเจ้าอาวาสงั้นหรือ? ช่างหน้าหนาเกินไปแล้ว】

【ท้ายที่สุด ด้วยข้ออ้างที่ว่าต้องการให้คุณช่วยชี้แนะวรยุทธ์ เขาก็เปิดหอคัมภีร์ของวัดอู๋เซียงให้คุณเข้าไป】

【เมื่อเห็นพฤติกรรมของขู่ซิน คุณก็ไม่ได้ทำอะไรพวกเขา แน่นอนว่าที่ปล่อยพวกเขาไปไม่ใช่เพราะพวกเขายอมโอนอ่อน แต่เป็นเพราะยอดฝีมือขั้นสูงสุดจะมีประโยชน์อย่างมากกับคุณในภายหลัง ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็ควรเก็บพวกเขาไว้ก่อน】

【ส่วนเหตุผลที่คุณสังหารขู่ฉานไปก่อนหน้านี้ ก็ถือซะว่าเป็นความโชคร้ายของเขาเองก็แล้วกัน】

【หลังจากนั้น คุณก็ขลุกอยู่ในหอคัมภีร์ของวัดอู๋เซียงนานกว่าสิบวัน สมกับที่เป็นผู้นำแห่งฝ่ายธรรมะ คุณได้รับประโยชน์มากมายมหาศาลในช่วงสิบวันนี้】

【เหตุการณ์ในงานชุมนุมปราบมารวันนั้น หลังจากผ่านไปสิบวัน ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งใต้หล้า】

【ผู้คนทั่วยุทธภพต่างตกตะลึงที่คุณมีวรยุทธ์ไร้เทียมทานตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขาต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าเหตุใดคุณจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?】

【บางคนเดาว่าเป็นเพราะวิชากำลังภายในที่คุณบ่มเพาะ ในขณะที่บางคนก็เดาว่าคุณคืออัจฉริยะที่ในล้านคนจะมีสักคน】

【ไม่ว่าพวกเขาจะคาดเดากันไปอย่างไร แต่ด้วยสถิติการต่อสู้ของคุณ ทุกคนก็ต่างยกย่องให้คุณเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุคในยุทธภพปัจจุบันไปแล้ว】

【ในขณะที่คนอื่นๆ ยังคงกล่าวขวัญถึงคุณในฐานะยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า ตัวคุณก็ได้ออกเดินทางจากวัดอู๋เซียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว】

【หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนวัดอู๋เซียงแห่งพุทธศาสนา สถานที่ต่อไปที่คุณจะไปเยือนก็คือสำนักที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกัน นั่นคือ เขาเจินอู่】

จบบทที่ ตอนที่ 5: ก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า

คัดลอกลิงก์แล้ว