- หน้าแรก
- กำเนิดเจดีย์กลืนเทพ สังหารล้างโคตรตระกูลทรยศ
- บทที่ 200 - เสี่ยวจินแผลงฤทธิ์
บทที่ 200 - เสี่ยวจินแผลงฤทธิ์
บทที่ 200 - เสี่ยวจินแผลงฤทธิ์
บทที่ 200 - เสี่ยวจินแผลงฤทธิ์
ครืน ครืน ครืน!
เหนือเมืองศิลา เมฆาลมพายุแปรปรวนอย่างกะทันหัน กลิ่นอายหนาวเหน็บแผ่ซ่านไปทั่วผืนฟ้า มังกรน้ำแข็งร่างยักษ์แหงนหน้าคำรามก้อง เสียงมังกรคำรามสะเทือนเลื่อนลั่น
ผู้เป็นหัวหน้าที่รอดชีวิตมาได้ ถึงกับชะงักงัน เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่พัดโชยมาปะทะหน้า
"เป็นไปได้อย่างไร?"
เมื่อครู่นี้ หลวงจีนหัวโล้นยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับขอบเขตหยวนตานอยู่เลย เหตุใดพริบตาเดียวจึงกลายเป็นขอบเขตเจินอู่ไปได้
การปรากฏตัวของยอดฝีมือขอบเขตเจินอู่ในสนามรบหมื่นจักรวรรดิ นี่คือข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการอย่างแน่นอน
ฟุ่บ!
ผู้เป็นหัวหน้าแทบไม่คิดให้มากความ เผาผลาญโลหิตแก่นแท้ หมายจะหลบหนีไปในทันที
ทว่า
หลวงจีนหัวโล้นลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน สาดประกายแสงเย็นเยียบสองสาย พันธนาการร่างของผู้เป็นหัวหน้าเอาไว้ในชั่วพริบตา
"ข้าบอกให้เจ้าไปแล้วงั้นหรือ?"
วิ้ง!
หลวงจีนหัวโล้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ทั่วร่างล้อมรอบไปด้วยเจตจำนงเจินอู่อันน่าสะพรึงกลัว เหนือศีรษะมีมังกรน้ำแข็งบินวนอยู่ ทุกย่างก้าวของเขา ล้วนทำให้ทั่วทั้งเมืองศิลาต้องสั่นสะเทือน
"เจ้า... ต้องการสิ่งใด?"
ผู้เป็นหัวหน้าหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ คุกเข่าลงอ้อนวอน "ผู้อาวุโส ผู้น้อยเป็นคนของจักรวรรดิเซิ่งกวง ขอผู้อาวุโสโปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด"
จักรวรรดิเซิ่งกวงและจักรวรรดิปิงเทียน มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกัน
ผู้เป็นหัวหน้าก็คือ หลี่ซวี ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในหมู่คนรุ่นเยาว์แห่งจักรวรรดิเซิ่งกวง
"โอ้? จักรวรรดิเซิ่งกวงงั้นหรือ?"
หลวงจีนหัวโล้นร้องโอ้ออกมาคำหนึ่ง โบกมือเบาๆ มังกรน้ำแข็งอันน่าสะพรึงกลัวก็มุดเข้าไปในห้วงสมองของเขา
เขาหรี่ตาจ้องมองหลี่ซวี ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เนื่องจากเหตุผลบางประการ เขาจึงไม่อาจออกจากเมืองศิลาได้ ดังนั้นเรื่องบางเรื่อง จึงต้องอาศัยผู้อื่นไปทำ
และในยามนี้ หลี่ซวีก็คือลูกสมุนที่เหมาะสมยิ่งนัก
เขาฝึกฝน《ดรรชนีมังกรน้ำแข็งทลายฟ้า》 พลังฝีมือเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล และที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาต้องการครอบครองหัวใจเซิ่งกวง
ว่ากันว่า
จักรวรรดิเซิ่งกวงมีเคล็ดวิชาแขนงหนึ่ง หากฝึกฝนจนบรรลุถึงขีดสุด จึงจะสามารถควบแน่นหัวใจเซิ่งกวงออกมาได้
เห็นได้ชัดว่า หลี่ซวีในยามนี้ ยังไม่อาจควบแน่นหัวใจเซิ่งกวงได้
ทว่าหลวงจีนหัวโล้นก็ไม่รีบร้อน
"ข้าไว้ชีวิตเจ้าได้ ทว่าเจ้าต้องรับคำสั่งจากข้า"
หลวงจีนหัวโล้นดีดนิ้ว รอยประทับสายหนึ่งก็พุ่งเข้าสู่ห้วงสมองของหลี่ซวี
ฉับพลันนั้น หลี่ซวีก็กลายสภาพเป็นดั่งซากศพเดินได้ โขกศีรษะให้หลวงจีนหัวโล้น
"คารวะนายท่าน" หลี่ซวีกล่าว
"ไปหาผู้ช่วยมา ไปจับตัวเจ้านามว่าฉินอี้ผู้นั้นกลับมาให้ข้า" หลวงจีนหัวโล้นออกคำสั่ง
หลี่ซวีพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินทางออกจากเมืองศิลาไป
"คิกคิก... ยอดวิชาของข้า ในที่สุดก็บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบเสียที"
เมื่อหลี่ซวีจากไป บนใบหน้าของหลวงจีนหัวโล้น ก็ปรากฏรอยยิ้มอันแสนเหี้ยมเกรียมขึ้นมา
เฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
ยอดวิชาบรรลุผล เขาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเจินอู่อย่างเป็นทางการแล้ว
แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความละโมบ ทอดสายตามองลึกลงไปในส่วนลึกที่สุดของเมืองศิลา
"หึ เจ้าขังข้ามานานถึงเพียงนี้ หนี้แค้นระหว่างพวกเรา ถึงเวลาต้องสะสางกันเสียที"
กล่าวจบ หลวงจีนหัวโล้นก็ร่างวูบไหว พุ่งหายเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของเมืองศิลาในทันที
…………
หลี่ซวีแห่งจักรวรรดิเซิ่งกวง หลังจากกลับมาถึงเมืองมังกร ก็เริ่มซ่องสุมกำลังคน เตรียมตัวปฏิบัติภารกิจ
ทว่า ก็มีผู้คนไม่น้อย ที่ดูถูกดูแคลนเขา
"หึ หลี่ซวี เจ้าเป็นตัวอันใดกัน ถึงกล้ามาต่อปากต่อคำ ชักชวนผู้คนไปสำรวจโบราณสถาน?"
"ใช่แล้ว จักรวรรดิเซิ่งกวงก็เป็นแค่จักรวรรดิสวะ หลี่ซวี เจ้ายังมีหน้าเข้ามาในสนามรบหมื่นจักรวรรดิอีกหรือ?"
เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่มีพลังฝีมือเหนือกว่าหลี่ซวี ย่อมไม่ยอมก้มหัวให้เขาอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นดังนั้น
หลี่ซวีก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ประกาศท้าประลองกับผู้ที่เอ่ยปากด่าทอตนในทันที
ฟุ่บ!
หลี่ซวีเดินตรงดิ่งออกไปนอกเมืองมังกร ประกาศก้อง
"ผู้ใดที่ไม่ยอมรับ ก็จงออกมาประลองกันเสีย"
ฟุ่บ!
มีคนทนไม่ไหว พุ่งพรวดออกไปนอกเมืองมังกร หมายจะสั่งสอนหลี่ซวีให้หลาบจำ
ทว่า
เพียงแค่ประมือกันกระบวนท่าเดียว หลี่ซวีก็ซัดดรรชนีออกไป ทะลวงศีรษะของคนผู้นั้นจนทะลุ
ปัง!
ร่างไร้วิญญาณร่วงหล่นลงกระแทกพื้น ผู้คนในเมืองมังกรต่างก็ตื่นตระหนกตกใจจนหน้าถอดสี
"เป็นไปได้อย่างไร?"
"หลี่ซวีเหตุใดจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?"
ผู้คนต่างก็ส่งเสียงฮือฮา บรรดาผู้ที่เคยด่าทอหลี่ซวีก่อนหน้านี้ ต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่นเทา
และเมื่อได้เห็นพลังฝีมืออันแข็งแกร่งดุดันของหลี่ซวี บรรดาผู้ที่เป็นกลาง ก็เริ่มหวั่นไหว พากันขอเข้าร่วมทีมของหลี่ซวีกันเป็นแถว
ด้วยเหตุนี้
หลี่ซวีจึงสามารถรวบรวมผู้ฝึกตนในเมืองมังกรได้เป็นจำนวนมาก ก่อตั้งเป็นทีมเซิ่งกวงขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่
ปากก็บอกว่าจะไปสำรวจโบราณสถาน ทว่าแท้จริงแล้ว ก็คือการยกทัพไปกวาดล้างฉินอี้ต่างหาก
…………
ภายในหุบเขาส่วนลึกที่สุดของเทือกเขาจิงอวิ๋น
เมื่อผู้ฝึกตนคนแล้วคนเล่า ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ในหุบเขาแห่งนี้
ข่าวก็แพร่สะพัดออกไป ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง
ผู้คนมากมายต่างก็หวาดผวา ไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือกับฉินอี้อีกแล้ว
ทว่า
ถึงกระนั้น ฉินอี้ก็ยังคงได้รับผลประโยชน์อันมหาศาล จากแหวนมิตินับร้อยวง เขาเลือกเก็บไว้เพียงศิลาวิญญาณเท่านั้น ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่เหลือ ล้วนแบ่งปันให้แก่เจี้ยนเฉินและเหยี่ยนอวิ๋นเหยาจนหมดสิ้น
วันนี้ ทีมเซิ่งกวงก็เดินทางมาถึงหน้าหุบเขา
"ท่านหลี่ซวี ท่านบอกว่าจะพาพวกเรามาสำรวจโบราณสถานมิใช่หรือ? เหตุใดจึงพามาที่เทือกเขาจิงอวิ๋นเล่า?"
"หรือว่า ท่านคิดจะให้พวกเราร่วมมือกันสังหารฉินอี้งั้นหรือ?"
เมื่อเผชิญกับข้อกังขาของทุกคน หลี่ซวีก็อธิบายว่า "พวกเจ้าลองคิดดูสิ ว่าเหตุใดฉินอี้ผู้นั้น จึงต้องยึดครองหุบเขาแห่งนี้ไว้ไม่ยอมไปไหน?"
ทุกคนต่างก็งุนงง
หลี่ซวีกล่าวต่อ "นั่นก็เพราะ ภายในหุบเขาแห่งนี้ มีโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ ขอเพียงพวกเราสังหารเขาได้ โบราณสถานแห่งนั้นก็จะตกเป็นของพวกเรา"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของทุกคนก็เป็นประกายขึ้นมาในทันที
"ท่านหลี่ซวี ท่านสั่งการมาได้เลย"
ในเมื่อหลี่ซวีในยามนี้ มีพลังฝีมือที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผู้คนจึงต่างก็เชื่อมั่น ว่าเขามีโอกาสที่จะท้าทายสิบราชันได้เลยทีเดียว
ตู้ม!
กองกำลังอันยิ่งใหญ่ พุ่งทะยานเข้าไปในหุบเขาอย่างพร้อมเพรียง
หืม?
ฉินอี้ดวงตาเป็นประกาย ปลาตัวใหญ่มาติดเบ็ดแล้ว
ทว่าเพียงไม่นาน เขากก็สังเกตเห็นว่า สีหน้าของหลี่ซวีดูผิดปกติไป เมื่อสัมผัสได้อย่างละเอียด ก็พบว่าบนร่างของเขามีไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจางๆ
ฉินอี้ก็คาดเดาได้ในทันที
หลี่ซวีผู้นี้ คงถูกหลวงจีนหัวโล้นบงการอยู่เป็นแน่
"ฉินอี้ วันนี้ทีมเซิ่งกวงของพวกข้า จะมาเอาชีวิตเจ้า"
"ยอมจำนนแต่โดยดีเสียเถอะ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไร้ความปรานี"
"หึ ไม่รู้จักประมาณตนเสียบ้าง เศษสวะจากพันธมิตรเก้าจักรวรรดิก็กล้ามากำเริบเสิบสานในสนามรบหมื่นจักรวรรดิเชียวหรือ?"
"ใครให้ความกล้าแก่เจ้ากัน?"
เมื่อมีหลี่ซวีคอยเป็นที่พึ่งพิง ทุกคนก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป ต่างพากันเอ่ยปากด่าทอเย้ยหยัน
เจี้ยนเฉินและเหยี่ยนอวิ๋นเหยา เข้าไปยืนประกบอยู่เบื้องหลังฉินอี้อย่างเงียบเชียบ เตรียมพร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อ
ทว่า
ฉินอี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง เร่งเร้าค่ายกลในทันที
ฉับพลันนั้น หุบเขากก็สั่นสะเทือน กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่ว
เขากระชับกระบี่หลีหั่วไว้ในมือ พุ่งทะยานเข้าไปในกลุ่มฝูงชนอย่างบ้าคลั่ง
ฉับ!
หนึ่งกระบี่สังหารหนึ่งคน ไร้ปรานีไร้ความเมตตา
ฉินอี้ในยามนี้ ราวกับเทพกระบี่จุติลงมา ทุกกระบี่ที่ฟาดฟันออกไป ย่อมต้องมีผู้ล้มลงไปกองกับพื้นจมกองเลือด
"ทุกคนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ร่วมมือกันรุมโจมตีมันเลย"
มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ยังมีคนแผดเสียงร้องตะโกนอยู่อีก
พริบตาเดียว ผู้คนนับไม่ถ้วนก็พุ่งตรงเข้าไปหาฉินอี้อย่างบ้าคลั่ง
ส่วนหลี่ซวี ก็ฉวยโอกาสนี้ สำแดงเคล็ดวิชา《ดรรชนีมังกรน้ำแข็งทลายฟ้า》ออกมา
ฟุ่บ!
ปราณดรรชนีอันเจิดจรัสสายหนึ่ง พุ่งทะยานออกไป ท่ามกลางเสียงมังกรคำรามที่ดังก้องกังวานอยู่ในห้วงอากาศ
วินาทีต่อมา
ปราณดรรชนีแปรสภาพเป็นมังกรน้ำแข็ง อ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด พุ่งเข้าขย้ำศีรษะของฉินอี้อย่างดุดัน
"หืม?"
ฉินอี้ขมวดคิ้ว คาดไม่ถึงว่าหลวงจีนหัวโล้นจะถ่ายทอด《ดรรชนีมังกรน้ำแข็งทลายฟ้า》ให้แก่หลี่ซวีด้วย
โฮก!
ในจังหวะที่การโจมตีของมังกรน้ำแข็งกำลังจะบรรลุถึงตัวฉินอี้ ทันใดนั้น ก็มีเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าดังก้องขึ้น
เห็นเพียงเสือดาวลายเงินร่างยักษ์ตัวหนึ่ง นัยน์ตาเบิกกว้างดั่งระฆังทองเหลือง จ้องเขม็งไปที่มังกรน้ำแข็ง มันอ้าปากกว้าง พุ่งเข้าปะทะกับมังกรน้ำแข็งอย่างดุดัน
ตู้ม!
สัตว์อสูรทั้งสองตัว ก็เข้าปะทะกันอย่างดุเดือดในพริบตา
"หืม?"
หลี่ซวีหรี่ตาลง คาดไม่ถึงว่าข้างกายฉินอี้จะมีสัตว์อสูรที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้อยู่ด้วย
ฟุ่บ!
เขารัวดรรชนีออกไปแปดคราติดต่อกัน
พลังของ《ดรรชนีมังกรน้ำแข็งทลายฟ้า》 ถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด มังกรน้ำแข็งอีกแปดตัว แผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ทะยานขึ้นไปสมทบกับมังกรน้ำแข็งตัวแรก
มังกรน้ำแข็งทั้งเก้าตัว หมายจะรุมสังหารเสี่ยวจินให้จงได้
"เศษสวะ"
เสี่ยวจินทอดสายตามองลงมาอย่างจองหอง จ้องมองมังกรน้ำแข็งทั้งเก้าตัวด้วยสายตาเย็นชา ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ
มันคือทายาทของสัตว์เทพบรรพกาล อีกทั้งยังได้รับการขัดเกลามาอย่างโชกโชนในสนามรบโบราณ
แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตหยวนตาน ทว่าพลังต่อสู้ที่แท้จริงของมัน กลับเหนือล้ำกว่าพวกขยะเหล่านี้ไปไกลลิบนัก
ตู้ม!
เสี่ยวจินตะปบกรงเล็บอันใหญ่โตออกไปอย่างดุดัน เพียงพริบตาเดียว ก็สามารถคว้าจับมังกรน้ำแข็งตัวหนึ่งไว้ได้อย่างแม่นยำ
แคว่ก!
มันออกแรงฉีกกระชากอย่างรุนแรง มังกรน้ำแข็งตัวนั้นก็ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ สลายหายไปในทันที
จากนั้น
เสี่ยวจินก็ยิ่งสู้ยิ่งห้าวหาญ รับมือกับมังกรน้ำแข็งอีกแปดตัวที่เหลือเพียงลำพัง
เพียงชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ มังกรน้ำแข็งทั้งหมดก็ถูกเสี่ยวจินฉีกกระชากจนแหลกสลาย
"เป็นไปได้อย่างไร?" หลี่ซวีตกตะลึงสุดขีด
(จบแล้ว)