- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาของข้ามีชีวิต!
- บทที่ 270: ความตื่นเต้นก่อนการประมูลโอสถขีดสุด!
บทที่ 270: ความตื่นเต้นก่อนการประมูลโอสถขีดสุด!
บทที่ 270: ความตื่นเต้น​ก่อนการประมูล​​โอสถขีดสุด!
บทที่ 270: ความตื่นเต้น​ก่อนการประมูล​​โอสถขีดสุด!
“ต้องรวบรวมความรู้จากปรมาจารย์โอสถระดับเทพหลายๆคนงั้นเหรอ?” หลินเสวียนพึมพำกับตัวเอง
“ดูเหมือนว่าจะต้องหาความรู้และประสบการณ์จากปรมาจารย์โอสถระดับเทพให้มากกว่านี้ซินะ”
[ใช่แล้ว! นายท่าน] วิชาหม้อหลอมเก้าเหมันต์เอ่ยขึ้น
[แต่ว่านายท่าน ในเขตกว่างหลิงมีแค่เจ้าสำนักเสินโหยวที่เป็นปรมาจารย์โอสถระดับเทพ ส่วนสำนักเทียนเสวียนก็มีอยู่อีกคนหนึ่ง หากแต่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมามากมายขนาดนี้ พวกเขาคงไม่ยอมมอบให้เราง่ายๆ หรอก]
“ความรู้และประสบการณ์ มันไม่เหมือนกับเคล็ดวิชา…วิธีได้มันมาไม่ได้ยากอย่างที่เจ้าคิด” หลินเสวียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“เราสามารถเริ่มจากสำนักเสินโหยวก่อน! เพราะพวกเขามีปรมาจารย์โอสถระดับเทพมาหลายรุ่นแล้ว”
[จริงด้วย!] วิชาหม้อหลอมเก้าเหมันต์รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
[ถึงแม้ว่าความรู้และประสบการณ์จะเป็นสิ่งล้ำค่าก็ตาม แต่มันก็ไม่เหมือนกับเคล็ดวิชาที่ห้ามเผยแพร่…อีกอย่าง เจ้าสำนักเสินโหยวก็ดูเหมือนจะอยากให้นายท่านเป็นปรมาจารย์โอสถระดับเทพอยู่แล้ว น่าจะคุยกันได้แน่!]
“อืม” หลินเสวียนพยักหน้า
“เอาไว้ค่อยคุยกันหลังจากงานเฉลิมฉลองพรุ่งนี้ผ่านพ้นไปก่อน ส่วนตอนนี้เรามาดูผลของโอสถเทียนหยวนอี้ฉีกันก่อนดีกว่า”
หลังจากพูดจบ หลินเสวียนก็หยิบโอสถเทียนหยวนอี้ฉีมากินเองหนึ่งเม็ด
ตูม!
โอสถเทียนหยวนอี้ฉีละลายในปากทันที มันกลายเป็นพลังโอสถอันอ่อนโยนที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของหลินเสวียน…ทำให้พลังปราณ, ร่างกาย และวิญญาณ เริ่มทำงานด้วยความเร็วสูง
[วิชาปราณสวรรค์ห้าธาตุ หลอมรวมกับพลังโอสถเทียนหยวนอี้ฉี ความเร็วในการบ่มเพาะจึงเพิ่มขึ้นห้าเท่า!]
[วิชาจิตวิญญาณเทพเหมันต์ ความเร็วในการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นห้าเท่า!]
[วิชากายาจักรพรรดินิพพาน ความเร็วในการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นห้าเท่า!]
[วิชาปราณสวรรค์ห้าธาตุ, วิชาจิตวิญญาณเทพเหมันต์, วิชากายาจักรพรรดินิพพาน เข้าสู่สถานะสามรวมเป็นหนึ่ง ความเร็วในการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!]
สิบเท่า!
เพียงแค่โอสถเทียนหยวนอี้ฉีเม็ดเดียว เมื่อทำงานร่วมกับสถานะสามรวมเป็นหนึ่ง ความเร็วในการบ่มเพาะของหลินเสวียนในตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าทันที!
เพียงไม่นานหลินเสวียนรู้สึกได้ถึงความก้าวหน้าของตัวเองในทุกๆขณะ!
[ว้าว!] วิชาหม้อหลอมเก้าเหมันต์อุทาน
[นายท่าน! โอสถเทียนหยวนอี้ฉีนี่มันของดีจริงๆ เรามากินมันเยอะๆกันเถอะ!]
[ถ้าเป็นแบบนี้ ขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุด ของข้าคงอีกไม่นานเกินรอ!]
วิชาปราณสวรรค์ห้าธาตุ, วิชาจิตวิญญาณเทพเหมันต์, และวิชากายาจักรพรรดินิพพาน ต่างก็กล่าวอย่างตื่นเต้น
“ที่ลองคำนวณดู ตอนนี้เรามีวัตถุดิบสำหรับปรุงโอสถเทียนหยวนอี้ฉีอีกสามสิบหกเตา นั้นอาจเพียงพอสำหรับการใช้งานสองเดือน” หลินเสวียนกล่าว
“และเมื่อถึงตอนนั้น รางวัลจากการแข่งขันสามสำนักก็คงมาถึง เเละพวกเราคงไม่ต้องขาดแคลนวัตถุดิบแล้วล่ะ”
หลินเสวียนคิดคร่าวๆ เมื่อนึกรางวัลแล้วเขาก็รู้สึกอุ่นใจ
ตัวเขาเองก็ยังร่ำรวยอยู่ดีนี่นา!
หลังจากนั้น..หลินเสวียนก็ฝึกฝนต่ออีกสักพัก แล้วจึงเริ่มปรุงโอสถเทียนหยวนอี้ฉีต่อ
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
ก๊อง!
ก๊อง!
ก๊อง!
เสียงระฆังดังก้องไปทั่วถ้ำสวรรค์ขนาดเล็กของสำนักเทียนเซียว
หลังจากนั้น บุคคลมากมายจากสิบสามยอดเขา ต่างก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปยังยอดเขาเทียนเซียว
ที่เป็นเเบบนี้นั้นเพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ!
มันคือวันฉลองการเลื่อนระดับขอบเขตทารกอมตะของปรมาจารย์หลิงซู และรับตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด!
อีกทั้งยังเป็นวันที่ชุนหยูจะรับตำแหน่งศิษย์สืบทอดโดยตรงของเจ้าสำนักด้วย!
เหล่าศิษย์สำนักเทียนเซียวทุกคนที่อยู่ในสำนักต่างก็มุ่งหน้าไปร่วมงานเฉลิมฉลองที่กำลังจะจัดขึ้น
…..
“ศิษย์น้องหลิน ไปกันเถอะ!” เสียงของหยุนซีดังมาจากนอกถ้ำ
“ได้เลยศิษย์พี่!”
เมื่อหลินเสวียนเดินออกจากถ้ำ หยุนซี, โม่ไป๋หลี่, และลั่วเฉาเซิง ต่างก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
ในมือของแต่ละคนในตอนนี้ ต่างก็ถือของขวัญมาแสดงความยินดี
ของขวัญสำหรับหลิงซูนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง…ในฐานะศิษย์ของยอดเขา พวกเขาทั้งหมดย่อมต้องเตรียมของขวัญให้กับอาจารย์ของตน
ในส่วนชุนหยู พวกเขาก็ชื่นชมในตัวอีกฝ่าย และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ดังนั้นของขวัญอีกชิ้นจึงขาดไม่ได้เช่นกัน
ส่วนหลินเสวียนนั้นไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษ
เขามีของดีๆอยู่มากมาย คิดว่าจะค่อยเลือกเอาตอนนั้นอีกทีก็ได้…ว่าอันไหนเหมาะสมที่สุด
เเละเมื่อพร้อมหน้าแล้ว ทั้งสี่คนก็ทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปยังยอดเขาเทียนเซียวอย่างรวดเร็ว!
……
ในเวลานี้เอง
บนยอดเขาเทียนเซียว ตกแต่งไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์เเละมีแสงสีระยิบระยับ
สัตว์อสูรและนกวิเศษถือถาดอาหารและเครื่องดื่ม เดินไปมารอบๆ ราวกับดินแดนสวรรค์
ประตูวิหารเทียนเซียวที่แม้แต่หัวหน้าของแต่ละยอดเขาก็ยังไม่สามารถเข้ามาได้โดยพลการ ในวันนี้กลับเปิดกว้างรอต้อนรับ
เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำต่างก็กำลังทยอยเดินเข้าไปในวิหาร
ในส่วนผู้ที่มีระดับต่ำกว่าขอบเขตแก่นทองคำ พวกเขาก็ร่วมแสดงความยินดีอยู่ด้านนอก
หลินเสวียนและศิษย์พี่ทั้งหมดเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำ อีกทั้งยังมีสถานะสูงส่ง จึงทำให้พวกเขาสามารถเข้ามาในวิหารได้
“ฑูตจากสำนักเสินหมิงมาร่วมแสดงความยินดี!”
“เจ้าสำนักเสินหมิงมอบของขวัญแสดงความยินดี!”
“อาวุธวิญญาณระดับสวรรค์ขั้นกลางหนึ่งชิ้น เพื่อแสดงความยินดีกับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู ที่ได้เลื่อนระดับเป็นขอบเขตทารกอมตะ!”
“โอสถพลังวิญญาณหนึ่งเตา เพื่อแสดงความยินดีกับชุนหยู ที่ได้รับตำแหน่งศิษย์สืบทอดโดยตรง!”
“ฑูตจากสำนักเสินโหยวมาถึง...”
ทันทีที่หลินเสวียนและพรรคพวกเข้ามาในวิหารเทียนเซียว พวกเขาก็ได้ยินเสียงประกาศของกู่อิงอู้ดังขึ้น
หลังจากที่หลิงซูเลื่อนขั้นเป็นผู้อาวุโสสูงสุดแล้ว กู่อิงอู้นั้นก็ได้รับการแต่งตั้งจากหลิงซูให้เป็นเจ้าสำนักของยอดเขาเสินโผคนใหม่
เเละในเขตกว่างหลิง มีเพียงสำนักที่เข้าร่วมการแข่งขันสามสำนัก และอีกสิบสองสำนักเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะมาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้
นอกจากนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน พิธีเลื่อนระดับขอบเขตทารกอมตะและพิธีแต่งตั้งศิษย์สืบทอดโดยตรง… อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่มากขนาดนี้
หากแต่เนื่องจากสงครามระหว่างสองเขตที่ผ่านมา สถานการณ์นั้นต่างก็ทำให้สำนักต่างๆในเขตกว่างหลิงรู้สึกกดดัน
การมีอยู่ของสำนักเทียนเสวียนที่ทรงอิทธิพลมากมาย ทำให้สิบสามสำนักในเขตกว่างหลิงต้องรีบกระชับความสัมพันธ์กันให้แน่นแฟ้น!
“ปรมาจารย์กู่ ท่านไม่ต้องประกาศของขวัญจากพวกเราก็ได้” หลินเสวียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่ยื่นของขวัญจากทั้งสี่คนให้กับกู่อิงอู้
นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาทุกคนตกลงกันไว้ พวกเขาไม่อยากเป็นจุดสนใจมากเกินไป
“ได้” กู่อิงอู้รับของขวัญด้วยรอยยิ้ม
“แล้วก็มีของขวัญอีกชิ้นหนึ่ง” หลินเสวียนกล่าวต่อ
“นี่คือของขวัญจากเจ้าสำนักเทียนเสวียนที่ฝากข้ามามอบให้ท่านอาจารย์ ถ้าเป็นอันนี้ท่านต้องประกาศดังๆเลยนะ” หลินเสวียนพูดติดกล่าวติดตลกเล็กน้อย
“เจ้าเด็กคนนี้ เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ” กู่อิงอู้กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เจ้าสำนักเทียนเสวียนและหลิงซูนั้นแทบไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อน ดังนั้นการที่เจ้าสำนักเทียนเสวียนส่งของขวัญมาร่วมแสดงความยินดี…สิ่งนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะหลินเสวียน
กู่อิงอู้กระแอม แล้วเริ่มประกาศเสียงดัง
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาของหลินเสวียนและหลิงซูเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าตาของยอดเขาเสินโผด้วย
ในฐานะหัวหน้ายอดเขาคนใหม่ของยอดเขาเสินโผ เขาย่อมต้องประกาศให้ทุกคนได้รับรู้
……
“เอาล่ะ…ตอนนี้ก็ถึงฤกษ์งามยามดีแล้ว เริ่มพิธีได้!”
ไม่นานหลังจากที่หลินเสวียนและพรรคพวกนั่งประจำที่ มันก็มีเสียงประกาศดังขึ้น
“พวกเราทั้งหลายขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู!”
“พวกเราขอแสดงความยินดีกับศิษย์สืบทอดเจ้าสำนัก​ ชุนหยู!”
เมื่อพิธีเริ่มขึ้น บุคคลที่มาร่วมงานต่างก็ยืนขึ้น แล้วกล่าวแสดงความยินดี
“ขอเชิญเจ้าสำนักมอบตราประจำตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดให้กับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู!”
“ขอเชิญเจ้าสำนักมอบตราประจำตำแหน่งศิษย์สืบทอดให้กับชุนหยู!” สือรั่วไห่ประกาศในฐานะพิธีกร
เเละในทันทีที่สือรั่วไห่ประกาศจบ
ตูมมม!!!
มันก็มีเส้นทางแสงสีทองปรากฎขึ้นทอดยาวออกมาจากส่วนลึกของวิหารเทียนเซียว
บนเส้นทางแสงสีทองนั้น เจ้าสำนักเทียนเซียวผู้สวมมงกุฎทองคำ สวมชุดคลุมพิธีการ ได้เดินออกมาอย่างสง่างาม
หลิงซูและชุนหยู พวกเขาทั้งคู่ในเวลานี้เดินอยู่เคียงข้างเจ้าสำนักเทียนเซียว!
เเละที่ด้านหลังนั้น ยังมีเหล่าศิษย์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยถือถาดหยก เดินตามมาเป็นขบวน
“หลิงซู!”
“ขอรับ!”
“ในเมื่อเจ้าเลื่อนระดับเป็นขอบเขตทารกอมตะแล้ว ข้าขอแต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้อาวุโสสูงสุด!”
“ขอมอบชุดคลุมสีม่วง และตราประจำตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดให้เจ้า!”
“หลัง​จากนี้ เจ้าจะมีอำนาจและได้รับการปฏิบัติสูงสุด…รองลงมาจากข้าเท่านั้น​” เจ้าสำนักเทียนเซียวกล่าวกับหลิงซู
“ขอบคุณเจ้าสำนัก!” หลิงซูกล่าวขณะรับตราประจำตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดและสวมชุดคลุมสีม่วง
“พวกเราขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู!”
เมื่อหลิงซูสวมชุดคลุมสีม่วง เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำที่มาร่วมงานก็กล่าวแสดงความยินดีอีกครั้ง
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู เชิญนั่งร่วมโต๊ะกับข้า” เจ้าสำนักเทียนเซียวกล่าว
“ขอบพระคุณเจ้าสำนักขอรับ!” หลิงซูสะบัดชายชุดคลุมสีม่วง แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะหยกสีขาว
….
“ชุนหยู!”
“ขอรับ!”
“วันนี้ข้าขอรับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอดอย่างเป็นทางการ!”
“ขอมอบชุดคลุมมังกรแดง และตราประจำตำแหน่งศิษย์สืบทอดให้เจ้า!”
“ต่อไปนี้ เรื่องต่างๆในสำนักเทียนเซียว เจ้าสามารถตัดสินใจร่วมกับหัวหน้า​ยอดเขา​ของแต่ละยอดเขาได้เลย” เจ้าสำนักเทียนเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
สำนักเทียนเซียวมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการคัดเลือกศิษย์สืบทอด, แต่เมื่อได้รับเลือกแล้ว สถานะของเขานั้นก็จะสูงขึ้นอย่างมาก
เพราะตอนนี้ ฐานะ​ของชุนหยู…สามารถเทียบเท่ากับหัวหน้า​ยอดเขา​ของแต่ละยอดเขาเลยทีเดีย​ว
“ศิษย์ขอขอบคุณ​ท่านอาจารย์!” ชุนหยูกล่าวอย่างหนักแน่น แล้วคุกเข่าคำนับเจ้าสำนักเทียนเซียว
“ลุกขึ้นเถิด” เจ้าสำนักเทียนเซียวประคองชุนหยูขึ้น หลังจากที่เขาสวมชุดคลุมมังกรแดงแล้ว
“เสร็จสิ้นพิธีแต่งตั้ง!”
“เอาล่ะ…เริ่มงานเลี้ยงฉลอง​ได้!”
เจ้าสำนักเทียนเซียวไม่ชอบพิธีรีตองมากนัก หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแต่งตั้งแล้ว เขาก็ประกาศ​เริ่มงานเลี้ยงทันที
จากนั้น​ เหล่าศิษย์ก็ได้นำอาหารและผลไม้ล้ำค่าต่างๆมาเสิร์ฟ
เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำต่างก็ดื่มฉลอง และแสดงความยินดีกับหลิงซูและชุนหยู
……
“หลินเสวียน!” หลังจากดื่มไปได้สักพัก เจ้าสำนักเทียนเซียวก็หันมาพูดกับหลินเสวียน
“ขอรับ!” หลินเสวียนรีบลุกขึ้นยืน
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าจะนำโอสถขีดสุดออกมาประมูล เพื่อเพิ่มความคึกคักให้กับงานเฉลิมฉลองของหลิงซูและชุนหยูใช่ใหม?” เจ้าสำนักเทียนเซียวถามด้วยความสนใจ
“ใช่แล้วขอรับ!” หลินเสวียนตอบ
“ข้านำโอสถขีดสุดสิบลวดลาย​มาสองเม็ด! โอสถขีดสุดหนึ่งเม็ด สามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับสู่จุดสูงสุดได้นานถึงสามวันขอรับ!”
ทันทีที่หลินเสวียนพูดจบ เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำของสำนักเทียนเซียวก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะพวกเขารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว
แต่เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำจากสำนักเสินหมิงและสำนักเสินโหยวที่มาร่วมงานนั้นต่างออกไ​ป
ตอนนี้ พวกเขาต่างก็ตกตะลึง​เเละตื่นเต้นกันอย่างมาก
……………………