เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270: ความตื่นเต้น​ก่อนการประมูล​​โอสถขีดสุด!

บทที่ 270: ความตื่นเต้น​ก่อนการประมูล​​โอสถขีดสุด!

บทที่ 270: ความตื่นเต้น​ก่อนการประมูล​​โอสถขีดสุด!


บทที่ 270: ความตื่นเต้น​ก่อนการประมูล​​โอสถขีดสุด!

“ต้องรวบรวมความรู้จากปรมาจารย์โอสถระดับเทพหลายๆคนงั้นเหรอ?” หลินเสวียนพึมพำกับตัวเอง

“ดูเหมือนว่าจะต้องหาความรู้และประสบการณ์จากปรมาจารย์โอสถระดับเทพให้มากกว่านี้ซินะ”

[ใช่แล้ว! นายท่าน] วิชาหม้อหลอมเก้าเหมันต์เอ่ยขึ้น

[แต่ว่านายท่าน ในเขตกว่างหลิงมีแค่เจ้าสำนักเสินโหยวที่เป็นปรมาจารย์โอสถระดับเทพ ส่วนสำนักเทียนเสวียนก็มีอยู่อีกคนหนึ่ง หากแต่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมามากมายขนาดนี้ พวกเขาคงไม่ยอมมอบให้เราง่ายๆ หรอก]

“ความรู้และประสบการณ์ มันไม่เหมือนกับเคล็ดวิชา…วิธีได้มันมาไม่ได้ยากอย่างที่เจ้าคิด” หลินเสวียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“เราสามารถเริ่มจากสำนักเสินโหยวก่อน! เพราะพวกเขามีปรมาจารย์โอสถระดับเทพมาหลายรุ่นแล้ว”

[จริงด้วย!] วิชาหม้อหลอมเก้าเหมันต์รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง

[ถึงแม้ว่าความรู้และประสบการณ์จะเป็นสิ่งล้ำค่าก็ตาม แต่มันก็ไม่เหมือนกับเคล็ดวิชาที่ห้ามเผยแพร่…อีกอย่าง เจ้าสำนักเสินโหยวก็ดูเหมือนจะอยากให้นายท่านเป็นปรมาจารย์โอสถระดับเทพอยู่แล้ว น่าจะคุยกันได้แน่!]

“อืม” หลินเสวียนพยักหน้า

“เอาไว้ค่อยคุยกันหลังจากงานเฉลิมฉลองพรุ่งนี้ผ่านพ้นไปก่อน ส่วนตอนนี้เรามาดูผลของโอสถเทียนหยวนอี้ฉีกันก่อนดีกว่า”

หลังจากพูดจบ หลินเสวียนก็หยิบโอสถเทียนหยวนอี้ฉีมากินเองหนึ่งเม็ด

ตูม!

โอสถเทียนหยวนอี้ฉีละลายในปากทันที มันกลายเป็นพลังโอสถอันอ่อนโยนที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของหลินเสวียน…ทำให้พลังปราณ, ร่างกาย และวิญญาณ เริ่มทำงานด้วยความเร็วสูง

[วิชาปราณสวรรค์ห้าธาตุ หลอมรวมกับพลังโอสถเทียนหยวนอี้ฉี ความเร็วในการบ่มเพาะจึงเพิ่มขึ้นห้าเท่า!]

[วิชาจิตวิญญาณเทพเหมันต์ ความเร็วในการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นห้าเท่า!]

[วิชากายาจักรพรรดินิพพาน ความเร็วในการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นห้าเท่า!]

[วิชาปราณสวรรค์ห้าธาตุ, วิชาจิตวิญญาณเทพเหมันต์, วิชากายาจักรพรรดินิพพาน เข้าสู่สถานะสามรวมเป็นหนึ่ง ความเร็วในการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!]

สิบเท่า!

เพียงแค่โอสถเทียนหยวนอี้ฉีเม็ดเดียว เมื่อทำงานร่วมกับสถานะสามรวมเป็นหนึ่ง ความเร็วในการบ่มเพาะของหลินเสวียนในตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าทันที!

เพียงไม่นานหลินเสวียนรู้สึกได้ถึงความก้าวหน้าของตัวเองในทุกๆขณะ!

[ว้าว!] วิชาหม้อหลอมเก้าเหมันต์อุทาน

[นายท่าน! โอสถเทียนหยวนอี้ฉีนี่มันของดีจริงๆ เรามากินมันเยอะๆกันเถอะ!]

[ถ้าเป็นแบบนี้ ขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุด ของข้าคงอีกไม่นานเกินรอ!]

วิชาปราณสวรรค์ห้าธาตุ, วิชาจิตวิญญาณเทพเหมันต์, และวิชากายาจักรพรรดินิพพาน ต่างก็กล่าวอย่างตื่นเต้น

“ที่ลองคำนวณดู ตอนนี้เรามีวัตถุดิบสำหรับปรุงโอสถเทียนหยวนอี้ฉีอีกสามสิบหกเตา นั้นอาจเพียงพอสำหรับการใช้งานสองเดือน” หลินเสวียนกล่าว

“และเมื่อถึงตอนนั้น รางวัลจากการแข่งขันสามสำนักก็คงมาถึง เเละพวกเราคงไม่ต้องขาดแคลนวัตถุดิบแล้วล่ะ”

หลินเสวียนคิดคร่าวๆ เมื่อนึกรางวัลแล้วเขาก็รู้สึกอุ่นใจ

ตัวเขาเองก็ยังร่ำรวยอยู่ดีนี่นา!

หลังจากนั้น..หลินเสวียนก็ฝึกฝนต่ออีกสักพัก แล้วจึงเริ่มปรุงโอสถเทียนหยวนอี้ฉีต่อ

……

เช้าวันรุ่งขึ้น

ก๊อง!

ก๊อง!

ก๊อง!

เสียงระฆังดังก้องไปทั่วถ้ำสวรรค์ขนาดเล็กของสำนักเทียนเซียว

หลังจากนั้น บุคคลมากมายจากสิบสามยอดเขา ต่างก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปยังยอดเขาเทียนเซียว

ที่เป็นเเบบนี้นั้นเพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ!

มันคือวันฉลองการเลื่อนระดับขอบเขตทารกอมตะของปรมาจารย์หลิงซู และรับตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด!

อีกทั้งยังเป็นวันที่ชุนหยูจะรับตำแหน่งศิษย์สืบทอดโดยตรงของเจ้าสำนักด้วย!

เหล่าศิษย์สำนักเทียนเซียวทุกคนที่อยู่ในสำนักต่างก็มุ่งหน้าไปร่วมงานเฉลิมฉลองที่กำลังจะจัดขึ้น

…..

“ศิษย์น้องหลิน ไปกันเถอะ!” เสียงของหยุนซีดังมาจากนอกถ้ำ

“ได้เลยศิษย์พี่!”

เมื่อหลินเสวียนเดินออกจากถ้ำ หยุนซี, โม่ไป๋หลี่, และลั่วเฉาเซิง ต่างก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว

ในมือของแต่ละคนในตอนนี้ ต่างก็ถือของขวัญมาแสดงความยินดี

ของขวัญสำหรับหลิงซูนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง…ในฐานะศิษย์ของยอดเขา พวกเขาทั้งหมดย่อมต้องเตรียมของขวัญให้กับอาจารย์ของตน

ในส่วนชุนหยู พวกเขาก็ชื่นชมในตัวอีกฝ่าย และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ดังนั้นของขวัญอีกชิ้นจึงขาดไม่ได้เช่นกัน

ส่วนหลินเสวียนนั้นไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษ

เขามีของดีๆอยู่มากมาย คิดว่าจะค่อยเลือกเอาตอนนั้นอีกทีก็ได้…ว่าอันไหนเหมาะสมที่สุด

เเละเมื่อพร้อมหน้าแล้ว ทั้งสี่คนก็ทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปยังยอดเขาเทียนเซียวอย่างรวดเร็ว!

……

ในเวลานี้เอง

บนยอดเขาเทียนเซียว ตกแต่งไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์เเละมีแสงสีระยิบระยับ

สัตว์อสูรและนกวิเศษถือถาดอาหารและเครื่องดื่ม เดินไปมารอบๆ ราวกับดินแดนสวรรค์

ประตูวิหารเทียนเซียวที่แม้แต่หัวหน้าของแต่ละยอดเขาก็ยังไม่สามารถเข้ามาได้โดยพลการ ในวันนี้กลับเปิดกว้างรอต้อนรับ

เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำต่างก็กำลังทยอยเดินเข้าไปในวิหาร

ในส่วนผู้ที่มีระดับต่ำกว่าขอบเขตแก่นทองคำ พวกเขาก็ร่วมแสดงความยินดีอยู่ด้านนอก

หลินเสวียนและศิษย์พี่ทั้งหมดเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำ อีกทั้งยังมีสถานะสูงส่ง จึงทำให้พวกเขาสามารถเข้ามาในวิหารได้

“ฑูตจากสำนักเสินหมิงมาร่วมแสดงความยินดี!”

“เจ้าสำนักเสินหมิงมอบของขวัญแสดงความยินดี!”

“อาวุธวิญญาณระดับสวรรค์ขั้นกลางหนึ่งชิ้น เพื่อแสดงความยินดีกับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู ที่ได้เลื่อนระดับเป็นขอบเขตทารกอมตะ!”

“โอสถพลังวิญญาณหนึ่งเตา เพื่อแสดงความยินดีกับชุนหยู ที่ได้รับตำแหน่งศิษย์สืบทอดโดยตรง!”

“ฑูตจากสำนักเสินโหยวมาถึง...”

ทันทีที่หลินเสวียนและพรรคพวกเข้ามาในวิหารเทียนเซียว พวกเขาก็ได้ยินเสียงประกาศของกู่อิงอู้ดังขึ้น

หลังจากที่หลิงซูเลื่อนขั้นเป็นผู้อาวุโสสูงสุดแล้ว กู่อิงอู้นั้นก็ได้รับการแต่งตั้งจากหลิงซูให้เป็นเจ้าสำนักของยอดเขาเสินโผคนใหม่

เเละในเขตกว่างหลิง มีเพียงสำนักที่เข้าร่วมการแข่งขันสามสำนัก และอีกสิบสองสำนักเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะมาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้

นอกจากนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน พิธีเลื่อนระดับขอบเขตทารกอมตะและพิธีแต่งตั้งศิษย์สืบทอดโดยตรง… อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่มากขนาดนี้

หากแต่เนื่องจากสงครามระหว่างสองเขตที่ผ่านมา สถานการณ์นั้นต่างก็ทำให้สำนักต่างๆในเขตกว่างหลิงรู้สึกกดดัน

การมีอยู่ของสำนักเทียนเสวียนที่ทรงอิทธิพลมากมาย ทำให้สิบสามสำนักในเขตกว่างหลิงต้องรีบกระชับความสัมพันธ์กันให้แน่นแฟ้น!

“ปรมาจารย์กู่ ท่านไม่ต้องประกาศของขวัญจากพวกเราก็ได้” หลินเสวียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่ยื่นของขวัญจากทั้งสี่คนให้กับกู่อิงอู้

นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาทุกคนตกลงกันไว้ พวกเขาไม่อยากเป็นจุดสนใจมากเกินไป

“ได้” กู่อิงอู้รับของขวัญด้วยรอยยิ้ม

“แล้วก็มีของขวัญอีกชิ้นหนึ่ง” หลินเสวียนกล่าวต่อ

“นี่คือของขวัญจากเจ้าสำนักเทียนเสวียนที่ฝากข้ามามอบให้ท่านอาจารย์ ถ้าเป็นอันนี้ท่านต้องประกาศดังๆเลยนะ” หลินเสวียนพูดติดกล่าวติดตลกเล็กน้อย

“เจ้าเด็กคนนี้ เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ” กู่อิงอู้กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ

เจ้าสำนักเทียนเสวียนและหลิงซูนั้นแทบไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อน ดังนั้นการที่เจ้าสำนักเทียนเสวียนส่งของขวัญมาร่วมแสดงความยินดี…สิ่งนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะหลินเสวียน

กู่อิงอู้กระแอม แล้วเริ่มประกาศเสียงดัง

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาของหลินเสวียนและหลิงซูเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าตาของยอดเขาเสินโผด้วย

ในฐานะหัวหน้ายอดเขาคนใหม่ของยอดเขาเสินโผ เขาย่อมต้องประกาศให้ทุกคนได้รับรู้

……

“เอาล่ะ…ตอนนี้ก็ถึงฤกษ์งามยามดีแล้ว เริ่มพิธีได้!”

ไม่นานหลังจากที่หลินเสวียนและพรรคพวกนั่งประจำที่ มันก็มีเสียงประกาศดังขึ้น

“พวกเราทั้งหลายขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู!”

“พวกเราขอแสดงความยินดีกับศิษย์สืบทอดเจ้าสำนัก​ ชุนหยู!”

เมื่อพิธีเริ่มขึ้น บุคคลที่มาร่วมงานต่างก็ยืนขึ้น แล้วกล่าวแสดงความยินดี

“ขอเชิญเจ้าสำนักมอบตราประจำตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดให้กับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู!”

“ขอเชิญเจ้าสำนักมอบตราประจำตำแหน่งศิษย์สืบทอดให้กับชุนหยู!” สือรั่วไห่ประกาศในฐานะพิธีกร

เเละในทันทีที่สือรั่วไห่ประกาศจบ

ตูมมม!!!

มันก็มีเส้นทางแสงสีทองปรากฎขึ้นทอดยาวออกมาจากส่วนลึกของวิหารเทียนเซียว

บนเส้นทางแสงสีทองนั้น เจ้าสำนักเทียนเซียวผู้สวมมงกุฎทองคำ สวมชุดคลุมพิธีการ ได้เดินออกมาอย่างสง่างาม

หลิงซูและชุนหยู พวกเขาทั้งคู่ในเวลานี้เดินอยู่เคียงข้างเจ้าสำนักเทียนเซียว!

เเละที่ด้านหลังนั้น ยังมีเหล่าศิษย์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยถือถาดหยก เดินตามมาเป็นขบวน

“หลิงซู!”

“ขอรับ!”

“ในเมื่อเจ้าเลื่อนระดับเป็นขอบเขตทารกอมตะแล้ว ข้าขอแต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้อาวุโสสูงสุด!”

“ขอมอบชุดคลุมสีม่วง และตราประจำตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดให้เจ้า!”

“หลัง​จากนี้ เจ้าจะมีอำนาจและได้รับการปฏิบัติสูงสุด…รองลงมาจากข้าเท่านั้น​” เจ้าสำนักเทียนเซียวกล่าวกับหลิงซู

“ขอบคุณเจ้าสำนัก!” หลิงซูกล่าวขณะรับตราประจำตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดและสวมชุดคลุมสีม่วง

“พวกเราขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู!”

เมื่อหลิงซูสวมชุดคลุมสีม่วง เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำที่มาร่วมงานก็กล่าวแสดงความยินดีอีกครั้ง

“ท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิงซู เชิญนั่งร่วมโต๊ะกับข้า” เจ้าสำนักเทียนเซียวกล่าว

“ขอบพระคุณเจ้าสำนักขอรับ!” หลิงซูสะบัดชายชุดคลุมสีม่วง แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะหยกสีขาว

….

“ชุนหยู!”

“ขอรับ!”

“วันนี้ข้าขอรับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอดอย่างเป็นทางการ!”

“ขอมอบชุดคลุมมังกรแดง และตราประจำตำแหน่งศิษย์สืบทอดให้เจ้า!”

“ต่อไปนี้ เรื่องต่างๆในสำนักเทียนเซียว เจ้าสามารถตัดสินใจร่วมกับหัวหน้า​ยอดเขา​ของแต่ละยอดเขาได้เลย” เจ้าสำนักเทียนเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ

สำนักเทียนเซียวมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการคัดเลือกศิษย์สืบทอด, แต่เมื่อได้รับเลือกแล้ว สถานะของเขานั้นก็จะสูงขึ้นอย่างมาก

เพราะตอนนี้ ฐานะ​ของชุนหยู…สามารถเทียบเท่ากับหัวหน้า​ยอดเขา​ของแต่ละยอดเขาเลยทีเดีย​ว

“ศิษย์ขอขอบคุณ​ท่านอาจารย์!” ชุนหยูกล่าวอย่างหนักแน่น แล้วคุกเข่าคำนับเจ้าสำนักเทียนเซียว

“ลุกขึ้นเถิด” เจ้าสำนักเทียนเซียวประคองชุนหยูขึ้น หลังจากที่เขาสวมชุดคลุมมังกรแดงแล้ว

“เสร็จสิ้นพิธีแต่งตั้ง!”

“เอาล่ะ…เริ่มงานเลี้ยงฉลอง​ได้!”

เจ้าสำนักเทียนเซียวไม่ชอบพิธีรีตองมากนัก หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแต่งตั้งแล้ว เขาก็ประกาศ​เริ่มงานเลี้ยงทันที

จากนั้น​ เหล่าศิษย์ก็ได้นำอาหารและผลไม้ล้ำค่าต่างๆมาเสิร์ฟ

เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำต่างก็ดื่มฉลอง และแสดงความยินดีกับหลิงซูและชุนหยู

……

“หลินเสวียน!” หลังจากดื่มไปได้สักพัก เจ้าสำนักเทียนเซียวก็หันมาพูดกับหลินเสวียน

“ขอรับ!” หลินเสวียนรีบลุกขึ้นยืน

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าจะนำโอสถขีดสุดออกมาประมูล เพื่อเพิ่มความคึกคักให้กับงานเฉลิมฉลองของหลิงซูและชุนหยูใช่ใหม?” เจ้าสำนักเทียนเซียวถามด้วยความสนใจ

“ใช่แล้วขอรับ!” หลินเสวียนตอบ

“ข้านำโอสถขีดสุดสิบลวดลาย​มาสองเม็ด! โอสถขีดสุดหนึ่งเม็ด สามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับสู่จุดสูงสุดได้นานถึงสามวันขอรับ!”

ทันทีที่หลินเสวียนพูดจบ เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำของสำนักเทียนเซียวก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะพวกเขารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว

แต่เหล่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำจากสำนักเสินหมิงและสำนักเสินโหยวที่มาร่วมงานนั้นต่างออกไ​ป

ตอนนี้ พวกเขาต่างก็ตกตะลึง​เเละตื่นเต้นกันอย่างมาก

……………………

จบบทที่ บทที่ 270: ความตื่นเต้น​ก่อนการประมูล​​โอสถขีดสุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว