- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาของข้ามีชีวิต!
- บทที่ 259 : เเผนที่เขตเทียนเสวียน!
บทที่ 259 : เเผนที่เขตเทียนเสวียน!
บทที่ 259 : เเผนที่​เขตเทียนเสวียน​!
บทที่ 259 : เเผนที่​เขตเทียนเสวียน​!
“เจ้าสำนักเทียนเสวียน, โอสถร้อยอายุขัยหลอมเสร็จแล้ว เชิญท่านชมได้เลยขอรับ!”
เมื่อหลินเสวียนเก็บโอสถจากเตา, เขาก็เดินลงจากแท่น ก่อนจะยื่นขวดหยกบรรจุโอสถให้กับเจ้าสำนักเทียนเสวียน
“เอาล่ะ!” เจ้าสำนักเทียนเสวียนรับขวดหยกมา
เเต่ทันทีที่เขาเปิดดูเพียงแวบเดียว สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด
“ท่านเจ้าสำนัก ข้าขอชมโอสถร้อยอายุขัยที่ปรมาจารย์หลินหลอมได้หรือไม่?”
ปรมาจารย์โอสถอาวุโสคนหนึ่งในกลุ่มผู้ชมเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“เชิญ!” เจ้าสำนักเทียนเสวียนส่ายหัวพลางยื่นขวดหยกให้ปรมาจารย์โอสถ
“ถ้าดูแล้ว พวกเจ้าจะได้รู้ว่าตัวเองยังคงห่างชั้นกับปรมาจารย์หลินมากแค่ไหน”
ปรมาจารย์โอสถอาวุโสรับขวดหยกมา เขาเทโอสถออกมาเม็ดหนึ่ง จากนั้น​เหล่าปรมาจารย์โอสถคนอื่นๆก็พากันมามุงดูทันที​
“ลายโอสถสิบลวดลาย​!”
“โอสถร้อยอายุขัย…กลิ่นโอสถนี่เป็นโอสถร้อยอายุขัยแน่นอน!”
“แต่เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
“โอสถร้อยอายุขัยโดยปกติแล้วควรหลอมได้มากสุดแค่สามเม็ดไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเขาถึงหลอมได้ห้าเม็ดในหนึ่งเตาล่ะ?”
“เรื่องนี้….มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!”
“นอกจาก​นี้ พลังโอสถที่ใช้หลอมโอสถสามเม็ด ถ้าถูกแบ่งออกเป็นห้าเม็ด…พลังโอสถก็ควรจะอ่อนลงสิ”
“แต่ปรมาจารย์หลินกลับยังหลอมโอสถที่มีลายโอสถสิบลวดลาย​ได้!”
“เรื่องนี้มันช่างขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง! สองสิ่งนี้จะเกิดพร้อมๆกันได้อย่างไง?”
เหล่าปรมาจารย์โอสถของสำนักเทียนเสวียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“อันที่จริงพวกท่านเข้าใจผิดกันมาตลอด” หลินเสวียนเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
“ขีดจำกัดของโอสถร้อยอายุขัยที่หลอมได้ ไม่ใช่สามเม็ด แต่เป็นห้าเม็ดต่างหาก”
“ในขั้นตอนการหลอมเหลวและควบแน่นโอสถ พวกท่านน่าจะควบคุมพลังโอสถได้ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดการสูญเสีย”
“และยิ่งถ้าควบคุม​ได้แย่ลงไปอีก ก็จะทำให้ต้องใช้พลังโอสถมากขึ้นเพื่อชดเชยข้อบกพร่อง จนแม้แต่สามเม็ดก็ยังหลอมไม่ได้”
“การที่ข้าสามารถ​หลอมโอสถที่มีลายโอสถสิบลวดลาย​ได้ แน่นอนว่านั่นเพราะข้าสามารถควบคุมพลังโอสถได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการหลอมโอสถออกมาได้ห้าเม็ดจึงเป็นเรื่องปกติ”
คำพูดเรียบง่ายของหลินเสวียนสร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าปรมาจารย์โอสถที่อยู่ในเหตุการณ์
“เข้าใจแล้ว!”
“มิน่าล่ะ พวกเฟิ่งฉูถึงได้แพ้!”
“ปรมาจารย์หลินไม่เพียงแต่หลอมโอสถได้เร็วกว่าพวกเราเท่านั้น แต่ยังหลอมได้จำนวนมากกว่าอีกด้วย” ในชั่วพริบตาเดียว สายตาที่เหล่าปรมาจารย์โอสถของสำนักเทียนเสวียนมองหลินเสวียนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“ข้ายอมรับแล้ว!”
“ปรมาจารย์หลิน พวกข้าทั้งหมดยอมรับอย่างหมดใจ!”
“นอกจาก​นี้การได้ชมท่านหลอมโอสถในครั้งนี้ พวกข้าก็ล้วนได้รับประโยชน์มากมายจริงๆ…ในอนาคตเส้นทางของพวกข้ายังมีทางให้เดินอีกยาวไกลนัก!”
เหล่าปรมาจารย์โอสถโค้งคำนับให้หลินเสวียนอย่างนอบน้อมอีกครั้ง
…..
“ปรมาจารย์หลิน ตอนนี้ข้าเข้าใจความหมายในคำพูดของเจ้าแล้ว” เจ้าสำนักเทียนเสวียนกล่าวพร้อมรอน​ยิ้ม
“ราคาที่เจ้าขอ…มันยุติธรรมจริงๆ!”
โอสถห้าเม็ด ลายโอสถสิบลวดลาย​ทุกเม็ด…ค่าตอบแทนสิบเท่า นับว่ายุติธรรมอย่างยิ่ง!
“ปรมาจารย์หลิน ท่านพอจะหลอมโอสถเพิ่มอีกสักเตาให้พวกเราดูได้ไหม?”
“ใช่ๆ!”
“การได้ดูท่านหลอมโอสถมันช่างน่าตื่นเต้นมากจริงๆ!”
เหล่าปรมาจารย์โอสถต่างพูดขึ้นด้วยความรู้สึกเสียดาย รอบที่เเล้วพวกเขายังดูได้ไม่เต็มอิ่มเลย
แค่ดูการหลอมโอสถ แน่นอนว่าไม่อาจเรียนรู้เทคนิคของหลินเสวียนได้ก็จริง นั้นเพราะสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการควบคุมพลังปราณและพลังจิตใจประกอบด้วย
แต่การได้ดูหลายๆครั้ง ก็ย่อมได้รับประโยชน์มากกว่า​ครั้ง​เดียว
อาการจนปัญหาในการหลอมโอสถที่เคยคิดไม่ออก ก็อาจได้รับแรงบันดาลใจจากการหลอมโอสถของหลินเสวียนจนเกิดความเข้าใจขึ้นก็เป็นได้
“ทุกท่าน วันนี้ข้าคงต้องพอแค่นี้แล้วขอรับ” หลินเสวียนกล่าวพร้อมรอย​ยิ้ม
“พอแค่นี้แล้วเหรอ?” เหล่าปรมาจารย์โอสถต่างแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา
“พวกเจ้าเอาแต่หลอมโอสถกันจนเสียสติไปแล้วหรือไง?”
“ปรมาจารย์หลินเพิ่งจะมาถึง พวกเจ้าก็ลากเขามาหลอมโอสถเลย ไม่คิดว่าเขาจะเหนื่อยบ้างหรือ?” เจ้าสำนักเทียนเสวียนเอ่ยตำหนิเหล่าปรมาจารย์โอสถอย่างไม่สบอารมณ์
การไม่รู้จักกาลเทศะ ถือเป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของวิธีการฝึกฝนของสำนักเทียนเสวียน เหล่าปรมาจารย์โอสถเหล่านี้ต่างก็แสดงพรสวรรค์ในการหลอมโอสถออกมาตั้งแต่ยังเด็ก และได้รับการสนับสนุนมาโดยตลอด
สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีอะไรที่ทำให้มีความสุขได้มากไปกว่าการหลอมโอสถ เเละนั่นทำให้พวกเขาไม่ได้คิดว่าหลินเสวียนจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
“ทุกท่านโปรดใจเย็นๆ ก่อนขอรับ” หลินเสวียนกล่าวพร้อมรอย​ยิ้ม
“ข้าได้รับคำสั่งจากเจ้าสำนักให้มาหลอมโอสถที่สำนักเทียนเสวียน แน่นอนว่าข้าคงจะไม่หลอมแค่เตาเดียวหรอก”
“ปรมาจารย์หลินต้องการอะไรก็ว่ามาได้เลยนะ” เจ้าสำนักเทียนเสวียนกล่าวอย่างยินดี​
“จุดประสงค์ที่ข้ามาที่สำนักเทียนเสวียนในครั้งนี้ อย่างแรกก็คือการหลอมโอสถตามคำสั่ง และอย่างที่สองก็คือการท่องเที่ยวแคว้นเฉียนหยวนเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ขอรับ”
“ดังนั้น ข้าจะไม่หลอมโอสถทุกวัน แต่จะหลอมทุกๆสามวัน ส่วนเวลาที่เหลือ ข้าอยากจะไปชมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแคว้นเฉียนหยวนที่แตกต่างจากแคว้นกว่างหลิงของข้า”
“เเละในเมื่อวัตถุดิบทั้งหมด​เป็นของที่สำนักเทียนเสวียนจัดหาให้ ข้าว่าพวกเรามาทำเรื่องสนุก​ๆกันดีกว่า!”
“ในทุกครั้งที่ข้าหลอมโอสถ​ ข้าจะเลือกผู้ชมเก้าคนเพื่อหลอมโอสถให้ พวกเขา!”
“และแน่นอนว่าโอสถสำหรับ​ทั้งเก้าคนนั้นจะต้องเป็นชนิดเดียวกัน เรื่องนี้พวกท่านไปตกลงกันเองก็แล้วกันนะ” หลินเสวียนกล่าวพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกาย
ที่จริงแล้ว หลินเสวียนมาที่สำนักเทียนเสวียนก็เพื่อช่วยชุนหยู โดยการทำให้ตัวเองกลายเป็นจุดสนใจมากที่สุด…หรือก็คือเพื่อดึงดูดความสนใจจากสำนักเทียนเสวียน
วันนี้เขาจึงได้แสดงฝีมือการหลอมโอสถ…และยังสัญญาว่าจะหลอมโอสถให้ผู้ชมในทุกๆสามวัน
ถ้าเป็นแบบนี้…แน่นอนว่าคงจะมีคนมาดูการหลอมโอสถของเขามากกว่าแค่เหล่าปรมาจารย์โอสถแน่ๆ
เขายังคาดหวัง​ว่าผู้ฝึกยุทธระดับสูงของสำนักเทียนเสวียนเองก็คงจะมาร่วมชมด้วย
ถ้าเป็นแบบนี้ ความสนใจก็คงจะถูกดึงมาที่เขาทั้งหมดในทันที…ถ้าหากชุนหยูไม่ก่อเรื่องใหญ่โต ก็คงไม่มีใครในสำนักเทียนเสวียนสังเกตเห็นแน่นอน
“จะหลอมทีละเก้าเตาเลยงั้นเหรอ?” เจ้าสำนักเทียนเสวียนถามขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย
“ใช่แล้วขอรับ” หลินเสวียนอมยิ้ม
“แต่อย่าเลือกเป็นโอสถระดับสวรรค์ขั้นสูงก็พอขอรับ เพราะข้ายังหลอมโอสถ​ระดับ​นั้นไม่ได้หรอก”
“ปรมาจารย์หลิน หมายความว่าตอนนี้ท่านหลอมโอสถระดับสวรรค์ขั้นกลางได้แล้วหรือ?” เจ้าสำนักเทียนเสวียนถามด้วยความประหลาดใจ
“แบบที่มีลวดลายโอสถสิบลวดลาย​ด้วยหรือเปล่า​?”
“ใช่แล้วขอรับ” หลินเสวียนตอบอย่างอารมณ์ดี​
“ตอนสงครามสองแคว้น ข้าต้องหลอมโอสถอย่างเต็มกำลัง ทำให้ข้าตรัสรู้​บางอย่าง…ตอนนี้ข้าจึงหลอมโอสถระดับสวรรค์ขั้นกลางได้แล้ว”
“ไม่งั้นแล้ว…ครั้งนี้ข้าคงไม่กล้าพูดว่าจะหลอมทีเดียวเก้าเตาหรอกขอรับ”
“นอกจาก​นี้ การหลอมโอสถจำนวนมากเพื่อเค้นขีดจำกัดของตัวเองนั้น มันก็มีประโยชน์​ไม่น้อยเลย” หลินเสวียนกล่าวเสริม
…..
“เฮ้ย…นี่มันโอกาสทองเลยนี่!”
“โอสถที่มีลายโอสถสิบลวดลาย​ ถึงแม้จะยังไม่ได้ใช้ แต่เก็บไว้ก็ยังคุ้มค่าอยู่ดี!”
“อีกสามวันข้าจะต้องมาให้ได้ เผื่อข้าจะถูกเลือก!”
“ไม่ได้ๆ แบบนี้ต้องหาพวกมาด้วยเยอะๆ ถึงจะมีโอกาสมากขึ้นไม่ใช่หรือ!”
ทันใดนั้น เหล่าปรมาจารย์โอสถและผู้ฝึกยุทธของสำนักเทียนเสวียนที่มามุงดู ต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ปรมาจารย์หลิน การเดินทางคงจะสร้างความเหน็ดเหนื่อยน่าดู เช่นนั้นข้าขอส่งเจ้าไปพักผ่อนก่อนดีไหม?” เจ้าสำนักเทียนเสวียนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็น​สถานการณ์​เริ่มวุ่น​วา​ย
อีก​อย่าง​ เขาเห็นชุนหยูจากไปพร้อทกับฮวากวง จึงตัดสินใจจัดการเรื่องของหลินเสวียนให้เรียบร้อย​เสียก่อน
“ขอบคุณท่านเจ้าสำนักมาก” หลินเสวียนพยักหน้ารับด้วยรอย​ยิ้ม
“ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณปรมาจารย์หลิน” เจ้าสำนักเทียนเสวียนโบกมือ จากนั้นก็พาหลินเสวียนไปยังใจกลางถ้ำสวรรค์ขนาดเล็กทันที
…..
“ปรมาจารย์หลิน ที่พักแห่งนี้จัดเตรียมตามมาตรฐานของรองเจ้าสำนัก หวังว่าเจ้าจะพึงพอใจ” เจ้าสำนักเทียนเสวียนกล่าว หลังจากพาหลินเสวียนมาถึงที่พัก
“ข้าพอใจมากขอรับ” หลินเสวียนพยักหน้า
“ส่วนชุนหยู ตอนนี้เขาคงกำลังประลองกับฮวากวงอย่างสนุกสนาน​ อีกเดี๋ยวฮวากวงจะพาเขามาเอง ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” เจ้าสำนักเทียนเสวียนกล่าวเสริม
“ขอรับ” หลินเสวียนพยักหน้า
“เนี่ยชิง ข้าฝากเจ้าดูแลปรมาจารย์หลินด้วย” เจ้าสำนักเทียนเสวียนหันไปสั่งศิษย์คนหนึ่ง
“ขอรับ!” เนี่ยชิงรับคำด้วยความดีใจ
“ปรมาจารย์หลิน หากท่านมีเรื่องใดต้องการก็บอกเนี่ยชิงได้เลย เขาจะจัดการให้ทุกอย่าง หรือถ้าเจาอยากจะเดินชมถ้ำสวรรค์ขนาดเล็กก็บอกได้ เนี่ยชิงจะเป็นผู้นำทางให้เอง” เจ้าสำนักเทียนเสวียนกล่าวเสริม
“ขอบคุณท่านเจ้าสำนักมาก ขอบคุณเจ้าด้วยนะท่านเนี่ยชิง” หลินเสวียนกล่าวขอบคุณทั้งเจ้าสำนักเทียนเสวียนและเนี่ยชิง
เนี่ยชิงที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกยินดีและมองหลินเสวียนด้วยความรู้สึกเป็นมิตรมากขึ้น
“งั้นข้าขอตัวก่อน ไม่รบกวนเจ้าพักผ่อนแล้ว” เจ้าสำนักเทียนเสวียนกล่าวลาแล้วจึงเดินจากไป
ขณะที่เนี่ยชิงก็ยืนรออยู่ด้านนอกเพื่อรอรับใช้หลินเสวียน
...
จนกระทั่งค่ำ ชุนหยูจึงกลับมา
เขามีท่าทางเหนื่อยล้าและมีพลังปราณลดลงอย่างมาก ดูจากร่องรอยความอ่อนล้าเห็นได้ชัดว่าผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก
“ศิษย์พี่ชุนหยู ท่านเป็นยังไงบ้าง?” หลินเสวียนมอบโอสถฟื้นฟูพลังให้ชุนหยูเม็ดหนึ่งแล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น​
“ฮวากวงเป็นยอดฝีมือ​จริงๆ”
ชุนหยูกลืนโอสถ พลังปราณก็ค่อยๆฟื้นฟู
“พวกเราต่อสู้กันอย่างสนุกสนาน ข้าถือโอกาสถามเรื่องต่างๆเกี่ยวกับแคว้นเฉียนหยวนจากเขา อ้างว่าอยากจะออกไปเที่ยว และยังขอแผนที่มาได้ด้วย แต่ยังไม่ได้เปิดดูเลย” ชุนหยูพูดพรางหยิบแผ่นหยกออกมา
“แผ่นหยกนี่สร้างโดยเผยโฉ่วปรมาจารย์หลอมอาวุธผู้มีชื่อเสียงของเขตเทียนเสวียน​
เผยโฉ่วชอบท่องเที่ยวมาก เขาจึงเดินทางไปทั่วทุกแห่งหน และในทุกที่ที่เขาไปเขาจะวาดแผนที่และบันทึกเรื่องราวต่างๆไว้ จนกระทั่งบั้นปลายชีวิต…เขาได้รวบรวมแผนที่ทั้งหมดที่เขาวาดไว้เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นแผนที่ฉบับสมบูรณ์ของเขตเทียนเสวียน​
แทบทุกคนในสำนักเทียนเสวียนมีแผนที่นี้ และด้วยเหตุนี้เขาจึงมีชื่อเสียงเลื่องลือไปชั่วลูกชั่วหลาน และได้รับการยกย่องให้เป็นเซียนเผย”
ชุนหยูกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ท่านผู้นี้นับว่าเป็นผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด สมแล้วที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเซียน”
“ถ้าเป็นเช่นนี้…แบบนี้พวกเราก็สบายเลยสิ” หลินเสวียนกล่าวด้วยความดีใจเมื่อเห็นแผนที่ที่ชุนหยู​นำมา
…………………..