- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาของข้ามีชีวิต!
- บทที่ 249: เยือนถ้ำน้ำแข็งเหมันต์อีกครั้ง!
บทที่ 249: เยือนถ้ำน้ำแข็งเหมันต์อีกครั้ง!
บทที่ 249: เยือนถ้ำน้ำแข็งเหมันต์​อีกครั้ง!
บทที่ 249: เยือนถ้ำน้ำแข็งเหมันต์​อีกครั้ง!
พิธีเปิดสำนัก!...เรื่องนี้มันนับว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะมันแสดงออกถึงเครือข่ายและรากฐานของสำนัก!
ยิ่งแขกที่มาร่วมงานมีสถานะสูงส่งมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งลดปัญหาในอนาคตได้มากเท่านั้น
และตอนนี้ หลินเสวียนมีสถานะมากมายมหาศาลเเละสูงส่งเหลือเกิน!
ไม่ว่าจะเป็น​
ปรมาจารย์โอสถระดับสวรรค์!
ว่าที่ปรมาจารย์โอสถระดับเทพที่เจ้า!
ปรมาจารย์หลอมอาวุธ
ปรมาจารย์วางค่ายกล
ผู้อาวุโสแก่นทองคำแห่งยอดเขาเสินโผเเห่งสำนักเทียนเซียว!
ถ้าหากเขามาร่วมพิธีเปิดสำนักของสำนักเทียนซิง แม้แต่สามสำนักเทพก็ยังต้องให้เกียรติสำนักเทียนซิงอยู่บ้าง
ไม่ต้องพูดถึงสำนักอื่นๆเลย!
….
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา…ถึงตอนนั้น ข้าจะไปร่วมงานอย่างแน่นอน!” หลินเสวียนพยักหน้าตอบรับ
ถ้าข้อตกลงระหว่างสามฝ่ายบรรลุผล แน่นอนว่าสิ่งที่เขาทำไว้ให้กับทั้งสามฝ่ายย่อมมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง
“ท่านปรมาจารย์โอสถหลิน ทางสำนักเทียนซิงของเรากำลังเตรียมงานเปิดสำนักอยู่ ในตอนนี้ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องจัดการ”
“พอได้กำหนดวันเปิดสำนักแล้วเมื่อไหร่ ข้าจะให้ซูเอ๋อร์แจ้งท่านอีกที” หยุนเฉียนเหอลุกขึ้นยืน มองไปที่หยุนซู่ด้วยรอยยิ้ม
ซูเอ๋อร์ที่เขาพูดถึงก็คือหยุนซู่อย่างไม่ต้องสงสัย การเรียกขานกันเเบบนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองสนิทกันมากอย่างแน่นอน
“ได้เลย” หลินเสวียนพยักหน้า
“น้องหลิน ถ้างั้นข้าก็คงต้องขอตัวกลับไปเตรียมวิชาที่เหมาะสมก่อนนะ, วิชาของสำนักธาราเรา มีหลายวิชาที่ไม่เหมาะให้คนทั่วไปฝึก” อู๋ย่งกล่าวอย่าง​จริงจัง​
วิชาของสำนักธาราค่อนข้างเฉพาะทาง โดยเฉพาะวิชาดาบสังหารวิญญาณ คนทั่วไปย่อมไม่สามารถฝึกได้โดยไร้ผลกระทบ​
“เข้าใจ​เเล้ว​ศิษย์​พี่​อู๋ย่ง ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว” หลินเสวียนลุกขึ้นยืนส่งทั้งสองคนออกจากตระกูลหลิน
…..
“พี่​ใหญ่!”
“เรื่องความร่วมมือระหว่างสามฝ่ายพี่​ใหญ่ช่วยดูแลเรื่องรายละเอียดทั้งหมดให้ด้วยนะ” หลินเสวียนกล่าวกับหลินเทียน หลังจากส่งหยุนเฉียนเหอและอู๋ย่งกลับไปแล้ว
“ได้เลย” หลินเทียนพยักหน้ารับ
“อ้อ, นี่เป็นโอสถที่ข้าหลอมไว้ให้ตระกูลเรา วิธีใช้และข้อควรระวังข้าเขียนมันไว้ให้หมดแล้ว พี่​ใหญ่ช่วยรับไปดูแลต่อทีนะ”
หลินเสวียนพูดพลางยื่นสมบัติ​มิติให้หลินเทียน
ภายในสมบัติวิมิตินั้นมีโอสถมากมายที่หลินเสวียนหลอมไว้ในยามว่าง ซึ่งมันก็ค่อนข้างเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธที่เพิ่ง​อยู่​ในช่วงเริ่มต้น
“ขอบใจเจ้ามาก” หลินเทียนรับสมบัติมิติมาด้วยความยินดี​ พี่​น้องกันไม่ต้องเกรงใจกันอยู่​เเล้ว
“พอพวกท่านสร้างหอคัมภีร์เสร็จแล้ว ข้าจะเอาตำราวิชาหลอมโอสถ และวิชาวางค่ายกลไปเก็บไว้ที่นั่น”
“ถึงตอนนั้น ความร่วมมือระหว่างสามฝ่ายก็จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” หลินเสวียนกำชับเรื่องนี้เป็น​พิเศษ​
หลินเสวียนไม่สามารถทิ้งวิชาของสำนั​กเทียนเซี​ย​วไว้ได้ แต่ตำราหลอมโอสถและวิชาวางค่ายกลนั้นไม่เป็นไร
“น้องสาม เจ้าเพิ่งกลับมาเอง จะไปไหนอีกแล้วเหรอ?” หลินหลานเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์
“ใช่”
“พี่​สาม ท่านยังไม่ได้เล่นกับข้าเลยนะ!” หลินเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองหลินเสวียนด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“พี่​รอง ข้า​ต้องไปทำธุระต่อน่ะ”
“พวกเราเป็นผู้ฝึกยุทธ ต้องพบเจอกันน้อยกว่าช่วงเวลา​จากลาอยู่เเล้ว เเต่ก็โชคดีที่พวกเราจะมีอายุยืนยาว”
“เอาไว้ข้าจะหาสมบัติมาหลอมโอสถเพิ่มอายุให้ท่านพ่อท่านแม่ เพื่อที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันนานๆ” หลินเสวียนยิ้มพลางบีบจมูกหลินเสวี่ยเบาๆ
“เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าก็ต้องตั้งใจฝึกนะ พอเจ้าถึงขอบเขตก่อกำเนิด​เเก่น​เเท้​แล้ว ​พี่​จะพาเจ้าไปเที่ยวสำนักเทียนเซียว”
“ตกลงท่านพี่!” หลินเสวี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“หยุนซู่ เจ้าช่วยอยู่ที่ตระกูลหลินสักสองสามวัน และช่วยแนะนำการฝึกฝนให้พวกเขาหน่อยนะ” หลินเสวียนหันไปพูดกับหยุนซู่
ตอนนี้​หลินเสวียนกำลังจะเดินทางไปที่ถ้ำน้ำแข็งเหมันต์ ดังนั้นการพาหยุนซู่ไปด้วยคงไม่สะดวกนัก
“เจ้าค่ะ!”
…..
“เปลวเพลิงเหมันต์สุดขั้ว ข้ากับศิษย์​พี่​ยู่หยานค้นพบมันด้วยกัน ตอนนี้ข้าจะไปเอามันมาคนเดียว คงจะต้องแวะไปบอกศิษย์​พี่​ยู่หยานสักหน่อย” หลินเสวียนคิดในใจหลังจากออกจากตระกูลหลิน เขาจึงตัดสินใจกลับไปที่สำนักเทียนเซียวก่อน
…
“หืมมมม!”
เมื่อหลินเสวียนกลับมาถึงเขตชั้นในของสำนักเทียนเซียว เขาก็ตรงมาที่ถ้ำของศิษย์​พี่​ยู่หยาน แต่กลับพบว่ามีผู้อาวุโสจากถ้ำสวรรค์​ขนาดเล็ก​หลายคนอยู่ที่หน้าถ้ำ (มาเเย่งตัวเข้ายอดเขา)​
ทำให้ทีนี่ดูคึกคักเป็นพิเศษ!
“ศิษย์​พี่​ยู่หยาน ท่านทะลวงไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานแล้วเหรอ?”
หลินเสวียนดีใจมาก เขาจึงรีบเดินเข้าไป
“คารวะท่านผู้อาวุโสหลิน!” เหล่าผู้อาวุโสจากถ้ำสวรรค์​ขนาดเล็ก​ต่างเอ่ยทักทายกันอย่างสุภาพ
ในกลุ่มนั้นมีคนรู้จักเขาอยู่สองสามคน
“ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก” หลินเสวียนยิ้มรับ
แอ๊ด!
ประตูถ้ำของยู่หยานเปิดออก ทันใดนั้นยู่หยานและเสวี่ยหลิงหลงเดินออกมาด้วยกัน
มิน่าล่ะ เหล่าผู้อาวุโสถึงได้รออยู่ข้างนอก ที่แท้ก็เป็นเพราะเสวี่ยหลิงหลงอยู่นี่เอง
เสวี่ยหลิงหลงก็เป็นถึงผู้อาวุโสแก่นทองคำ สถานะและเกียรติยศของนางย่อมแตกต่างจากผู้อาวุโสที่มีหน้าที่ต้อนรับคนเข้าถ้ำสวรรค์​ขนาดเล็ก​
“ผู้อาวุโสหลิน?” ยู่หยานและเสวี่ยหลิงหลงต่างก็แปลกใจที่เห็นหลินเสวียนปรากฎตัว
ตามที่หลินเสวียนคาดไว้ ยู่หยานได้ทะลวงไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว ตอนนี้เธอมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมสิบสามยอดเขาของแคว้นเล็กๆ
“ศิษย์​พี่​ยู่หยาน ท่านผู้อาวุโสเสวี่ย เรียกข้าว่าหลินเสวียนเถอะ เรียกผู้อาวุโสหลินฟังดูห่างเหินกันเกินไป”
“ว่าแต่…ศิษย์​พี่​ยู่หยาน ท่านทะลวงไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานแล้วทำไมไม่บอกข้าล่ะ?” หลินเสวียนถามด้วยรอยยิ้ม
คำว่า “ศิษย์​พี่​ยู่หยาน” ของหลินเสวียน ทำให้สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสที่มารับสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
อีกทั้งสายตาที่พวกเขามองยู่หยานก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ในตอนนี้ อิทธิพลของหลินเสวียนนั้นยิ่งใหญ่กว่าเสวี่ยหลิงหลงมากมายนัก
“น้องหลิน ศิษย์​พี่​ได้โอกาสพอดี บวกกับโชคช่วยเล็กน้อย…เลยทะลวงขอบเขตได้สำเร็จ”
“ถึงศิษย์​พี่​จะไม่ได้บอกเจ้าก่อน แต่ก็ต้องขอบคุณเจ้าด้วยนะ” ยู่หยานยิ้ม ท่าทางของนางยังคงเหมือนเดิม
“ขอบคุณข้า?” หลินเสวียนถามอย่างสงสัย
“ใช่”
“ศิษย์​น้องหลินยิ่งเก่งมากขึ้นเท่าไหร่ ศิษย์​พี่​ก็ยิ่งได้อานิสงส์ไปด้วย”
“ผู้อาวุโสแต่ละคนนั้นล้วนเป็นคนรู้จักของเจ้าทั้งนั้น ดังนั้นพวกเขาก็เลยช่วยเหลือศิษย์​พี่มากมาย​”
“ครั้งนี้ ผู้อาวุโสจากหอภารกิจมอบหมายภารกิจพิเศษให้ศิษย์​พี่​ ศิษย์​พี่​เลยได้รับโอกาสจากอาณาจักร​ลับแห่งหนึ่ง” ยู่หยานอธิบายพลางยิ้ม
“อย่างที่เขาว่าไว้ การสร้างบุญคุณกับข้าย่อมเป็นผลดี” หลินเสวียนหัวเราะ
“บุญคุณที่สร้างกับเจ้า ถือว่าเยอะจนแทบจะสูงเท่ายอดเขาเสินโผแล้วมั้ง” หลังจากเสวี่ยหลิงหลงทะลวงไปถึงขอบเขตแก่นทองคำแล้ว นางก็กำจัดปิศาจในใจได้ ทำให้นิสัยของนางจึงร่าเริงขึ้น และเริ่มพูดติดตลกได้
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเสวี่ยที่ชม” หลินเสวียนตอบกลับพลางยิ้มที่มุมปาก
“น้องหลิน เจ้ามาที่นี่ คงจะมีธุระกับศิษย์​พี่​สินะ?” ยู่หยานพูดพลางขยิบตาให้หลินเสวียน
“ศิษย์​พี่​ยู่หยาน ข้าขอพูดคุยเป็นการส่วนตัวหน่อยได้ไหม?”
“แต่คนพวกนี้…” ยู่หยานมองไปที่ผู้อาวุโสที่รออยู่
“พวกเรารอได้”
“นานๆ ทีเราจะได้เจอกัน ถือโอกาสพูดคุยกันสักหน่อยก็ดี”
“ทุกท่าน พวกท่านลองดูสิ ป่าไผ่สีม่วงตรงนั้น มันเหมือนกับตอนที่พวกเราอยู่ที่เขตชั้นในหรือเปล่า?”
“ไม่เหมือนเดิมแล้ว พวกเราไปดูกันเถอะ!”
“ถือโอกาสย้อนรำลึกความหลัง”
เหล่าผู้อาวุโสรับหน้าที่ต้อนรับต่างก็รู้กาลเทศะ พวกเขาต่างหัวเราะและพูดคุยกันก่อนจะเดินไปที่ป่าไผ่สีม่วงที่อยู่ไม่ไกลนัก
“พวกเจ้าคุยกันไปเถอะ ข้ากลับก่อนนะ” เสวี่ยหลิงหลงยิ้มก่อนจะเดินจากไป
….
“ศิษย์​น้องหลิน เจ้ามาหาศิษย์​พี่​ คงเป็นเรื่องเปลวเพลิงเหมันต์สุดขั้วสินะ?” หลังจากทุกคนจากไป ยู่หยานก็เอ่ยถามด้วยความเข้าใจ
“ศิษย์​พี่​ยู่หยาน ท่านยังคงเฉลียวฉลาดเหมือนเดิม เเผนการเล็กๆน้อยๆของข้าไม่มีทางปิดบังศิษย์​พี่​ได้หรอก” หลินเสวียนยิ้มอย่างสดใส
“ศิษย์​น้องหลิน จริงๆแล้วเรื่องเปลวเพลิงเหมันต์สุดขั้ว เจ้าจะเอามันไปก็ไม่เป็นไรหรอก”
“แค่เจ้าตั้งใจมาบอกศิษย์​พี่​ ศิษย์​พี่​ก็ดีใจมากแล้ว เพราะนั้นแสดงว่าเจ้าไม่ได้มองศิษย์​พี่​เป็นคนนอก” ยู่หยานพูดด้วยความรู้สึกจากใจจริง
หลินเสวียนและยู่หยานค้นพบเปลวเพลิงเหมันต์สุดขั้วด้วยกัน และพวกเขาก็ตกลงกันว่า เมื่อมีพลังมากพอ… พวกเขา​จะไปสำรวจถ้ำน้ำแข็งเหมันต์ด้วยกันอีกครั้ง
แต่หลินเสวียนนั้นพัฒนาเร็วเกินไป!
หลินเสวียนไปถึงขอบเขตแก่นทองคำแล้ว ในขณะที่ยู่หยานเพิ่งจะทะลวงไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานเท่านั้น
ดังนั้นในใจของยู่หยาน การที่หลินเสวียนไปเอาเปลวเพลิงเหมันต์สุดขั้วมาคนเดียวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว และการที่เขามาแจ้งให้เธอทราบก่อนก็ถือว่าเป็นคนมีน้ำใจมาก
“ในเมื​่อศิษย์​พี่​ยู่หยานใจกว้างเเบบนี้ ข้าก็คงจะใจแคบไม่ได้”
“เรื่องสมบัติช่วยทะลวงขอบเขตแก่นทองคำของศิษย์​พี่​ ข้าจัดการทั้งหมดให้เอง พอข้ากลับจากถ้ำน้ำแข็งเหมันต์แล้ว ข้าจะหลอมโอสถมาให้ศิษย์​พี่​นะ” หลินเสวียนยิ้ม
“ฮิฮิ ศิษย์​พี่​ไม่เกรงใจเจ้าหรอกนะ” ยู่หยานพยักหน้ารับด้วยยิ้ม
เธอเคยร่วมเป็นร่วมตายกับหลินเสวียนมาเเล้ว, แน่นอนว่าเธอจะไม่เกรงใจเขา
“เอาล่ะ ให้คนของถ้ำสวรรค์​ขนาดเล็ก​รอนานคงไม่ดี ตอนนี้ศิษย์​พี่​ยู่หยานไปเลือกยอดเขาของตัวเองเถอะ”
“ข้าไปที่ถ้ำน้ำแข็งเหมันต์ก่อนนะ” หลินเสวียนยิ้มก่อนจะขอตัวลา
…
หลังจาก​นั้น​
ณ ชายฝั่งทะเลเหนือ!
เมื่อหลินเสวียนมาถึงทุ่งน้ำแข็งเหมันต์ เขาก็พบว่าที่นี่มีคนเข้ามาน้อยกว่าแต่ก่อนมาก
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเรื่องที่สำนักลั่วสุ่ยทำ ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่อันตรายไปเลย
แต่แบบนี้ก็เป็นผลดีกับหลินเสวียนด้วยเช่นกัน
…
“ทุกท่าน!”
“ข้า หลินเสวียนแห่งสำนักเทียนเซียว!”
“วันนี้ ข้าจะทำเรื่องใหญ่ที่ทุ่งน้ำแข็งเหมันต์ ซึ่งมันอาจจะเกิดอันตรายต่อทุกท่าน​ได้”
“ดังนั้น ข้าขอให้ทุกท่านออกจากทุ่งน้ำแข็งเหมันต์ชั่วคราว และข้าจะขอบคุณอย่างยิ่งถ้าทุกทานปฎิบัติตาม!”
หลินเสวียนยืนอยู่บนท้องฟ้าเหนือทุ่งน้ำแข็งเหมันต์ มองลงไปด้านล่างพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เสียงของเขาที่ผสานพลังปราณแก่นทองคำ ดังก้องไปทั่วทุ่งน้ำแข็งเหมันต์ พุ่งเข้าหูผู้ฝึกยุทธทุกคนทั่วบริเวณ
………………………