- หน้าแรก
- เกิดใหม่คราวนี้ ขอใช้มิติวิเศษพลิกชะตา รวยล้นฟ้าในยุคโบราณ
- ตอนที่ 52 ความอิจฉาริษยา
ตอนที่ 52 ความอิจฉาริษยา
ตอนที่ 52 ความอิจฉาริษยา
ตอนที่ 52 ความอิจฉาริษยา
เมื่อท่านผู้ใหญ่บ้านล่วงรู้ถึงความคิดของชาวบ้าน เขาก็เกรงว่าพวกเขาจะทิ้งไร่นาให้รกร้างแล้วพากันขึ้นเขาไปหาของป่าประทังชีวิตกันหมด จึงส่งคนไปที่บ้านสกุลมู่หรงเพื่อขออนุญาตจากมู่หรงเจ๋อ
หลังจากได้รับความยินยอมแล้ว ท่านผู้ใหญ่บ้านก็อธิบายถึงที่มาของเงินก้อนนั้นให้แก่ทุกคนที่มาสอบถามฟังอย่างละเอียด
หลังจากที่ชาวบ้านได้รับรู้ความจริง พวกเขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปเก็บสมุนไพรบนเขาทันที
'การมีความรู้ความสามารถติดตัวเอาไว้นี่ย่อมเป็นเรื่องดีจริงๆ ในยามวิกฤต การช่วยชีวิตผู้มีพระคุณเพียงหนึ่งคน กลับมีค่ามากกว่าการทำไร่ไถนามานานหลายปีเสียอีก' พวกเขาลอบคิดในใจอย่างนึกอิจฉาในความโชคดีของมู่หรงเจ๋อ
อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปบ้านของท่านผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้ก็ไม่ได้สูญเปล่าเสียทีเดียว เมื่อทราบว่าครอบครัวมู่หรงยังคงต้องการคนไปช่วยถางที่ดินอีก ทุกคนต่างก็กระตือรือร้นและแย่งกันเสนอตัว
ท่านผู้ใหญ่บ้านคัดเลือกชาวบ้านที่มีนิสัยซื่อสัตย์และไว้ใจได้มาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเชิญคนที่เหลือให้กลับไป
เนื่องจากมือของมู่หรงเจ๋อยังคงไร้เรี่ยวแรง เขาจึงไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืองานอันใดได้มากนัก ในยามนี้เขาจึงทำได้เพียงยืนเฝ้าดูชาวบ้านกำลังลงมือก่อสร้าง และคอยตอบคำถามของจวงชิงเหอ บุตรชายคนโตของท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นระยะๆ
ทางด้านเฉินซื่อ แม้ว่าเมื่อวานนี้นางจะมองเห็นเกวียนบรรทุกวัสดุก่อสร้างวิ่งผ่านไปทางกระท่อมไม้ไผ่ของมู่หรงเจ๋อ ทว่านางก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นครอบครัวของเขาที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่ นางจึงไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจนัก
เช้าตรู่วันนี้นางได้พาเด็กๆ หลายคนขึ้นเขาไปเก็บผักป่า เมื่อได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากบริเวณใกล้ๆ กับกระท่อมไม้ไผ่ นางจึงชะโงกหน้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำเอานางถึงกับตัวแข็งทื่อ
เฉินซื่อย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านหลีฮวาแห่งนี้ได้หนึ่งเดือนแล้ว นางย่อมสืบเสาะจนรู้ดีว่าภายในครอบครัวของท่านผู้ใหญ่บ้านมีผู้ใดบ้าง และย่อมรู้ดีว่าจวงชิงเหอ บุตรชายคนโตของท่านผู้ใหญ่บ้านประกอบอาชีพอันใด
เมื่อเห็นมู่หรงเจ๋อยืนวางท่าราวกับเป็นเจ้าของบ้านอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ซ้ำยังพูดคุยปรึกษาหารือกับจวงชิงเหออยู่เป็นระยะ นางจะยังมีเรื่องใดที่ไม่เข้าใจอยู่อีกเล่า
มู่หรงเสวี่ยเองก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้เช่นเดียวกัน ใบหน้าของนางพลันบิดเบี้ยวด้วยความริษยา นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วเอ่ย
"ท่านแม่ ครอบครัวของท่านลุงใหญ่กำลังจะสร้างบ้านใหม่แล้วเจ้าค่ะ"
"นั่นไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือเจ้าคะ? ท่านลุงใหญ่ช่างเก่งกาจสมกับเป็นท่านลุงใหญ่จริงๆ ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่ทันไร ก็จะมีบ้านเป็นของตนเองแล้ว"
"มู่หรงฉิง! เหตุใดเจ้าถึงชอบเข้าข้างครอบครัวของท่านลุงใหญ่อยู่เรื่อยเลยห๊ะ" มู่หรงเสวี่ยตวาดลั่น
มู่หรงฉิงกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าไร้เดียงสา "ข้าพูดสิ่งใดผิดไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?"
"เจ้านี่มัน...!" มู่หรงเสวี่ยจนปัญญาที่จะต่อล้อต่อเถียงกับน้องสาว นางจึงหันไปหามารดาแทน "ท่านแม่ พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ? ท่านย่ายังไม่รู้เรื่องนี้เลยนะเจ้าคะ"
ในเวลานี้ใบหน้าของเฉินซื่อก็มืดครึ้มลงจนถึงขีดสุดเช่นกัน
'ข้าไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าข้ากำลังอิจฉาพวกเขา!' นางลอบกัดฟันกรอดในใจ
'ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าหลังจากที่พวกเขาย้ายออกไปเพียงแค่เดือนเดียว มู่หรงเจ๋อจะสามารถรวบรวมเงินก้อนโตมาสร้างบ้านได้ หรือว่าในตอนที่เขาถูกไล่ออกจากบ้าน เขาจะแอบซุกซ่อนเงินทองเอาไว้เป็นจำนวนมากกันแน่?' นางคิดอย่างนึกระแวง
"ไป พวกเรารีบกลับกันเถอะ" เฉินซื่อเอ่ยเสียงเข้ม
"ใช่ๆๆ พวกเรารีบกลับไปหาท่านย่ากันเถอะเจ้าค่ะ" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยสมทบด้วยความร้อนรน
มู่หรงฉิงปรายตามองท่านลุงใหญ่ด้วยความเป็นห่วง ทว่านางก็ทำได้เพียงเดินตามหลังมารดาจากไปเท่านั้น
ทางด้านมู่หรงหลิงหราน นางไม่ได้มีความสนใจในเรื่องการก่อสร้างบ้านเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อบิดาต้องอยู่เฝ้าคุมงาน แม้เขาจะเคยกำชับเอาไว้ว่าห้ามไม่ให้พวกเขาขึ้นเขาไป แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้นางยังคงอยากจะแอบขึ้นไปบนเขาดูสักครั้ง
ในขณะที่นางกำลังจะก้าวเท้าออกจากบ้าน นางก็เหลือบไปเห็นมู่หรงเสวี่ยวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับบิดา ก่อนจะรีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว คิ้วเรียวของนางพลันขมวดเข้าหากันทันที
'ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าที่มู่หรงเสวี่ยวานให้ท่านพ่อตามไปเป็นเพราะเหตุใด หญิงชราผู้นั้นคงจะเริ่มหาเรื่องสร้างความวุ่นวายอีกแล้วสินะ' นางลอบคิดอย่างหงุดหงิด
"ท่านพ่อเจ้าคะ" มู่หรงหลิงหรานเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายบิดา พร้อมกับจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เป็นกังวล
มู่หรงเจ๋อทอดสายตามองบุตรสาวสลับกับบุตรชาย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของพวกเขาทีละคน เขาย่อมรู้ดีว่าลูกๆ กำลังเป็นกังวลเรื่องใด เขาแย้มยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า
"เจ้าตามพี่สามขึ้นเขาไปเถิด แต่อยู่แค่บริเวณชายป่ารอบนอกเท่านั้นนะ ห้ามเดินเข้าไปลึกเด็ดขาด"
มู่หรงหลิงหรานถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขานรับด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"เจ้าค่ะ ท่านพ่อ!"
ทางด้านหลิวซื่อ ทันทีที่เฉินซื่อผู้เป็นลูกสะใภ้มารายงานว่าวัสดุก่อสร้างเมื่อวานนี้เป็นของครอบครัวบุตรชายคนโตจริงๆ ใบหน้าของนางก็มืดครึ้มลงทันที นางนั่งรอให้มู่หรงเจ๋อมาหาถึงที่เพื่ออธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้กระจ่าง ทว่ากว่าเขาจะปรากฏตัว นางก็รอนานจนแทบจะหมดความอดทนอยู่แล้ว
[จบตอน]