เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 สัตว์อสูรลึกลับ

บทที่ 11 สัตว์อสูรลึกลับ

บทที่ 11 สัตว์อสูรลึกลับ


บทที่ 11 สัตว์อสูรลึกลับ

หลี่หู่ลิ้นขาวดีใจจนหน้าบาน ขยิบตาหลิ่วตาให้เฉินชิงซาน

เติ้งเอินตาเดียวที่อยู่ข้างๆ ก็ยิงฟันยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเช่นกัน

ท่าทางดีอกดีใจของทั้งสองคนราวกับเก็บสมบัติได้ ทำเอาเฉินชิงซานมึนงงอยู่บ้าง

“สัตว์อสูรตัวที่ข้าอยากได้ที่สุด?”

ข้าไปมีสัตว์อสูรที่อยากได้ที่สุดตั้งแต่เมื่อใดกัน

เขาจำได้ว่าคำสั่งที่ให้ลูกสมุนพวกนี้ไปคือ สัตว์อสูรอะไรก็ได้ ไม่เลือกสายพันธุ์ และระดับความแข็งแกร่งไม่ใช่หรือไง?

ไอ้ลูกสมุนสองคนนี้มันกำลังพล่ามบ้าอะไรอยู่กันแน่?

เฉินชิงซานทำหน้าสงสัย “ในเมื่อหาสัตว์อสูรเจอแล้ว พวกเจ้าก็พามันมาที่นี่เลยสิ”

หลายวันที่ผ่านมาก็ทำเช่นนี้มาตลอด

ลูกสมุนหาสัตว์อสูรเจอ ก็พาเจ้าของสัตว์อสูรมา เฉินชิงซานจ่ายเงิน ฆ่าทิ้งตรงนั้น แล้วการซื้อขายก็จบลง

เหตุใดวันนี้ต้องให้เฉินชิงซานออกไปเอง

เฉินชิงซานมีสีหน้าประหลาดใจ

แต่ลูกสมุนทั้งสองกลับขยิบตาหลิ่วตาแล้วกล่าวว่า “ไม่ได้ขอรับนายน้อย สัตว์อสูรตัวนี้ล้ำค่าเกินไป เคลื่อนย้ายไม่สะดวก”

“เจ้าของสัตว์อสูรบอกว่า ต้องให้ท่านไปรับด้วยตัวเองเท่านั้นขอรับ”

“ตอนนี้พวกไฉ่กูกำลังเฝ้าอยู่ พวกเรารีบไปกันเถอะขอรับ”

“ท่านเห็นสัตว์อสูรตัวนั้นแล้ว รับรองว่าจะต้องยินดีมากแน่นอน!”

ลูกสมุนสองคนผลัดกันรับส่งมุกเป็นปี่เป็นขลุ่ย ยืนกรานจะลากเฉินชิงซานออกจากประตูให้ได้

เฉินชิงซานยิ่งถูกพวกมันทำเอางุนงงกว่าเดิม

สัตว์อสูรอะไรกันที่วางท่าขนาดนี้ ถึงขั้นต้องให้นายน้อยพรรคมารอย่างเปิ่นจั๋วไปรับด้วยตัวเอง?

อีกอย่าง วันนี้ลูกสมุนพวกนี้ดูไม่ค่อยปกติ

แต่ดูจากสีหน้าตื่นเต้นของพวกมันแล้ว ก็ไม่เหมือนกำลังวางแผนร้ายอะไร

ลูกสมุนพวกนี้แม้ฝีมือจะกระจอก นิสัยจะเลวทราม เป็นแค่พวกสวะชั้นต่ำในฝ่ายมาร

แต่ความจงรักภักดีที่พวกมันมีต่อเฉินชิงซาน ถือว่าผ่านการพิสูจน์มาแล้วอย่างโชกโชน

ในเนื้อเรื่องของ “ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ” ลูกสมุนทั้งเจ็ดคนนี้ยอมถูกฝ่ายธรรมะล้อมฆ่าจนตายเพื่อปกป้องเจ้าของร่างเดิม ไม่มีใครถอยแม้แต่คนเดียว

ความจงรักภักดีนี้ ถึงแม้จะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับความน่าเกรงขามของประมุขพรรคมารอย่างเสิ่นหลิงซวง

แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่า พวกมันยอมตายก็ไม่กล้าทรยศเฉินชิงซาน

อีกทั้งความสามารถในการทำงานของพวกมันก็นับว่าพอวางใจได้ รู้ว่าเรื่องใดทำได้ เรื่องใดทำไม่ได้

หลายวันนี้พวกมันทำงานให้เฉินชิงซานได้เรียบร้อยดี ไม่ได้ก่อเรื่องวุ่นวายอะไร

ตอนนี้พวกมันบอกว่าหาสัตว์อสูรหายากเจอ... หรือว่าไอ้พวกกากพวกนี้จะดวงดี บังเอิญเจอสัตว์อสูรหายากเข้าจริง ๆ ?

เช่น กิเลน เต่าดำเสวียนกุย อะไรทำนองนั้น…

เฉินชิงซานพลันเริ่มคาดหวังขึ้นมา

“ได้ พวกเจ้านำทางไป” เฉินชิงซานที่กินมื้อเช้าเสร็จแล้ว ค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน

เขาคิดทบทวนอย่างรอบคอบแล้ว ตอนนี้ออกไปข้างนอกก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ตั้งแต่เข้าเมืองอวิ๋นจงมา เขาก็หดหัวอยู่ในห้องฝึกวิชาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมาโดยตลอด ไม่ได้ออกไปก่อเรื่องที่ไหน ในเมืองอวิ๋นจงจึงยังไม่มีศัตรูคู่อาฆาต

และไม่ว่าจะพูดอย่างไร ที่นี่ก็ยังเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคมารจันทร์ทมิฬในหนานเจียง

ต่อให้มีคนคิดก่อเรื่อง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะก่อเรื่องในถิ่นของจั่วเซียว หากถึงตอนนั้นเสิ่นหลิงซวงคลุ้มคลั่งขึ้นมา พวกมารในเมืองนี้คงรับไม่ไหว

เจ้าของร่างเดิมในเกมก็ถูกตอนในป่า ไม่ใช่ถูกตอนในเมือง

ดังนั้น ขอเพียงไม่ออกนอกเมืองก็พอ

ประจวบเหมาะกับที่เฉินชิงซานอุดอู้อยู่ในห้องมาหลายวัน เขาเองก็อยากออกไปเดินเล่นข้างนอกอยู่เหมือนกัน

เขายังต้องไปดูด้วยว่าหีบสมบัติจุดอื่น ๆ ในเมืองยังมีอยู่หรือไม่

หลังออกจากประตูตำหนักพักแรม เฉินชิงซานก็มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของเมือง

เกี้ยวเล็กหรูหราโยกไหวเบา ๆ เฉินชิงซานที่นั่งอยู่ในเกี้ยวชมทิวทัศน์ของเมืองอวิ๋นจง

เมืองแห่งนี้ในฐานะฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคมารจันทร์ทมิฬในหนานเจียง นับว่ายิ่งใหญ่โอ่อ่าอย่างแท้จริง

การสร้างบ้านเรือนในโลกยุทธภพแฟนตาซีนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ ตำหนักใหญ่โอ่อ่าและหอสูงตระหง่านมากมายตั้งเด่นอยู่ในสายตา

ต่อให้เฉินชิงซานเคยเห็นตึกสูงระฟ้ามาจนชินแล้ว พอเห็นตำหนักสูงใหญ่ราววังเซียนเหล่านี้ ก็ยังอดทึ่งไม่ได้

บนถนนอันคึกคัก มีทั้งพ่อค้าวาณิชที่เดินทางมาจากเหนือใต้ จอมยุทธ์ผู้กล้าพกดาบสะพายกระบี่ คุณชายที่ขี่พาหนะประหลาด และองครักษ์ประจำเมืองที่เหาะเหินบนฟ้าไล่จับโจร

เมืองอวิ๋นจงในโลกจริงกว้างใหญ่กว่าเมืองในเกมมากนัก

เฉินชิงซานมองดูวิถีชีวิตและผู้คนของต่างโลกอย่างเพลิดเพลิน

ตอนนั้นเอง หลี่หู่ ลูกสมุนที่ตามอยู่ด้านข้างพลันกระซิบเสียงต่ำ “นายน้อย ตั่วอาอีคนนั้นตามมาอีกแล้วขอรับ...”

คำเตือนของหลี่หู่ลิ้นขาวทำให้เฉินชิงซานหันไปปรายตามอง

ไกลออกไป เขาเห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังก้าวเดินอย่างคล่องแคล่วอยู่บนหลังคา

กระโปรงลายดอกสีฟ้าอ่อนสะดุดตายิ่ง เครื่องประดับเงินเต็มตัวส่องประกายระยับใต้แสงแดด เท้าเปล่าซุกซนคู่นั้นเหยียบย่ำบนชายคาอย่างร่าเริงและผ่อนคลาย โดยไม่รู้สึกว่าแผ่นกระเบื้องบาดเท้าแม้แต่น้อย

เด็กสาวผู้นี้ไม่คิดปิดบังร่องรอยของตนเองแม้แต่นิด นางติดตามมาอย่างเปิดเผย

เฉินชิงซานมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตา “นางอยากตามก็ปล่อยให้นางตามไป”

ตั่วอาอีคนนี้ไม่ได้ปรากฏตัวในเกม แต่ฝีมือน่าจะไม่เลว

หลายวันนี้องครักษ์กระบี่หลินอินอินยุ่งอยู่กับงาน ภารกิจคุ้มครองเฉินชิงซานจึงเป็นตั่วอาอีผู้นี้ทำแทน

เฉินชิงซานเห็นนางนั่งอยู่บนหลังคาหรือกำแพงเรือนที่อยู่ไกลออกไปหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่ากำลังทำหน้าที่อารักขาเขาอยู่

ตอนนี้เมื่อเห็นว่าตั่วอาอีตามมาด้วย เฉินชิงซานก็รู้สึกวางใจขึ้น

เขาชมทิวทัศน์ในเมืองอย่างสบายใจ พลางนำแผนที่เมืองอวิ๋นจงที่เคยเปิดดูในหอเก็บตำรามาเทียบกับแผนที่ในเกม พยายามหาตำแหน่งของหีบสมบัติจุดอื่น ๆ

หนึ่งเค่อให้หลัง ขบวนของเฉินชิงซานก็มาถึงปากถนนแห่งหนึ่ง

พอมาถึงตรงนี้ หลี่หู่ลิ้นขาวและลูกสมุนอีกคนกลับยืนกรานให้เฉินชิงซานลงมาเดินเท้า ไม่ยอมให้คนหามเกี้ยวตามไปด้วย

ทำตัวลึกลับลับล่อจนราวกับพรรคฟ้าดินนัดส่งมอบของกันงั้นแหละ

เฉินชิงซานลงจากเกี้ยวด้วยความงุนงง เดินตามพวกหลี่หู่เลี้ยวเข้าไปในตรอกเงียบสงบแห่งหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ตกลงมันคือสัตว์อสูรอะไรกันแน่ ถึงต้องลึกลับขนาดนี้...”

เฉินชิงซานอยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่ง

แต่ลูกสมุนสองคนที่นำทางกลับยังใช้คำพูดชุดเดิมเหมือนตอนอยู่บนถนน

“นายน้อยเห็นแล้วก็จะรู้เองขอรับ”

“ถ้านายน้อยเห็นแล้วไม่พอใจ ข้าน้อยจะยืนกลับหัวกินอาจมให้ท่านดูเลยขอรับ!”

“สัตว์อสูรตัวนี้ต้องเก็บเป็นความลับ จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาดขอรับ...”

"ต้องรู้กันแค่พวกเราไม่กี่คนเท่านั้น"

“พวกเรามาถึงแล้วขอรับ สัตว์อสูรอยู่ในเรือนหลังนี้”

ลูกสมุนสองคนพาเฉินชิงซานมาหยุดอยู่หน้าประตูเรือนหลังหนึ่งที่ปลายตรอก

ลูกสมุนที่เหลืออีกหลายคน ตอนนี้กำลังเฝ้าอยู่หน้าประตูใหญ่

เมื่อเห็นเฉินชิงซาน พวกมันก็พากันยิ้มประจบและทำความเคารพ

“ข้าน้อยคารวะนายน้อย”

“คารวะนายน้อย...”

ทั้งหมดหกคน ใบหน้าฉีกยิ้มจนสดใสราวดอกเบญจมาศบาน

เฉินชิงซานมองพวกมันอย่างสงสัย แล้วกล่าวว่า “ตกลงมันคือสัตว์อสูรอะไรกันแน่”

ทั้งหกคนรีบหลีกทาง แล้วกล่าวว่า “นายน้อยเข้าไปก็จะรู้เองขอรับ ไฉ่กูเป็นคนหามาให้ท่าน นางรออยู่ด้านในแล้ว”

ลูกสมุนหลายคนหลีกทางให้อย่างนอบน้อม พร้อมเปิดประตูเรือน

เฉินชิงซานหันกลับไปมองอีกครั้ง ตั่วอาอีซึ่งมีเครื่องประดับเงินเต็มตัวกำลังยืนอยู่บนกำแพงสูงตรงปากตรอกไกลออกไป คอยจับตาทางนี้อย่างเย็นชา

เมื่อเห็นตั่วอาอีตามมาด้วย เฉินชิงซานจึงเดินเข้าไปในเรือน

เป็นเรือนลานเดี่ยวธรรมดา แม้แต่ฉากบังตาก็ยังไม่มี แต่การจัดสวนภายในลานกลับนับว่าไม่เลว ตัวเรือนและกำแพงลานก็ดูเรียบหรูพอใช้ได้

เพียงแต่ในอากาศมีกลิ่นแป้งหอมจาง ๆ ลอยอยู่

ลูกสมุนที่ชื่อไฉ่กูกำลังยืนยิ้มประจบอยู่ในลานเรือน นางทำความเคารพเฉินชิงซาน

“ข้าน้อยคารวะนายน้อยเจ้าค่ะ”

จบบทที่ บทที่ 11 สัตว์อสูรลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว