- หน้าแรก
- พี่สาวประมุขมาร โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย
- บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย
บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย
บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย
บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย
“นายน้อย? นายน้อยเจ้าคะ?”
เสียงของผู้หญิงดังขึ้นท่ามกลางความมืด เฉินชิงซานฟังแล้วรู้สึกคล้ายหมอกคลุมเต็มหัว
นายน้อย?
เสียงผู้หญิง?
เขาอาศัยอยู่คนเดียว ในบ้านจะมีเสียงผู้หญิงมาจากไหน? หรือว่าไม่ได้ปิดคอมพิวเตอร์?
"นายน้อย? ตื่นเถิดเจ้าค่ะ..."
ยังคงเป็นเสียงของผู้หญิงคนเดิม น้ำเสียงเย็นชาแฝงความเฉยเมยอยู่บ้าง ทว่าไพเราะน่าฟังจับใจ เพียงแต่เฉินชิงซานไม่คุ้นหูเอาเสียเลย
หรือว่าหลังจากหลับไป คอมพิวเตอร์จะเด้งหน้าต่างป๊อปอัปเว็บเกมขึ้นมา? นี่คือเสียงตัวละครหญิงที่ใช้โปรโมตเว็บเกมงั้นเหรอ?
น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์แบบนี้ ช่างถูกใจโอตาคุอย่างเขาจริง ๆ
ทางที่ดีควรจะมองมาด้วยสายตารังเกียจ พร้อมกับเลิก…
"นายน้อย? สมควรตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ"
เสียงของผู้หญิงยังคงเร่งเร้า ครั้งนี้ถึงขั้นแฝงความหงุดหงิดรำคาญใจอยู่บ้าง ฟังแล้วเฉินชิงซานก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
...เจ้าเรียกข้าว่านายน้อยแล้ว จะมีจิตสำนึกแบ่งแยกสูงต่ำตามประสาหญิงรับใช้สักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร?
เฉินชิงซานผุดลุกขึ้นนั่งอย่างแรง ตั้งใจจะปิดหน้าต่างป๊อปอัปคอมพิวเตอร์ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น กลับมองเห็นภาพทิวทัศน์ที่แปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง
ภายในห้องเล็กอันหรูหราที่สร้างจากไม้ล้วนๆ มีกลิ่นหอมของธูปไม้จันทน์ลอยอวลอยู่ในอากาศ บนพรมหนานุ่มปักลวดลายวิจิตรซับซ้อน ม่านผ้าแพรพรรณงดงามดุจเส้นไหมทิ้งตัวลงมาทั้งสองฝั่ง มีขนมและถาดผลไม้ที่จัดวางไว้อย่างประณีต
สิ่งที่เขานอนทับอยู่ก็ไม่ใช่เก้าอี้เพื่อสุขภาพ แต่เป็นตั่งนอนบุนวมปักลายอันอ่อนนุ่ม
สภาพแวดล้อมที่แปลกตาทำให้เฉินชิงซานตกตะลึง
เขาจำได้ว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอยู่แท้ๆ อดหลับอดนอนมาค่อนคืน กว่าจะเอาชนะบอสสุดท้ายอย่างประมุขพรรคมาร เสิ่นหลิงซวงในร่างมารได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ หลังจากนั้นคงเพราะง่วงเกินไป เลยเผลอหลับคาเก้าอี้ไปเลย
ไฉนพอลืมตาขึ้นมา... นี่เขาข้ามมิติมาแล้วเหรอ?
จะมากันแบบลวก ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?
แล้วยังมีผู้หญิงที่ทำหน้าตาเย็นชาไร้อารมณ์ แถมยังมองมาด้วยสายตารังเกียจตรงหน้านี้อีก…
สายตาของเฉินชิงซานตกลงบนร่างของผู้หญิงคนนั้น
นางสวมกระโปรงสีดำอมเขียวเรียบง่าย เครื่องประดับผมก็ดูธรรมดา ไม่มีสิ่งใดตกแต่งมากนัก แต่กลับไม่อาจปิดบังใบหน้างดงามล่มเมืองราวกับนางเซียน งดงามยิ่งกว่าตัวละคร CG ที่เฉินชิงซานเคยเห็นเสียอีก
และผู้หญิงที่ราวกับนางเซียนผู้นี้ ในเวลานี้กำลังคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าเฉินชิงซาน ท่วงท่าราวกับเป็นบ่าวรับใช้
แต่ดูจากสายตารังเกียจที่นางไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย บ่าวรับใช้หญิงผู้นี้ก็ไม่ได้มีความเคารพต่อเขามากนัก
เมื่อสายตาทั้งสองประสานกัน ในห้วงความคิดของเฉินชิงซานก็ปรากฏชื่อแซ่ของอีกฝ่ายขึ้นมา
องครักษ์กระบี่ หลินอินอิน
นอกเหนือจากนี้ เฉินชิงซานก็นึกข้อมูลอื่นไม่ออกอีก ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ของเจ้าของร่างเดิม ดูเหมือนจะให้มาแค่ชื่อเท่านั้น
เฉินชิงซานขมวดคิ้ว พยายามขุดคุ้ยความทรงจำให้มากกว่านี้ — ข้ามมิติมาทั้งทีแต่ไม่มีแพ็กเกจความทรงจำชุดใหญ่แจกมาให้ แล้วจะเล่นยังไงล่ะเนี่ย? นี่มันหลอกลวงบิดาผู้นี้ชัดๆ!
เขายังคงขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก ทว่านางเซียนผู้มีใบหน้ารังเกียจกลับเอ่ยขึ้นมาเองว่า
"นายน้อย พวกเราใกล้จะถึงเมืองอวิ๋นจงแล้วเจ้าค่ะ"
นางยืดตัวตรง มองเฉินชิงซานด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"ขอให้ท่านเตรียมตัวสักหน่อย ผู้คุ้มกฎจั่วเซียวได้นำผู้ใต้บังคับบัญชามาคอยต้อนรับอยู่นอกเมืองแล้ว การออกตรวจการณ์ของท่านในครั้งนี้ เป็นตัวแทนถึงความน่าเกรงขามของท่านประมุข จะทำให้ชื่อเสียงของท่านประมุขต้องมัวหมองไม่ได้ ขอท่านรีบจัดแจงเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย และอย่าได้ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจอีกเลยเจ้าค่ะ”
หญิงสาวกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนเองทันที โดยไม่รอให้เฉินชิงซานผู้เป็นนายน้อยเอ่ยปากสั่งให้ “ลุกขึ้น” ด้วยซ้ำ
จนกระทั่งตอนนั้นเอง เฉินชิงซานถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ห้องที่ตนเองอยู่นี้แท้จริงแล้วคือรถม้าคันมหึมา ตัวรถกำลังสั่นโคลงเคลงเบาๆ
หญิงสาวเดินไปที่ประตูแล้วเลิกม่านขึ้น ก่อนจะหายลับไปจากสายตาของเฉินชิงซาน
ภายในรถม้าสุดหรูหราที่ยังคงสั่นไหวเบา ๆ พลันตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเฉินชิงซานอยู่ลำพัง
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงตั่งนอนอันอ่อนนุ่ม จ้องมองรถม้าตรงหน้าอย่างเหม่อลอย รู้สึกว่าศีรษะยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
ยังคงไม่มีความทรงจำใดๆ... ดูท่าคงต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นเสียแล้ว จะพูดจาส่งเดชไม่ได้เด็ดขาด และจะให้ใครจับได้ไม่ได้เป็นอันขาดว่าไส้ในของร่างนี้เปลี่ยนคนไปแล้ว
แต่จะว่าไป จุดเริ่มต้นในตอนนี้ก็ถือว่าไม่เลว ตัวเขาเป็นถึงสิ่งที่เรียกว่านายน้อย อย่างน้อยตัวเองก็เป็นถึง ‘นายน้อย’ ดูจากการตกแต่งภายในรถม้าที่หรูหราหมาเห่าขนาดนี้ ย่อมต้องเป็นพวกชนชั้นอภิสิทธิ์ชนในต่างโลกอย่างแน่นอน
ตราบใดที่ไม่หาเรื่องใส่ตัวจนความแตกเรื่องวิญญาณสวมร่าง ก็น่าจะเสวยสุขไปได้อีกยาว ๆ
ติดก็แต่ไอ้เมืองอวิ๋นจงอะไรนี่…
"ไม่ถูกสิ!"
เฉินชิงซานที่เพิ่งจะเอนตัวลงนอนผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง สีหน้าพลันเคร่งเครียดขึ้นมา
เมื่อครู่นี้นางเซียนหน้าตายคนนั้นพูดคำสำคัญอย่าง "ประมุข" "เมืองอวิ๋นจง" และ "ผู้คุ้มกฎจั่วเซียว" ออกมา…
ทำไมยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหูพิกล!
เฉินชิงซานนึกไปถึงเกม "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" ที่เพิ่งจะเคลียร์จบไปเมื่อคืน ภายในใจพลันกระตุกวูบ
——นี่ฉันคงไม่ได้ข้ามมิติเข้ามาในเกมหรอกนะ?
ใน "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" บังเอิญมีเมืองอวิ๋นจงอยู่พอดี ซึ่งก็คือรังของจั่วเซียว หนึ่งในสี่มหาผู้คุ้มกฎแห่งพรรคมาร
เฉินชิงซานเคยหลงทางในแผนที่นี้อยู่หลายครั้ง บอสเฝ้าด่านของเมืองอวิ๋นจงอย่างผู้คุ้มกฎพรรคมารจั่วเซียว ยิ่งเป็นพวกสับปลับเดนคนขั้นสุด ท่วงท่าเพลงกระบี่ตัดสลับเร็วช้าคาดเดายากและสกิลพ่นพิษทรมานเฉินชิงซานจนแทบรากเลือด ทิ้งบาดแผลในใจให้เขาอย่างลึกซึ้ง
หากเขาข้ามมิติเข้ามาในเกมจริง ๆ และกลายเป็นคนของฝั่งพรรคมาร แถมยังมีฐานะพิเศษเป็นถึง ‘นายน้อย’ ที่เป็นตัวแทนประมุข ออกตรวจการณ์ได้... ใน "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" คนที่ตรงกับคำบรรยายนี้ ดูเหมือนจะมีเพียง…
"ซี๊ด..."
เฉินชิงซานอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด สีหน้ากลายเป็นดูไม่ได้อย่างยิ่ง
ในเกมมีเพียงคนเดียวที่ตรงกับฐานะเหล่านี้ นั่นก็คือน้องชายผู้โชคร้ายของประมุขพรรคมารเสิ่นหลิงซวง!
เฉินชิงซานคนที่ถูกทำเป็นระเบิดสุกรมนุษย์ ก่อนศึกสุดท้ายคนนั้น!
ก่อนหน้านี้ตอนเล่นเกมแล้วเจอตัวละครตัวนี้ เฉินชิงซานยังนึกอัปมงคลอยู่ในใจที่ไอ้เศษสวะคนนี้ดันมีชื่อแซ่เดียวกับตนเอง
ตอนนี้ล่ะดีเลย ไม่ใช่แค่อัปมงคลแล้ว แต่ตัวเขาดันกลายมาเป็นเศษสวะในหมู่มนุษย์คนนี้เสียเอง…
เฉินชิงซานล้วงเป้ากางเกงตามสัญชาตญาณ เมื่อฝ่ามือสัมผัสได้ถึงเฉินชิงซานน้อยที่ยังอุ่นๆ อยู่ เขาถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ยังดี อย่างน้อยน้องชายก็ยังอยู่ดี
ในตอนเริ่มเรื่องของเกม "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" น้องชายผู้โชคร้ายของเสิ่นหลิงซวงคนนั้นถูกตอนไปเรียบร้อยแล้ว และการสูญเสียของรักของหวงไปก็ทำให้เขากลายเป็นพวกโรคจิตวิปริตจิตใจบิดเบี้ยว
ตอนนี้น้องชายยังครบถ้วน ถือว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้าย
แต่สีหน้าของเฉินชิงซานก็ยังคงดูไม่ได้อยู่ดี
เจ้าของร่างเดิมในฐานะน้องชายของประมุขพรรคมารเสิ่นหลิงซวง มีอำนาจบารมีล้นฟ้าในเกม ได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากเสิ่นหลิงซวงเป็นอย่างมาก เที่ยวฉุดคร่าหญิงสาวชาวบ้าน รังแกผู้อ่อนแอไปทั่ว ดูแล้วช่างใช้ชีวิตได้สุขสบายนัก
แต่เฉินชิงซานที่เล่นเกมจนเคลียร์ด่านแล้วรู้ซึ้งดีว่า ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา
เสิ่นหลิงซวงไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันใดๆ กับคุณชายเสเพลผู้เป็นน้องชายต่างพ่อต่างแม่คนนี้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางกลับรังเกียจเข้ากระดูกดำ
สิ่งที่นางเรียกว่าความรักใคร่เอ็นดู เป็นเพียงการนำขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเลือดเย็นเท่านั้น
นางแสร้งทำเป็นเมินเฉยปล่อยให้น้องชายเสเพลทำชั่วสร้างศัตรูไปทั่ว จงใจชักนำให้น้องชายหลงระเริงในกิเลสตัณหาจนละทิ้งวิชายุทธ์ หล่อหลอมให้น้องชายเสเพลผู้นี้กลายเป็นไก่อ่อนไร้ฝีมือที่ผู้คนต่างรุมเกลียดชัง
จากนั้นก็สร้างภาพลวงตาว่ารักใคร่ทะนุถนอมน้องชายจอมปลอมผู้นี้อย่างที่สุด เชิดเขาขึ้นมาเป็นเป้านิ่งอย่างเปิดเผย เพื่อล่อให้พวกที่คิดต่อต้านนางภายในพรรคมารพุ่งเป้าโจมตีน้องชายเสเพลแทน
แล้วนางค่อยใช้ข้ออ้างในการแก้แค้นแทนน้องชาย มากวาดล้างเสี้ยนหนามในพรรคมารให้สิ้นซาก…
ในเกม เจ้าของร่างเดิมที่เป็นคุณชายเสเพลผู้นี้ถูกทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารรุมทึ้งอยู่หลายครั้ง ทั้งถูกตอน ทั้งถูกทำเป็นสุกรมนุษย์ สุดท้ายยังถูกนำไปเป็นเครื่องสังเวยแก่เทพมาร ดัดแปลงเป็นระเบิดเลือดเนื้อ เป็นเพียงตัวตลกตัวหนึ่งจุดจบช่างน่าอนาถอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตัวเขากลับข้ามมิติเข้ามาในเกม กลายเป็นเจ้าคนโชคร้ายผู้นี้…
สีหน้าของเฉินชิงซานย่ำแย่ถึงขีดสุด
"จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ดีขนาดนั้นแล้ว..."
บทจะเริ่มชีวิตใหม่ในต่างโลกทั้งที ไฉนถึงซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้!
ขอข้ามมิติใหม่อีกรอบได้ไหม?
หรือคืนสินค้าส่งกลับโลกไปเลยก็ได้……
[สุกรมนุษย์ เป็นการทรมานในยุคโบราณโดยการตัดแขนขา ควักลูกตา ทำลายหูและเสียง แล้วนำไปทิ้งไว้ในเล้าหมู]