เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย

บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย

บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย


บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย

“นายน้อย? นายน้อยเจ้าคะ?”

เสียงของผู้หญิงดังขึ้นท่ามกลางความมืด เฉินชิงซานฟังแล้วรู้สึกคล้ายหมอกคลุมเต็มหัว

นายน้อย?

เสียงผู้หญิง?

เขาอาศัยอยู่คนเดียว ในบ้านจะมีเสียงผู้หญิงมาจากไหน? หรือว่าไม่ได้ปิดคอมพิวเตอร์?

"นายน้อย? ตื่นเถิดเจ้าค่ะ..."

ยังคงเป็นเสียงของผู้หญิงคนเดิม น้ำเสียงเย็นชาแฝงความเฉยเมยอยู่บ้าง ทว่าไพเราะน่าฟังจับใจ เพียงแต่เฉินชิงซานไม่คุ้นหูเอาเสียเลย

หรือว่าหลังจากหลับไป คอมพิวเตอร์จะเด้งหน้าต่างป๊อปอัปเว็บเกมขึ้นมา? นี่คือเสียงตัวละครหญิงที่ใช้โปรโมตเว็บเกมงั้นเหรอ?

น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์แบบนี้ ช่างถูกใจโอตาคุอย่างเขาจริง ๆ

ทางที่ดีควรจะมองมาด้วยสายตารังเกียจ พร้อมกับเลิก…

"นายน้อย? สมควรตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ"

เสียงของผู้หญิงยังคงเร่งเร้า ครั้งนี้ถึงขั้นแฝงความหงุดหงิดรำคาญใจอยู่บ้าง ฟังแล้วเฉินชิงซานก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

...เจ้าเรียกข้าว่านายน้อยแล้ว จะมีจิตสำนึกแบ่งแยกสูงต่ำตามประสาหญิงรับใช้สักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร?

เฉินชิงซานผุดลุกขึ้นนั่งอย่างแรง ตั้งใจจะปิดหน้าต่างป๊อปอัปคอมพิวเตอร์ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น กลับมองเห็นภาพทิวทัศน์ที่แปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง

ภายในห้องเล็กอันหรูหราที่สร้างจากไม้ล้วนๆ มีกลิ่นหอมของธูปไม้จันทน์ลอยอวลอยู่ในอากาศ บนพรมหนานุ่มปักลวดลายวิจิตรซับซ้อน ม่านผ้าแพรพรรณงดงามดุจเส้นไหมทิ้งตัวลงมาทั้งสองฝั่ง มีขนมและถาดผลไม้ที่จัดวางไว้อย่างประณีต

สิ่งที่เขานอนทับอยู่ก็ไม่ใช่เก้าอี้เพื่อสุขภาพ แต่เป็นตั่งนอนบุนวมปักลายอันอ่อนนุ่ม

สภาพแวดล้อมที่แปลกตาทำให้เฉินชิงซานตกตะลึง

เขาจำได้ว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอยู่แท้ๆ อดหลับอดนอนมาค่อนคืน กว่าจะเอาชนะบอสสุดท้ายอย่างประมุขพรรคมาร เสิ่นหลิงซวงในร่างมารได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ หลังจากนั้นคงเพราะง่วงเกินไป เลยเผลอหลับคาเก้าอี้ไปเลย

ไฉนพอลืมตาขึ้นมา... นี่เขาข้ามมิติมาแล้วเหรอ?

จะมากันแบบลวก ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?

แล้วยังมีผู้หญิงที่ทำหน้าตาเย็นชาไร้อารมณ์ แถมยังมองมาด้วยสายตารังเกียจตรงหน้านี้อีก…

สายตาของเฉินชิงซานตกลงบนร่างของผู้หญิงคนนั้น

นางสวมกระโปรงสีดำอมเขียวเรียบง่าย เครื่องประดับผมก็ดูธรรมดา ไม่มีสิ่งใดตกแต่งมากนัก แต่กลับไม่อาจปิดบังใบหน้างดงามล่มเมืองราวกับนางเซียน งดงามยิ่งกว่าตัวละคร CG ที่เฉินชิงซานเคยเห็นเสียอีก

และผู้หญิงที่ราวกับนางเซียนผู้นี้ ในเวลานี้กำลังคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าเฉินชิงซาน ท่วงท่าราวกับเป็นบ่าวรับใช้

แต่ดูจากสายตารังเกียจที่นางไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย บ่าวรับใช้หญิงผู้นี้ก็ไม่ได้มีความเคารพต่อเขามากนัก

เมื่อสายตาทั้งสองประสานกัน ในห้วงความคิดของเฉินชิงซานก็ปรากฏชื่อแซ่ของอีกฝ่ายขึ้นมา

องครักษ์กระบี่ หลินอินอิน

นอกเหนือจากนี้ เฉินชิงซานก็นึกข้อมูลอื่นไม่ออกอีก ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ของเจ้าของร่างเดิม ดูเหมือนจะให้มาแค่ชื่อเท่านั้น

เฉินชิงซานขมวดคิ้ว พยายามขุดคุ้ยความทรงจำให้มากกว่านี้ — ข้ามมิติมาทั้งทีแต่ไม่มีแพ็กเกจความทรงจำชุดใหญ่แจกมาให้ แล้วจะเล่นยังไงล่ะเนี่ย? นี่มันหลอกลวงบิดาผู้นี้ชัดๆ!

เขายังคงขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก ทว่านางเซียนผู้มีใบหน้ารังเกียจกลับเอ่ยขึ้นมาเองว่า

"นายน้อย พวกเราใกล้จะถึงเมืองอวิ๋นจงแล้วเจ้าค่ะ"

นางยืดตัวตรง มองเฉินชิงซานด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"ขอให้ท่านเตรียมตัวสักหน่อย ผู้คุ้มกฎจั่วเซียวได้นำผู้ใต้บังคับบัญชามาคอยต้อนรับอยู่นอกเมืองแล้ว การออกตรวจการณ์ของท่านในครั้งนี้ เป็นตัวแทนถึงความน่าเกรงขามของท่านประมุข จะทำให้ชื่อเสียงของท่านประมุขต้องมัวหมองไม่ได้ ขอท่านรีบจัดแจงเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย และอย่าได้ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจอีกเลยเจ้าค่ะ”

หญิงสาวกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนเองทันที โดยไม่รอให้เฉินชิงซานผู้เป็นนายน้อยเอ่ยปากสั่งให้ “ลุกขึ้น” ด้วยซ้ำ

จนกระทั่งตอนนั้นเอง เฉินชิงซานถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ห้องที่ตนเองอยู่นี้แท้จริงแล้วคือรถม้าคันมหึมา ตัวรถกำลังสั่นโคลงเคลงเบาๆ

หญิงสาวเดินไปที่ประตูแล้วเลิกม่านขึ้น ก่อนจะหายลับไปจากสายตาของเฉินชิงซาน

ภายในรถม้าสุดหรูหราที่ยังคงสั่นไหวเบา ๆ พลันตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเฉินชิงซานอยู่ลำพัง

เขาทรุดตัวลงนั่งพิงตั่งนอนอันอ่อนนุ่ม จ้องมองรถม้าตรงหน้าอย่างเหม่อลอย รู้สึกว่าศีรษะยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ

ยังคงไม่มีความทรงจำใดๆ... ดูท่าคงต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นเสียแล้ว จะพูดจาส่งเดชไม่ได้เด็ดขาด และจะให้ใครจับได้ไม่ได้เป็นอันขาดว่าไส้ในของร่างนี้เปลี่ยนคนไปแล้ว

แต่จะว่าไป จุดเริ่มต้นในตอนนี้ก็ถือว่าไม่เลว ตัวเขาเป็นถึงสิ่งที่เรียกว่านายน้อย อย่างน้อยตัวเองก็เป็นถึง ‘นายน้อย’ ดูจากการตกแต่งภายในรถม้าที่หรูหราหมาเห่าขนาดนี้ ย่อมต้องเป็นพวกชนชั้นอภิสิทธิ์ชนในต่างโลกอย่างแน่นอน

ตราบใดที่ไม่หาเรื่องใส่ตัวจนความแตกเรื่องวิญญาณสวมร่าง ก็น่าจะเสวยสุขไปได้อีกยาว ๆ

ติดก็แต่ไอ้เมืองอวิ๋นจงอะไรนี่…

"ไม่ถูกสิ!"

เฉินชิงซานที่เพิ่งจะเอนตัวลงนอนผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง สีหน้าพลันเคร่งเครียดขึ้นมา

เมื่อครู่นี้นางเซียนหน้าตายคนนั้นพูดคำสำคัญอย่าง "ประมุข" "เมืองอวิ๋นจง" และ "ผู้คุ้มกฎจั่วเซียว" ออกมา…

ทำไมยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหูพิกล!

เฉินชิงซานนึกไปถึงเกม "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" ที่เพิ่งจะเคลียร์จบไปเมื่อคืน ภายในใจพลันกระตุกวูบ

——นี่ฉันคงไม่ได้ข้ามมิติเข้ามาในเกมหรอกนะ?

ใน "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" บังเอิญมีเมืองอวิ๋นจงอยู่พอดี ซึ่งก็คือรังของจั่วเซียว หนึ่งในสี่มหาผู้คุ้มกฎแห่งพรรคมาร

เฉินชิงซานเคยหลงทางในแผนที่นี้อยู่หลายครั้ง บอสเฝ้าด่านของเมืองอวิ๋นจงอย่างผู้คุ้มกฎพรรคมารจั่วเซียว ยิ่งเป็นพวกสับปลับเดนคนขั้นสุด ท่วงท่าเพลงกระบี่ตัดสลับเร็วช้าคาดเดายากและสกิลพ่นพิษทรมานเฉินชิงซานจนแทบรากเลือด ทิ้งบาดแผลในใจให้เขาอย่างลึกซึ้ง

หากเขาข้ามมิติเข้ามาในเกมจริง ๆ และกลายเป็นคนของฝั่งพรรคมาร แถมยังมีฐานะพิเศษเป็นถึง ‘นายน้อย’ ที่เป็นตัวแทนประมุข ออกตรวจการณ์ได้... ใน "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" คนที่ตรงกับคำบรรยายนี้ ดูเหมือนจะมีเพียง…

"ซี๊ด..."

เฉินชิงซานอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด สีหน้ากลายเป็นดูไม่ได้อย่างยิ่ง

ในเกมมีเพียงคนเดียวที่ตรงกับฐานะเหล่านี้ นั่นก็คือน้องชายผู้โชคร้ายของประมุขพรรคมารเสิ่นหลิงซวง!

เฉินชิงซานคนที่ถูกทำเป็นระเบิดสุกรมนุษย์ ก่อนศึกสุดท้ายคนนั้น!

ก่อนหน้านี้ตอนเล่นเกมแล้วเจอตัวละครตัวนี้ เฉินชิงซานยังนึกอัปมงคลอยู่ในใจที่ไอ้เศษสวะคนนี้ดันมีชื่อแซ่เดียวกับตนเอง

ตอนนี้ล่ะดีเลย ไม่ใช่แค่อัปมงคลแล้ว แต่ตัวเขาดันกลายมาเป็นเศษสวะในหมู่มนุษย์คนนี้เสียเอง…

เฉินชิงซานล้วงเป้ากางเกงตามสัญชาตญาณ เมื่อฝ่ามือสัมผัสได้ถึงเฉินชิงซานน้อยที่ยังอุ่นๆ อยู่ เขาถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ยังดี อย่างน้อยน้องชายก็ยังอยู่ดี

ในตอนเริ่มเรื่องของเกม "ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ" น้องชายผู้โชคร้ายของเสิ่นหลิงซวงคนนั้นถูกตอนไปเรียบร้อยแล้ว และการสูญเสียของรักของหวงไปก็ทำให้เขากลายเป็นพวกโรคจิตวิปริตจิตใจบิดเบี้ยว

ตอนนี้น้องชายยังครบถ้วน ถือว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้าย

แต่สีหน้าของเฉินชิงซานก็ยังคงดูไม่ได้อยู่ดี

เจ้าของร่างเดิมในฐานะน้องชายของประมุขพรรคมารเสิ่นหลิงซวง มีอำนาจบารมีล้นฟ้าในเกม ได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากเสิ่นหลิงซวงเป็นอย่างมาก เที่ยวฉุดคร่าหญิงสาวชาวบ้าน รังแกผู้อ่อนแอไปทั่ว ดูแล้วช่างใช้ชีวิตได้สุขสบายนัก

แต่เฉินชิงซานที่เล่นเกมจนเคลียร์ด่านแล้วรู้ซึ้งดีว่า ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา

เสิ่นหลิงซวงไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันใดๆ กับคุณชายเสเพลผู้เป็นน้องชายต่างพ่อต่างแม่คนนี้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางกลับรังเกียจเข้ากระดูกดำ

สิ่งที่นางเรียกว่าความรักใคร่เอ็นดู เป็นเพียงการนำขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเลือดเย็นเท่านั้น

นางแสร้งทำเป็นเมินเฉยปล่อยให้น้องชายเสเพลทำชั่วสร้างศัตรูไปทั่ว จงใจชักนำให้น้องชายหลงระเริงในกิเลสตัณหาจนละทิ้งวิชายุทธ์ หล่อหลอมให้น้องชายเสเพลผู้นี้กลายเป็นไก่อ่อนไร้ฝีมือที่ผู้คนต่างรุมเกลียดชัง

จากนั้นก็สร้างภาพลวงตาว่ารักใคร่ทะนุถนอมน้องชายจอมปลอมผู้นี้อย่างที่สุด เชิดเขาขึ้นมาเป็นเป้านิ่งอย่างเปิดเผย เพื่อล่อให้พวกที่คิดต่อต้านนางภายในพรรคมารพุ่งเป้าโจมตีน้องชายเสเพลแทน

แล้วนางค่อยใช้ข้ออ้างในการแก้แค้นแทนน้องชาย มากวาดล้างเสี้ยนหนามในพรรคมารให้สิ้นซาก…

ในเกม เจ้าของร่างเดิมที่เป็นคุณชายเสเพลผู้นี้ถูกทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารรุมทึ้งอยู่หลายครั้ง ทั้งถูกตอน ทั้งถูกทำเป็นสุกรมนุษย์ สุดท้ายยังถูกนำไปเป็นเครื่องสังเวยแก่เทพมาร ดัดแปลงเป็นระเบิดเลือดเนื้อ เป็นเพียงตัวตลกตัวหนึ่งจุดจบช่างน่าอนาถอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตัวเขากลับข้ามมิติเข้ามาในเกม กลายเป็นเจ้าคนโชคร้ายผู้นี้…

สีหน้าของเฉินชิงซานย่ำแย่ถึงขีดสุด

"จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ดีขนาดนั้นแล้ว..."

บทจะเริ่มชีวิตใหม่ในต่างโลกทั้งที ไฉนถึงซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้!

ขอข้ามมิติใหม่อีกรอบได้ไหม?

หรือคืนสินค้าส่งกลับโลกไปเลยก็ได้……

[สุกรมนุษย์ เป็นการทรมานในยุคโบราณโดยการตัดแขนขา ควักลูกตา ทำลายหูและเสียง แล้วนำไปทิ้งไว้ในเล้าหมู]

จบบทที่ บทที่ 1 ปกป้องเฉินชิงซานน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว