เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 “ปีศาจ” อีวา

บทที่ 44 “ปีศาจ” อีวา

บทที่ 44 “ปีศาจ” อีวา


วิธีเข้าสู่สภาวะเข้าฌานไม่ใช่ความลับอะไร เอลิม่าใช้เวลาไม่นานก็อธิบายให้เจิ้งหยางเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

ตอนนั้นเอง อีวา ก็เลิกเรียนกลับมาพอดี เธอปิดประตูร้านแล้วเดินขึ้นมาพร้อมกับวิย่าเพื่อเตรียมตัวกินข้าวเที่ยง

อีวารู้จากวิย่าตั้งแต่ตอนอยู่ข้างล่างแล้วว่าเจิ้งหยางมา พอขึ้นมาเห็นหน้าก็เลยไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่ แต่เธอก็ยังคงยิ้มแย้มแล้วถามว่า “เจิ้งหยาง วันอาทิตย์นี้เราไปตกปลากันอีกไหม?”

“เอาสิ!” เจิ้งหยางตอบตกลงโดยสัญชาตญาณ สำหรับสาวน้อยน่ารักคนนี้แล้ว ดูเหมือนว่าเขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธเลย

“อาทิตย์นี้ไม่ได้จ้ะ ลูกลืมวันครบรอบวันตายของพ่อไปแล้วเหรอ?” เอลิม่ารีบเบรกทันที

อีวาแลบลิ้นเล็กๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “งั้นอาทิตย์หน้าเราไปกันนะ!”

เจิ้งหยางยิ้ม “หนูดวงดีเสียขนาดนั้น กะจะตกปลาใหญ่แถวนี้ให้หมดทะเลเลยหรือไง?”

“คิกๆ~” อีวาเชิดหน้าขึ้น หัวเราะเบาๆ อย่างภาคภูมิใจ

มื้อเที่ยงถูกยกออกมา ทุกคนต่างถือจานของตัวเอง แล้วก็ตักอาหารที่ชอบใส่จานเหมือนกินบุฟเฟต์ ด้านข้างมีถ้วยซุปเล็กๆ กับน้ำผลไม้แก้วใหญ่ หลังจากกล่าวขอบคุณพระเจ้าเสร็จ ก็เริ่มลงมือทานอาหารด้วยมีดและส้อม

พอกินไปได้สองสามคำ อีวาก็วางช้อนส้อมลงชั่วคราว แล้วหันมาถาม “บ่ายนี้โรงเรียนจัดทัศนศึกษาไปที่พิพิธภัณฑ์ เจิ้งหยาง พี่ไปกับหนูไหม?”

“เอาสิ!” เจิ้งหยางที่เคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก รีบตอบรับทันที พอกลืนข้าวเสร็จถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ “โรงเรียนหนูอนุญาตให้คนนอกไปด้วยเหรอ?”

“ได้สิคะ เมื่อหลายปีก่อนแม่ก็เคยพาหนูไปดูพิพิธภัณฑ์นั่นมาแล้ว แต่ช่วงนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีเก่งๆ ย้ายมา โรงเรียนเลยจัดทัศนศึกษาให้ไปฟังเขาบรรยายน่ะค่ะ”

“นี่ก็ถือเป็นวิชานอกสถานที่วิชาหนึ่งค่ะ จะสลับกันไปทีละห้อง บ่ายนี้เป็นคิวของห้องหนู พอกินเสร็จเตรียมตัวนิดหน่อย เราก็จะไปรอรถบัสที่หน้าโรงเรียนพร้อมกันเลยค่ะ”

เจิ้งหยางตอบตกลงอีกครั้ง

เอลิม่าส่งสายตาดุๆ ไปทางอีวาพลางเตือนว่า “ไปถึงแล้วก็ตั้งใจดู ตั้งใจฟัง ห้ามไปป่วนเขาล่ะ!”

“รับทราบค่ะคุณแม่ หนูเป็นเด็กดีจะตาย!” อีวาฉีกยิ้มหวานประจบ

เจิ้งหยางทำหน้างง อีวาออกจะเรียบร้อยขนาดนี้ จะไปป่วนอะไรใครได้? คำเตือนของเอลิม่าฟังดูแปลกๆ แฮะ...

พอกินข้าวเสร็จ อีวาก็หยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กน่ารักออกมา เอาขวดน้ำผลไม้กับช็อกโกแลตใส่ลงไป ท่าทางคล่องแคล่วมาก ดูเหมือนเธอจะคุ้นเคยกับการออกไปเรียนนอกสถานที่แบบนี้เป็นอย่างดี

บ่ายโมงยี่สิบนาที เจิ้งหยางสะพายเป้ให้อีวา แล้วเดินตามเธอไปยังโรงเรียนที่อยู่ห่างจากคลินิกไปสามช่วงตึก

ที่หน้าโรงเรียนมีรถบัสคันใหญ่จอดอยู่ น่าจะจุคนได้สักสี่ห้าสิบคน บนรถมีวัยรุ่นชายหญิงนั่งจับคู่กันอยู่เต็มไปหมด กำลังแบ่งขนมกันกินกระหนุงกระหนิง เจิ้งหยางอดถอนใจกับสังคมสมัยนี้ไม่ได้ เพิ่งจะอายุสิบสี่สิบห้าก็เริ่มกอดจูบลูบคลำกันซะแล้ว

อีวาจูงมือเจิ้งหยางเดินขึ้นรถไปดื้อๆ เรียกสายตาของเพื่อนร่วมชั้นบนรถให้หันมามองเป็นตาเดียว

เจิ้งหยางสังเกตเห็นว่า แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่พอมองไปที่อีวากลับแฝงไปด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจ หลังจากเขาและอีวาหาที่นั่งคู่กันบริเวณประตูทางออกด้านหลังได้สำเร็จ เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นทันที

“หมอนั่นเป็นใคร ทำไมถึงมากับอีวาได้ล่ะ?”

“หล่อจังเลย แฟนเธอเหรอ?”

“ยัยปีศาจแบบนั้น จะไปมีแฟนได้ยังไง?”

“ต้องเป็นพี่ชายแน่ๆ!”

“ปกติเธอแกล้งพี่ชายตัวเองไหมเนี่ย?”

“ถ้าเป็นพี่ชายคงไม่จับมือกันหรอก ยัยปีศาจต้องใช้กำลังหลอกลวงให้มาเป็นแฟนแน่ๆ”

“ลูกแกะน้อยผู้น่าสงสาร พวกเราต้องไปช่วยเขานะ!”

“ไม่เอาด้วยหรอก แกไม่กลัวยัยปีศาจนั่นแก้แค้นหรือไง ไอ้เรื่องโชคร้ายบ้าๆ บอๆ พวกนั้น น่ากลัวจะตายชัก!”

...

เจิ้งหยางฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจ หันไปมองเด็กสาวหน้าหวานที่นั่งอยู่ข้างๆ

ดูเหมือนว่าความเข้าใจที่เขามีต่ออีวาจะคลาดเคลื่อนไปหน่อยแฮะ!

“อีวา หนูแกล้งพวกเขาบ่อยเลยเหรอ?” เจิ้งหยางกระซิบถามข้างหูอีวา

อีวาหน้าแดงระเรื่อ รีบกระซิบตอบแก้ตัว “เปล่านะคะ หนูแค่แกล้งหยอกเล่นนิดหน่อยเอง ก็ใครใช้ให้พวกเขาชอบมาวุ่นวายกับหนู แถมยังชอบนินทาหนูลับหลังด้วยล่ะ”

เจิ้งหยางเลือกที่จะเชื่อใจเธออย่างไม่ลังเล ยังไงซะอีวาก็เป็นคนของเขา จะให้ไปเชื่อคำพูดคนนอกได้ยังไง!

ขณะที่เจิ้งหยางกำลังจะถามว่าเธอใช้วิธีไหนแกล้งเพื่อน จู่ๆ มือซ้ายของเขาก็โดนใครบางคนสะกิด แล้วเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะหลังก็แอบยัดกระดาษโน้ตใบเล็กๆ ใส่มือเขา

จดหมายรักเหรอ?

เด็กมัธยมสมัยนี้จีบกันเร็วขนาดนี้เลย?

เจิ้งหยางทำเป็นไม่สนใจ แล้วแอบก้มลงอ่านกระดาษโน้ตในมือซ้าย แต่ข้อความที่เขียนกลับเป็น: เด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ นายคือปีศาจกลับชาติมาเกิด ใครเข้าใกล้ก็จะมีแต่ความโชคร้าย เกิดอุบัติเหตุสารพัด

เจิ้งหยางพูดไม่ออก เด็กผู้หญิงข้างหลังหวังดีเตือนเขาจริงๆ หรือแค่จงใจหาเรื่องอีวากันแน่?

เขาคลี่กระดาษออกอ่านตรงหน้า พออีวาเห็นเข้า ก็กำหมัดแน่น เม้มปาก หน้ามุ่ยทันที

เจิ้งหยางแอบขำในใจ เอื้อมมือไปกุมกำปั้นเล็กๆ ของอีวาไว้ แล้วกระซิบข้างหู “ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่เชื่อพวกนั้นหรอกน่า ว่าแต่หนูใช้วิธีไหนแกล้งพวกเขาล่ะ เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ?”

“อื้ม!”

ทำไมรถยังไม่ออกอีกเนี่ย?

ตอนนั้นเอง มีครูเดินขึ้นรถมาเช็กจำนวนนักเรียน พอเห็นเจิ้งหยางนั่งจับมือกับอีวาก็ชะงักไปนิดหนึ่ง เท่าที่ครูรู้ อีวาไม่มีเพื่อนในโรงเรียนเลยนี่นา แล้วเด็กหนุ่มหน้าแปลกคนนี้เป็นใครล่ะ?

แต่ที่น่าประหลาดใจสำหรับเจิ้งหยางก็คือ ครูคนนั้นไม่ได้ถามอะไรเขาเลย พอเช็กชื่อนักเรียนครบก็บอกให้คนขับรถออกเดินทางทันที

มิน่าล่ะ อีวาถึงมั่นใจว่าพาเขามาได้ ดูเหมือนธรรมเนียมแอบพกคนนอกมาร่วมกิจกรรมโรงเรียนจะมีมานานแล้ว

เผลอๆ คนนอกบนรถคันนี้ อาจจะไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวด้วยซ้ำ

รถบัสขับช้าๆ อยู่ในตัวเมือง ใช้เวลาเกือบสี่สิบนาทีถึงไปจอดหน้าอาคารยอดแหลมหลายหลัง ครูที่มาด้วยสั่งให้นักเรียนทุกคนลงจากรถ

อาคารเหล่านี้มีรั้วเหล็กล้อมรอบ ที่ประตูใหญ่มีป้ายแขวนไว้ว่า “พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิงลิช”

แต่บริเวณหน้าประตูกลับไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านนัก เพราะที่นี่จัดการเข้าชมเป็นรอบๆ จำกัดเวลา พวกเขาจะปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นกลุ่มตามเวลาที่กำหนด โดยมีผู้บรรยายมืออาชีพคอยนำทาง ต้องรอให้กลุ่มแรกออกมาก่อน ถึงจะปล่อยให้กลุ่มต่อไปเข้าไปได้ ถ้าใครดูรอบแรกแล้วยังไม่จุใจ ก็สามารถซื้อตั๋วเข้าไปดูซ้ำกับกลุ่มต่อไปได้

โรงเรียนเองก็กะเวลาพานักเรียนมาถึงพอดี หลังจากลงรถแค่เจ็ดนาที กลุ่มนักท่องเที่ยวรอบก่อนหน้าก็ออกมาพอดี ถึงคิวที่กลุ่มของพวกเขาจะได้เข้าไป

เจิ้งหยางกับอีวาจับมือกันเดินตามกลุ่มนักเรียนหกเจ็ดสิบคนเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ นอกจากนักเรียนและครูแล้ว รอบนี้ก็ยังมีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่รออยู่หน้าประตูเข้าไปด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์มีป้ายห้ามถ่ายรูปติดอยู่ทั่วทุกแห่ง มีเจ้าหน้าที่กำลังทำความสะอาดและดูแลรักษาโบราณวัตถุบางชิ้น พร้อมกับคอยดูแลความเรียบร้อย ป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวจับต้องข้าวของ

การมีผู้บรรยายมืออาชีพคอยอธิบายมันต่างจากการเดินดูสะเปะสะปะเอาเองจริงๆ เจิ้งหยางกับอีวาตั้งใจฟังมาก พวกเขาเดินชมจากอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่ง เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง การทัศนศึกษาของพวกเขาก็จะจบลง แต่แล้วจู่ๆ เจิ้งหยางก็ค้นพบอะไรบางอย่างที่ไม่คาดคิด...

..........

จบบทที่ บทที่ 44 “ปีศาจ” อีวา

คัดลอกลิงก์แล้ว