เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 109 - ความคิดเล็กๆ ที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง!

บทที่ 109 - ความคิดเล็กๆ ที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง!

บทที่ 109 - ความคิดเล็กๆ ที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง!


"อะไรนะ?"

ทุกคนในที่นั้นยกเว้นสองพ่อลูกตระกูลฉินต่างตกตะลึงกันไปหมด

แต่ละคนเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน

โดยเฉพาะหม่าเต๋อเปียวที่โดนซ้อมจนอ่วม ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกก็บ้าแล้ว

ไอ้หนุ่มที่พุ่งเข้ามาต่อยเขาเมื่อกี้ ต้องมีแบ็กอัปแข็งโป๊กแน่ๆ!

ขนาดซุนจิ้นยังโดนปลดกลางอากาศ แล้วเบื้องหลังหมอนี่มันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนเนี่ย?

"นี่... นี่พวกแกเป็นคนทำเหรอ??"

เขาชี้หน้าฉินจั๋วด้วยมือที่สั่นเทา นิ้วสั่นพั่บๆ ความโอหังจองหองเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น

ลูกน้องสองคนที่อยู่ข้างหลังซึ่งถูกคนของสวีจวินล็อกตัวไว้ พอเห็นเหตุการณ์พลิกผัน ก็เลิกดิ้นรนขัดขืนทันที

ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียก แอบค่อยๆ กระดึ๊บๆ ถอยหลังเตรียมจะชิ่งหนี

รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง... ไม้ประดับของแทร่!

ฉินจั๋วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วนั่งยองๆ ลงตรงหน้าหม่าเต๋อเปียว

เขายื่นมือไปตบแก้มซ้ายที่บวมเป่งของหม่าเต๋อเปียวเบาๆ แรงตบไม่ได้เจ็บปวดอะไรหรอก แต่มันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันสุดๆ

"หม่าเต๋อ!!!"

"เปียวใช่ไหม แบ็กอัปของแกฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ตาแกบ้างล่ะ!"

รอยยิ้มมุมปากของเขาทำเอาหม่าเต๋อเปียวใจสั่นสะท้าน

ตัวสั่นงันงกเป็นลูกนกตกน้ำ จัดการฉันงั้นเหรอ?

จัดการยังไง?

ถ้าเข้าไปนอนในคุก ฉันไม่โดนลอกคราบจนเหลือแต่กระดูกเลยหรือไง?!

"โอ๊ยยย ลูกพี่ครับ! ผมผิดไปแล้ว! ผมสมควรตาย! ผมจะรีบโอนเงินคืนให้เดี๋ยวนี้เลยครับ!"

เขาลนลานล้วงโทรศัพท์ออกมา นิ้วมือสั่นงันงกจนกดรหัสผ่านไม่ถูกสักที

โชคดีนะที่ยุคนี้มีบริการโอนเงินออนไลน์แล้ว

ไม่งั้นหม่าเต๋อเปียวคงหาเงินสดก้อนใหญ่ขนาดนี้มาคืนให้ไม่ได้แน่ๆ!

"ลูกพี่! เรียบร้อยแล้วครับ! โอนไปแปดแสนแล้วครับ!"

หม่าเต๋อเปียวเงยหน้าขึ้นมอง ทำหน้าตาน่าสงสารประจบสอพลอราวกับลูกหมา

"ลูกพี่ครับ... แบบนี้ผมไปได้หรือยังครับ?"

ฉินจั๋วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ทำเอาหม่าเต๋อเปียวแอบดีใจอยู่ลึกๆ

"แน่นอนว่า... ยังไปไม่ได้หรอก!"

"คราวนี้ถึงตาแจ้งความจับแกข้อหาฉ้อโกงบ้างล่ะ!"

"หืม???"

หม่าเต๋อเปียวทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ยกมือขึ้นเกาหัว

"แต่... แต่ผมจ่ายเงินชดเชยไปแล้วนี่ครับ ตามกฎหมาย..."

"จุ๊ๆ!"

ฉินจั๋วส่ายนิ้วไปมา แล้วชี้ไปที่ฉินชิงชิงกับแม่

"สองคนนี้เขามาทำหน้ากันสองคนไม่ใช่เหรอ? คนนึงรับเงินชดเชยไปแล้ว อีกคนก็แจ้งความจับแกไง! ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหนเลยจริงไหม?"

"ไม่มีปัญหาครับ!"

หวังเหวินเฉียงตอบรับรวดเร็วยิ่งกว่าใครเพื่อน

กุญแจมือเตรียมพร้อมอยู่ในมือแล้ว ส่องประกายวาววับล้อแสงไฟ

"เอาล่ะ หม่าเต๋อเปียว! ใส่กุญแจมือ!"

"ไม่นะ!!!"

เสียงโหยหวนของหม่าเต๋อเปียวดังลั่นห้อง แขนทั้งสองข้างถูกบิดไพล่หลัง กุญแจมือสับล็อกดัง 'แกร๊ก'

ทำให้เขาสิ้นฤทธิ์ที่จะดิ้นรนอีกต่อไป!

ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสำนึกเสียใจ!

จางม่านนีที่ยืนอยู่ข้างหลังตกใจจนหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือดฝาดไปเลย หล่อนเงียบกริบเหมือนถูกกดปุ่มปิดเสียง เหลือแค่โหมดสั่นพั่บๆ ริมฝีปากสั่นระริก

"มะ... ไม่... ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนะคะ..."

"ผู้หญิงคนนี้นี่แหละ!"

พอฉินชิงชิงเห็นเพื่อนร่วมทีมเทพทรูขนาดนี้ ก็เปิตอัลติบุกทะลวงทันที

กระโดดเข้าร่วมวงไฟต์!

หล่อนชี้หน้าจางม่านนีตรงๆ

"นังนี่แหละตัวดีเลย คอยพูดหว่านล้อมหลอกล่อให้พวกเราหลงเชื่อ! หล่อนนี่แหละตัวการใหญ่!"

"คุมตัวไป!"

หวังเหวินเฉียงไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้อ้าปากแก้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว สับกุญแจมือล็อกทันที!

เสียง 'แกร๊ก' ดังขึ้น กุญแจมือรัดแน่นหนา

หัวใจของจางม่านนีเย็นเฉียบไปในพริบตา เย็นยะเยือกตั้งแต่หัวจรดเท้า โอกาสจะอธิบายสักคำยังไม่มีเลย!

หล่อนอ้าปากค้าง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่แอะเดียว

ฟ้าในเมืองซือนี่...

มันช่างมืดมนเหลือเกิน!

ฉินจั๋วส่งสายตาให้ฉินจื้อ

ทางนี้ปล่อยให้ฉินจื้อจัดการไป เขาหันหลังเดินตรงดิ่งออกไปข้างนอกทันที

จะปล่อยให้ท่านผู้นำทั้งสองมาเสียเที่ยว โดยไม่ได้พูดคุยทักทายกันเลยสักคำได้ยังไงล่ะ!

ฉินจั๋วเปิดประตูรถ แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งเบาะหน้าคู่คนขับอย่างคล่องแคล่ว

เขาหันขวับกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้มแฉ่ง

"ขอบคุณคุณอาเฉียน! ขอบคุณท่านนายกเทศมนตรีเซี่ย! ที่อุตส่าห์ลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทำเอาผมปลาบปลื้มจนทำตัวไม่ถูกเลยครับเนี่ย!"

พูดจบเขาก็ตบหน้าอกตัวเองเบาๆ

แสดงท่าทางประกอบว่า: ตกใจแทบแย่เลย! หม่าเต๋อเปียวน่ากลัวมากเลยอะ!

"ดูสิ ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมเหล่าเซี่ย!"

นายอำเภอเฉียนตบเข่าฉาด คิ้วแทบจะเลิกขึ้นไปถึงกลางหน้าผาก

"ไอ้เด็กนี่มันฉลาดเป็นกรด ฉันพูดผิดซะที่ไหนล่ะ?"

เซี่ยเหนียนหัวพยักหน้ารัวๆ สายตากวาดมองฉินจั๋วขึ้นลง สำรวจอยู่หลายรอบ

"ซี้ด! นี่เธออายุแค่สิบสี่จริงๆ เหรอเนี่ย?"

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ถ้าบอกว่าฉินจั๋วอายุ 24 ยังพอทำใจเชื่อได้บ้าง

แต่อายุ 14 นี่มันเกินเบอร์ไปหน่อยไหม!

เป็นระดับแรร์ไอเทมที่ต้องรีบแบนรีบเลือกเลยนะเนี่ย!

"รับประกันของแท้แน่นอนครับ!"

ฉินจั๋วตอบหน้าตาย ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

เซี่ยเหนียนหัวประหลาดใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวเหยียด

เสียงถอนหายใจนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

"พูดไปพูดมา เรื่องนี้ก็เป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ของพวกเราเองแหละ! การตรวจสอบดูแลไม่ทั่วถึง ปล่อยให้พวกพ่อค้าหน้าเลือดฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนได้ อย่าพูดคำว่าขอบคุณเลย"

ฉินจั๋วรีบส่ายหัวดิก โบกมือปฏิเสธพัลวัน

"ไม่เลยครับ! เป็นเพราะวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของท่านผู้นำต่างหาก ที่ทำให้เมืองซือพัฒนาไปอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด"

"แต่การหลั่งไหลเข้ามาของคนหมู่มาก มันก็ต้องมีบ้างที่จิตใจคนเรามันไม่เหมือนกัน คนเยอะขึ้น ก็ย่อมมีพวกเหลือบไรปะปนมาเป็นธรรมดา"

"ท่านผู้นำทั้งสองจะให้มานั่งจับตาดูคนระดับล่างอยู่ทุกวี่ทุกวันได้ยังไงล่ะครับ? แบบนั้นมันไม่เอาปืนใหญ่ไปยิงยุงหรอกเหรอ?"

คำพูดของเขาไหลลื่นเป็นฉากๆ ตรรกะเหตุผลเฉียบขาดชัดเจน

ฝีปากลื่นไหลสูสีกับพวกข้าราชการเฒ่าที่คลุกคลีในวงการมาหลายปีเลยทีเดียว!

พอเฉียนเหวินได้ยินก็หัวเราะลั่น

"ดูสิเหล่าเซี่ย กลายเป็นว่าเสี่ยวจั๋วต้องมาคอยปลอบใจนายซะแล้ว ทีนี้จะเอาหน้าแก่ๆ ไปไว้ที่ไหนล่ะเนี่ย?"

เซี่ยเหนียนหัวยิ้มเจื่อนๆ สีหน้าดูจนปัญญาเต็มที!

อย่างที่สำนวนเขาว่าไว้ น้ำท่วมปาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั่นแหละ!

"ถึงยังไงก็ต้องแก้ปัญหาอยู่ดีนั่นแหละ แต่ไอ้วิธีการนี่สิ มันกะเกณฑ์ยากเหลือเกิน"

"เข้มงวดเกินไป คนระดับล่างก็โวยวาย"

"หละหลวมเกินไป ก็เกิดความวุ่นวาย"

"ประเด็นสำคัญคือ ต่อให้จัดการดียังไง มันก็เป็นการจัดการแค่ภายใน..."

ดวงตาของฉินจั๋วกลอกไปมา ลูกตาดำกลิ้งหลุนๆ อยู่หลายรอบ

เขารู้สึกว่านี่แหละคือจังหวะทอง จึงกระแอมไอเคลียร์คอเบาๆ

"ท่านนายกเทศมนตรีเซี่ยครับ ผมมีความคิดเล็กๆ ที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่อยากจะเสนอครับ"

"โอ้! ไหนลองว่าความคิดที่ว่า 'ไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง' แต่ที่จริงเตรียมมาอย่างดีของเธอมาสิ!"

เฉียนเหวินรู้ดีว่า ไอ้หนุ่มนี่ไม่มีทางพูดอะไรเรื่อยเปื่อยโดยไม่มีจุดหมายแน่นอน

เวลาเขาบอกว่า 'ไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง' นั่นแปลว่า แผนการมันถูกคิดคำนวณในหัวเขามาแล้วแปดร้อยรอบต่างหาก

เซี่ยเหนียนหัวก็หันมามองฉินจั๋วด้วยสายตาคาดหวังเช่นกัน

เพราะเขาเพิ่งจะรู้บนโต๊ะอาหารเมื่อกี้นี้เองว่า นโยบายการตัดสินใจหลายๆ อย่างของบริษัท ล้วนมาจากความคิดของฉินจั๋วทั้งนั้น

ตั้งแต่โต่วอิน ชาฉินชิว ศูนย์ละครสั้น ไปจนถึงถนนคนเดิน

สมองของไอ้เด็กนี่มันช่างเป็นไฟล์บีบอัดชั้นยอดจริงๆ!

ฉินจั๋วยืดตัวตรง ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น

"ผมให้คนไปสืบดูแล้วครับ ว่าอะไรคือต้นตอของปัญหาสังคมนี้"

"อันที่จริงในเมืองซือเนี่ย ขอแค่ได้เรียนถึงมัธยมปลาย ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครออกไปเกเรข้างนอกแล้วล่ะครับ!"

"ดังนั้นปัญหาใหญ่มันเลยไปตกอยู่ที่เด็กมัธยมต้น แทบจะทุกโรงเรียน ทุกรุ่น จะมีเด็กสิบกว่าคนถึงหลายสิบคน ที่พวกเขาไม่อยากเรียนต่อ แต่ก็ยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะทำงานได้ เพราะฉะนั้น พวกเขาก็เลยต้อง..."

จบบทที่ บทที่ 109 - ความคิดเล็กๆ ที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง!

คัดลอกลิงก์แล้ว