- หน้าแรก
- วันนี้โดนบูลลี่ วันหน้าเจออีกทีต้องเรียกลูกพี่นะครับ
- บทที่ 103 - ต้องทำโอทีอีกแล้วเหรอ?
บทที่ 103 - ต้องทำโอทีอีกแล้วเหรอ?
บทที่ 103 - ต้องทำโอทีอีกแล้วเหรอ?
บอกว่ากินข้าวเที่ยง แต่เอาเข้าจริงกว่าจะจัดการธุระเสร็จก็ปาเข้าไปบ่ายโมงกว่าแล้ว
คนหลายร้อยชีวิตง่วนอยู่กับการจัดเตรียมสถานที่สำหรับถ่ายทำละครสั้นมาตั้งแต่เช้า ท้องไส้พากันร้องโครกครากประท้วงกันระงม
"มากัน... สองร้อยกว่าคน... จะทานอาหารเหรอครับ?"
เถ้าแก่ภัตตาคารถามเสียงสั่นเมื่อเห็นฝูงชนแห่กันเข้ามาจนมืดฟ้ามัวดิน
สายตาล่อกแล่กกวาดมองกลุ่มคนไปมา นี่พวกแกไม่ได้มาเก็บค่าคุ้มครองใช่ไหมเนี่ย?
ควรแจ้งตำรวจดีไหมนะ!
คนเยอะขนาดนี้ แค่โดนต่อยคนละหมัด เขาก็คงแหลกเป็นลูกชิ้นเนื้อบดแล้ว!
ฉินชิงชิงเห็นท่าทางหวาดหวั่นของเถ้าแก่แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ภาพผู้ชายเฮงซวยที่ถูกขู่จนฉี่ราดเมื่อเช้ายังติดตาอยู่เลย
"มากินข้าวน่ะสิ! มีกันประมาณสองร้อยกว่าคน พอจะมีที่นั่งไหม?"
เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ
แม้ว่าห้องโถงชั้นล่างจะแทบไม่มีลูกค้านั่งแล้ว แต่โต๊ะก็ยังไม่พอรองรับคนจำนวนขนาดนี้อยู่ดี
แต่ชั้นบนยังว่างนี่นา!
ห้องจัดเลี้ยงสำหรับงานแต่งงานบนชั้นสองของภัตตาคารวันนี้ไม่ได้ใช้งาน
ต่อให้นั่งไม่พอก็ต้องยัดให้พอ!
นี่มันลูกค้ารายใหญ่ชัดๆ!
เถ้าแก่ตบฉาดเข้าที่ต้นขาตัวเอง
"ได้ครับ ได้! ไม่มีปัญหา!"
"เชิญที่ชั้นสองเลยครับ!"
ฉินชิงชิงพยักหน้ารับ ท่วงท่าสง่างามเต็มร้อย
"อาหารแนะนำของร้าน เถ้าแก่จัดมาให้หมดเลยนะ ขอเร็วๆ หน่อยล่ะ!"
มีคนเดินตามหลังเป็นพรวนแบบนี้ ราศีย่อมจับเป็นธรรมดา
ในหัวมีดนตรีประกอบฉากดังขึ้นมาเองเลยทีเดียว
"รับทราบครับคุณผู้หญิง! เดี๋ยวผมเรียกพนักงานทุกคนไปช่วยในครัวก่อนนะครับ!"
เถ้าแก่หันหลังกลับ วิ่งหน้าตั้งพลางตะโกนสั่งงานเสียงหลง
"เสี่ยวจาง เสี่ยวหลี่ เสี่ยวหวัง! หยุดเช็ดโต๊ะก่อน! รีบเข้าครัวไปช่วยกันเร็ว! งานช้างมาแล้ว!"
ฝูงชนพากันกรูขึ้นไปนั่งในห้องจัดเลี้ยง เสียงเลื่อนเก้าอี้ดังระงมไปทั่ว
ทุกคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันจอแจ แต่เสียงก็ไม่ได้ดังจนหนวกหูนัก
ที่นั่งข้างๆ ฉินจั๋ว สวีจวินก็แย่งไม่ทัน ฝั่งหนึ่งเป็นจางจวิ้นจื้อ อีกฝั่งเป็นฉินชิงชิง
สวีจวินเลยต้องไปยืนถือแก้วน้ำอยู่ข้างๆ
ส่งสายตาละห้อยมองฉินจั๋วอย่างน้อยใจ
"จวิ้นจื้อ วันนี้ขอบใจนายมากนะ!"
ฉินจั๋วตบไหล่จางจวิ้นจื้อเบาๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าแล้วเขายังรู้สึกเสียวสันหลังวูบไม่หาย
"พูดอะไรแบบนั้นครับพี่ฉิน! ถึงผมไม่ออกโรง พี่สวีก็ต้องจัดการอยู่แล้ว พูดตรงๆ ก็คือผมชิงตัดหน้าต่างหากล่ะครับ!"
จางจวิ้นจื้อเกาหัวแกรกๆ ยิ้มซื่อๆ แต่คำพูดคำจากลับแฝงไปด้วยความฉลาดเฉลียว
สวีจวินฟังแล้วก็แอบยกนิ้วโป้งให้ในใจ
ไอ้หนุ่มนี่มันใช้ได้!
พูดจาเป็น!
ไม่แย่งความดีความชอบด้วย!
"ฮ่าๆๆ ไอ้น้องเอ๊ย!"
ฉินจั๋วส่ายหัวยิ้มๆ หันไปหาสวีจวิน
"พี่สวี หลังจากนี้งานของจวิ้นจื้อคงต้องการคนช่วย แบ่งคนไปให้เขาสักหน่อยนะ"
คำพูดของจางจวิ้นจื้อทำให้ฉินจั๋วเกิดความรู้สึกอยากปั้นเด็กคนนี้ขึ้นมา หมอนี่ไม่มีระบบโกงยังเทพขนาดนี้ เขาที่มีระบบโกงอยู่ในมือก็ไม่ขัดข้องที่จะช่วยผลักดันสักหน่อย
"ไม่มีปัญหาครับ พอดีมีพนักงานใหม่เพิ่งเข้ามา 6 คน ยังไม่ได้มอบหมายงานอะไร เดี๋ยวผมให้พวกเขาไปช่วยงานจวิ้นจื้อ เรียกใช้ได้ตลอดเวลาเลย"
สวีจวินรับปากทันที จัดการให้เสร็จสรรพ แถมยังส่งสายตาเป็นมิตรไปให้จางจวิ้นจื้ออีกด้วย
"ขอบคุณครับพี่ฉิน! ขอบคุณครับพี่สวี!"
ในใจจางจวิ้นจื้อเต็มไปด้วยความฮึกเหิม เลือดลมสูบฉีดจนแทบจะทะลักออกมานอกอก
นี่สิถึงจะเรียกว่าวัยรุ่นของจริง!
ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนนั่งอ่านนิยาย 'วิถีนักเลง' จนจบ!
ศัพท์แสงในวงการ กฎระเบียบต่างๆ และความมีน้ำใจแบบลูกผู้ชาย เขาจะงัดออกมาใช้ให้หมดเลย!
สิบกว่านาทีต่อมา อาหารก็ทยอยนำมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็วราวกับเสกได้
หมูสามชั้นน้ำแดง ปลาเปรี้ยวหวาน เนื้อแกะผัดต้นหอม มะเขือเทศผัดไข่ จานซ้อนจาน ถ้วยซ้อนถ้วย วางเรียงรายเต็มโต๊ะไปหมด
ฉินจั๋วมองดูแล้วถึงกับอึ้ง นี่... ยุคนี้มีอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งแล้วเหรอเนี่ย???
จางจวิ้นจื้อรีบลุกพรวดขึ้นมาทันที ยกแก้วเหล้าขึ้นชูสูง!
เก้าอี้ถูกดันกระแทกไปด้านหลัง
"ผมขอเสนอให้ทุกคนดื่มคารวะพี่ฉินสักจอก!"
ครืน!
พอสิ้นเสียง คนกว่าสองร้อยชีวิตก็ลุกพรวดขึ้นพร้อมกัน เสียงเลื่อนเก้าอี้ดังระงมสนั่นหวั่นไหว
"พี่ฉิน!!!"
เถ้าแก่ที่อยู่ชั้นล่างถึงกับสะดุ้งโหยง ถือจานอาหารเดินขึ้นบันไดมาได้ครึ่งทาง ขาถึงกับอ่อนปวกเปียก
นี่มันแก๊งไหนกันเนี่ย?!
แค่ดื่มนมหวังไจ่ ยังดุดันมีพลังอำนาจขนาดนี้!
ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
(เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะจ๊ะ (^▽^))
ฉินจั๋วก็อึ้งไปเหมือนกัน คนอื่นจะเรียกเขาว่าพี่ก็ช่างเถอะ แต่พี่ชิงชิงลุกขึ้นมาผสมโรงด้วยทำไมเนี่ย?
แก้วในมือของเธอยกสูงกว่าใครเพื่อนเลยนะ
คิดว่าเรียกพี่สักคำแล้วจะกลับไปอายุสิบสี่ได้หรือไงฮะ?
ถึงจะแอบบ่นในใจ แต่ฉินจั๋วก็รีบลุกขึ้นยืน ชูแก้วขึ้นแล้วกวาดตามองทุกคน
"ขอบคุณพี่น้องทุกคน! ผมหมดแก้วล่ะนะ!"
"หมดแก้ว!"
คนกว่าสองร้อยคนตะโกนตอบรับพร้อมเพรียงกัน เสียงดื่มอึกๆ ดังประสานกัน เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก
มื้ออาหารดำเนินไปอย่างชื่นมื่น สนุกสนาน ทุกโต๊ะกินกันเกลี้ยงจาน แทบจะไม่พอด้วยซ้ำ
ก่อนที่จะแยกย้ายกัน เสียงโทรศัพท์ของฉินจั๋วก็ดังขึ้น
"ฮัลโหล? ว่าไงพ่อ?"
ฉินจั๋วเช็ดปาก เดินเลี่ยงออกไปรับสาย
"งานถ่ายละครสั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
เสียงของฉินจื้อดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงเจือไปด้วยความดีใจ
ฉินจั๋วหันไปมองกลุ่มเพื่อนๆ ที่ยังคงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย มุมปากกระตุกยิ้ม
"อืม... ก็ดีครับ"
"งั้นก็ดีเลย! สี่โมงเย็นแกมาหาพ่อนะ เย็นนี้มีนัดกินข้าว"
"นัดกินข้าวเหรอ?"
ยังไม่ทันที่ฉินจั๋วจะซักไซ้ไล่เลียง ฉินจื้อก็ชิงวางสายไปเสียก่อน รวดเร็วเด็ดขาดมาก
ฉินจั๋วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ยัดโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋า แล้วหันกลับไปคุยกับทุกคนต่อ
...
อีกด้านหนึ่ง หวังเหวินเฉียงไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนฉินจั๋วเลยสักนิด
เขานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่โต๊ะทำงาน จ้องมองเอกสารตรงหน้าด้วยความเคร่งเครียด
"ข้อมูลการเดินบัญชีพวกนี้แสดงให้เห็นว่า เงินทุนของพวกเขาโอนมาจากต่างประเทศ แถมยังมาจากองค์กรสลากกินแบ่งของรัฐบาลที่นั่นด้วยงั้นเหรอ?"
ช่วงนี้เขาขุดคุ้ยประวัติของฉินจื้อจนพรุนไปหมดแล้ว
สิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะตอนนี้คือรายการเดินบัญชีของฉินจื้อ
แน่นอนว่า... ประเด็นสำคัญอยู่ที่เงินก้อนโตที่โอนมาจากต่างประเทศนั่นแหละ!
รายการเดินบัญชีแบบนี้เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีเลยล่ะ — มันคือการฟอกเงิน!
ใช่เลย!
ยอดเงินมหาศาล แหล่งที่มาทางเดียว และโอนมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
นี่มันกรณีศึกษาในตำราเรียนชัดๆ
แต่เขาไม่มีหลักฐานมัดตัวเลย ทุกอย่างมีแต่คำว่า 'ดูเหมือนว่า'
ทว่ากฎหมายต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ไม่ใช่สัญชาตญาณ
ตอนนี้เขาเลยตกที่นั่งลำบาก จะจับก็จับไม่ได้ จะปล่อยก็ไม่ยอม
"เรื่องนี้กินเวลาฉันไปเยอะแล้ว คงต้องลองไปเลียบๆ เคียงๆ ถามดูต่อหน้าซะหน่อย!"
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะพับเก็บเอกสารบนโต๊ะ
ตราบใดที่พวกนั้นเคยทำเรื่องผิดกฎหมาย เวลาถูกถามจี้จุดเข้าหน่อย จะต้องแสดงพิรุธออกมาให้เห็นบ้างล่ะ
สายตาล่อกแล่ก ปลายนิ้วสั่นเทา ลมหายใจถี่รัว
ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้มากประสบการณ์ เขาสามารถจับสังเกตสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน!
ผู้ต้องหาที่เขาเคยสอบปากคำมา มีมากกว่าเกลือที่เคยกินซะอีก
ส่วนเรื่องที่ว่าจะแหวกหญ้าให้งูตื่นไหมนั้น เขาไม่ได้กังวลเลยสักนิด
ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีเงินทุนรั่วไหลออกจากบัญชีธนาคารของพวกเขา
หากลองหยั่งเชิงดูแล้วจู่ๆ มีการยักย้ายถ่ายเทเงินล่ะก็ แบบนั้นแปลว่ามีปัญหาชัวร์ป๊าบ!
สิ่งที่ทำให้คดีนี้ยุ่งยากก็คือ... บริษัทการลงทุนฉินของฉินจื้อ มีเงินจากรัฐบาลโอนเข้ามาเป็นสิบๆ ล้าน!
เขากลัวว่า... จะมีปัญหาเกลือเป็นหนอนอยู่ภายในคอยให้ความร่วมมือ
แต่เรื่องที่ไปพัวพันกับหน่วยงานอื่น เงินก้อนนี้ตรวจสอบยาก ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของเขา
ถ้ามีปัญหาจริงๆ คดีนี้ก็อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของเขาแล้ว เขาแค่มีหน้าที่รายงานให้เบื้องบนทราบก็พอ
"เสี่ยวหลิว! ไปลงพื้นที่กันหน่อย!"
หวังเหวินเฉียงลุกพรวด คว้าเสื้อคลุมมาสวม
เสี่ยวหลิวที่กำลังนั่งอู้งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ สายตาจดจ่ออยู่ที่นาฬิกาตรงมุมขวาล่างของหน้าจอ สี่โมงห้าสิบนาทีแล้ว อีกแค่สิบนาทีก็จะเลิกงาน
พอได้ยินคำสั่งปุ๊บ หน้าก็แหยเกทันที
ใกล้จะเลิกงานอยู่แล้วเชียว ดันให้ไปลงพื้นที่ตอนนี้เนี่ยนะ!
แล้วมันต่างอะไรกับการเรียกประชุมก่อนเลิกงานหนึ่งวินาทีล่ะเนี่ย?
"ครับผม..."
เขารับคำเสียงอ่อย ค่อยๆ ปิดคอมพิวเตอร์อย่างอ้อยอิ่ง
ดูท่าแผนเดตคืนนี้... คงต้องล่มอีกตามเคยสินะ!