- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาของข้ามีชีวิต!
- บทที่ 98 : เพลิงโอสถอันน่าสะพรึงกลัว!
บทที่ 98 : เพลิงโอสถอันน่าสะพรึงกลัว!
บทที่ 98 : เพลิงโอสถ​อันน่า​สะพรึงกลัว​!
บทที่ 98 : เพลิงโอสถ​อันน่า​สะพรึงกลัว​!
"แหวนมิติ?" หลินเสวียนรู้สึกตื่นเต้นมาก
ทางด้านยู่หยานเองก็มองแหวนที่อยู่ในเศษน้ำแข็งด้วยความประหลาดใจ!
หลินเสวียนโบกมือเบาๆ จากนั้นแหวนก็ลอยมาตกอยู่ในมือของเขา และเมื่อเขาเท…ของที่อยู่ภายในแหวนมิติออกมาทั้งหมด
"ศิลาวิญญาณ​น้ำแข็ง?"
"ศิลาวิญญาณ สมุนไพร?"
หลินเสวียนและยู่หยานมองไปรอบๆ จากนั้นบนใบหน้าของพวกเขาก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา
ภายในแหวนมิติ มีศิลาวิญญาณ​น้ำแข็ง ศิลาวิญญาณ และสมุนไพรจำนวนมาก
ศิลาวิญญาณ​น้ำแข็ง​มีหลายพันก้อน
ส่วนศิลาวิญญาณก็มีมากกว่าหนึ่งพันก้อน
นอกจากนี้ยังมีกล่องอีกสิบกว่ากล่อง…และภายในกล่องแต่ละกล่องก็ล้วนมีสมุนไพรระดับลึกลับวางอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก
"แถมยังมีเคล็ดวิชาอีกหนึ่งเล่ม!"
สุดท้าย หลินเสวียนก็พบเคล็ดวิชาหนึ่งเล่ม…มันเป็น​เคล็ดวิชาระดับลึกลับขั้นสูง,เคล็ดวิชา​จิตเยือกเเข็ง​!
"มันคือเคล็ดวิชา​จิตเยือกเเข็ง​!"
เมื่อยู่หยานเห็นเคล็ดวิชาเล่มนั้น บนใบหน้าที่งดงามของนางก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา
"ศิษย์พี่ยู่หยานเคยได้ยินเรื่องของเคล็ดวิชา​จิตเยือกเเข็ง​​งั้นหรือ?" หลินเสวียนถามอย่าง​สงสัย​
"เคล็ดวิชา​จิตเยือกเเข็ง​เป็นเคล็ดวิชา​ของสำนัก​เหมันต์​!"
"และที่สำคัญที่สุดคือมัน​​เป็นเคล็ดวิชาฝึกฝนจิตวิญญาณ!" ยู่หยานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เส้นทางการบ่มเพาะ การฝึกฝนพลังปราณคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ส่วนการฝึกฝนร่างกาย เเละการฝึกฝนจิตวิญญาณ…ล้วนเป็นเพียงส่วนเสริมของการฝึกฝนพลังปราณ
ยกตัวอย่างเช่นวิชาระฆังทองคำเพลิงอมตะที่หลินเสวียนฝึกฝนก็เป็นเคล็ดวิชาฝึกฝนร่างกาย
ส่วนเคล็ดวิชา​จิตเยือกเเข็ง​​นี้ เป็นเคล็ดวิชาฝึกฝนจิตวิญญาณ
การฝึกฝนพลังปราณ การฝึกฝนร่างกาย การฝึกฝนจิตวิญญาณ
ทั้งสามอย่างนี้ถูกเรียกว่า ผู้ฝึกยุทธสาม​ทางสวรรค์​
การบ่มเพาะทั้งสามทางไปพร้อมๆกัน จริงๆแล้วมันคือเส้นทางการบ่มเพาะที่สมบูรณ์แบบที่สุด! (เสียเวลา​มากที่สุด​ด้วย…เว้นวิชามันบ่มเพาะ​ตัวเองได้)​
"เคล็ดวิชาฝึกฝนจิตวิญญาณ?" หลินเสวียนรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
ความสามารถในการหลอมสร้างอาวุธของ วิชาหลอมสร้างอาวุธ​แปดสมบัตินั้นยอดเยี่ยม​มากจริงๆ…แต่มันต้องการพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างมาก
ทุกครั้งที่หลอมสร้างอาวุธ​ มันจะเป็นภาระอย่างมากสำหรับ​จิตวิญญาณ​ของหลินเสวียน!
หลินเสวียนอยากจะหาเคล็ดวิชาฝึกฝนจิตวิญญาณมานานแล้ว…แต่เขาก็ยังไม่มีโอกาส
หลินเสวียนไม่คิดเลยว่า เขาจะมาเจอมันที่นี่!
"ศิษย์พี่!"
"ตามกฎของสำนัก ของที่พวกเราเจอข้างนอก…พวกเราสามารถ​ตัดสินใจกันเองได้"
"ดังนั้น พวกเรามาเรียนรู้วิชานี้กันเถอะ" หลินเสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม
"เเน่นอน!"
"เคล็ดวิชา​ฝึกฝนจิตวิญญาณ​ ข้าเองก็รอคอยมันมานานเเล้ว" ยู่หยานพูดด้วยรอยยิ้ม
เเละตอนนี้ นางเริ่มคิดว่าหลินเสวียนเป็นเทพเเห่ง​โชคลาภของนางไปแล้ว
ต่อให้นำการออกไปผจญภัยของนางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มารวมกัน…มันก็ยังไม่เท่ากับผลประโยชน์​จากการออกเดินทางกับหลินเสวียนแค่ครั้งเดียว
หลินเสวียนพยักหน้า จากนั้นก็หยิบของชิ้นสุดท้ายขึ้นมา
"นี่มันม้วนภาพงั้นหรือ?"
"ยิ่งไปกว่านั้น ม้วนภาพนี้ยังถูกสร้างขึ้นด้วยหยกน้ำแข็งอายุพันปี!" ยู่หยานพึมพำ​อย่างสงสัย
ม้วนภาพนี้มีสีขาวทั้งหมด และยังปล่อยออร่าเย็นยะเยือกออกมา
มันดูเหมือนจะเป็นของที่ไม่ธรรมดา
หลินเสวียนครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เปิดม้วนภาพอย่างระมัดระวัง!
"วิ้งงง!"
หลังจากที่เปิดม้วนภาพออก ภายในม้วนภาพก็ปล่อยแสงสว่างออกมา
ภาพวาด!
ภายในม้วนภาพนั้นมีภาพวาดอยู่หนึ่งภาพ
เเละภายในภาพวาดนี้ มีรูปปั้นน้ำแข็งจำนวนมากที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในห้องน้ำแข็งขนาดใหญ่
ส่วนที่ใจกลางห้องน้ำแข็ง!
มีดอกบัวที่เปล่งประกายเจิดจ้า และเต็มไปด้วยพลังวิญญาณกำลังเบ่งบานอยู่
"ภาพวาดนี้ มันไม่ได้ถูกวาดขึ้นมา!"
"แต่มันมีคนใช้เคล็ดวิชา​ลึกลับ บันทึกภาพที่เขาเห็นลงไป" ยู่หยานพูดอย่างจริงจัง
"รูปปั้นน้ำแข็ง?"
"ดอกบัว?"
หลินเสวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย​
[เพลิงโอสถ​!]​
[นา​ยท่าน​ นี่คือเพลิงโอสถ​!]​
[เเถมระดับของมันยังน่ากลัวมาก!]​
ในตอนนี้เอง คัมภีร์​โลหิตบัวแดง​ก็พูดขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น
"เพลิงโอสถ​ เจ้าหมายความว่า ดอกบัวนี้เป็นเพลิงโอสถ​งั้นเหรอ?" หลินเสวียนถามอย่าง​สงสัย​
[ใช่แล้ว!]​
[มันคือเพลิงโอสถ​อย่าง​เเน่นอน ความรู้สึกของข้ามันไม่ผิดหรอก!]​
คัมภีร์​โลหิตบัวแดง​พูดอย่างตื่นเต้น
"เพลิงโอสถ”
“ที่แท้แล้วภาพวาดนี้ มันเป็นภาพของเพลิงโอสถ ถ้าอย่างนั้นรูปปั้นน้ำแข็งเหล่านี้ก็…”
หลินเสวียนรู้สึกตกตะลึง จากนั้นเขาก็รีบหันไปถามยู่หยาน
"ศิษย์พี่ยู่หยาน เพลิงโอสถ​มันปล่อยออร่าเย็นยะเยือกออกมาได้ด้วยหรือ?"
"ได้สิ!"
"เพลิงโอสถ​มีรูปร่างมากมาย มันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น…ดังนั้น​พลังที่แสดงออกมาย่อมแตกต่างกัน"
"เปลวเพลิงทั่วไป พวกเราจะเรียกมันว่าเพลิงหยาง แต่ทุกสิ่งบนโลกล้วนประกอบด้วย​หยินเเละหยาง”
“ดังนั้น​ เมื่อมีเพลิงหยาง แน่นอนว่ามันต้องมีเพลิงหยินเช่นกัน!”
"เท่าที่ข้ารู้ ในสำนัก​เสินโหยว​ก็มีผู้ปรุง​โอสถ​ที่ใช้เพลิงหยินในการปรุง​โอสถอยู่ด้วย​" ยู่หยานอธิบาย
ขณะที่ยู่หยานกำลังอธิบาย จู่ๆนางก็นึกอะไร​บางอย่าง​ได้…จากนั้นนางก็มองไปที่ม้วนภาพด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"เพลิงโอสถ​?"
"ศิษย์น้องหลิน เจ้าหมายความว่า ดอกบัวในม้วนภาพนี้ อาจจะเป็นเพลิงโอสถ​งั้นหรือ?"
ยิ่งมองภาพนี้นานมากขึ้น นางก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นแบบนั้น
"ศิษย์พี่ยู่หยาน!"
"ถ้าหากดอกบัวนี้เป็นเพลิงโอสถ​ที่แข็งแกร่งจริงๆ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับสำนัก​เหมันต์​ก็จะสมเหตุสมผลทันที​" หลินเสวียนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"จริงด้วย!"
"ถ้าหากเป็นเพลิงโอสถ​ หลายๆอย่างก็สามารถอธิบายได้"
ยู่หยานก็เป็นคนฉลาด แน่นอนว่านางเข้าใจสิ่งที่หลินเสวียนพูด
อุณหภูมิภายในถ้ำน้ำแข็งที่ลดลงอย่างรวดเร็ว!
การหายสาบสูญของสำนัก​เหมันต์​และรูปปั้นน้ำแข็งของผู้ปรุง​โอสถ​ในห้องน้ำแข็ง!
ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกัน
รูปปั้นน้ำแข็งในม้วนภาพ พวกเขาล้วนสวมเสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์​ของสำนัก​เหมันต์​
ดังนั้น พวกเขาทุกคน​ต้องเป็นคนของสำนัก​เหมันต์​!
หลินเสวียนสามารถจินตนาการได้เลยว่าสำนัก​เหมันต์คง​ค้นพบเพลิงโอสถ​ที่แข็งแกร่งมาก
ดังนั้น พวกเขาย้ายจึงสำนักทั้งหมดมาที่ถ้ำน้ำแข็งเเห่งนี้และลบร่องรอยทั้งหมดของสำนัก​เหมันต์​บนพื้นที่น้ำแข็ง…จากนั้นพวกเขาก็สร้างสำนักขึ้นมาใหม่!
จุดประสงค์​มันก็ชัดเจน​ เเละนั่นคือพวกเขา​ต้องการควบคุมเพลิงโอสถ​ที่แข็งแกร่งนี้ ก่อนที่คนอื่นจะมาค้นพบ
ถ้าหากสำเร็จ พวกเขาอาจจะกลายเป็นสำนัก​ที่แข็งแกร่งเทียบเท่าสำนัก​ใหญ่​ทั้งสาม!
แต่น่าเสียดายที่พวกเขาดูถูกพลังของเพลิงโอสถมากเกินไป​!
เพลิงโอสถ​ระดับนี้ย่อมมีจิตสำนึกของตัวเอง
มันคงถูกสำนัก​เหมันต์​พยายาม​จะ​ควบคุม​ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งทำให้มันโกรภ
เมื่อเพลิงโอสถ​พิโรธ มันก็ได้ปล่อยคลื่นพลัง​น้ำแข็ง​ออกมาปกคลุมพื้นที่รอบๆทั้งหมด
ด้วยพลังนั้น ไม่เพียงแต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในถ้ำน้ำแข็งของสำนัก​เหมันต์​เท่านั้น…เเต่แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่ฝึกฝนอยู่บนพื้นที่น้ำแข็งก็ยังถูกเพลิงโอสถ​ฆ่าตาย
มันฆ่าทุกคนจนสำนัก​เหมันต์​ถูกทำลายล้าง!
และนั่นน่าจะ​เป็นเหตุผลที่ทำให้สำนัก​เหมันต์​หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย​
หลังจากที่หลินเสวียนและยู่หยานวิเคราะห์
ยิ่งพวกเขา​คิด พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นแบบนี้
……
"โจมตีครั้งเดียวก็ทำลายสำนัก​เหมันต์​ได้ เพลิงโอสถ​นี้มันแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?" หลินเสวียนพึมพำ
สำนัก​เหมันต์​แข็งแกร่งกว่าสำนักธาราหลายเท่า มีตำนานเล่าขานว่าเจ้าสำนัก​ของสำนัก​เหมันต์​มีพลังเทียบเท่าขอบเขตแก่นทองคำ
แต่เขาก็ยังถูกฆ่าตายอย่างง่ายดาย​!
"เพลิงโอสถ​มีพลังมากมายแบบนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร!"
"ยกตัวอย่างเช่นเพลิงโอสถ​ในถ้ำสวรรค์เทพ​เพลิง​ของสำนัก​เสินโ​หยว”
“​มันคือรากฐานของสำนัก​เสินโ​หยว​ ถ้าหากมันระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขต​ทารกอมตะ​ก็ยังต้องหวาดกลัว” ยู่หยานอธิบาย
เพลิงโอสถ​มีจิตวิญญาณ ดังนั้น​มันจึงสามารถเลือกเจ้านายได้ด้วยตัวเอง!
ยิ่งมันแข็งแกร่งมากเท่าไหร่​ มันก็ยิ่งแสดงอารมณ์​ของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น​
เเละตามที่คนโบราณกล่าวไว้ แตงโมที่ถูกบังคับให้กินมันจะไม่อร่อย…ถ้าหากทำให้เพลิงโอสถ​โกรธ ผลลัพธ์ที่ตามมามันจะเป็นหายนะ
"ไม่แปลกใจเลยที่สำนัก​เหมันต์​หายไปโดยที่ไม่มีใครค้นพบความลับที่นี่"
"คนที่ระดับพลังไม่ถึง คงไม่สามารถหาเพลิงโอสถ​เจอ!"
"ส่วนคนที่ระดับพลังถึง แม้ว่าจะหาเจอ…ก็คงมีจุดจบเหมือนกับคนของสำนัก​เหมันต์​" หลินเสวียนหรี่ตาลงแล้วพูด
"นั่นน่ะซิ​!"
“เพราะแม้แต่ผู้ฝึก​ยุทธ​ขอบเขตแก่นทองคำก็ยังถูกฆ่าตาย!”
"ดังนั้น​ในแคว้นกว่างหลิง มันคงมีไม่กี่คนที่สามารถควบคุมเพลิงโอสถ​นี้ได้" ยู่หยานกล่าว
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแก่นทองคำ!
ในสำนักเทียนเซียว พวกเขาน่าจะเป็นหัวหน้า​หอต่างๆในสายใน หรืออาจจะเป็นเจ้าสำนักของสำนักเล็กๆ
แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดนั้น…มันก็ยังไม่แน่ว่าพวกเขา​จะสามารถควบคุมเพลิงโอสถ​นี้ได้
"สถานที่ที่เพลิงโอสถนี้​อยู่ มันอาจจะเป็นอาณาจักรลับขนาดใหญ่!" ยู่หยานพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
ถ้าหากเป็นแบบนั้น การค้นพบครั้งนี้ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น!
"น่าเสียดาย…ไม่ว่ายังไงเพลิงโอสถ​นี้ พวกเราก็ไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับมันได้" หลินเสวียนส่ายหัว
ขนาดสำนัก​เหมันต์​ยังถูกทำลายล้าง เเล้วหลินเสวียนและยู่หยานที่เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดเเก่น​เเท้​จะไปทำอะไร​ได้
ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขา​จะสามารถหาเพลิงโอสถนี้​เจอหรือไม่ เพราะต่อให้​พวกเขาหาเจอ…พวกเขาก็คงจะเอาชีวิตรอดจากออร่าของมันไม่ได้​
"ศิษย์น้อง…ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถควบคุมเพลิงโอสถ​นี้ได้ตอนนี้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะไม่สามารถควบคุมมันได้ในอนาคต!"
"ดังนั้น​ เรื่องนี้ข้าจะไม่บอกใคร!"
"ถ้าหากวันหนึ่ง พวกเรามีพลังมากพอ…พวกเราค่อยกลับมาเอา" ยู่หยานพูดอย่างจริงจัง
…………………….