เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 : ดึงดาบอีกครั้ง!

บทที่ 90 : ดึงดาบอีกครั้ง!

บทที่ 90 : ดึงดาบอีกครั้ง!


บทที่ 90 :  ดึงดาบอีกครั้ง!

และเหนือแก่นแท้สีเลือด, มันยังมีเงาของจิ้งจอกสี่หางลอยอยู่!

"นี่คือแก่นแท้ของจิ้งจอกสี่หางจริงๆ"

"แบบนี้ ก็ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย" ยู่หยานพูด​ด้วย​รอยยิ้ม

"ใช่!" หลินเสวียนพยักหน้า

การเดินทางครั้งนี้, ทำให้เขาได้ผลประโยชน์มามากมายจริงๆ

ไม่เพียงแต่ทำภารกิจสำเร็จ แต่ยังได้หญ้าเจ็ดกลีบมา, นอกจากนี้ดาบคลั่งสังหารวิญญาณยังเลื่อนระดับเป็นระดับลึกลับขั้นสูง!

แบบนี้, สมุนไพรที่ใช้ปรุงโอสถหยั่งรู้ขอบเขตก่อกำเนิดห้าธาตุก็จะขาดแค่ผลไม้เพลิงเท่านั้น

"ศิษย์พี่ยู่หยาน!"

"ภารกิจครั้งนี้, เสร็จเร็วกว่าที่ข้าคิด"

"ดังนั้น พวกเราไปเที่ยวแถวนี้สักหน่อยแล้วค่อยกลับไปเมืองหลางหยาดีไหม?" หลินเสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม

ก่อนหน้า​นี้​ หลินเสวียนเคยกลับไปที่เมืองหลางหยาครั้งหนึ่งเเล้ว…เเต่ตอนนั้นมอบโอสถให้กับตระกูล​หลิน

ส่วนตอนนี้ที่เขาจะกลับไปอีกครั้ง…นั่นเพราะ​ดาบคลั่งสังหารวิญญาณได้เลื่อนระดับเป็นระดับลึกลับแล้ว

หลินเสวียนจึงคิดถึงดาบตัดวิญญาณของสำนักธารา!

เจตนา​ดาบภายในดาบตัดวิญญาณ​แข็งแกร่งมาก, หลินเสวียนอยากลองดูว่าเขาสามารถใช้เจตนา​ดาบของดาบตัดวิญญาณ, ทำให้วิชาดาบคลั่งวิญญาณเลื่อนระดับต่อไปได้หรือไม่!

ถ้าหากดาบคลั่งสังหารวิญญาณสามารถเลื่อนระดับเป็นระดับปฐพีได้…หลินเสวียนจะถือว่าโชคดีมาก

“ข้าเป็นผู้ตรวจสอบของศิษย์น้อง, ส่วนจะจัดการอย่างไรก็เเล้วเเต่ศิษย์น้องเลย” ศิษย์พี่ยู่หยานพูดด้วยรอยยิ้ม

"ดี!" หลินเสวียนพยักหน้า

…..

ในสองวันถัดมา

หลินเสวียนก็ได้ขับกระสวยแห่งความว่างเปล่า พายู่หยานเที่ยวเล่นในทิวเขานับแสน

ทรัพยากรในทิวเขานับแสน, อุดมสมบูรณ์​มากจริงๆ!

ผลจู๋กั่ว, ผลหวงหยวน, ผลไม้พวกนี้หายากมาก…แต่หลินเสวียนกลับเจอมันไม่น้อยในทิวเขานับแสน

เเละด้วยประสาทสัมผัสของหนูสายฟ้า หลินเสวียนยังสามารถขุดศิลาวิญญาณมาได้อีกมากมาย

นอกจากนี้, หลินเสวียนยังใช้เวลาว่างบางส่วน​ ปรุงโอสถ​ก่อกำเนิดที่มีลวดลายโอสถสามเส้นให้กับยู่หยานหนึ่งชุด พร้อม​ๆกับการปรุงโอสถชักนำลมปราณให้กับตระกูล​หลิน

แน่นอนว่าในบรรดาเคล็ดวิชาทั้งหมด, เคล็ดวิชาที่รู้สึกดีใจมากที่สุดก็คือวิชาเหยียบคลื่นลม

เมื่อหลินเสวียนชื่นชมทิวทัศน์ของทิวเขานับแสน, มันก็เลื่อนระดับเป็นระดับลึกลับขั้นสูงอย่างเงียบๆ

ขอแค่มีโอกาส​ใหญ่​ๆอีก​สักครั้ง​, มันก็คงจะสามารถเลื่อนระดับต่อไปได้!

……

สามวันต่อมา

หลินเสวียนและยู่หยานก็มาถึงคฤหาสน์​ของตระกูล​หลิน

"น้องสาม!"

เมื่อหลินเสวียนกลับมา, หลินเทียนและหลินหลานก็รีบออกมาต้อนรับทันที​

ไม่กี่วันมานี้ ออร่าของหลินเทียนและหลินหลานเปลี่ยนไปอย่างมาก!

เห็นได้ชัดว่า ด้วยโอสถชักนำลมปราณและโอสถหลอมลมปราณ ทำให้​หลินเทียนและหลินหลานสามารถบ่มเพาะพลังปราณได้สำเร็จแล้ว

“ความเร็วในการฝึกฝนของพวกท่านถือว่าไม่เลวเลย!” หลินเสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม

"น้องสาม, ต้องขอบคุณ​​โอสถ​ที่เจ้าส่งกลับมา…ไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่สามารถทะลวงระดับได้เร็วขนาดนี้" หลินเทียนพูดอย่างตื่นเต้น

"ไม่ต้องห่วง, ต่อไปนี้โอสถ​และสมบัติจะมาหาพวกท่านมากกว่า​นี้​อีก​!" หลินเสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม

"จริงสิ​ น้องสาม…พูดถึง​โอสถ​ พวกเรามีเรื่องจะบอกเจ้า!" หลินเทียนพูดด้วยสีหน้าประหลาดเล็กน้อย​

"เรื่องอะไร?"

"เสวี่ยเอ๋อร์, เจ้ายังไม่ออกมาอีก!"

หลินเทียนตะโกน, จากนั้นหลินเสวี่ยที่อยู่ไม่ไกลก็วิ่งเข้ามา

เมื่อเห็นหลินเสวียน, หลินเสวี่ยก็ร้องเรียก "พี่สาม"...หลังจากนั้นเธอก็หลบอยู่ข้างหลังหลินเทียน

"บ่มเพาะพลังปราณได้แล้ว?"

หลินเสวียนและยู่หยานมองหลินเสวี่ยด้วยความประหลาดใจ!

หลินเสวี่ยอายุแปดขวบ, ตอนนี้บนตัวของเธอมีออร่าของผู้ฝึกยุทธ์…แถม ระดับพลังของเธอยังสูงกว่าหลินเทียนและหลินหลาน

แต่มันเป็นไปได้ยังไง?

หลินเสวี่ยไม่ได้เรียนรู้เคล็ดวิชาใดๆเลยนะ!

"ก็เพราะท่านพ่อตามใจนางมากเกินไปไง!"

"นางบอกว่าอยากดูโอสถ ท่านพ่อก็ให้โอสถนางหนึ่งเม็ด, ผลก็คือนางแอบกินตอนที่พวกเราไม่ทันระวัง"

"หลังจาก​นั้นนางก็สลบไป!"

"ตอนนั้นพวกเราตกใจมาก"

"พวกเราถึงขั้นขอร้องลุงไห่ให้ไปเชิญท่านหวูหย่ง เจ้าสำนัก​สำนักธารามา…สุดท้าย​ท่านหวูหย่งก็ช่วยนางสลายพลังโอสถได้สำเร็​จ"

"เเละผลลัพธ์​หลังจาก​นั้นก็คือเสวี่ยเอ๋อร์บ่มเพาะพลังปราณสำเร็จ"

"พอท่านพ่อกับท่านแม่เห็นว่านางไม่เป็นอะไร, สองวันมานี้พวกเขาเลยไปไหว้พระที่วัดเพื่อขอพร" หลินเทียนอธิบาย

"เสวี่ยเอ๋อร์!" หลินเสวียนดุด้วยสีหน้าเย็นชาทันที​

ไม่แปลกใจเลยที่วันนี้เขากลับมา เเต่หลินเสวี่ยไม่ได้มารอเขาอยู่ที่หน้าประตู

นี่คงเป็นเพราะรู้ว่าตัวเองทำผิด จึงไม่กล้าเจอเขา!

ถึงโอสถชักนำลมปราณจะเป็นแค่โอสถพื้นฐาน, แต่หลินเสวี่ยมีอายุแค่เจ็ดแปดขวบ

โอสถ​นี้ แม้เป็นผู้ใหญ่เเต่ถ้าหากไม่มีพื้นฐานการฝึกฝนเเล้วกินมันเข้าไป…ก็อาจจะตัวระเบิดตายได้

หลินเสวี่ยสัมผัสได้ถึงความโกรธของหลินเสวียน, นางจึงมองเขาด้วยความหวาดกลัว

"พี่สาม ข้าผิดไปแล้ว!"

"ต่อไปข้าไม่กล้าแล้ว!"

"พราสามอย่าโกรธข้าเลยนะ!"

หลินเสวี่ยเห็นว่าหลินเสวียนยังคงโกรธอยู่, จึงพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"เห้อ…เวลาทำผิด, เจ้าก็ได้เเต่ทำตัวน่ารักเพื่อกลบเกลื่อน​!"

หลินเสวียนโดนหลินเสวี่ยออดอ้อนความโกรธของเขาก็หายไป, จากนั้น เขาก็จิ้มจมูกของหลินเสวี่ย

"กอดหน่อย!" หลินเสวี่ยฉวยโอกาสกอดหลินเสวียน

หลินเสวียนได้เเต่จนใจ จึงกอดหลินเสวี่ยและตรวจสอบร่างกายของหลินเสวี่ยด้วยพลังของขอบเขตก่อกำเนิดเเก่น​เเท้​

หลังจาก แน่ใจว่าหลินเสวี่ยไม่เป็นไร…เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ศิษย์พี่ยู่หยาน, ท่านว่าแบบนี้มันปกติหรือไม่?"

หลินเสวียนยังคงเป็นห่วง เขาจึงหันมาถามยู่หยาน

"เรื่องแบบนี้มันไม่ค่อยเกิดขึ้น, แต่มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร" ยู่หยานครุ่นคิดและตอบ

"หลินเสวียน, เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงมากเกินไป"

"จริงๆแล้วพวกเราก็รู้ดีว่าการบ่มเพาะพลังปราณก็คือการดึงดูดพลังวิญญาณจากสวรรค์และโลกเข้ามาชำระล้าง​ร่างกาย, ขยายเส้นลมปราณ​, จนกระทั่งร่างกายสามารถรองรับพลังวิญญาณได้"

"บางคนมีร่างกายบริสุทธิ์​โดยธรรมชาติ, เส้นลมปราณ​โล่งโปร่ง…พวกเขา​จึงสามารถ​รองรับ​พลังวิญญาณ​ได้โดยธรรมชาติ"

"คนแบบนี้สามารถ​บ่มเพาะพลังปราณ​ได้อย่างง่ายดาย…เเละนี่แหละคือสิ่งที่​เรียกว่าพรสวรรค์!"

"โดยปกติแล้ว, ร่างกายยิ่งบริสุทธิ์​เท่าไหร่…พรสวรรค์​ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น" ศิษย์พี่ยู่หยานอธิบายอย่างละเอียด

"ถ้าเป็นแบบนั้น, เสวี่ยเอ๋อร์ก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะด้านการฝึกฝนงั้นหรือ?" หลินเทียนพูดด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

"อืม!"

"เสวี่ยเอ๋อร์สามารถบ่มเพาะพลังปราณได้ด้วยการใช้โอสถชักนำลมปราณหนึ่งเม็ดโดยที่ไม่มีพื้นฐานการฝึกฝน, มันแสดงให้เห็นว่านางมีพรสวรรค์​สูงมาก"

"เเละนางเป็นน้องสาวของเจ้า, มันก็ไม่แปลกหรอก" ยู่หยานพูดด้วยรอยยิ้ม

"เย้!"

"งั้นข้าก็สามารถ​เข้าร่วมสำนักเทียนเซียวกับพี่สามได้แล้วใช่ไหม?" หลินเสวี่ยพูดด้วยความตื่นเต้น

"ยังไม่ได้!"

หลินเสวียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก…แต่เขาก็ยังคงส่ายหัว

"ทำไมล่ะ?"

"พี่ยู่หยานบอกว่าข้ามีพรสวรรค์นี่นา​" หลินเสวี่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

"อย่างแรก, ตอนนี้เลยช่วงเวลาที่สำนักเทียนเซียวรับศิษย์ไปแล้ว"

"อย่างที่สอง, เจ้ายังเด็ก…ถ้าเข้าร่วมสำนักเทียนเซียวตอนนี้ มันยังเร็วเกินไป" หลินเสวียนครุ่นคิดและอธิบาย​

พรสวรรค์​ของหลินเสวี่ยทำให้หลินเสวียนรู้สึกประหลาดใจ…แต่หลินเสวียนมีแผนของเขาเอง, ตอนนี้เขายังไม่คิดจะให้หลินเสวี่ยเข้าร่วมสำนักเทียนเซียว

"ก็ได้!"

"เสวี่ยเอ๋อร์จะเชื่อฟังพี่สาม!" หลินเสวี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย

"เเล้วก็จำเอาไว้…ต่อไปนี้อย่ากินโอสถ​มั่วซั่ว!"

"มันอันตรายถึงชีวิต!"

"ถ้ามีโอกาส, พี่สามจะหาเคล็ดวิชาที่เหมาะสมให้เจ้า"

หลินเสวียนลูบหัวหลินเสวี่ยแล้วให้สัญญา​

"เข้าใจแล้ว!" หลินเสวี่ยแลบลิ้น

"พี่ใหญ่, พี่รอง…นี่คือโอสถหลอมลมปราณ พวกท่านรับไปเถอะ"

"โอสถ​พวกนี้คงเพียงพอให้​พวกท่านฝึกฝนได้อีกสักพัก"

"หลังจากนี้ทุกๆหนึ่งเดือน, ข้าจะให้คนนำโอสถมาให้พวกท่าน"

หลินเสวียนยิ้ม แล้วหยิบโอสถหลอมลมปราณที่เขาเพิ่งจะปรุงเสร็จออกมา

"น้องสาม, เจ้าจะไปแล้วเหรอ?" หลินเทียนรับโอสถ​และพูดอย่างไม่เต็มใจ

"ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่อยู่, ข้าจึงจะไปที่สำนักธาราก่อนแล้วค่อยกลับสำนัก" หลินเสวียนตอบด้วยรอยยิ้ม

ภารกิจสอบเข้าสายในไม่ได้รีบร้อนอะไร, หลินเสวียนจึงอยากกลับไปที่สำนักเทียนเซียวก่อน

"ตกลง!" หลินเทียนพยักหน้า

เขาก็รู้ว่าหลินเสวียนกำลังจะสอบเข้าสายในจึงมีเรื่องมากมายต้องทำ, ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รั้งหลินเสวียนเอาไว้

หลังจากพี่น้องทั้งสี่คนคุยกันสักพัก, หลินเสวียนกับยู่หยานก็ขึ้นกระสวยแห่งความว่างเปล่าและมุ่งหน้าไปยังสำนักธารา!

……

"น้องหลิน, เจ้ามาแล้ว!"

หลินเสวียนเพิ่งจะมาถึงสำนักธารา, หวูหย่ง เจ้าสำนัก​สำนักธาราก็ออกมาต้อนรับเเล้ว

เเละเมื่อหวูหย่งเห็นยู่หยานที่ยืนอยู่ข้างๆหลินเสวียน…เขาก็รีบทักทาย​อย่างรวดเร็ว​

"น้องหลิน ไม่ทราบว่าท่านผู้นี้คือเซียนท่านใดจากสำนักเทียนเซียว?"

"ท่านนี้คือศิษย์พี่ยู่หยาน, ศิษย์สายในสำนักเทียนเซียว…เเละยังเป็นศิษย์สืบทอด​ของหัวหน้า​ผู้​ดูเเล​กฎ​ของ​หอหลอม​สร้างอาวุธ​สายใน!" หลินเสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม

"ที่แท้ก็คือคุณหนูยู่หยาน การมาเยือนของท่านถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำนักธาราของพวกเรา!" หวูหย่งพูดด้วยรอยยิ้ม

ในใจของเขาคิดว่า, น้องหลินนี่ช่างรุ่งโรจน์​จริงๆ

แม้แต่ ศิษย์ของหัวหน้าผู้​ดูเเล​กฎ​ก็ยังสนิทด้วย

"ท่านเจ้าสำนัก​หวู, ไม่ต้องเกรงใจ" ยู่หยานพยักหน้า

"น้องหลิน พรสวรรค์​ของเจ้าช่างน่า​สะพรึงกลัว​มากจริงๆ"

"ครั้งที่แล้วเจ้ายังอยู่ที่ระดับหลอมรวมลมปราณ​ขั้นที่เจ็ด…เเต่ผ่านไปไม่กี่วันเจ้ากลับทะลวงสู่ขอบเขตก่อกำเนิดเเก่น​เเท้​ได้แล้ว"

"อีกไม่นาน เจ้าคงจะแซงหน้าข้าไปไกลเเน่ๆ!" หวูหย่งกล่าวอย่างตกตะลึงอีกครั้ง

"ท่านเจ้าสำนัก​หวูกล่าวเกินไปแล้ว"

หลินเสวียนตอบรับ, จากนั้นก็พูดอย่างจริงจัง

"ท่านเจ้าสำนัก​หวู, เรื่องของเสวี่ยเอ๋อร์ก่อนหน้านี้…ข้าขอขอบคุณ​ท่านมาก!"

"ไม่ต้องสุภาพ​ขนาดนั้น!"

"เจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่, เมื่อเสวี่ยเอ๋อร์มีเรื่องเดือดร้อน​จะให้ข้าอยู่เฉยๆได้อย่างไร?" หวูหย่งโบกมือ

"อย่างไรก็ตามน้องหลิน, พูดตามตรงนะ พรสวรรค์​ของเสวี่ยเอ๋อร์มันยอดเยี่ยมมาก​จริงๆ"

"ตอนที่ข้าใช้พลังขอบเขตสร้างรากฐานช่วยนางสลายพลังโอสถ, ข้าพบว่านางเหมาะสม​กับการฝึกฝนเคล็ดวิชา​ธาตุ​หยิน​"

"ถ้าหากเจ้าหาเคล็ดวิชา​ธาตุ​หยิน​ให้กับนางได้, ในอนาคต​ความสำเร็จ​ของนางอย่างน้อยก็ต้องแซงหน้าข้า" หวูหย่งพูดอย่างจริงจัง

"เคล็ดวิชา​ธาตุ​หยิน​งั้นหรือ?" หลินเสวียนพึมพำ

"น่าเสียดายที่สำนักใหญ่ต่างก็หวงแหนเคล็ดวิชา…เจ้าคงจะหาเคล็ดวิชา​ธาตุ​หยิน​ได้ยาก" หวูหย่งส่ายหัว

"เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลังเเล้วกัน, ท่านเจ้าสำนัก​หวู พูดตามตรง ครั้งนี้ข้ามาที่นี่เพราะมีเรื่องจะรบกวนท่าน" หลินเสวียนพูดเข้าประเด็น​

"เจ้าหมายถึงดาบตัดวิญญาณใช่หรือไม่?" หวูหย่งพูดด้วยรอยยิ้ม

………………

จบบทที่ บทที่ 90 : ดึงดาบอีกครั้ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว