เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64​ : โอกาสในการวิวัฒนาการของหมัดสวรรค์ห้าสายฟ้า!

บทที่ 64​ : โอกาสในการวิวัฒนาการของหมัดสวรรค์ห้าสายฟ้า!

บทที่ 64​ : โอกาสในการวิวัฒนาการของหมัดสวรรค์ห้าสายฟ้า!


บทที่ 64​ : โอกาสในการวิวัฒนาการของหมัดสวรรค์ห้าสายฟ้า!

“พลังปราณขอบเขต​ก่อกำเนิด​?”

องครักษ์สิบสามมองหลินเสวียนด้วยความตกตะลึง

เขาไม่คิดว่าหลินเสวียนจะสามารถฝึกฝนพลังปราณขอบเขต​ก่อกำเนิด​ออกมาได้ภายในเวลาสั้นๆแบบนี้

การฝึกฝนพลังปราณขอบเขต​ก่อกำเนิด​ออกมาได้….หมายความว่าผู้ฝึก​ยุทธ​์คนนั้นได้เริ่มทะลวงสู่ขอบเขต​ก่อกำเนิด​เเก่น​เเท้​แล้ว!

เเละเมื่อผู้ฝึก​ยุทธ​์ฝึกฝนพลังปราณขอบเขตก่อกำเนิด​​ได้ครบเก้าสาย ก็จะสามารถเปลี่ยนร่างกายเป็นร่างกาย​ก่อกำเนิด…เเล้ว​ก้าวเข้าสู่ขอบเขต​ก่อกำเนิด​เเก่น​เเท้​ได้อย่างเป็นทางการ

…..

[การก่อตัวของพลังปราณขอบเขต​ก่อกำเนิด​​สายแรก ส่งผลกระทบต่อวิชา​ระฆัง​ทองคำ​อมตะ​!]

[วิชา​ระฆัง​ทองคำ​อมตะ​ได้รับการกระตุ้นจากพลังปราณขอบเขต​ก่อกำเนิด….ทะลวงขั้นสุดท้ายสำเร็จ, เลื่อนระดับเป็นระดับลึกลับขั้นต้น พลังป้องกันเพิ่มขึ้นสองเท่า!]

[วิชา​ระฆัง​ทองคำ​อมตะ​เปลี่ยนชื่อเป็น ระฆัง​ทองคำเพลิงอมตะ!]

………

ในขณะเดียวกันนั้น, วิชา​ระฆัง​ทองคำ​อมตะ​ก็เลื่อนระดับได้สำเร็จ!

“เยี่ยมมาก!” หลินเสวียนดีใจมาก

หลินเสวียนไม่คิดว่า แค่การปรุงยาไม่กี่เตาเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทะลวงระดับสู่ขอบเขต​ก่อกำเนิด​เเก่น​เเท้​ของเขา…กลับทำให้คัมภีร์​เตาหลอมโลหิตค้นพบหนทางในการเลื่อนระดับ!

แถมวิชา​ฝึก​ปราณ​ขั้น​พื้นฐาน​และวิชา​ระฆัง​ทองคำ​อมตะ​ก็ยังเลื่อนระดับได้สำเร็จ

[ในขณะที่พระน้อยกำลังหลับใหล เหมือนจะได้ยินว่ามีใครบางคนกำลังดูถูกระดับสีเหลือง?]​

[ระดับลึกลับมันแข็งแกร่งมากเหรอ?]​

[พระน้อยถึงจะเป็นคนพิการ, แต่ตอนนี้ก็เป็นระดับลึกลับ​แล้ว]​

[พวกที่อวดอ้างว่าแข็งแกร่ง ดูเหมือนว่าจะแค่ระดับเดียวกับคนพิการอย่างพระน้อยเท่านั้น]​

วิชา​ระฆัง​ทองคำ​เพลิงอมตะ​ที่เพิ่งจะตื่นขึ้น​มา…ก็หาเรื่องดาบคลั่งสังหารวิญญาณทันที!

“หึ…รอดูกันไปเถอะ!” ดาบคลั่ง​สังหารวิญญาณพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จากนั้น, มันก็ไม่สนใจวิชา​ระฆัง​ทองคำ​เพลิงอมตะ​อีก

หลินเสวียนยกยิ้มกับการทะเลาะ​กันของเหล่าเคล็ดวิชา

จากนั้น​เขาก็ลุกขึ้นโค้งคำนับองครักษ์สิบสามแล้วพูดว่า

“ขอบคุณท่านองครักษ์สิบสามมาก…ที่คอยช่วยคุ้มกันข้า”

“หลินเสวียน, เจ้าไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก!” องครักษ์สิบสามโบกมือ

“จริงสิ ท่านองครักษ์สิบสาม…ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่ายังมีอีกภารกิจที่อยากให้ข้าทำใช่ใหม?”

“ใช่เเล้ว…เเละเวลามันใกล้จะหมดแล้ว, พวกเรารีบออกเดินทางไปทำภารกิจนั้นกันเถอะ!”

เมื่อองครักษ์สิบสามพูดจบ, เขาก็หยิบขลุ่ยออกมาเป่าเบาๆ

จากนั้น, นกอินทรีปีกสีเขียวตัวหนึ่งก็บินลงมาจากก้อนเมฆ

ทางด้านหลินเสวียนก็เรียกนกอินทรีปีกสีเขียวของเขามาเช่นกัน!

ทั้งคู่กระโดดขึ้น, ไปอยู่บนหลังของนกอินทรีปีกสีเขียว

เเล้วองครักษ์สิบสามก็นำทางมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง

……

“ภารกิจครั้งนี้ไม่ยาก”

“แค่ไปจัดการสัตว์อสูรระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่เก้าตัวหนึ่งเท่านั้น”

องครักษ์สิบสามอธิบายบนหลังของนกอินทรีปีกสีเขียว

“สัตว์อสูรเหรอครับ?” หลินเสวียนถามอย่างสงสัย

“ใช่แล้ว!”

“ที่เมืองเทียนเป่ยมีตระกูลหนึ่งที่ชื่อว่าตระกูลตู้”

“สถานะของพวกเขาในเมืองเทียนเป่ยก็เหมือนกับตระกูลหลินของเจ้า ในเมืองหลางหยา”

“ตระกูลตู้ทำงานให้กับพวกเรามาตลอด…เเละส่วนใหญ่ก็คือขุดศิลาวิญญาณ” องครักษ์สิบสามอธิบาย​

“ขุดศิลาวิญญาณเหรอครับ?”

หลินเสวียนรู้สึกสนใจขึ้นมทันที​

เขาเองก็พอจะรู้ที่มาของศิลาวิญญาณอยู่บ้าง

ศิลาวิญญาณ…มักจะเกิดขึ้นในภูเขา

เเละส่วนใหญ่มักจะเกิดควบคู่ไปกับแร่ชนิดอื่นๆ

ยกตัว​อย่างเช่น, บริเวณที่มีเหมืองเหล็กหรือเหมืองทองแดงขนาดใหญ่

บริเวณ​พวกนั้นมักจะมีศิลาวิญญาณปรากฏ​ขึ้น

ยิ่งเป็นแหล่งแร่ล้ำค่ามากเท่าไหร่, โอกาสที่จะเกิดศิลาวิญญาณก็ยิ่งสูง เเละคุณภาพของศิลาวิญญาณก็จะยิ่งดีมากเท่านั้น​

“อืม!”

“สำนักเทียนเซียวมีเหมืองเหล็กแห่งหนึ่ง….และที่​นั่นมันมีศิลาวิญญาณปรากฏ​ขึ้นควบคู่ไปด้วย”

“ปริมาณศิลาวิญญาณไม่มาก เดือนละประมาณสามร้อยก้อน, เเต่ถ้าโชคดีก็อาจจะขุดเจอศิลาวิญญาณระดับกลางบ้าง”

“เเละตระกูลตู้เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด” องครักษ์สิบสามอธิบายต่อ

การขุดศิลาวิญญาณนั้นยุ่งยากมาก

แหล่งแร่ทอดยาวตามภูเขาไปหลายลูก….เรียกได้ว่ายากที่จะหาพบ

บางครั้ง, ขุดลึกลงไปเป็นร้อยเมตรก็ยังหาศิลาวิญญาณไม่เจอ

งานหนักเเละเสียเวลาแบบนี้, ผู้ฝึก​ยุทธปกติ​์ไม่ค่อยอยากจะทำหรอก

แต่สำหรับคนธรรมดา, มันกลับเป็นงานที่ทำกำไรมหาศาล…เพราะสำนักเทียนเซียวให้ค่าตอบแทนสูงมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับการคุ้มครองจากสำนักเทียนเซียวอีกด้วย​!

“แต่เดือนที่แล้ว, ศิลาวิญญาณที่ตระกูลตู้นำมาส่งกลับน้อยลงไปครึ่งหนึ่ง”

“จากรายงานของตระกูลตู้ พวกเขาบอกว่าทุกครั้งที่ขุดศิลาวิญญาณได้…พวกเขาก็จะถูกปล้น”

“เเละคนที่ลงมือ…เป็นสัตว์อสูร!”

“สัตว์​อสูร​ตัวนี้รวดเร็วมาก, พวกเขามองไม่ทันว่ามันเป็นตัวอะไร”

“แค่เห็นแสงวาบหนึ่ง คนงานเหมืองหลายคนก็ถูกไฟฟ้าช็อตตาย…เหลือไว้แค่ศพไหม้เกรียม” องครักษ์สิบสามเล่าเรื่องราวคร่าวๆ

“เป็นแบบนี้นี่เอง!”

“ภารกิจของพวกเราคือการกำจัดสัตว์อสูรตัวนั้นใช่ไหมครับ?”

“ใช่แล้ว!”

“แต่สัตว์อสูรตัวนี้ เจ้าเล่ห์มาก”

“มันลงมือมาหลายครั้ง ปล้นศิลาวิญญาณของเราไปเยอะ….แต่จนถึงตอนนี้ คนงานเหมืองก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไร”

“พวกเราแค่คาดเดาว่ามันน่าจะมีระดับพลังขอบเขต​หลอม​รวม​ลมปราณขั้นที่เก้าเป็นอย่างน้อย!” องครักษ์สิบสามอธิบาย​

“งั้นเราก็คงต้องไปตามหามันให้เจอก่อน!” หลินเสวียนยิ้ม

“ถูกต้อง….เอาล่ะ​, เรามาถึงแล้ว!”

ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน

องครักษ์สิบสามก็ชี้ไปที่ภูเขาลูกแล้วลูกเล่าที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง

ในภูเขา​เหล่านั้น, มีภูเขาบางลูกที่ถูกขุดจนกลวงไปแล้ว

ส่วนภูเขาบางลูก, ก็กำลังอยู่ในระหว่างการขุด

หลินเสวียนมองลงไปจากมุมสูง ก็เห็นคนงานเหมืองกำลังขุดแหล่งแร่อยู่ทั่วทุกทิศทาง!

“ไปกันเถอะ!”

“ศูนย์บัญชาการอยู่ทางนั้น!”

องครักษ์สิบสามชี้ไปที่บ้านเรือนหลังหนึ่ง และควบคุมนกอินทรีปีกสีเขียว บินไปพร้อมกับหลินเสวียน

……

“เซียน!”

“เซียนจากสำนักเทียนเซียวมาแล้ว!”

นกอินทรีปีกสีเขียวสองตัวร่อนลงมา พร้อมลมแรงพัดกระหน่ำ

ฉากนี้, ทำให้คนงานเหมืองหลายคนต่างก็ร้องตะโกนด้วยความเคารพ

คนงานเหมืองหลายคน, ถึงกับคุกเข่ากราบไหว้!

จากนั้น, ภายในบ้านเรือนก็มีคนวิ่งออกมายืนรอต้อนรับหลินเสวียนและองครักษ์สิบสามด้วยความเคารพ

“ฟุบ!”

“พวกข้า, คารวะท่านเซียน!”

เมื่อหลินเสวียนและองครักษ์สิบสามลงสู่พื้น, ทุกคนต่างก็โค้งคำนับ

“ใครเป็นผู้รับผิดชอบดูแล​ที่เเห่งนี้!”

องครักษ์สิบสามกวาดสายตามองทุกคนแล้วถาม

ท่าทางของเขาดูเย่อหยิ่ง​ ต่างจากตอนที่อยู่ที่ตระกูลหลินโดยสิ้นเชิง

“ตู้คง, คารวะท่านเซียนทั้งสอง!”

ท่ามกลางฝูงชน ชายชราคนหนึ่งที่สวมชุดหรูหรารีบเดินออกมทันที​

เขาค้อมศีรษะ, ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลเเละไม่กล้าสบตากับองครักษ์สิบสาม

เขาคือตู้คง…เจ้าบ้านตระกูลตู้!

“ตู้คง?”

“เจ้าน่าจะเป็นเจ้าบ้านตระกูลตู้!”

“ในเมื่อรู้ตั้งนานแล้วว่าจะมีสัตว์อสูรมาแย่งชิงศิลาวิญญาณ, ทำไมถึงไม่รีบรายงาน?”

องครักษ์สิบสามพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

แค่ประโยคเดียวของเขา, ก็ทำให้เจ้าบ้านตระกูลตู้เหงื่อตก!

“ตระกูลตู้ไร้ความสามารถ…ขอท่านเซียนอภัยให้ด้วย!”

ตู้คงรีบคุกเข่าลง

เเละคนที่อยู่ด้านหลังที่เห็นดังนั้นต่างก็รีบคุกเข่าตาม…เเละไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจ!

“ขอโทษแล้วจะได้อะไร?”

“พวกเจ้าทำให้ชื่อเสียง​สำนักเทียนเซียวของข้าเสียหาย…ตระกูลตู้ของพวกเจ้ารับผิดชอบไหวเหรอ?”

“ถ้าตระกูลตู้ทำไม่ได้ ก็ให้ตระกูลจ้าว ตระกูลหลี่มาทำแทน…ยังไงก็ต้องมีคนที่ทำได้”

องครักษ์สิบสามพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้า ข้าไม่กล้า!”

“ขอท่านเซียนอภัยให้ด้วย!”

“ถ้าหากเรื่องนี้ได้รับการแก้ไข ตระกูลตู้ของพวกเรายินดีมอบของกำนัลล้ำค่าเพื่อไถ่โทษ!”

ตู้คงก้มหน้าลงและโค้งคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าขององครักษ์สิบสามก็ผ่อนคลายลง

เขาหันไปมองหลินเสวียนและพูดว่า

“ไปขอร้องข้าก็ไม่มีประโยชน์, ครั้งนี้ ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เป็นผู้รับผิดชอบ”

“ขอท่านเซียนเมตตาด้วย!”

“ไม่ว่าท่านเซียนจะมีคำสั่งใด, ตระกูลตู้ของพวกเรายินดีทำตามอย่างเต็มที่!”

ตู้คงได้ยินดังนั้น, ก็รีบโค้งคำนับให้หลินเสวียนทันที​

“พอแล้ว!”

“รีบเล่าเรื่องราวโดยละเอียดมาเถอะ!”

หลินเสวียนพูดอย่างแผ่วเบา

“ขอบพระคุณท่านเซียน!”

ตู้คงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะพูดว่า

“สัตว์อสูรตัวนี้ มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย”

“ทุกครั้งที่พวกเราขุดศิลาวิญญาณได้…มันก็จะปรากฏตัวขึ้นทันที​”

“เช้าวันนี้, ก็มีศิลาวิญญาณถูกปล้นไปอีก…แถมยังมีคนงานเหมืองตายไปสามคน!”

ตู้คงพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น

“มีศิลาวิญญาณถูกปล้นไปอีกแล้วงั้นเหรอ?”

บนใบหน้าขององครักษ์สิบสามเผยความโกรธออกมา

ส่วนเรื่องที่คนงานเหมืองตาย… องครักษ์สิบสามไม่สนใจแม้แต่น้อย!

“ใช่ครับ!”

“แต่ครั้งนี้ไม่มาก​ แค่สามก้อนเท่านั้น!”

ตู้คงรีบพูดด้วยท่าทางหวาดกลัว

“ส่วนใหญ่แล้ว, มันเกิดเหตุที่ไหน?”

หลินเสวียนถามอย่างใจเย็น

“ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหมืองแถวนั้น!”

ตู้คงรีบชี้ไปที่ภูเขาลูกหนึ่ง, ที่ถูกขุดไปแล้วหนึ่งในสาม

“พาพวกเราไปยังจุดที่เกิดเหตุเมื่อเช้านี้!” หลินเสวียนพูดอย่างเฉยเมย

“ขอรับ!”

ตู้คงไม่กล้าลังเล

เขาลุกขึ้น…พาหลินเสวียนและองครักษ์สิบสาม มุ่งหน้าไปยังเหมืองที่เกิดเหตุ

จากนั้น​ไม่นานนัก!

หลินเสวียนและองครักษ์สิบสามก็มาถึงเหมืองที่เกิดเหตุ

บนภูเขานั้นมีอุโมงค์เหมืองมากมาย

ที่ปากทางเข้าอุโมงค์เหมืองแห่งหนึ่ง…มีศพไหม้เกรียมสามศพที่ยังไม่ได้รับการจัดการ

“เรียนท่านเซียน!”

“เมื่อเช้าเกิดเหตุในอุโมงค์เหมืองแห่งนี้!” ตู้คงพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น

“ไปกันเถอะ!”

“ลงไปดูข้างในกัน!”

หลินเสวียนพยักหน้า, จากนั้นก็เดินเข้าไปในอุโมงค์เหมือง

…….

ตลอดทาง…องครักษ์สิบสามพยายามสัมผัสร่องรอยของสัตว์อสูร แต่เขาก็ไม่พบอะไรเลย

“มันซ่อนตัวเก่งจริงๆ!” องครักษ์สิบสามขมวดคิ้ว

ทุกครั้งที่เขาทำภารกิจ สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดก็คือต้องเจอกับเรื่องแบบนี้

ต้องเสียเวลาและพลังงานเพื่อการตามล่าเป้าหมาย​!

“ลำบากท่านเซียนทั้งสองแล้ว!”

“จุดที่เกิดเหตุเมื่อเช้าอยู่ตรงนี้!”

ไม่นานนัก, เจ้าบ้านตระกูลตู้​ก็ชี้ไปที่บริเวณที่ไหม้เกรียมและพูดขึ้น

ตรงนี้​เป็นผนังเหมืองที่ถูกขุดไปแล้ว….เเต่ตอนนี้​มันยังมีร่องรอยไหม้เกรียมและยังคงมีกลิ่นอายของศิลาวิญญาณอยู่

“อืม!”

หลินเสวียนพยักหน้า, หยิบศิลาวิญญาณออกมาห้าก้อนและเริ่มปล่อยพลังปราณออกมา

“ตูม!”

หลินเสวียนที่เพิ่งจะปล่อยพลังปราณจากศิลาวิญญาณ​!

ทันใดนั้น, ภายในอุโมงค์เหมืองอีกแห่งก็มีรังสีเเห่งความเกรี้ยวกราดปะทุขึ้น!

จากนั้น…เงาร่างขนาดเท่าฝ่ามือก็พุ่งเข้าหาหลินเสวียนอย่างรวดเร็วพร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้า!

“หมัดสวรรค์ห้าสายฟ้า!”

“ตูม!”

หลินเสวียนเตรียมตัวไว้แล้ว เขาจึงปล่อยหมัดออกไปพุ่งชนแสงสว่างเจิดจ้านั้น!

ตูมมมมม!

หมัดของหลินเสวียนกระแทกเข้ากับร่างของสัตว์อสูร

ร่างของมันสั่นสะเทือนเเละปล่อยลำแสงสายฟ้าเจิดจ้าออกมา!

[หมัดสวรรค์ห้าสายฟ้าได้รับการชำระล้างจากสายฟ้า…เกิดความรู้สึกเข้า​ใจบางอย่าง!]

ในที่สุด!

โอกาสในการวิวัฒนาการของหมัดสวรรค์ห้าสายฟ้าก็มาถึงแล้ว!

………………

จบบทที่ บทที่ 64​ : โอกาสในการวิวัฒนาการของหมัดสวรรค์ห้าสายฟ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว