เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่​ 39 : ดาบที่เจ้าสำนัก​​ธาราไม่สามารถดึงออกมาได้!

บทที่​ 39 : ดาบที่เจ้าสำนัก​​ธาราไม่สามารถดึงออกมาได้!

บทที่​ 39 : ดาบที่เจ้าสำนัก​​ธาราไม่สามารถดึงออกมาได้!


บทที่​ 39 : ดาบที่เจ้าสำนัก​​ธาราไม่สามารถดึงออกมาได้!

ตูมมมมม!

หลินเสวียนใช้เพลิงบัวแดงในการควบเเน่​นน้ำยาสมุนไพรที่อยู่ภายในเตาหลอมโอสถสีเลือด!

ตอนนี้, หลินเสวียนค่อยๆเข้าใจเเล้วว่าผลของทักษะการปรุงโอสถสมบูรณ์​เป็นอย่างไร

ภายใต้ผลของการปรุงโอสถสมบูรณ์​…หลินเสวียนสามารถควบคุมอุณหภูมิของเพลิงบัวแดงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในตอนนี้ เพลิงโอสถดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของหลินเสวียน

ดังนั้น, การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างของน้ำยาสมุนไพรภายในเตาหลอมโอสถสีเลือดล้วนถูกหลินเสวียนควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบผ่านทางเพลิงโอสถ!

นอกจากนี้, หลินเสวียนยังสามารถมองเห็นกระบวนการทั้งหมดได้อย่าง​ชัดเจน​

ตั้งแต่น้ำยาสมุนไพรที่เป็นของเหลวในตอนแรกค่อยๆรวมตัวกันกลายเป็นโอสถทีละเม็ด

นี่คือกระบวนการปรุงโอสถที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ!

หนึ่งวัน!

สองวัน!

สามวัน!

หลินเสวียนใช้เวลาสามวันเต็มๆจึงสามารถ​ปรุงโอสถได้สำเร็จ

ทันใดนั้น, หลินเสวียนก็ยื่นมือออกมาตบเบาๆที่เตาหลอมโอสถสีเลือด!

ฝาเตาเปิดออก, จากนั้น​โอสถสิบสองเม็ดก็ลอยออกมาพร้อมกับเพลิงโอสถ ก่อนจะตกลงบนมือของหลินเสวียน

“สมบูรณ์แบบ!”

หลินเสวียนมองดูโอสถสิบสองเม็ดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี!

ผู้ปรุงโอสถแต่ละคนจะสามารถปรุงโอสถได้จำนวนไม่เท่ากันในหนึ่งเตา

ผู้ปรุงโอสถที่มีพรสวรรค์ต่ำหรือมีทักษะและการควบคุมเพลิงโอสถไม่คล่องแคล่ว…มักจะทำให้สรรพคุณทางยาสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก

คนพวกนั้น…การปรุงโอสถได้หนึ่งเม็ดต่อหนึ่งเตาถือว่าไม่เลวแล้ว!

การที่หลินเสวียนสามารถปรุงโอสถได้ถึงสิบสองเม็ดในหนึ่งเตา เป็นเพราะเขาหลอมรวมสรรพคุณทางยาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และดึงศักยภาพของเพลิงโอสถ​ออกมาได้จนถึงขีดสุด

[นายท่าน ข้าเก่งไหมล่ะ!]​

คัมภีร์เตาหลอมโลหิตเอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“เก่งมาก!”

หลินเสวียนยกนิ้วโป้งให้คัมภีร์​เตาหลอม​โลหิต​!

[นี่เป็นแค่การปรุงโอสถครั้งแรกของข้าเท่านั้น​]​

[ข้ารู้สึกว่าถ้าข้าได้ปรุงโอสถอีกสักสองสามครั้ง ได้สัมผัสกับผลของการปรุงโอสถสมบูรณ์​มากขึ้น…ข้าอาจจะเข้าใจอะไรมากกว่า​นี้​ก็ได้!]

คัมภีร์เตาหลอมโลหิตพึมพำกับตัวเอง

คัมภีร์เตาหลอมโลหิตรู้สึกว่าตนเองใกล้จะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว…แต่ก็ยังขาดอะไรไปอีกนิด

สิ่งนี้ทำให้คัมภีร์เตาหลอมโลหิตรู้สึกทรมานใจอย่างมาก!

“ไม่ต้องห่วง!”

“ในอนาคตเจ้ายังมีโอกาสปรุงโอสถอีกเยอะ!”

“แต่ตอนนี้ ข้าอยากจะลองดูว่าโอสถหลอมลมปราณนี้จะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง”

หลังจากพูดจบ, หลินเสวียนก็หยิบโอสถหลอมลมปราณขึ้นมาเม็ดหนึ่ง

โอสถหลอมลมปราณนี้มีขนาดเท่าปลายนิ้วโป้ง…มีสีใสแวววาว เเละบนพื้นผิวยังมีหมอกจางๆลอยอยู่

ดูรวมๆแล้วไม่ธรรมดาเลย

หลินเสวียนอ้าปากกลืนโอสถหลอมลมปราณลงไป!

“ตูม!”

ร่างกายของหลินเสวียนสั่นสะท้าน

สรรพคุณทางยาได้ไหลบ่าเเละพุ่งตรงไปทั่วร่างกายของหลินเสวียนอย่างรวดเร็ว​!

[ว้าว!]​

[รสชาติของโอสถ ช่างน่าหลงใหลจริงๆ!]​

[รสชาติไม่เลวไปกว่าศิลาวิญญาณเลย!]​

ทันทีที่หลินเสวียนกลืนโอสถลงไป วิชาฝึกปราณขั้นพื้นฐานก็ร้องตะโกน​อย่างตื่นเต้น​ทันที​

[วิชาฝึกปราณขั้นพื้นฐานดูดกลืน​โอสถเป็นครั้งแรก จึงเข้าสู่สภาวะ​หยั่งรู้…ทำให้สรรพคุณทางยาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!]

[วิชาระฆังทองคำอมตะ ดูดซับพลังของโอสถเป็นครั้งแรก​…ทำให้เข้าใจแก่นแท้ของความเป็นอมตะ​มากขึ้น, ผิวทองแดง​เเละกระดูกเหล็กกำลังเปลี่ยนแปลง!]

ภายในทะเลลมปราณของหลินเสวียน

กลุ่มก้อนลมปราณขนาดเท่าลูกท้อสามก้อน กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

พวกมันกำลังดูดซับสรรพคุณทางยาอย่างตะกละตะกลาม!

พลังปราณ​ที่อยู่ภายในโอสถหลอมลมปราณ ค่อยๆถูกหลอมรวมเข้าไปในทะเลลมปราณ…เพื่อเพิ่มพลังลมปราณของหลินเสวียนอย่างต่อเนื่อง

เเละโอสถนี้ยังส่งผลต่อวิชาระฆังทองคำอมตะอีกด้วย!

ก่อนหน้านี้ หลินเสวียนฝึกฝนจนบรรลุผิวทองแดง​เเละกระดูกเหล็ก

คมดาบและคมกระบี่ไม่อาจทำอันตรายเขาได้

ในตอนนี้ ร่างกายของหลินเสวียนกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ระดับที่สูงขึ้น!

“ตูมมมม!”

“ตูมมมม!”

“ตูมมมม!”

ไม่ถึงครึ่งวัน!

โอสถหลอมลมปราณหนึ่งเม็ดก็ถูกหลินเสวียนหลอมรวมจนหมด

เเละโอสถนี้ทำให้กลุ่มก้อนลมปราณภายในทะเลลมปราณของหลินเสวียนขยายใหญ่ขึ้นอย่างมาก!

พลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นนี้…บางส่วน​ถูกชี้นำโดยวิชาระฆังทองคำอมตะ, เพื่อ​หลอมรวมเข้าไปในร่างกายของหลินเสวียนอย่างต่อเนื่อง…เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขาอย่างมาก

[หมดแล้ว?]​

[ขาดอีกนิดเดียว!]​

[นายท่าน รีบกินโอสถอีกเม็ดเร็วเข้า ข้ารู้สึกว่าข้าใกล้สำเร็จวิชาแล้ว!]​

หลังจากที่หลอมรวมโอสถหลอมลมปราณหนึ่งเม็ด, วิชาระฆังทองคำอมตะก็ร้องขออีกครั้งด้วยความกระหาย

[“ใช่ๆๆ….นายท่าน ความรู้สึกที่พลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้มันยอดเยี่ยมมาก!]​

วิชาฝึกปราณขั้นพื้นฐานก็ร้องขอเช่นกัน​

“ไม่มีปัญหา!”

หลินเสวียนกลืนโอสถหลอมลมปราณลงไปอีกเม็ดทันที!

เม็ดที่สาม!

เม็ดที่สี่!

เม็ดที่ห้า!

……

สิบสองเม็ด!

หลินเสวียนฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาหกวันเต็มๆ

เขากลืนโอสถหลอมลมปราณทั้งสิบสองเม็ดลงไปจนหมด!

[วิชาฝึกปราณขั้นพื้นฐาน หลอมรวมโอสถหลอมลมปราณสิบสองเม็ดอย่างต่อเนื่อง…ทำให้พลังลมปราณของท่านเลื่อนระดับเป็นระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด!]

[วิชาระฆังทองคำอมตะ ภายใต้ผลของโอสถได้เปลี่ยนผิวทองแดง​เเละกระดูกเหล็ก…เป็นกายาอมตะขั้นต้น, พลังป้องกันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!]

[วิชาระฆังทองคำอมตะ เข้าใจแก่นแท้ของความเป็นอมตะอย่างถ่องแท้….ทำให้เข้าใจวิชาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เลื่อนระดับเป็นระดับสีเหลืองขั้นสูง!]

“วิชาระฆังทองคำอมตะ ก็เลื่อนระดับเป็นระดับสีเหลืองขั้นสูงแล้ว?”

หลินเสวียนรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย​

[นายท่าน พระน้อยมิได้ทำให้ท่านผิดหวังใช่หรือไม่?]​

[ไม่เหมือนกับบางคน ดูถูกคนอื่นไปทั่ว…สุดท้ายก็ติดอยู่แค่ระดับสีเหลืองขั้นกลาง ยังสู้พระน้อยที่เป็นคนพิการไม่ได้เลย!]​

ดูเหมือนว่าวิชาระฆังทองคำอมตะจะยังเคืองไม่หาย!

เห็นได้ชัดว่ามันยังจำได้ว่าวิชาดาบคลั่งสามวิถีเคยพูดว่ามันเป็นคนพิการ และดูถูกมัน

ตอนนี้วิชาระฆังทองคำอมตะแซงหน้าวิชาดาบคลั่งสามวิถีไปแล้ว มันจึงต้องพูดจาดูถูกกลับบ้างเป็นธรรมดา

[เจ้าพระขี้อวด!]​

วิชาดาบคลั่งสามวิถีพูดอย่างขุ่นเคือง

[พระร้อย, เจ้าพิโรธ​น้อย…พวกเราต่างก็เป็นผู้ช่วยของนายท่าน ไม่ต้องมาทะเลาะกันหรอก]

วิชาฝึกปราณขั้นพื้นฐานที่คิดว่าตัวเองเป็นพี่ใหญ่จึงรีบพูดไกล่เกลี่ย

[หึ…พวกเจ้าอย่าได้ใจกันไปหน่อยเลย!]​

วิชาดาบคลั่งสามวิถีพูดอย่างไม่พอใจ

จากนั้นเขาก็หันมาพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

[นายท่าน ถ้าท่านไม่ช่วยข้าหาดาบที่ดีกว่านี้….ข้าต้องแย่แน่ๆ!]​

ตอนนี้วิชาดาบคลั่งสามวิถีเริ่มร้อนใจแล้วจริงๆ!

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยเจ้าหาเอง!”

หลินเสวียนปลอบใจด้วยรอยยิ้ม

เรื่องนี้, เขาคิดว่าจะให้หลินเทียนช่วยหา

……..

“คุณชายสาม ท่านออกมาแล้ว!”

ทันทีที่หลินเสวียนก้าวออกจากห้อง เซียวจี๋เซียงที่มีรอยคล้ำใต้ตา…ก็เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ

หลินเสวียนปรุงโอสถสามวัน ฝึกฝนอีกหกวัน…รวมกันเป็นเก้าวัน

เซียวจี๋เซียงเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดเก้าวัน แทบจะไม่ไปไหน…ตอนนี้เขาใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว

“อืม!”

“เจ้าลำบากมากแล้ว”

หลินเสวียนตบไหล่ของเซียวจี๋เซียงเบาๆพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไรครับ!”

“แต่ข้าก็เกือบจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ”

เซียวจี๋เซียงหาวออกมา, แสดงให้เห็นว่าเหนื่อยมากจริงๆ

“จริงสิ เซียวจี๋เซียง….เจ้าเคยได้ยินไหมว่าในเมืองหลางหยาของเรามีดาบดีๆบ้างใหม?”

“ยิ่งเป็นดาบที่เซียนเคยใช้ยิ่งดี!” หลินเสวียนถามเข้าประเด็น​

เซียวจี๋เซียงเป็นแหล่งข่าวที่มีชื่อเสียง

เขารู้เรื่องในเมืองหลางหยาดีกว่าหลินเสวียนเสียอีก

เรื่องของเมืองหลางหยา…ถามเขาย่อมไม่ผิด

“ดาบที่เซียนเคยใช้?”

“ในเมืองหลางหยาไม่มีหรอกครับ”

“แต่ข้าเคยได้ยินมาว่า สำนักธารามีดาบเล่มหนึ่งที่มหัศจรรย์มาก”

“มันถูกปักอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ที่หน้าประตูสำนักธารา”

“แม้แต่เจ้าสำนักธาราก็ยังดึงดาบเล่มนั้นออกมาไม่ได้!”

ทันใดนั้น, ดวงตาของเซียวจี๋เซียงก็เป็นประกาย

……………………

จบบทที่ บทที่​ 39 : ดาบที่เจ้าสำนัก​​ธาราไม่สามารถดึงออกมาได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว