- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 151 - การประจบประแจงจากผู้อำนวยการหลาน
บทที่ 151 - การประจบประแจงจากผู้อำนวยการหลาน
บทที่ 151 - การประจบประแจงจากผู้อำนวยการหลาน
"เมื่อครู่ผมยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ ตั้งนาน กะว่าจะดูพฤติกรรมของพนักงานเสียหน่อย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะกล้าล่วงเกินคุณเยี่ย สมควรตายจริงๆ!" หลานเยี่ยนกล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประดา
กลุ่มไทยมุง ตลอดจนพนักงานร้านเสวี่ยเฟิ่งหวงต่างพากันแตกตื่นในทันที!
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า ผู้อำนวยการหลานผู้สูงส่งในใจพวกเขา จะแสดงท่าทีนอบน้อมต่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งถึงเพียงนี้!
สรุปแล้วเด็กหนุ่มคนนี้มีภูมิหลังยังไงกันแน่? หรือว่าจะเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงที่ปลอมตัวเป็นคนธรรมดามาลองใช้ชีวิต?
ผู้จัดการร้านคนนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัวรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ขาทั้งสองข้างแทบจะสั่นเป็นเจ้าเข้า!
เด็กหนุ่มฝั่งตรงข้ามที่สามารถทำให้หลานเยี่ยนนอบน้อมได้ขนาดนี้ จะเป็นแค่คนธรรมดาไปได้อย่างไร!
ส่วนคู่สามีภรรยาร่างอ้วนคู่นั้น นับตั้งแต่ตอนที่หลานเยี่ยนเปิดเผยตัวตน พวกเขาก็หัวเราะไม่ออกอีกต่อไป
ในสายตาของนักธุรกิจระดับหัวกะทิอย่างหลานเยี่ยน ฐานะของพวกเขาทั้งสองคนนั้นไร้ค่าราวกับเศษฝุ่น!
เยี่ยหงมองคนตรงหน้าพลางถามด้วยความสงสัย "คุณรู้จักผมด้วยเหรอ?"
หลานเยี่ยนค้อมเอวต่ำลงไปอีก "ผู้จัดการเยี่ยนี่ชอบพูดเล่นจริงๆ ชื่อเสียงของคุณกับร้านเยี่ยสือโด่งดังจนสะเทือนเลือนลั่น แม้แต่ท่านประธานของเรายังพูดถึงอยู่บ่อยๆ แล้วหลานคนนี้จะไม่รู้จักได้อย่างไรครับ?"
ร้านเยี่ยสือ!
เมื่อได้ยินสองคำนี้ บริเวณนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วขณะ!
ในย่านการค้าตงเจียโข่วตอนนี้ คุณจะบอกว่าไม่รู้จักอานีหม่า หรือต้าหมี่ หรือบริษัทชื่อดังอื่นๆ ก็ได้ แต่จะบอกว่าไม่รู้จักร้านเยี่ยสือไม่ได้เด็ดขาด!
ร้านอาหารแห่งนี้ ได้สร้างปาฏิหาริย์ด้านยอดขายในย่านการค้าตงเจียโข่วตลอดช่วงวันหยุดยาววันชาติเจ็ดวันที่ผ่านมา!
ผู้คนที่มายืนต่อคิวรอร้านเยี่ยสือเปิดในแต่ละวัน ยาวเหยียดตั้งแต่หัวถนนตงเจียโข่วไปจนถึงท้ายถนน!
แม้แต่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของอำเภออันหมิง ก็ยังรายงานข่าวเกี่ยวกับร้านมหัศจรรย์แห่งนี้
แล้วตอนนี้ผู้จัดการร้านแห่งนี้ก็มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาตัวเป็นๆ จะไม่ให้ทุกคนตกใจได้อย่างไร!
โดยเฉพาะผู้จัดการร้านเสวี่ยเฟิ่งหวงคนนั้น เขายิ่งเผยรอยยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าคำพูดของหลานเยี่ยนหมายความว่ายังไง เยี่ยหงคือคนที่เขาไม่ควรไปแหยมด้วยจริงๆ!
ด้วยฐานะและความสามารถของอีกฝ่าย การจะจัดการเขาก็เป็นแค่เรื่องของคำพูดไม่กี่คำ
น่าขันที่เมื่อครู่เขายังกล้าไปเยาะเย้ยอีกฝ่าย ในใจของคนคนนั้น เขาคงไม่ต่างอะไรกับตัวตลกกระโดดไปมาสินะ?
หลานเยี่ยนกล่าวด้วยความนอบน้อมต่อไปว่า "คุณเยี่ยครับ ได้ยินมาว่าหานปี้เฉวียนมีแผนความร่วมมือกับบริษัทของคุณ เสวี่ยเฟิ่งหวงของเราในฐานะหนึ่งในสิบองค์กรเสื้อผ้าสตรีชั้นนำของประเทศเหยียน มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือไม่ด้อยไปกว่าหานปี้เฉวียนเลย ท่านประธานจึงส่งผมมาที่อำเภออันหมิงเป็นการเฉพาะเพื่อหารือเรื่องแผนความร่วมมือกับคุณ ไม่ทราบว่าคุณเห็นว่า..."
ต่อไมตรีจิตที่หลานเยี่ยนหยิบยื่นให้ เยี่ยหงกลับมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
หลานเยี่ยนหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย เขาพยายามคาดเดาความคิดในใจของเยี่ยหงอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับขันทีในสมัยโบราณที่พยายามเดาพระทัยฮ่องเต้
เขากลอกตาไปมาเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือเรียกผู้จัดการร้านคนนั้นเข้ามา "นาย เดี๋ยวไปยกเลิกสถานะซูเปอร์ VIP ของสองคนนั้นซะ เสวี่ยเฟิ่งหวงของเราไม่ต้องการลูกค้า VIP ที่มาดูถูกพนักงานของเราแบบนี้!"
สิ่งที่เขาชี้ไป ก็คือคู่สามีภรรยาร่างอ้วนคู่นั้น
"ครับ!" ผู้จัดการร้านไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้ เขารีบพยักหน้าระรัวด้วยร่างกายที่สั่นเทา
"คุณเยี่ยครับ จัดการแบบนี้ คุณพอใจไหมครับ?" หลานเยี่ยนรีบหันไปฉีกยิ้มประจบเยี่ยหงทันที
ทว่าสีหน้าของเยี่ยหงกลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ปรายตามองผู้จัดการร้านคนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย
หลานเยี่ยนเข้าใจความหมายได้ในทันที
เขาหันไปสั่งผู้จัดการร้านคนนั้นอีกประโยค "อ้อ แล้วก็ หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จ ก็ไปทำเรื่องลาออกของตัวเองซะด้วยนะ"
เพื่อประจบเยี่ยหง ตอนนี้หลานเยี่ยนยินดีทำทุกอย่าง นับประสาอะไรกับการแค่ไล่ผู้จัดการร้านออกคนเดียว
ผู้จัดการร้านคนนั้นถึงกับหน้ามืด ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างในฉับพลัน
ส่วนคู่สามีภรรยานั้นยิ่งมีสีหน้าลุกลี้ลุกลน "ไม่นะ! คุณจะทำแบบนี้กับพวกเราไม่ได้!"
"พ...พวกเราผิดไปแล้ว ได้โปรดอย่าริบสถานะซูเปอร์ VIP ของพวกเราคืนไปเลยนะ!"
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะอ้อนวอนอย่างไร หลานเยี่ยนก็เอาแต่มองด้วยสายตาที่เย็นชา
(จบแล้ว)