- หน้าแรก
- วันพีซ เพลเยอร์มายคราฟต์
- บทที่ 121 บางสิ่งที่ขวางทาง
บทที่ 121 บางสิ่งที่ขวางทาง
บทที่ 121 บางสิ่งที่ขวางทาง
เหล่าพ่อค้าไม่ใช่กลุ่มเดียวที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ภายในเวลาไม่กี่วัน ทั้งเครือข่ายข่าวกรองของไซเฟอร์โพลและตัวรัฐบาลโลกเองก็ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในอลาบาสต้า
ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องการลบสนามแม่เหล็ก แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น สุนทรพจน์ของวีวี่เกี่ยวกับสาธารณรัฐ เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน...
รายงานของ CP ระบุชัดเจนว่าอุดมการณ์ใหม่นี้กำลังจะหลุดจากการควบคุม
ณ ห้องแห่งอำนาจที่แมรี่จัวส์ ห้าผู้เฒ่าได้รวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์นี้
“เรื่องนี้จะปล่อยให้ดำเนินต่อไปไม่ได้”
เซนต์เจย์การ์เซีย ซาตูร์น พูดขณะตรวจสอบรายงานข่าวกรองที่กระจายอยู่บนโต๊ะ
“หากเราปล่อยให้แนวคิดเหล่านี้หยั่งรากลึก...”
“เราจำเป็นต้องดับเปลวไฟนี้ก่อนที่มันจะลุกลาม”
เซนต์มาร์คัส มาร์ส เห็นด้วย
“บรรทัดฐานที่อลาบาสต้าได้สร้างขึ้นนั้นอันตราย อาณาจักรอื่นๆ อาจจะเริ่มเกิดแนวคิดแบบเดียวกัน”
มติเป็นเอกฉันท์ ห้าผู้เฒ่าทั้งห้าคนเห็นพ้องต้องกันว่าจำเป็นต้องดำเนินการบางอย่างกับสาธารณรัฐอลาบาสต้าที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังเริ่มวางแผนรับมือ เจ้าหน้าที่ CP คนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับรายงานด่วน
“เราได้รับการยืนยันจากหลายแหล่งข่าว… สนามแม่เหล็กของอลาบาสต้าได้หายไปอย่างสมบูรณ์แล้วครับ”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
เซนต์เจย์การ์เซีย ซาตูร์น เงยหน้าขึ้นมองอย่างเฉียบขาด
“หายไปงั้นรึ… หมายความว่ายังไง?”
“เรือลำใดก็ตามที่พยายามนำทางไปยังอลาบาสต้าโดยใช้ล็อกโพสถาวรหรือล็อกโพสจะพบว่าเครื่องมือของพวกเขานั้นไร้ประโยชน์ หนทางเดียวที่จะเข้าถึงอาณาจักรได้ในตอนนี้คือผ่านทางบีเบิ้ลการ์ดเท่านั้นครับ”
ห้าผู้เฒ่าสบตากัน
“เกาะบนแกรนด์ไลน์สูญเสียร่องรอยสนามแม่เหล็กไปงั้นรึ?”
เซนต์มาร์คัส มาร์ส พูดอย่างช้าๆ
“มีเพียงคำอธิบายเดียวสำหรับเรื่องนั้น… การถูกทำลายล้างจนสิ้นซาก”
เซนต์อีธานบารอน วี. นาสูจูโร่ พยักหน้าอย่างเคร่งเครียด
“นี่มันแตกต่างจากบัสเตอร์คอล เมื่อเราทิ้งระเบิดใส่เกาะ ผืนแผ่นดินยังคงอยู่ สนามแม่เหล็กยังคงดำรงอยู่ เราก็แค่ปกปิดซากปรักหักพังนั้นว่าเป็นดินแดนรกร้างที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ แต่ถ้าหากตัวสนามแม่เหล็กเองหายไปเลย…”
พวกเขาทั้งหมดล้วนคิดถึงความเป็นไปได้เดียวกัน หากท่านอิมเป็นผู้ลงมือด้วยตัวเอง พวกเขาก็ควรจะได้รับแจ้งก่อนไม่ใช่หรือ?
“เล่าทุกอย่างมาให้เราฟัง”
เซนต์เจย์การ์เซีย ซาตูร์น ออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่ CP
เจ้าหน้าที่เริ่มรายงานรายละเอียด สรุปไม่เพียงแค่ข่าวกรองที่ได้รับการยืนยัน แต่ยังรวมถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดไปตามเครือข่ายการค้า เขาเน้นย้ำถึงทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุดเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้
เมื่อเขาพูดจบ เซนต์เจย์การ์เซีย ซาตูร์น ก็โบกมือไล่เขาไป
“แกไปได้แล้ว ข้อมูลนี้จะต้องอยู่แค่ในห้องนี้เท่านั้น”
เมื่อพวกเขาอยู่กันตามลำพังอีกครั้ง เซนต์มาร์คัส มาร์ส ก็หันไปหาเขา
“แม้แต่เวก้าพังค์ก็ไม่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้สำเร็จหรอก”
เซนต์เจย์การ์เซีย ซาตูร์น พยักหน้าอย่างจริงจัง
“ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียวที่สามารถทำให้เกิดเรื่องนี้ได้ก็คือตัวกินเกาะ และถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ…”
เมื่อตัวกินเกาะกลืนกินสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง มันจะทิ้งไว้เพียงดินแดนรกร้างว่างเปล่าที่ปราศจากทรัพยากร สิ่งมีชีวิต และร่องรอยสนามแม่เหล็ก แต่อลาบาสต้าไม่ได้ถูกทำลาย มันยังคงอยู่ที่นั่น เพียงแค่… มองไม่เห็นจากการนำทางเท่านั้น
คำอธิบายหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังค่อยๆ กลืนกินโลกทีละชิ้นๆ ลบเกาะต่างๆ ออกจากเครือข่ายสนามแม่เหล็กของแกรนด์ไลน์โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้
“เราควรจะไปปรึกษาท่านอิมเรื่องนี้ดีไหม?”
เซนต์ท็อปแมน วอลคิวรี ถามขึ้น
เขาเป็นผู้อนุมัติปฏิบัติการเบื้องต้นที่มุ่งเป้าไปที่อลาบาสต้า และตอนนี้เขาก็รู้สึกรับผิดชอบต่อผลลัพธ์อันแปลกประหลาดนี้ ความคิดกวนใจที่ว่ามีบางสิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของพวกเขากำลังทำงานอยู่นั้นปฏิเสธที่จะออกไปจากหัวของเขา
ห้าผู้เฒ่าอีกสี่คนที่เหลือมองมาที่เขาราวกับว่าเขาเพิ่งจะเสนอให้พวกเขาเดินกระโดดหน้าผาตาย
“มองแบบนั้นหมายความว่ายังไง?”
เซนต์อีธานบารอน วี. นาสูจูโร่ แคะไค้
“ถึงแม้สถานการณ์นี้จะแปลกประหลาดแค่ไหน แต่การที่เกาะสูญเสียสนามแม่เหล็กก็เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเกินกว่าจะเอาไปกวนใจท่านอิม ถ้าคุณกังวลนัก ก็เชิญไปรบกวนท่านด้วยตัวเองเถอะ”
คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย แสดงจุดยืนของพวกเขาอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
เซนต์ท็อปแมน วอลคิวรี กรอกตา พวกเขาทั้งห้าคนล้วนครอบครองตราประทับที่ท่านอิมมอบให้ มันคือความเชื่อมโยงพิเศษที่ช่วยให้สามารถสื่อสารทางโทรจิตภายในกลุ่มได้ แต่เนื่องจากอารมณ์และความคิดมักจะรั่วไหลผ่านการสื่อสารแบบนั้น พวกเขาจึงแทบจะไม่ใช้มันเลยหากไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองที่ต้องรักษาเอาไว้
แม้จะไม่ได้ใช้การเชื่อมต่อทางจิต เขาก็เข้าใจดีว่าเพื่อนร่วมงานของเขากำลังคิดอะไรอยู่ พวกเขาทุกคนเคารพรักท่านอิมอย่างสุดซึ้ง แต่พวกเขาก็หวาดกลัวท่านเช่นกัน ไม่มีใครอยากเสี่ยงสูญเสียตำแหน่ง หรือที่แย่กว่านั้นคือชีวิตของพวกเขา โดยการไปรบกวนท่านด้วยเรื่องที่อาจกลายเป็นว่าไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย
“ตกลง”
เซนต์ท็อปแมน วอลคิวรี ยอมจำนน
“ถ้ามันไม่ใช่วิกฤตครั้งใหญ่ เราก็จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอันน่าอึดอัด พวกเขาตั้งใจมารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีกดทับอุดมการณ์ใหม่ที่อันตรายของอลาบาสต้าโดยเฉพาะ แต่สถานการณ์สนามแม่เหล็กกลับทำให้ทุกอย่างปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด ตอนนี้ไม่มีใครอยากจะเป็นคนแรกที่เสนอแนวทางปฏิบัติเลย
การเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดคือการไปปรึกษาท่านอิมด้วยกันทั้งหมด แต่ก็ไม่มีใครเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาอีก
พวกเขาไม่แม้แต่จะใช้การเชื่อมต่อทางโทรจิตเพื่อหารือกันเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ
ในที่สุด เซนต์ท็อปแมน วอลคิวรี ก็ทำลายความชะงักงันลง
“ในเมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะยืดเยื้อเรื่องนี้ออกไปอีก เรามาจัดการกับอลาบาสต้าในแบบเดียวกับที่เราเคยจัดการกับกองทัพปฏิวัติในอดีตก็แล้วกัน ปิดบังข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการหายไปของสนามแม่เหล็ก จัดให้เป็นความลับขั้นสูงสุด และส่งหน่วย CP ไปยังเกาะโดยรอบเพื่อจับตาดูสถานการณ์”
“เห็นด้วย”
ผู้เฒ่าอีกสี่คนพูดขึ้นพร้อมกัน
“แล้วเรื่องของครอคโคไดล์ล่ะ?”
เซนต์ท็อปแมน วอลคิวรี พูดต่อ
“เราจะเอายังไงกับเขาดี?”
คนอื่นๆ สบตากัน เซนต์อีธานบารอน วี. นาสูจูโร่ พูดขึ้นก่อน
“เขาเลิกเชื่อฟังคำสั่งแล้ว ถึงเวลาต้องกำจัดทิ้ง เพิกถอนสถานะเจ็ดเทพโจรสลัดของเขาทันที และแจ้งเซ็นโงคุให้จับกุมตัวครอคโคไดล์ให้เร็วที่สุด”
ไม่มีใครคัดค้าน ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นเพียงหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด ซึ่งสามารถหาคนมาแทนที่ได้อย่างง่ายดายหากเขาหมดประโยชน์ หากเครื่องมือพัง คุณก็แค่หาอันใหม่มาแทนที่เท่านั้น
ตัดกลับมาที่อลาบาสต้า ผลพวงของการลบสนามแม่เหล็กกำลังดำเนินไปในทิศทางที่แตกต่างจากที่รัฐบาลโลกคาดการณ์ไว้มาก
แม้ว่าสนามแม่เหล็กจะหายไป แต่ความโกลาหลที่เกิดขึ้นก็ยังคงอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ แม้แต่ในหมู่ผู้ที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเก็บเป็นความลับด้วยเหตุผลของตนเอง
แต่เรื่องธุรกิจล่ะ? ธุรกิจกำลังเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่มีแม้กระทั่งช่วงเวลาแห่งการปรับตัวหรือความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจที่มักจะตามมาจากเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้ตามปกติ การค้าขายกลับกำลังเพิ่มขึ้นต่างหาก
เมื่อโตโต้และโคบราทราบถึงผลลัพธ์เหล่านี้ ทั้งคู่ก็รู้สึกประหลาดใจ
“ดูเหมือนว่าพวกพ่อค้าจะมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมจริงๆ”
โตโต้พูด เขาเกษียณจากการค้าขายมาหลายปีแล้ว แต่สายตาในการมองแนวโน้มธุรกิจของเขายังไม่ทื่อลงเลย
“พวกเขามองเห็นโอกาสในทันที”
โคบราพยักหน้า เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นจากการหายไปของสนามแม่เหล็กจะคลี่คลายลงอย่างราบรื่น หรือสร้างผลกำไรได้มากขนาดนี้
ถึงกระนั้น เขาก็ยังมีความกังวล
“มีความเสี่ยงที่พวกพ่อค้าจะมีอำนาจมากเกินไปในอนาคต ชั้นคงต้องไปหารือเรื่องกรอบข้อบังคับกับโคซ่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาด”
ตอนนั้นเอง พวกเขาก็ได้รับแจ้งว่ากลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้เดินทางมาถึงยูบาแล้ว
เมืองโอเอซิสที่เคยรกร้างว่างเปล่าได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยความช่วยเหลือของมาร์คัสในการบูรณะ ยูบาในตอนนี้จึงดูใหม่เอี่ยม
โคบราสังเกตเห็นลูกเรือกำลังเดินเข้ามาและโบกมือให้กับวีวี่ที่เดินนำอยู่หน้าสุดของกลุ่ม
เธอเดินเข้ามาหาเขา และชั่วครู่หนึ่ง ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ในที่สุดเธอก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง
“ท่านพ่อคะ ถึงเวลาแล้ว พวกเรากำลังจะออกเดินทางค่ะ”
โคบราไม่ได้ประหลาดใจ เขารู้ดีว่าวันนี้จะต้องมาถึงตั้งแต่วินาทีที่เขาเห็นเธอหัวเราะกับเพื่อนใหม่ของเธอที่พระราชวัง แต่การรับรู้บางสิ่งกับการได้สัมผัสมันจริงๆ นั้นเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันมาก
เขาอ้าปาก สุนทรพจน์นับสิบที่เขาซักซ้อมไว้ในใจพรั่งพรูเข้ามาในหัว คำพูดเกี่ยวกับหน้าที่ การรักษาความปลอดภัย และการที่เขาจะคิดถึงเธอมากแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เขาพูดออกไปมีเพียง
“ถ้าลูกเหนื่อย ก็พักซะ อย่าฝืนตัวเองมากเกินไปล่ะ”
“จะไม่ทำแบบนั้นค่ะ”
เมื่อไม่ได้ยินคำพูดโน้มน้าวใดๆ ให้อยู่ต่อ วีวี่ก็ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ พูดตามตรง เดิมทีเธอวางแผนที่จะจากไปโดยไม่บอกลา เธอไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถรักษาความแน่วแน่ในการออกเรือได้หรือไม่หากท่านพ่อขอให้อยู่ต่อ ความเย้ายวนใจที่จะยอมโอนอ่อนตามนั้นคงจะรุนแรงจนเกินต้านทาน
แต่มาร์คัสได้หยุดเธอไว้เมื่อเธอพูดถึงแผนการนั้น
“คุณพ่อของเธออาจจะไม่คัดค้านเรื่องที่เธอจะออกทะเลหรอกนะ”
เขาบอก
“เหมือนกับตอนที่เธอเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านนั่นแหละ เขาอาจจะกำลังรอให้เธอบอกลาอย่างเป็นทางการอยู่ก็ได้ เขาคงเตรียมใจที่จะปล่อยเธอไปเรียบร้อยแล้วล่ะ”
คำพูดเหล่านั้นมอบความกล้าให้เธอเผชิญหน้ากับช่วงเวลานี้
และเขาก็พูดถูก เมื่อมองดูใบหน้าของท่านพ่อในตอนนี้ เธอสามารถเห็นได้เลยว่าเขายอมรับในการตัดสินใจของเธอได้อย่างสงบแล้ว
การจากลาของพวกเขาเป็นไปอย่างเรียบง่าย แทบจะเรียกได้ว่าชิลๆ เหมือนกับการบอกลาก่อนออกไปทานอาหารค่ำกับเพื่อนๆ มากกว่าการเริ่มต้นการเดินทางข้ามแกรนด์ไลน์
“ตอนที่กลับมา จะเอาของฝากมาให้นะคะ!”
วีวี่ตะโกนบอก พลางโบกมือจากลูกกรงเรือขณะที่เรือโกอิ้งเมอร์รี่เริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่า
โคบราโบกมือกลับ มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขาแม้ว่าน้ำตาจะเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาก็ตาม
ข้างกายเขา โตโต้ยืนอยู่เคียงข้าง กำลังมองดูเรือที่กำลังจากไปเช่นกัน
“เธอจะไม่เป็นไรหรอก เธออยู่กับคนดีๆ แล้ว”
เขาพูดเบาๆ
“ชั้นรู้ นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ชั้นสามารถปล่อยเธอไปได้”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═