เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 หลิวกั๋วเฉียง ฉันไม่เอานายแล้ว

บทที่ 18 หลิวกั๋วเฉียง ฉันไม่เอานายแล้ว

บทที่ 18 หลิวกั๋วเฉียง ฉันไม่เอานายแล้ว


บทที่ 18 หลิวกั๋วเฉียง ฉันไม่เอานายแล้ว

 

"แต่พอฉันทุ่มเทให้จนหมดหน้าตัก ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าทั้งหมดนี่เป็นแค่การคิดไปเองฝ่ายเดียว

ผีเสื้อยอมปีกหักเป็นหมื่นครั้งเพื่อดอกไม้ผลิบาน ความยึดติดของฉันก็ทำให้ตัวเองเจ็บปวดสะบักสะบอมเหมือนกัน แต่มันก็ทำให้ตาสว่างเห็นความจริงเสียที

ความชอบของนายมันเสแสร้งกันได้ แต่ความรักของนายมันโกหกไม่ได้หรอก

หลิวกั๋วเฉียง ฉันไม่เอานายแล้ว

ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ ฉันหวังว่านายจะมีสายลมเย็นพัดผ่านยอดเขา มีแสงจันทร์กระจ่างคอยชโลมใจ

ส่วนอนาคตของฉันนับจากนี้ ท้องฟ้าจะสว่างไสว แค่เงยหน้าก็มองเห็นแสงตะวันได้แล้ว"

ทันทีที่ทุกคนได้ยิน ต่างก็พากันตกตะลึงกับฝีปากอันคมคายของมู่เสี่ยวเฉ่า

นี่มันใช่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของสาวชาวบ้านจริงงั้นเหรอ?

แถมยังมีเรื่องเงินห้าสิบหยวนนั่นอีก!

หูลี่ลี่สูบเงินไปเดือนละห้าสิบหยวน แถมยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจิปาถะในบ้านพวกนั้นด้วย

หลายปีมานี้ หูลี่ลี่เกาะสูบเลือดสูบเนื้อหลิวกั๋วเฉียงไปไม่น้อยเลยนะเนี่ย

พอมาถึงตอนนี้ ทุกคนยิ่งมองหูลี่ลี่ก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอเป็นนางจิ้งจอกปิศาจ ที่ทำเอาหลิวกั๋วเฉียงหลงจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น

"เธอพูดว่าอะไรนะ?"

หลิวกั๋วเฉียงพลันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่หัวใจ

"เธอ... เธอไม่เอาฉันแล้วเหรอ?"

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่สาวชาวบ้านคนนี้มีฝีปากกล้าได้ขนาดนี้!

"คุณอาของฉันไม่เอานายแล้วน่ะสิ แล้วก็ขอบใจนายด้วยนะที่ไม่เห็นค่าคุณอา

นายไม่ทะนุถนอมคุณอา ก็ต้องมีคนที่ดีกว่ามาคอยอยู่เคียงข้างและดูแลปกป้องคุณอาอยู่แล้ว

คุณอาคะ ไปกันเถอะ เราเข้าบ้านกัน อย่าไปเปลืองน้ำลายกับพวกคนน่ารังเกียจพวกนี้เลย"

หลิวกั๋วเฉียงมองมู่เสี่ยวเฉ่าที่กำลังส่งยิ้มกว้างให้ฉินซู่อย่างเหม่อลอย

ปกติเธอเอาแต่เงียบขรึมและหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา

แต่ทว่ามู่เสี่ยวเฉ่าในเวลานี้ มุมปากกลับยกยิ้ม ดวงตากลมโตเปล่งประกาย แฝงไปด้วยความสดใสร่าเริงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำเอาเขาถึงกับมองตาค้างไปชั่วขณะ

ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน เธอดูขาวขึ้นมาก ผมม้าที่เคยปรกหน้าปรกตาจนดูอึดอัดก็หายไป ถูกหวีเสยขึ้นไปติดกิ๊บไว้ เผยให้เห็นหน้าผากมนเกลี้ยงเกลา

ถ้าไม่ติดว่าใส่เสื้อผ้าเก่าซอมซ่อมอตอ หน้าตาแบบนี้ดูสวยกว่าหูลี่ลี่เสียด้วยซ้ำ

หึ ยิ้มหวานขนาดนี้ จะมาขอหย่ากับเขาได้ยังไง?

ไอ้ที่บอกว่าไม่เอาเขาแล้ว ก็คงแค่พูดประชดประชันไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ หรอก

ฉินมู่หยางปรายตามองหลิวกั๋วเฉียงที่เผยแววตาตะลึงงันออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาเม้มริมฝีปากบาง ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เดินตามเข้าไป

ดูท่าคงต้องไปหาผู้การหวังเสียหน่อยแล้ว จะได้ช่วยให้มู่เสี่ยวเฉ่าหลุดพ้นจากขุมนรกนี้โดยเร็ว

แบบนี้ ความปรารถนาของเขาเองก็จะได้เป็นจริงเสียที

"คุณอาเล็ก วันนี้ทำไมถึงมีเวลาว่างกลับมาได้คะเนี่ย?"

แถมยังช่วยแก้สถานการณ์ให้คุณอามู่ได้อีกด้วย

"กลับมาเอาหนังสือสองเล่มน่ะ"

ฉินมู่หยางกวาดสายตามองมู่เสี่ยวเฉ่าที่ยังจำเขาไม่ได้ผ่านๆ ก่อนจะตีหน้าขรึมเดินเข้าห้องหนังสือไป

ดูเหมือนฉินซู่จะชินชากับใบหน้าเย็นชาของคุณอาเล็กแล้ว จึงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติอะไร เพียงแค่ตะโกนไล่หลังคุณอาเล็กไปว่า "คุณอาเล็ก ตอนเย็นอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะคะ ฝีมือทำกับข้าวของคุณอาหนูอร่อยมากเลยนะ"

มู่เสี่ยวเฉ่าหลุดขำ ก่อนจะลูบหัวเล็กๆ ของเธอเบาๆ

"ได้สิ ตอนเย็นฉันจะหุงข้าวเผื่ออีกชามนะ"

พอฉินมู่หยางอ้อยอิ่งเดินออกจากห้องหนังสือ ก็เห็นบนโต๊ะอาหารมีกับข้าวสามอย่างและซุปหนึ่งอย่างวางเรียงรายอยู่แล้ว

อาหารจานหลักคือข้าวสวย ส่วนกับข้าวมีหมูผัดผักกาดขาว ปลาต้มแผ่น ผัดผักกวางตุ้ง แล้วก็มีซุปไข่ใส่มะเขือเทศกับผักโขมอีกหนึ่งชามใหญ่

สีสัน หน้าตา และกลิ่นหอมมาครบ ดูน่าทานสุดๆ

"นี่เธอทำเองทั้งหมดเลยเหรอ?"

ฉินมู่หยางถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

"ใช่ค่ะ ในครัวมีปลาอยู่ ฉันก็เลยทำกับข้าวง่ายๆ สองสามอย่าง คุณลองชิมดูสิคะ"

มู่เสี่ยวเฉ่าไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด

ถึงผู้ชายคนนี้จะดูเย็นชาไปบ้าง แต่เธอกลับรู้สึกว่าเขาเป็นพวกภายนอกเย็นชาแต่ภายในอบอุ่น เธอจึงไม่รู้สึกกลัวเขาเลย

ไม่เห็นเหรอว่าขนาดหลิวกั๋วเฉียงเจอหน้าฉินมู่หยางยังแอบผวาเลย?

ถึงจะไม่กลัว แต่เธอก็ไม่ได้จ้องหน้าฉินมู่หยางตรงๆ

ยังไงเธอก็เป็นแค่แขก การไปจ้องหน้าเจ้าบ้านมันเป็นพฤติกรรมที่ไม่เสียมารยาทอย่างยิ่ง

 

มู่เสี่ยวเฉ่าทำงานบ้านจนชินแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็คล่องแคล่วไปหมด

ฉินซู่ยกมือขึ้นปิดปากแอบหัวเราะคิกคัก

คุณอาเล็กผู้ไม่เคยสนใจโลกของเธอ แอบลอบมองคุณอามู่ตั้งหลายรอบแน่ะ

"คุณอา เดี๋ยวหนูตักซุปให้นะคะ"

ฉินซู่อารมณ์ดีสุดๆ

ในที่สุดเธอก็ทำภารกิจที่คุณอาเล็กมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงเสียที

ฉินมู่หยางรับถ้วยซุปมาซดไปหนึ่งอึก

อืม... รสชาติเยี่ยมเลย สัมผัสได้ว่าใส่แค่เกลือปรุงรส แต่ความกลมกล่อมกลับลงตัวสุดๆ

เขาคีบกับข้าวเข้าปากไปอีกคำ

อร่อยมาก รสชาติสดชื่น ไม่เลี่ยน น้ำมันไม่เยอะ กินง่าย แถมยังอร่อยกว่าอาหารข้างนอกตั้งเยอะ

"ฝีมือทำกับข้าวของเธอ ดีมากเลยนะ"

ฉินมู่หยางที่ไม่ค่อยจะเอ่ยปากชมใคร กลับเอ่ยปากชมมู่เสี่ยวเฉ่าออกมาอย่างไม่ตระหนี่

ทั้งสามคนทานข้าวกันอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยไม่รู้เลยว่าหูลี่ลี่ที่อยู่หน้าบ้านแทบจะขบกรามจนฟันแหลกละเอียดอยู่แล้ว

ที่เธอเอาแต่ดึงเช็งไม่ยอมก้าวข้ามเส้นความสัมพันธ์กับหลิวกั๋วเฉียงเสียที ก็เพราะฉินมู่หยางนี่แหละ

ภูมิหลังของฉินมู่หยางน่ะลึกลับมาก แต่ทรงอิทธิพลสุดๆ เรื่องนี้ใครๆ ต่างก็รู้ดี

ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยไปอ่อยฉินมู่หยางนะ แต่หมอนี่มันเป็นพวกหุ่นยนต์เลือดเย็นที่ไร้ความรู้สึก พอเห็นสาวสวยระดับเธอ ถ้าไม่ทำเมินใส่ ก็ตวาดด่ากลับมาอย่างไม่ไว้หน้า

เธออึดอัดจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

หูลี่ลี่คนนี้เป็นถึงดาวเด่นของกองศิลปากรทหารเชียวนะ หน้าตาก็สะสวย หุ่นก็เซี้ยะ

หลังจากฟู่เหล่ยสละชีพไป ผู้ชายที่ตามจีบเธอต่อแถวยาวเหยียดไปจนถึงหน้าประตูกองศิลปากรทหารนู่น

แต่เมื่อกี้ ฉินมู่หยางกลับยื่นมือเข้าช่วยมู่เสี่ยวเฉ่าซะงั้น

ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ ฉินมู่หยางคงเดินหนีไปไกลแล้ว ไม่มีทางลงมาแส่เรื่องชาวบ้านแบบนี้หรอก!

อีกอย่าง เธอเห็นชัดเจนเลยว่าสายตาที่ฉินมู่หยางใช้มองมู่เสี่ยวเฉ่านั้นมันไม่ธรรมดา

มันมีความปวดใจ มีความรู้สึกผิด แล้วก็ยังมีความยึดมั่น!

เขาไม่รู้จักมู่เสี่ยวเฉ่าแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกสั่นไหวขนาดนั้นได้!

เรื่องของเขาช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้คนในเขตบ้านพักตั้งหลายคนหันไปเข้าข้างมู่เสี่ยวเฉ่ากันหมดแล้ว ถ้าขืนเธอถูกป้ายสีว่าเป็นขโมยจริงๆ ต่อไปเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในเขตบ้านพักได้อีกล่ะ!

ในฐานะดาวเด่นของกองศิลปากรทหาร เธอจะไม่ยอมให้ใครมาชี้หน้าด่า หรือส่งสายตาดูถูกเด็ดขาด

หูลี่ลี่ไม่ยอมกลับบ้าน แต่ยืนปักหลักรออยู่หน้าบ้านของฉินมู่หยาง

จนกระทั่งฟ้ามืด ร่างสูงของฉินมู่หยางถึงได้โผล่มาที่ประตูหน้าบ้าน

บอกตามตรงว่า กว่าเขาจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเด็กสาวในความทรงจำทั้งที คืนนี้ฉินมู่หยางก็อยากจะค้างที่นี่ใจจะขาด

แต่เขาจะยอมให้มู่เสี่ยวเฉ่าต้องมามัวหมองเพราะเขาไม่ได้

ทว่าพอเดินพ้นประตูบ้านมา เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนขวางทางอยู่ด้วยน้ำตานองหน้า ท่าทางดูน่าเวทนาและน่าสงสารจับใจ

"ผู้บังคับการฉิน ฉันไม่ได้ทำนะคะ ฉันแค่จะเข้าไปหากระโปรง ก็เลยเผลอไปรื้อกระเป๋าของมู่เสี่ยวเฉ่าเข้านิดหน่อย

ฉันไม่ได้ขโมยเงินจริงๆ นะคะ โปรดเชื่อฉันเถอะ..."

ฉินมู่หยางถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะตวัดสายตาเย็นชาใส่เธอ

"เธอเป็นใคร? ประสาท"

พูดจบ เขาก็เดินเบี่ยงหลบหูลี่ลี่แล้วก้าวยาวๆ จากไปทันที

หูลี่ลี่: "........"

ไอ้ก้อนน้ำแข็งงี่เง่า ขอสาปแช่งให้ชาตินี้หาเมียไม่ได้เลยคอยดู!

ฉินมู่หยาง: ถ้าฉันจะแต่ง ฉันก็แต่งได้ทุกคนนั่นแหละ

เขาแค่รังเกียจที่จะต้องไปคลุกคลีกับพวกผู้หญิงที่เอะอะก็ร้องไห้ฟูมฟายต่างหาก

ความจริงแล้ว หัวใจของเขาติดอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาแห่งนั้นมาตั้งนานแล้ว และเขาก็ไม่มีวันลืม คนที่เคยเรียกเขาว่าพี่ชาย ที่เคยมอบความอบอุ่นให้อย่างไม่สิ้นสุดคนนั้นได้หรอก........

เช้าวันรุ่งขึ้น พอทานข้าวเช้าเสร็จ ฉินซู่ก็ไปโรงเรียน

มู่เสี่ยวเฉ่าเก็บกวาดบ้านจนสะอาดเรียบร้อย ก็เตรียมตัวออกไปหาผู้การหวังอีกรอบ

แต่เพิ่งจะก้าวเท้าออกจากประตูบ้าน ก็เห็นหลิวกั๋วเฉียงเดินหน้าดำคร่ำเครียดตรงดิ่งเข้ามาหา

"ไป กลับบ้านกับฉัน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 18 หลิวกั๋วเฉียง ฉันไม่เอานายแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว